เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 น้ำยาตรึงวิญญาณ

บทที่ 9 น้ำยาตรึงวิญญาณ

บทที่ 9 น้ำยาตรึงวิญญาณ


เมื่อได้ยินคำถามของศิษย์ในวิทยุ โจวอวี่ก็พยักหน้าเบาๆ สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้นมาทันที เพราะนี่ก็เป็นปัญหาที่เขาขบคิดอยู่เหมือนกัน

การก้าวออกจากค่ายกลรวบรวมวิญญาณที่มีไอวิญญาณหนาแน่น ก็เหมือนกับเดินออกจากห้องแอร์เย็นฉ่ำออกไปเจอกับอากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน

ขนาดร่างกายคนเรายังรู้สึกไม่สบายตัว แล้วนับประสาอะไรกับพวกดอกไม้ต้นหญ้าที่มีความทนทานน้อยกว่ามนุษย์ ถ้าออกจากค่ายกลไปแล้ว ไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โตแน่ๆ

"ฮ่าๆๆ ดีมาก! พวกเจ้าเรียนรู้วิชาค่ายกลแล้วไม่ยึดติดอยู่แค่ในตำรา แต่รู้จักคิดต่อยอดถึงปัญหาที่เกี่ยวข้อง ข้าปลื้มใจยิ่งนัก" ศิษย์อาอู่หัวเราะร่าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะอธิบายไขข้อข้องใจ

"โดยทั่วไป หญ้าวิญญาณมักจะนำมาใช้ภายในสำนัก นานๆ ทีถึงจะมีสหายเต๋าจากสำนักอื่นมาขอแบ่งปันไปสักต้นสองต้น ซึ่งในกรณีนั้น เราจะใช้ กล่องน้ำแข็งเสวียน ในการเก็บรักษาเพื่อไม่ให้ไอวิญญาณรั่วไหล"

"แต่กล่องน้ำแข็งเสวียนทำได้แค่รักษาไอวิญญาณ ไม่ได้ช่วยให้พืชปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ แน่นอนว่าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรของเรามียอดคนมากมาย จึงได้คิดค้น น้ำยาตรึงวิญญาณ ขึ้นมา เพียงหยดลงบนหญ้าวิญญาณขณะย้ายปลูก ก็จะช่วยให้มันปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทั่วไปได้ แม้ในที่ที่ไอวิญญาณเบาบางก็ยังดำรงชีพอยู่ได้" ศิษย์อาอู่อธิบายด้วยความภาคภูมิใจ

ได้ยินดังนั้น โจวอวี่ถึงกับยิ้มแก้มปริ ตอนแรกเขากังวลว่าถ้าต้นหยาดน้ำค้างหยกโตเต็มที่แล้ว จะเอาออกจากค่ายกลไปขายไม่ได้ แต่น้ำยาตรึงวิญญาณนี่แหละคือคำตอบ! ปัญหาคือ... จะเอามายังไงนี่สิ?

เขาลองนึกภาพในใจ ร้องขออย่างแรงกล้าเหมือนคราวก่อน แต่วิทยุเจ้ากรรมก็นิ่งสนิท ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ

"ศิษย์อาขอรับ พวกข้าขอดูน้ำยาตรึงวิญญาณหน่อยได้ไหมขอรับ" ศิษย์ทั้งสองถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ศิษย์อาอู่หัวเราะลั่น "ฮ่าๆ ย่อมได้ น้ำยาตรึงวิญญาณแม้จะปรุงยาก แต่ก็ไม่ใช่ของหายากจนหาไม่ได้ พวกเจ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าจะเทออกมาให้ดูสักหยด"

โจวอวี่จ้องวิทยุตาเขม็ง น่าเสียดายที่มีแต่เสียง มองไม่เห็นหน้าตาของเจ้าน้ำยาวิเศษที่ว่า

"ศิษย์อา น้ำเต้าเล็กในมือท่าน ก็เป็นอุปกรณ์วิเศษสำหรับเก็บของเหมือนกันใช่ไหมขอรับ" เสียงจากวิทยุดังขึ้น โจวอวี่เดาว่าศิษย์อาอู่คงหยิบน้ำเต้าบรรจุน้ำยาออกมาโชว์แล้ว

"พวกเจ้าเดาผิดแล้ว อุปกรณ์วิเศษประเภทมิติเก็บของไม่ใช่ของที่จะครอบครองกันได้ง่ายๆ น้ำเต้าน้อยในมือข้านี้ เพียงแค่สลักค่ายกลรักษาไอวิญญาณเอาไว้เท่านั้น"

"แต่ถึงกระนั้น น้ำยาตรึงวิญญาณที่บรรจุอยู่ข้างในก็มากพอสำหรับหญ้าวิญญาณนับพันต้น เพียงแค่หยดเดียวก็เพียงพอให้หญ้าวิญญาณปรับตัวได้ แต่ทว่า... เจ้าน้ำยานี้กลับไม่ค่อยมีคนนิยมใช้ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด" ศิษย์อาอู่ถามลองภูมิ

ไม่ต้องรอเฉลย โจวอวี่ขบคิดครู่เดียวก็รู้คำตอบ หญ้าวิญญาณชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องการไอวิญญาณในการเติบโต ต่อให้ใช้น้ำยาช่วยให้รอดตายในสภาพแวดล้อมปกติได้ แต่ถ้าไม่มีไอวิญญาณให้ดูดซับ มันก็ไม่โต พอไม่โตก็สูญเสียคุณค่าของหญ้าวิญญาณไป

อีกเหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะน้ำยานี้ใช้ได้ผลกับหญ้าระดับต่ำเท่านั้น พวกระดับสูงเงื่อนไขการดูแลคงโหดหินกว่านี้เยอะ สภาพแวดล้อมทั่วไปคงเอาไม่อยู่

"ศิษย์อา ข้ารู้ขอรับ..." ศิษย์สองคนช่วยกันตอบคำถาม ซึ่งตรงกับที่โจวอวี่คิดไว้เป๊ะ

แต่โจวอวี่ไม่สนหรอกว่ามันจะใช้กับหญ้าระดับสูงไม่ได้ เขาขอแค่ได้มันมาใช้กับต้นไม้ของเขาก็พอ ส่วนหญ้าเซียนระดับเทพน่ะเหรอ รอไปอีกชาติหนึ่งเถอะกว่าจะได้มา

"เอาล่ะ ข้าจะเทออกมาให้ดูเป็นขวัญตา... เอ๊ะ! เดี๋ยว! น้ำเต้าข้าล่ะ! เมื่อกี้ยังอยู่ในมือข้าอยู่เลย! ไอ้โจรบ้าระยำ! เป็นผู้บำเพ็ญเพียรประสาอะไรแน่จริงก็โผล่หัวออกมาสู้กันสิวะ!"

บรรยายสรรพคุณจบปุ๊บ ศิษย์อาอู่กะจะเทโชว์ปั๊บ แต่พอก้มลงมองมือตัวเอง น้ำเต้าน้อยที่เคยถืออยู่กลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดโทสะด่ากราดขึ้นฟ้า

ได้ยินเสียงด่าไฟแลบจากวิทยุ โจวอวี่ลูบจมูกตัวเองอย่างรู้สึกผิดนิดๆ นิดเดียวจริงๆ พร้อมกับมองกลุ่มก้อนแสงสีขาวที่ค่อยๆ ลอยออกมาจากวิทยุ ภายในแสงนั้นมีน้ำเต้าใบจิ๋วลอยเด่นอยู่

เขาแบมือรองใต้แสงนั้น แล้วแตะเบาๆ แสงสว่างจางหายไป ทิ้งน้ำเต้าน้อยไว้บนฝ่ามือ

น้ำเต้านี้มีขนาดเล็กมาก แค่ประมาณหนึ่งในสามของฝ่ามือ สีเหลืองทองอร่าม ผิวเรียบลื่นเป็นมันวาว สัมผัสแล้วรู้สึกเย็นสบายมือ ชวนให้หลงใหล

"ไอ้หัวขโมยหน้าไม่อาย! อย่าคิดว่ามีตบะแก่กล้าแล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้นะ! ผู้อาวุโสสำนักเสวียนเทียนของข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่! เตรียมตัวตายได้เลย!"

ศิษย์อาอู่ยังคงก่นด่าไม่หยุด เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าน้ำเต้าหายไปตอนไหน เหมือนคราวที่แล้วเปี๊ยบ นอกจากไอ้ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวในเงามืดคนนั้น จะเป็นใครไปได้อีก

คราวก่อนขโมยค่ายกลรวบรวมวิญญาณระดับต่ำ คราวนี้ขโมยน้ำยาตรึงวิญญาณ มีแต่ของพื้นๆ ทั้งนั้น ไม่น่าเชื่อว่ายอดฝีมือระดับนี้จะลดตัวลงมาขโมยของกระจอกๆ แบบนี้ ช่างไม่มีมาดผู้อาวุโสเอาเสียเลย!

โจวอวี่กลั้นขำแทบแย่ พูดกันตามตรง เขาก็เห็นใจศิษย์อาอู่อยู่นะ แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา วิทยุมันขโมยมาเอง เขาไม่ได้สั่งสักหน่อย

ด่าจนปากเปียกปากแฉะ ไอ้หัวขโมยก็ยังไม่ออกมา ศิษย์อาอู่โมโหจนหน้าดำหน้าแดง เจอ "ผู้อาวุโสหน้าด้าน" แบบนี้ เขาจะทำอะไรได้ ด่าไปก็เจ็บคอเปล่าๆ แผลใจจากการโดนฉกค่ายกลคราวก่อนเพิ่งจะหาย คราวนี้โดนอีกแล้ว

"ศิษย์อา... พวกเรา..." ศิษย์สองคนเห็นอาจารย์ของขึ้นเหมือนคราวก่อน ก็ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก

"พวกเจ้า... พวกเจ้าออกไปก่อน! วันนี้ก็เหมือนคราวที่แล้ว ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด เข้าใจไหม!" ศิษย์อาอู่เกือบจะพาลใส่ศิษย์ แต่ก็ยั้งสติทัน ไล่ให้กลับไปพักผ่อน

"ขอรับ ศิษย์อา!" สองหนุ่มรีบรับคำ แล้ววิ่งแน่บออกไปทันที ลืมเรื่องขอดูน้ายาไปเสียสนิท

พอลับหลังศิษย์ เสียงก่นด่าและคำขู่อาฆาตของศิษย์อาอู่ก็ดังลอดวิทยุออกมาอีกระลอก โจวอวี่หลุดขำก๊าก นี่เพิ่งเริ่มต้นนะศิษย์อา ธุรกิจการเกษตรของผมในอนาคต ยังต้องพึ่งพา "ความช่วยเหลือ" จากท่านอีกเยอะ

ผ่านไปสักพัก เสียงด่าก็เงียบลง โจวอวี่หยิบวิทยุมาเคาะๆ ดู ก็เงียบสนิทเหมือนเดิม

เขาหยิบน้ำเต้าน้อยบนโต๊ะขึ้นมาเขย่าเบาๆ มีเสียงน้ำกระฉอกอยู่ข้างในจริงๆ ศิษย์อาอู่บอกว่ามีค่ายกลรักษาสภาพสลักอยู่ แต่ดูภายนอกไม่เห็นรอยสลักอะไร สงสัยจะสลักไว้ข้างใน หรือไม่ก็ซ่อนไว้ในเนื้อวัสดุ

ก็นะ ระดับผู้บำเพ็ญเพียรที่มีอิทธิฤทธิ์ เรื่องแค่นี้คงง่ายเหมือนปอกกล้วย

จบบทที่ บทที่ 9 น้ำยาตรึงวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว