- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 38 พลังดึงดูดของยาจิตวิญญาณสัตว์
บทที่ 38 พลังดึงดูดของยาจิตวิญญาณสัตว์
บทที่ 38 พลังดึงดูดของยาจิตวิญญาณสัตว์
"เปลี่ยนคนอื่นบ้างได้ไหม" พอได้ยินประโยคนี้ โจวอวี่ถึงกับหลุดขำออกมา ศิษย์อาอู่คงจะจนตรอกจริงๆ ถึงได้ยอมอ่อนข้อขนาดนี้
แต่ที่ศิษย์อาอู่ไม่รู้คือ เมื่อสองวันก่อน โจวอวี่ได้ "เปลี่ยนคน" ไปแล้ว ซึ่งเหยื่อรายนั้นคือศิษย์พี่เจิ้ง คนสำคัญของสำนักหมื่นอสูรนั่นเอง
ถ้าเลือกได้ โจวอวี่ก็ไม่อยากจะแกล้งศิษย์อาอู่จนมุมขนาดนี้ แต่สถานการณ์มันบังคับ จำเป็นต้องสละศิษย์อาอู่เพื่อความอยู่รอดของเขาเอง เขาได้แต่ส่งความเห็นใจไปให้ผ่านอากาศ
โจวอวี่ลองพูดใส่เครื่องรับวิทยุ แต่ศิษย์อาอู่ก็ยังคงไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ เขาจึงลองใช้ขวดน้ำแร่ทดสอบดู เผื่อว่าจะส่งของกลับไปได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะเพ่งจิตแค่ไหน ขวดน้ำก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม
ดูเหมือนว่าเวลายังมาไม่ถึง หรือไม่ก็ต้องรอให้วิทยุอัปเกรดเลเวลก่อน
เมื่อเห็นว่าคำขอร้องไม่เป็นผล ศิษย์อาอู่ก็เริ่มสบถด่าอีกชุดใหญ่ ก่อนที่เสียงจะถูกตัดไปด้วยเสียงซ่าๆ ของคลื่นวิทยุ
โจวอวี่ยิ้มขำๆ สงสัยคราวหน้าศิษย์อาอู่อาจจะไปตามเจ้าสำนักมาดักรอเขาแน่ๆ
เขาลองหมุนหาคลื่นอื่นเผื่อฟลุ๊ค แต่ก็เจอแต่ความเงียบ ในที่สุดเสียงซ่าก็หายไป เป็นสัญญาณว่าการเชื่อมต่อจบลงแล้ว
โจวอวี่วางวิทยุลง หยิบถุงใส่ยาจิตวิญญาณสัตว์ออกมาดูด้วยความตื่นเต้น ยานี้ช่วยเพิ่มสติปัญญาให้สัตว์อสูรในโลกเซียนได้ ก็น่าจะมีผลกับสัตว์ในโลกมนุษย์เหมือนกัน ยิ่งหมาๆ ของเขาฉลาดขึ้นเท่าไหร่ บ้านเก่าหลังนี้ก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น
เขาเก็บถุงยาใส่ลิ้นชัก ปิดไฟนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวอวี่ตื่นมาออกกำลังกาย เด็ดองุ่นกินกับหู่จื่อ ต้าเป่า และเสี่ยวเป่า
กินเสร็จ เขาหยิบถุงยาออกมาจากลิ้นชัก ล้วงเอายาเม็ดสีดำคล้ำออกมาหนึ่งเม็ด
หน้าตาธรรมดาบ้านๆ สู้ค่ายกลหรือน้ำยาตรึงวิญญาณไม่ได้เลย แต่มีกลิ่นหอมจางๆ ลอยออกมา
ทันใดนั้น หู่จื่อจมูกไว ได้กลิ่นยาปุ๊บก็รีบวิ่งเข้ามา กระดิกหางดิ๊กๆ จ้องเม็ดยาตาเป็นมัน
ดูท่าว่ายานี้จะมีแรงดึงดูดมหาศาลต่อสัตว์จริงๆ อาจจะมีส่วนผสมของเลือดสัตว์อสูรอย่างที่ว่า
ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าที่อยู่ไกลออกไปก็เริ่มได้กลิ่น วิ่งหน้าตั้งตามมา หางสั้นๆ สะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว
ปฏิกิริยาของหมาทั้งสามตัวยืนยันได้ว่ายานี้ไม่ธรรมดา โจวอวี่กำลังจะป้อนให้หู่จื่อ แต่ก็นึกขึ้นได้...
ยาจากโลกเซียนอาจจะแรงเกินไปสำหรับสัตว์โลกมนุษย์ ขืนกินเข้าไปทั้งเม็ด เดี๋ยวเส้นเลือดแตกตายจะยุ่ง
เขาหยิบมีดพับออกมา แบ่งยาเม็ดเท่าลูกอมนั้นออกเป็นสองซีก โชคดีที่เนื้อยาไม่แข็งมาก ตัดได้ง่ายๆ
เขาป้อนครึ่งหนึ่งให้หู่จื่อ หู่จื่องับหายวับไปในพริบตา
จากนั้นเขาแบ่งอีกซีกที่เหลือเป็นสองส่วน ป้อนให้ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าคนละเสี้ยว เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็รีบกลืนลงท้องทันที
โจวอวี่นั่งเฝ้าดูอาการอยู่ครึ่งชั่วโมง ทั้งสามตัวดูปกติดี ไม่มีอาการทุรนทุราย แถมยังวิ่งเล่นกันอย่างคึกคักกว่าเดิม
เขาโล่งใจ ดูเหมือนยานี้จะเน้นเพิ่มความฉลาดมากกว่าพละกำลังทางกายภาพ
เขาจึงหยิบยาออกมาอีกเม็ด แบ่งให้กินตามสัดส่วนเดิม สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยจัดให้ตัวละเม็ดเต็มๆ
กลับจากส่งองุ่น โจวอวี่เจอจิ้งจอกน้อยสีขาวกำลังเล่นหยอกล้อกับต้าเป่าและเสี่ยวเป่า แทนที่จะแกล้งหู่จื่อเหมือนเคย
"เสี่ยวไป๋ มานี่เร็ว" โจวอวี่กวักมือเรียก
จิ้งจอกน้อยเดินนวยนาดเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดูเย่อหยิ่งต่างจากเจ้าสามตัวที่วิ่งหูตั้งมารอ
โจวอวี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ลีลาเยอะนักนะ เดี๋ยวเจอดี" เขาหยิบยาจิตวิญญาณสัตว์ออกมาจากถุง
ถุงนี้เก็บกลิ่นได้ดีเยี่ยม ตอนอยู่ในถุง หมาๆ ไม่ได้กลิ่นเลย แต่พอหยิบออกมาเท่านั้นแหละ...
จิ้งจอกน้อยที่จมูกไวกว่าเพื่อน หันขวับมองหาต้นตอของกลิ่นหอม พอรู้ว่ามาจากมือโจวอวี่ มันก็พุ่งตัวเข้ามาหาอย่างรวดเร็วราวกระสุน
หู่จื่อ ต้าเป่า และเสี่ยวเป่า ก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งกรูเข้ามาแย่งกัน
โจวอวี่เก็บยาเข้าถุงทันที
จิ้งจอกน้อยเบรกเอี๊ยด เข้ามาคลอเคลียถูไถขาโจวอวี่ออดอ้อน ส่งเสียงร้องงุ้งงิ้งเหมือนจะสำนึกผิด
โจวอวี่ลูบหัวมันเบาๆ "กินองุ่นฟรี แกล้งหมาข้า พอจะให้ของดีเรียกก็ไม่มา ต่อไปถ้าอยากกินยา ต้องทำตัวดีๆ รู้ไหม ไม่งั้นอด"
จิ้งจอกน้อยแลบลิ้นเลียมือเขา แววตาจ้องเขม็งไปที่ถุงยาอย่างมีความหวัง
โจวอวี่หัวเราะ หยิบยาออกมาหนึ่งเม็ด
จิ้งจอกน้อยตาวาว รีบงับยาไปกินอย่างมีความสุข
เจ้าสามตัวมองตาละห้อย กระดิกหางขอส่วนบุญ โจวอวี่ส่ายหน้า "วันนี้พอแล้ว พรุ่งนี้ค่อยกินนะ"
เขาอยากจะเทให้กินทีเดียวหมดถุงเหมือนกัน แต่กลัวหมาจะรับไม่ไหว ขนาดศิษย์อาอู่ยังต้องให้กินวันละนิดเลย
หลังจากกินยาไป 1-2 ชั่วโมง โจวอวี่สังเกตว่าหมาทั้งสามตัวดูฉลาดขึ้น สั่งคำสั่งง่ายๆ ก็ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ
ยานี้ได้ผลจริงๆ! เขานับยาในถุงดู เดิมมี 65 เม็ด ใช้ไป 3 เม็ด เหลือ 62 เม็ด
ที่บ้านมีสัตว์ 4 ตัว เฉลี่ยแล้วได้กินตัวละ 15 เม็ด น่าจะเพียงพอที่จะทำให้พวกมันฉลาดเป็นกรด
ตอนเที่ยง พนักงานส่งของโทรมา โจวอวี่รีบบึ่งรถไปรับพัสดุด้วยความตื่นเต้น
ถ้าพานเติงกับหยาดน้ำค้างหยกผิวดำคือความงามที่สูงส่งและลึกลับ "อำพัน" กับ "ตำนานนางพญางูขาว" ในกล่องพัสดุนี้ ก็คือความงามดุจความฝัน
เปิดกล่องออกมา ต้นกล้า 4 ต้นนอนสงบนิ่ง
แม้จะเป็นแค่ต้นกล้า แต่รัศมีจับตามาก หยาดน้ำค้างหยกอำพัน 2 ต้นเริ่มมีสีสันแปลกตา ส่วนตำนานนางพญางูขาวก็มีใบขาวผ่องราวหิมะ น่าทะนุถนอมสุดๆ
สภาพต้นไม้สมบูรณ์แข็งแรงตรงปกเป๊ะ ไม่ใช่ไม้เนื้อเยื่อแน่นอน
โจวอวี่มองต้นกล้าในมือ สลับกับมองค่ายกลสาขาและค่ายกลหลัก สุดท้ายตัดสินใจเอาลงค่ายกลหลักก่อน รอให้โตแล้วค่อยขยายพันธุ์ไปลงค่ายกลสาขา
พื้นที่ในค่ายกลหลักยังพอเหลือที่ว่างอีกประมาณ 10 ต้น เขาอยากเห็นเจ้าความงามดุจฝัน 2 สายพันธุ์นี้โตวันโตคืนไวๆ