- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 35 ซื้อสุนัข
บทที่ 35 ซื้อสุนัข
บทที่ 35 ซื้อสุนัข
ไม่นานนัก หลี่เทียนเปียวก็ขี่รถสามล้อไฟฟ้ามาถึงบ้านโจวอวี่ "พี่อวี่ ผมมาแล้ว ไปกันเถอะ"
โจวอวี่บอกลาพ่อแม่ หยิบองุ่นใส่กระเป๋า 2-3 ลูก แล้วเดินไปขึ้นนั่งข้างคนขับรถสามล้อ "นึกว่าจะเอารถยนต์ไปซะอีก ดันขี่สามล้อมาซะงั้น"
"แหม พี่อวี่ อย่าเอารถ SUV ผมไปลุยเลย เดี๋ยวไว้พี่ถอยรถสปอร์ตมา ค่อยขับไปขายปลาเผาด้วยกัน" หลี่เทียนเปียวแซวกลับ
ตำบลที่หมู่บ้านเถาหยวนตั้งอยู่ชื่อตำบลอวิ๋นไห่ ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามสมชื่อ ตลาดสุนัขจะจัดขึ้นสัปดาห์ละครั้งในป่าเล็กๆ ใกล้แม่น้ำเป่ยเหอ
ตลาดแห่งนี้มีมานาน 20-30 ปีแล้ว สมัยก่อนคนกินยังไม่ค่อยอิ่ม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมา ชาวบ้านเลยเอาหมามาขายหวังให้มันได้บ้านใหม่หรือแลกเงินบ้าง ปัจจุบันตลาดนี้มีชื่อเสียงไปไกลถึงหมู่บ้านรอบๆ
โจวอวี่กับหลี่เทียนเปียวมาถึงป่าละเมาะข้างแม่น้ำ แม้จะเพิ่งเลยเที่ยง แต่บรรยากาศก็คึกคักไปด้วยเสียงคนและเสียงหมาเห่า พวกเขาล็อครถไว้กับต้นไม้ใหญ่แล้วเดินเข้าไป
ในตลาดมีหมาหลากหลายสายพันธุ์จนตาลาย พ่อค้าคนหนึ่งยืนพิงต้นไม้ ข้างๆ มีกรงใส่ลูกสุนัขบิชอน ฟริเซ่ สีขาวน่ารัก 3 ตัว
"สองหนุ่ม สนใจไหม บิชอนแท้นะ ซื้อไปเด็กๆ ชอบแน่" พ่อค้ากวักมือเรียก
ทั้งสองส่ายหน้าแล้วเดินต่อ ตลาดนี้มีทั้งพ่อค้าอาชีพและชาวบ้านที่เอาหมามาขาย ซึ่งอย่างหลังน่าไว้ใจกว่า เพราะรู้ที่มาที่ไป
"พี่อวี่ เล็งพันธุ์อะไรไว้หรือยัง" หลี่เทียนเปียวถามพลางมองไปรอบๆ
"ยังไม่รู้เลย เดินดูไปก่อน นายล่ะ"
"ที่บ้านมีหมาใหญ่แล้ว กะว่าจะหาตัวเล็กๆ ไว้เล่นกับลูก พี่ถ้าเจอตัวถูกใจอย่าเพิ่งรีบซื้อนะ เรียกผมก่อน เมื่อก่อนผมศึกษาเรื่องหมามาเยอะ" หลี่เทียนเปียวคุยโว
โจวอวี่พยักหน้า สมัยนี้คนนิยมเลี้ยงหมาพันธุ์ต่างประเทศ แค่เดินผ่านก็เห็นเป็นสิบสายพันธุ์แล้ว แต่เขามีวิธีเลือกเฉพาะตัว
ทั้งสองแยกย้ายกันเดินดู โจวอวี่หยิบองุ่น 2 ลูกออกจากกระเป๋า นี่แหละคือเครื่องมือคัดเลือกสุนัขของเขา
เขาเดินไปหาหมาพันธุ์อัลเซเชี่ยนตัวหนึ่งที่ดูเหมือนเจ้าของเลี้ยงเอง ยื่นองุ่นเข้าไปใกล้ๆ เจ้าของหมารีบเตือน "พ่อหนุ่ม อย่าไปแหย่มันนะ เดี๋ยวมันกัดเอา"
โจวอวี่ยิ้มรับ แต่องุ่นจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว หมากลับเมินเฉย
องุ่นนี้มีไอวิญญาณ สัตว์ที่มีสัมผัสพิเศษหรือมีความฉลาดน่าจะรับรู้ได้ เขาต้องการหมาแบบนั้น
ตัวนี้ไม่ผ่าน... เขาเดินต่อไป ลองกับทิเบตัน มาสทิฟฟ์ตัวใหญ่ยักษ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุนัขเทพเจ้าแห่งตะวันออก แต่มันก็นิ่งสนิท สงสัยสายเลือดคงเจือจางไปหมดแล้ว
ถึงจะเลือดแท้ แต่ถ้าไม่มีปฏิกิริยากับองุ่น เขาก็ไม่เอา
โจวอวี่เดินทดสอบไปเรื่อยๆ หมา 7-8 ตัวเมินองุ่นของเขา ทำเอาเจ้าของหมาและคนรอบข้างขำกันใหญ่ "พ่อหนุ่ม มาเดินเล่นเฉยๆ ใช่ไหม หมาที่ไหนจะกินองุ่นคนแปลกหน้า"
โจวอวี่ไม่สนใจเสียงแซว ถ้าสัมผัสไอวิญญาณไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์สำหรับเขา
ทันใดนั้น สายตาเขาไปสะดุดกับลูกสุนัขลาบราดอร์สีเหลือง 2 ตัว อายุราว 4-5 เดือน บนรถสามล้อ หูตกน่ารัก
เขาลองยื่นองุ่นเข้าไปใกล้ เจ้าของหมาไม่ห้าม กลับมองดูอย่างสนใจ เพราะข่าวลือเรื่องหนุ่มเพี้ยนเอาองุ่นล่อหมาเริ่มแพร่ไปทั่วตลาดแล้ว
พอกลิ่นองุ่นโชยไปแตะจมูก ลูกหมาตัวหนึ่งจมูกฟุดฟิด ลุกพรวดขึ้นมามองหาต้นตอทันที อีกตัวก็ลืมตาตื่นทำท่าทางสนใจตามกันมา
โจวอวี่ตาเป็นประกาย ลองขยับองุ่นหนี เจ้าสองตัวก็วิ่งตาม
"เจอแล้ว!" เขาป้อนองุ่นให้พวกมันกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนมุง
"กินจริงด้วยเว้ยเฮ้ย! แปลกว่ะ!"
"เถ้าแก่ สองตัวนี้ขายยังไง" โจวอวี่ถามพลางลูบหัวเจ้าตัวน้อย
"ตาถึงนี่พ่อหนุ่ม ลาบราดอร์แท้ 4 เดือนกว่า นิสัยดี เชื่องมาก ตัวละ 8,000 เอาสองตัวลดให้ 1,000" เจ้าของหมาเรียกราคาอย่างมั่นใจ เพราะเห็นหมาตัวเองกินองุ่นโชว์ไปแล้ว
โจวอวี่เกือบหลุดขำ 8,000 นี่กะฟันหัวแบะเลยนะ กำลังจะต่อราคา หลี่เทียนเปียวก็เดินเข้ามาพร้อมกรงใส่ลูกหมาสีขาวตัวเล็ก
"พี่อวี่ ได้ตัวแล้วเหรอ ลาบราดอร์เหรอเนี่ย" หลี่เทียนเปียวมองปราดเดียวก็รู้
"อือ ว่าจะเอาสองตัวนี้ แต่แพงไปหน่อย ตัวละ 8,000"
หลี่เทียนเปียวตาโต หันขวับไปหาเจ้าของหมา "ตัวละ 8,000! เฮีย คนกันเองจะมาฟันราคากันแบบนี้เหรอ ดูทรงแล้วเลือดไม่แท้หรอก ฉีดวัคซีนหรือยัง ใบเพ็ดฯ มีไหม"
เจอคำถามรัวเป็นชุด เจ้าของหมาถึงกับไปไม่เป็น โจวอวี่นึกขอบคุณที่พาผู้เชี่ยวชาญมาด้วย
สุดท้าย ด้วยฝีปากของหลี่เทียนเปียว โจวอวี่ได้ลาบราดอร์ทั้งสองตัวมาในราคาตัวละ 3,000 หยวน ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับเกรดนี้