- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 11 การดูตัว
บทที่ 11 การดูตัว
บทที่ 11 การดูตัว
โจวอวี่ยกมือนวดขมับด้วยความปวดหัว จริงๆ แล้วเขาอยากจะหายตัวหนีไปให้พ้นจากการดูตัวครั้งนี้ซะ แต่ก็ทำไม่ได้
เรื่องความสัมพันธ์และมารยาททางสังคม ไม่ว่าจะในชนบทหรือในเมือง ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ การดูตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเขาคนเดียวอีกต่อไป
"หู่จื่อ เฝ้าบ้านดีๆ นะ" เขาตบหัวเจ้าหู่จื่อเบาๆ แล้วเด็ดองุ่นจากต้นมาสองสามพวง ก่อนจะจูงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกจากลานบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน ท่ามกลางเสียงเร่งของพ่อแม่ โจวอวี่ก็เปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ เป็นเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค และรองเท้าหนัง
รองเท้าหนังถูกพ่อขัดจนเงาวับ ส่วนเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คก็รีดเรียบกริบไร้รอยยับ
พอเปลี่ยนชุดเสร็จ เสียงลุงหวังก็ดังมาจากลานบ้าน "พี่สะใภ้ เสี่ยวอวี่แต่งตัวเสร็จหรือยัง ฝ่ายหญิงเขาพร้อมแล้วนะ"
"เสร็จแล้วๆ เสี่ยวอวี่ รีบออกมาเร็วลูก" แม่โจวรีบตอบแล้วตะโกนเรียกโจวอวี่
โจวอวี่เดินออกมาจากห้องอย่างช้าๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มทักทาย "สวัสดีครับลุงหวัง" ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องปรับทัศนคติให้ดี เขาจึงไม่ได้แสดงอารมณ์ขุ่นมัวอะไรออกมา
ลุงหวังเป็นชายวัยกลางคนที่มีไฝเม็ดเบ้อเริ่มบนใบหน้า ดูโดดเด่นสะดุดตา หรือนี่จะเป็นไฝแม่สื่อในตำนาน?
เขาเคยเจอลุงหวังบ้างแต่ไม่สนิท พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าช่วงนี้ลุงหวังทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อแม่ชัก จับคู่ให้หนุ่มสาวสมหวังไปหลายคู่จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
"แหม ไม่เจอกันไม่กี่ปี เสี่ยวอวี่โตเป็นหนุ่มหล่อเชียว" ลุงหวังสำรวจโจวอวี่แล้วยิ้มกริ่ม หนุ่มคนนี้รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา จากประสบการณ์ของเขา การดูตัวครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จถึง 70-80% เลยทีเดียว
จากนั้นลุงหวังก็ตบไหล่โจวอวี่แล้วหันไปบอกแม่โจวว่า "เอาล่ะ พี่สะใภ้ ผมพาเสี่ยวอวี่ไปก่อนนะ"
"เอ่อ ลุงหวัง ฉันขอไปด้วยได้ไหม แค่ไปแอบดูอยู่ไกลๆ ก็ได้" แม่โจวลังเลก่อนจะเอ่ยปาก
ลุงหวังรีบส่ายหน้ายิ้มๆ "พี่สะใภ้ ธรรมเนียมไหนเขาให้แม่ผัวไปดูตัวลูกสะใภ้ก่อน มีแต่แม่ยายดูตัวลูกเขย วางใจเถอะ ผมจะจัดการเรื่องเสี่ยวอวี่ให้อย่างดี"
"งั้นก็ได้ เสี่ยวอวี่ คุยกับน้องเขาดีๆ นะลูก" แม่โจวจำต้องยอมแพ้ หันมากำชับลูกชาย
โจวอวี่พยักหน้าอย่างอ่อนใจ "แม่ครับ วางใจเถอะครับ"
พอลุงหวังพาโจวอวี่เดินมาถึงหน้าประตู ก็เจอหลี่เทียนเปียวพอดี "อ้าว ลุงหวัง มาทำอะไรที่นี่... อ๋อ รู้แล้ว พาพี่อวี่ไปดูตัวใช่ไหมครับ" อาเปียวถามอย่างสงสัย ก่อนจะร้องอ๋อ เพราะเขากับเมียก็ได้ลุงหวังนี่แหละแนะนำให้รู้จัก
"อาเปียว เอ็งมีลูกเมียไปก่อนแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวพี่ชายเอ็งบ้าง" ลุงหวังตอบยิ้มๆ
เห็นสายตาเอือมระอาของโจวอวี่ อาเปียวก็แอบขำ "ลุงหวัง นัดเจอกันที่ไหนครับ จะไปยังไง ให้ผมขับรถไปส่งไหม"
"โอ้ เยี่ยมเลยสิอาเปียว ขอบใจมาก รถตู้ที่บ้านลุงจะได้ไม่ต้องออกไปให้อายเขา" ลุงหวังหัวเราะชอบใจ
ตอนกำลังจะก้าวออกจากบ้าน แม่โจวก็วิ่งเอาถุงกระดาษมายัดใส่มือโจวอวี่ "เสี่ยวอวี่ เอาองุ่นที่บ้านไปให้น้องเขาชิมด้วยสิลูก"
เห็นแม่ยัดถุงใส่มือแล้วรีบเดินกลับเข้าบ้านไป โจวอวี่ก็ได้แต่ถอนหายใจและรับไว้
"พี่อวี่ องุ่นบ้านพี่นี่หวานเจี๊ยบจริงๆ นะ เมื่อวานลูกค้าที่ร้านพ่อผมกินแล้วติดใจ จะขอซื้อพวงละร้อย พ่อผมยังไม่ขายเลย" อาเปียวมองถุงในมือโจวอวี่แล้วพูดอย่างทึ่งๆ
โจวอวี่ตอบหน้าตาเฉย "แหงสิ ขายไม่ได้หรอก องุ่นในบ้านมีแค่นั้น เรากินกันเองยังไม่พอเลย"
ลุงหวังที่ยืนฟังอยู่ส่ายหน้าเบาๆ องุ่นบ้านๆ พวงละร้อย ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย
ทั้งสามคนนั่งรถเก๋งราคาแสนกว่าหยวนทของอาเปียวมุ่งหน้าสู่ตำบลซิงอัน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเถาหยวนไปสิบกว่ากิโลเมตร
ระหว่างทาง ลุงหวังเล่าข้อมูลคร่าวๆ ของฝ่ายหญิงให้ฟัง นอกนั้นก็ไม่ได้กำชับอะไรมากเหมือนแม่โจว เพราะรู้ดีว่าคนมาดูตัวส่วนใหญ่ก็มาแบบจำใจทั้งนั้น
หญิงสาวชื่อหลิวฮุ่ยฮุ่ย เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ระดับรองในตัวจังหวัด ส่วนสาขาอะไรลุงหวังไม่แน่ใจ ฐานะทางบ้านปานกลาง อายุน้อยกว่าโจวอวี่หนึ่งปี แต่โปรไฟล์ส่วนตัวดีมาก ตามคำบอกเล่าของลุงหวังคือ สวยและนิสัยดี
โจวอวี่ฟังหูไว้หู เพราะแม่สื่อพ่อสื่อก็มักจะพูดอวยฝ่ายตัวเองเกินจริงอยู่แล้ว
ยี่สิบนาทีต่อมา รถก็แล่นเข้าสู่ตำบลซิงอัน จุดนัดพบคือร้านขนมหวานในย่านการค้า ลุงหวังโทรบอกฝ่ายหญิงว่าใกล้ถึงแล้วตั้งแต่เข้าเขตตำบล
ตำบลซิงอันอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง อาศัยความสะดวกในการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ที่นี่เจริญผิดหูผิดตาเทียบเท่าอำเภอเล็กๆ ได้เลย
ไม่นาน อาเปียวก็จอดรถหน้าร้าน "สวีทฮาร์ท" โจวอวี่ลงไปจองโต๊ะและสั่งเครื่องดื่มขนมหวานรอ บรรยากาศในร้านตกแต่งสวยงาม มีหนุ่มสาวนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่บ้าง
รออยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวสามคนรุ่นราวคราวเดียวกันก็เดินเข้ามา ลุงหวังพยักหน้าให้โจวอวี่ แล้วพาเขาเดินเข้าไปทักทาย
หลังจากแนะนำตัวกัน โจวอวี่ก็รู้ว่าใครเป็นใคร คนที่จะมาดูตัวคือหลิวฮุ่ยฮุ่ย ส่วนอีกสองคนคือพี่สาวและเพื่อนสนิท
จากนั้นทุกคนก็เดินเข้าไปในร้าน โจวอวี่พาหลิวฮุ่ยฮุ่ยไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ ส่วนลุงหวัง อาเปียว และสาวๆ อีกสองคนแยกไปนั่งโต๊ะใกล้ๆ
โจวอวี่เรียกพนักงานเสิร์ฟยกของที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ โต๊ะลุงหวังก็ได้เครื่องดื่มไปคนละแก้ว
"สวัสดีครับ ผมโจวอวี่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ" โจวอวี่ยิ้มทักทาย หญิงสาวตรงหน้าทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ตั้งแต่เจอกัน ไม่รู้ว่าประหม่าหรือไม่ได้เต็มใจมา
เธอแต่งหน้าอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มจัดว่าสวยใช้ได้ การแต่งตัวและกระเป๋าที่สะพายบ่งบอกรสนิยมสาวเมืองกรุง
เธอเงยหน้ามองโจวอวี่ช้าๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันหลิวฮุ่ยฮุ่ย ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"
"ดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนแล้วค่อยคุยกันครับ อ้อ นี่องุ่นที่บ้านผมปลูกเอง หวานมาก ลองชิมดูสิครับ" โจวอวี่ผายมือไปที่แก้วน้ำ แล้วนึกขึ้นได้เรื่ององุ่นแม่ฝากมา เลยหยิบออกจากถุงวางไว้ข้างโต๊ะ
เขาดูออกว่าหลิวฮุ่ยฮุ่ยใจลอย แต่ก็เข้าทางเขาพอดี ถ้าไม่ชอบก็บอกตรงๆ ดีกว่ากั๊กไว้เป็นตัวเลือก
องุ่นสีม่วงสวยเด่นอยู่บนโต๊ะ แต่หลิวฮุ่ยฮุ่ยแค่ปรายตามอง แล้วยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
"ลุงหวังบอกว่าคุณเพิ่งจบจากมหาลัยแพทย์ในตัวจังหวัด เรียนสาขาอะไรเหรอครับ" โจวอวี่ชวนคุยแก้เก้อ
"พยาบาล" หลิวฮุ่ยฮุ่ยตอบสั้นๆ ห้วนๆ
โจวอวี่ส่ายหน้าเบาๆ ปกติถึงไม่ชอบก็น่าจะรักษามารยาทกันบ้าง แต่นี่เหมือนเห็นเขาเป็นศัตรูซะงั้น เขายกน้ำขึ้นจิบแล้วตอบเรียบๆ "อ๋อ พยาบาล ดีครับ"
เงียบกันไปพักใหญ่ หลิวฮุ่ยฮุ่ยก็เงยหน้าถามเสียงเย็นชา "ได้ยินว่าคุณจบมาสองปีแล้ว ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านเหรอคะ"
"ใช่ครับ ในเมืองแข่งขันสูง กลับมาปลูกผักทำสวนที่บ้านสบายใจกว่า" โจวอวี่ตอบสบายๆ
"คุณไม่คิดเหรอว่าอุตส่าห์เรียนจบตั้งปริญญาตรี แล้วกลับมาอยู่บ้านนอกที่ไม่มีอนาคตแบบนี้ มันเหมาะสมแล้วเหรอ" คำถามของเธอเต็มไปด้วยความดูถูก
โจวอวี่หลุดขำ "คุณหลิวครับ ผมไม่คิดว่าบ้านเกิดจะไม่มีอนาคต รากเหง้าเราอยู่ที่นี่ อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้คิดว่าการจบนอกจบในมันจะสูงส่งวิเศษวิโสอะไรขนาดนั้น"
"งั้นเราคงเข้ากันไม่ได้หรอกค่ะ ฉันใฝ่ฝันชีวิตในเมือง ไม่อยากอยู่บ้านนอกแม้แต่วันเดียว ต่อให้คุณรวยล้นฟ้าที่นี่ ก็ให้ชีวิตแบบที่ฉันต้องการไม่ได้" หลิวฮุ่ยฮุ่ยยิ้มเยาะ
โจวอวี่พยักหน้า ลุกขึ้นยืน "เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณที่พูดตรงๆ และขอบคุณที่สละเวลามา ลาก่อนครับ"
"เอาองุ่นของคุณกลับไปด้วยนะคะ ฉันไม่ชอบกินองุ่น ขอบคุณ" หลิวฮุ่ยฮุ่ยชี้ไปที่ถุงองุ่น โดยไม่คิดจะลุกขึ้นส่ง
"ได้ครับ" โจวอวี่ยิ้มรับอย่างไม่ถือสา เขาไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว ยิ่งเจอแบบนี้ยิ่งโล่งใจ
เขาหยิบองุ่นสองพวงนั้นเดินไปที่เคาน์เตอร์ จ่ายเงินค่าอาหาร แล้ววางองุ่นไว้ ยิ้มบอกพนักงานสาวๆ ว่า "น้องครับ พี่ฝากองุ่นให้ชิมหน่อย ปลูกเองที่บ้าน หวานอร่อยนะ"
พูดจบก็เดินไปหาลุงหวัง "ลุงหวังครับ เรียบร้อยแล้ว กลับกันเถอะ"
ลุงหวังถอนหายใจ แม้จะนั่งไกลแต่ก็ได้ยินเสียงเถียงกันแว่วๆ งานนี้เขาดูคนผิดไปจริงๆ "เสี่ยวอวี่ เอ็งกับอาเปียวไปรอที่รถก่อนนะ"
โจวอวี่กับอาเปียวเดินออกมาหน้าร้าน "พี่อวี่ อย่าเศร้าไปเลย ผู้หญิงมีถมเถ เดี๋ยวให้เมียผมแนะนำเพื่อนสวยๆ ให้ใหม่" อาเปียวปลอบใจ
"เศร้าบ้าอะไรล่ะ ฉันไม่ได้อยากแต่งงานตอนนี้สักหน่อย" โจวอวี่ผลักอาเปียวขำๆ
นั่งรอบนรถสักพัก ลุงหวังก็เดินคอตกมาขึ้นรถ ไม่พูดอะไรสักคำ ทัศนคติไม่ตรงกันก็คงต้องจบกันไป
ส่วนในร้าน หลิวฮุ่ยฮุ่ยหันไปเม้าท์มอยกับพี่สาวและเพื่อนอย่างออกรส หัวเราะคิกคักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์มองสามสาวด้วยสายตาเหยียดหยาม พวกเธออยู่ใกล้โต๊ะโจวอวี่ ได้ยินบทสนทนาชัดแจ๋ว โจวอวี่ทั้งหล่อทั้งดูดีขนาดนี้ พวกเธอยังแอบปลื้มเลย
มององุ่นสีม่วงสวยที่โจวอวี่ทิ้งไว้ พนักงานคนหนึ่งอดใจไม่ไหว เด็ดมาชิมลูกหนึ่ง แล้วตาโต "โห! หวานมาก! ไม่เคยกินองุ่นอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!"
เพื่อนๆ พนักงานเห็นท่าทางเวอร์วังก็ชะงัก
"จริงๆ นะ ไม่ได้โม้ ลองชิมดูสิ" พนักงานคนเดิมย้ำ พลางหยิบกินอีก
เพื่อนคนอื่นลองชิมบ้าง แล้วก็ต้องตกตะลึง ประสานเสียงอุทาน "หวานจริง! เกิดมาไม่เคยกินองุ่นอร่อยแบบนี้เลย!"
เสียงฮือฮาของพนักงานทำให้หลิวฮุ่ยฮุ่ยหันขวับ มองด้วยสายตาเย็นชา คิดว่าพวกพนักงานจงใจประชดเธอ "ผู้จัดการคะ! ผู้จัดการอยู่ไหน! ฉันจะร้องเรียน พนักงานคุยกันเสียงดังรบกวนลูกค้า!"
ชายวัยกลางคนรีบเดินออกมา "ขอโทษครับคุณลูกค้า เดี๋ยวผมจัดการให้"
"อบรมสั่งสอนหน่อยนะคะ ทำตัวเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ไม่เคยเห็นองุ่นหรือไง" หลิวฮุ่ยฮุ่ยแขวะ
ผู้จัดการพยักหน้าหงึกหงัก เดินไปดุลูกน้องที่เคาน์เตอร์
"ผู้จัดการคะ องุ่นนี้หวานจริงนะ ลองชิมดูสิ ถ้าเอามาทำขนมต้องเริ่ดแน่ๆ" พนักงานแก้ตัวเสียงอ่อย
ผู้จัดการกำลังจะดุซ้ำ แต่เห็นลูกน้องปอกองุ่นยื่นมาให้พร้อมทำตาละห้อย
"พวกเธอนี่นะ... รีบๆ เก็บกวาดซะ" ผู้จัดการส่ายหน้า รับองุ่นเข้าปากตัดรำคาญ
พอกัดเข้าไป ผู้จัดการตาเบิกกว้าง ไม่อยากจะเชื่อ รีบคว้าอีกเม็ดเข้าปาก "นี่มัน... หวานขนาดนี้เลยเหรอ! ใครเอามาให้ ติดต่อเขาได้ไหม เราน่าจะสั่งซื้อมาทำขนมหรือน้ำปั่นนะเนี่ย!"
เพื่อนสาวของหลิวฮุ่ยฮุ่ยทนดูไม่ไหว ลุกเดินดุ่มๆ เข้ามา "พวกคุณเล่นละครกันเกินไปหรือเปล่า องุ่นแค่นี้จะอร่อยอะไรนักหนา ไหนขอลองหน่อยซิ!"
เธอคว้าองุ่นเข้าปาก แล้วก็ต้องตะลึง ร้องเสียงหลง "ฮุ่ยฮุ่ย! ฮุ่ยฮุ่ย! อร่อยจริงๆ ด้วยแก! มาลองชิมดูสิ อร่อยกว่าองุ่นที่เราเคยกินมาทั้งชีวิตเลย!"
เห็นท่าทางของเพื่อน ผู้จัดการ และพนักงาน หลิวฮุ่ยฮุ่ยแค่นหัวเราะ "พวกคุณคงเป็นหน้าม้าที่เขาจ้างมาสินะ องุ่นจากดินบ้านนอกจะอร่อยแค่ไหนเชียว ฉันกลับล่ะ เชิญพวกคุณแสดงกันต่อไปเถอะ"
พูดจบเธอก็คว้ากระเป๋าเดินเชิดออกจากร้านไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามององุ่นพวงนั้นเลย