- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 350 วิกฤตของฮั่นลี่
บทที่ 350 วิกฤตของฮั่นลี่
บทที่ 350 วิกฤตของฮั่นลี่
จวนผีหลัวซามีภูเขาซากศพเป็นศูนย์กลาง ชั้นกลางคือแดนนรกภูมิ และชั้นนอกสุดถูกโอบล้อมด้วยทะเลโลหิต
ทะเลโลหิตไร้คลื่น แม้จะผ่านกาลเวลาอันยาวนานจนไม่อาจนับ แต่มันก็ยังไม่เหือดแห้ง
ในวันนี้ ณ สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของท่านจ้าววังเซวี่ยซาในอดีต อันเป็นที่ตั้งของเสาโลหิตเสียดฟ้า ทะเลโลหิตกลับเกิดระลอกคลื่นปั่นป่วน กลายเป็นคลื่นยักษ์ถาโถม
ภายใต้อำนาจอันไร้ขอบเขต รอยแยกอันลึกล้ำปรากฏขึ้นกลางทะเลโลหิต ราวกับผ่าทะลุทะเลโลหิตทั้งผืน มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ขอบรอยแยกกระตุ้นให้เกิดคลื่นโลหิตสูงเทียมฟ้า แต่ก็หยุดยั้งการขยายตัวอย่างรวดเร็วของรอยแยกไม่ได้
ครู่ต่อมา รอยแยกกว้างหลายสิบจั้งก็แหวกทะเลโลหิตออก เผยให้เห็นแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยอักขระพุทธภายใต้เสาโลหิตเสียดฟ้า และร่างเงาสีเลือดที่มีดวงตาสีดำสนิท นั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่กลางแท่นบูชา
เวลานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ "ตึง ตึง ตึง" ก็ดังขึ้น ภูตผีชั่วร้ายสองตนที่มีกระดูกขาวโพลนโผล่ออกมาจากชุดเกราะโลหิตที่ชำรุด เดินช้าๆ ขึ้นมาบนแท่นบูชา
ห่างจากเงาโลหิตสิบจั้ง โครงกระดูกเกราะโลหิตทั้งสองคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างแรง ใช้หมัดขวายันพื้น ก้มศีรษะลง พร้อมใจกันกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง
"นายท่าน!"
"กี่ปีแล้วนะ? ในที่สุดก็มาถึง!"
พร้อมกับเงาโลหิตค่อยๆ ลืมตาขึ้น รอยแยกของทะเลโลหิตก็ขยายกว้างออกอีกหลายจั้ง สายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า ดวงตาสีดำคู่นั้นราวกับมองทะลุมิติ เห็นเหตุการณ์ในแดนนรกภูมิ เหมือนเห็นเมฆดำกำลังม้วนตัวอยู่ที่นั่น
"นายท่าน มีผู้บุกรุกเข้ามาในแดนนรกภูมิ"
หนึ่งในโครงกระดูกเกราะโลหิตกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ
"ฮิฮิ ไป เชิญแขกเข้ามาสิ"
เงาโลหิตหัวเราะเบาๆ อย่างสงบนิ่ง สั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์
โครงกระดูกเกราะโลหิตทั้งสองก้มหัวรับคำสั่งอย่างหนักแน่น วินาทีถัดมาร่างก็หายไปจากแท่นบูชา
"ใกล้แล้ว~"
เงาโลหิตเงยหน้าสูดลมหายใจลึก ถอนหายใจยาว
จากนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่งเสียงหัวเราะ "คิกคิก" ที่ฟังดูเย้ายวนและน่าขนลุกออกมาไม่หยุด
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ คลื่นในทะเลโลหิตยิ่งโหมกระหน่ำ เสียงคลื่นซัดสาดดังสะเทือนฟ้าดิน
ต่างจากทะเลโลหิตที่ "คึกคัก" แดนนรกภูมิยังคงเงียบสงบดั่งความตาย
คนสามคนยืนอยู่หน้าม่านพลังไอหยินสีดำสนิท ต่างคนต่างใช้อิทธิฤทธิ์ระดมโจมตีใส่มันไม่หยุด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดเสียงดัง "เปรี๊ยะ" เหมือนเปลือกไข่แตกก็ดังขึ้น ม่านพลังสีดำแตกกระจายเป็นจุดแสงสีดำ
ก่อนที่ม่านพลังสีดำจะสลายไปจนหมด หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มก็พุ่งเข้าไปอย่างอดรนทนไม่ไหว
"อยู่ไหน? ไอผีเซวียนอินอยู่ที่ไหน?! ทำไมถึงไม่มี!"
หนึ่งอึดใจถัดมา เสียงผู้หญิงที่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก็ดังเข้าหูของชิงหยางและเทียนเฮิ่นที่รออยู่ข้างนอก ปีศาจเฒ่าชิงหยางได้ยินเสียงก็ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นแล้วพุ่งตามเข้าไป
"เฮอะ น่าสนุกแล้วสิ!"
เฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นหัวเราะเยาะ เดินตามเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน
ภายในม่านพลังสีดำ มีเสาทองคำสามสิบหกต้น ขนาดสามคนโอบ ตั้งเรียงเป็นวงกลมสองวง วงเล็กซ้อนวงใหญ่
นอกจากนั้น ภายใต้ม่านพลังสีดำกลับว่างเปล่า ไอหยินยังเข้มข้นน้อยกว่าภายนอกเสียอีก อย่าว่าแต่ไอผีเซวียนอินที่ปีศาจเฒ่าชิงหยางพูดถึงเลย
นางมารเซวียนช่ายอมเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวง ก็เพื่อไอผีเซวียนอิน
ทว่าหลังจากทั้งสามคนอาศัย 'เคล็ดวิชาภูตหยินหลัวซา' ของนาง หลบเลี่ยงภูตผีที่น่ากลัวมากมายในแดนนรกภูมิ มาถึงสถานที่ผนึกท่านจ้าววังหยินซา กลับต้องเจอกับม่านพลังไอหยินที่คาดไม่ถึงขวางทาง และตอนนี้ยังพบว่าไอผีเซวียนอินไม่มีอยู่จริง นางมารเซวียนช่าจึงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นทันที
"ศิษย์พี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน?!"
ปีศาจเฒ่าชิงหยางจ้องมองผลึกดำที่แตกละเอียดอยู่กลางวงล้อมเสาหินครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเสียงเครียด
"ดูเหมือนท่านจ้าววังหยินซาจะดับสูญไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ไอผีเซวียนอินถึงได้สลายไปหมด"
"เป็นไปไม่ได้! ท่านจ้าววังหยินซาจะดับสูญได้ยังไง!
ภูเขาซากศพไม่ราบเรียบ ไอหยินไม่เหือดแห้ง ทะเลโลหิตไม่แห้งขอด ท่านจ้าววังย่อมไม่ตาย เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องโกหกงั้นหรือ?"
นางมารเซวียนช่ายังคงตะโกนอย่างไม่ยินยอม โกรธจนแทบจะกัดฟันตัวเองแตก
"ผีผมเขียวในแดนนรกภูมิล้วนมีไอผีเซวียนอินแฝงอยู่ในตัว ตำนานไม่น่าจะเป็นเรื่องเท็จ
แต่เวลาผ่านไปเนิ่นนานขนาดนี้ เรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ การที่ท่านจ้าววังหยินซาดับสูญ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้"
เทียนเฮิ่นกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไอผีเซวียนอินไม่มีประโยชน์กับเขา ไม่มีก็ช่างมัน ขอแค่โอสถโลหิตเทพยังอยู่ก็พอ
"ข้าไม่ยอมรับ! ศิษย์พี่ ท่านไปทะเลโลหิตเถอะ ข้าจะขออยู่ที่แดนนรกภูมิสักพัก"
นางมารเซวียนช่าพูดอย่างไม่เกรงใจ เมื่อไม่ได้ไอผีเซวียนอิน สัญญาวิณญาณภูตก็ผูกมัดนางไม่ได้อีกต่อไป ความมั่นใจในการพูดจึงเพิ่มขึ้นทันตา
"เจ้าอยากจะรวบรวมไอผีเซวียนอินจากพวกภูตผีที่นี่?
ไม่ได้ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!
แม้วิชาของเจ้าจะข่มภูตผีพวกนี้ได้บ้าง แต่ภูตผีในแดนนรกภูมิไม่เพียงมีจำนวนมาก ยังเจ้าเล่ห์เพทุบายสุดๆ
ถ้าไปแหย่พวกมันเข้า ก็ต้องฆ่าให้หมด ไม่อย่างนั้นจะโดนไล่ล่าไม่จบไม่สิ้น
เจ้าตัวคนเดียว ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมา มีสิทธิ์ตายอยู่ที่นี่ได้ง่ายๆ!"
ปีศาจเฒ่าชิงหยางกลอกตาไปมา พูดห้ามเสียงแข็ง
"ศิษย์พี่ อย่าขวางข้า ท่านรู้ดีว่าข้าไม่มีวันยอมแพ้!"
เปลวไฟสีเทาลุกโชนขึ้นที่มือขวาของนางมารเซวียนช่า ทำท่าเหมือนจะลงมือ
"ศิษย์น้อง ข้าเตือนเจ้า อย่าหาเรื่องใส่ตัว"
ปีศาจเฒ่าชิงหยางหรี่ตามอง ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่น้ำเสียงเริ่มไม่เป็นมิตร
นางมารเซวียนช่าหน้าเปลี่ยนสี จู่ๆ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นมือขวาออกไปเป็นกรงเล็บ
ทันใดนั้นกุยโส่วเพลิงสีเทาขนาดยักษ์ก็พุ่งออกมา ตะปบใส่หน้าปีศาจเฒ่าชิงหยาง
ปีศาจเฒ่าชิงหยางแค่นเสียงเย็น กำแพงเพลิงสีเขียวปรากฏขึ้นตรงหน้า
ทว่า ก่อนที่กุยโส่วเพลิงสีเทาจะปะทะกับกำแพงเพลิงสีเขียว จู่ๆ มันก็เลี้ยวโค้ง ตะปบไปที่พื้นที่ว่างเปล่าด้านหลังปีศาจเฒ่าชิงหยางแทน
เกิดเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ แต่แม้แต่เฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นที่ยืนดูอยู่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจ ทั้งสามคนกลับมีรอยยิ้มเย็นเยียบบนใบหน้า
วินาทีก่อนที่กุยโส่วเพลิงสีเทาจะกระแทกพื้น พื้นที่ว่างเปล่านั้นก็ระเบิดแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมา กระบี่บินหลายเล่มพุ่งทะลุความว่างเปล่า สายฟ้าสีทองเต้นเร่าบนตัวกระบี่ พุ่งเข้าใส่กุยโส่วเพลิงสีเทา!
เสียงระเบิดตูมสนั่น ฮั่นลี่เอามือกุมหน้าอก ถอยกรูดออกมาจากกลุ่มควันด้วยสีหน้าย่ำแย่
แม้อัสนีศักดิ์สิทธิ์ปราบมาร จะเป็นดาวข่มของวิชามารทั้งปวง แต่การโจมตีของนางมารเซวียนช่ามาแบบทีเผลอเกินไป ทำให้ฮั่นลี่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
เมื่อเผยตัวแล้ว ฮั่นลี่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ปีกวายุอัสนีปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง เตรียมใช้วิชาสายฟ้าเหินหนีทันที
แต่คนที่จ้องจะฆ่าเขา ไม่ได้มีแค่นางมารเซวียนช่าและชิงหยาง
เมื่อร่างของฮั่นลี่กำลังจะหายไปพร้อมเสียงฟ้าร้อง เฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นก็แค่นเสียงเย็น กล่าวว่า
"วิชาสายฟ้าเหิน? อิทธิฤทธิ์ไม่เบานี่!"
พูดจบ ปลายนิ้วชี้ของเขาก็ส่องแสงสีเงินเทา ชี้ไปยังความว่างเปล่า ยิงลำแสงสีเงินเทาออกไป
เสียง "ฉัวะ" ดังขึ้น ร่างของฮั่นลี่ร่วงหล่นออกมา
ตาเฒ่านี่ทำลายวิชาสายฟ้าเหินของข้าได้!
ฮั่นลี่หน้าซีดเผือดมองเฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่น หัวใจดิ่งวูบลงเหว
"วิชาซ่อนตัวของสหายเต๋าฮั่นช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคลื่นไอหยินจากการทำลายค่ายกลกวาดไปโดนเจ้า พวกเราคงไม่รู้ตัวจริงๆ"
ปีศาจเฒ่าชิงหยางเดินเข้าไปหาฮั่นลี่ด้วยรอยยิ้มเย็น ลูกไฟอัคคีมารชิงหยางสามลูกค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบกาย
ฮั่นลี่บ่นอุบในใจ รู้ตัวว่าพลาดที่เผลอใช้วิชาต้านรับคลื่นไอหยิน จนทำให้ตัวเองเปิดเผยร่องรอย แววตาฉายแววเสียใจ
"สหายเต๋าทั้งสาม ฮั่นผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแค่อยากจะออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี่เท่านั้น"
"หึหึ เรื่องโอสถโลหิตเทพ สหายเต๋าคงได้ยินหมดแล้วสินะ เอางี้ เจ้าส่งวิญญาณแรกกำเนิดมาให้ข้าดีๆ ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าตายสบายๆ!"
ปีศาจเฒ่าชิงหยางไม่มีทีท่าจะปล่อยฮั่นลี่ไปแม้แต่น้อย ขืนฮั่นลี่เอาเรื่องโอสถโลหิตเทพไปบอกพวกลั่วหง เขาคงปวดหัวแย่
เฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นก็คิดเช่นเดียวกัน จึงได้ร่วมมือลงมือ
ส่วนนางมารเซวียนช่า แค่อยากฆ่าคนระบายอารมณ์ล้วนๆ!
ทั้งสามคนต่างมีเจตนาฆ่าฮั่นลี่ แต่ที่ยังไม่ลงมือรุนแรง ก็เพื่อถ่วงเวลาล้อมกรอบฮั่นลี่ให้มิดชิด
ฮั่นลี่ก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิด การจะฆ่าเขาให้ตายสนิท สำหรับสามคนนี้ก็ยังถือว่าตึงมืออยู่บ้าง
ฮั่นลี่ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดคิดว่าแค่พูดจาดีๆ อีกฝ่ายจะยอมปล่อยเขาไป ที่พูดถ่วงเวลา ก็เพื่อเตรียมการหนีต่างหาก
แอบตามสามคนนี้มานาน ฮั่นลี่พอจะรู้นิสัยของพวกเขาบ้างแล้ว ปีศาจเฒ่าชิงหยางสนใจโอสถโลหิตเทพที่สุด และจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต เป็นคนที่อยากฆ่าเขาที่สุดในที่นี้
ส่วนเฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นแม้จะไม่ใช่คนดี แต่เป็นคนหยิ่งทะนง ไม่น่าจะร่วมมือกับปีศาจเฒ่าชิงหยางรุมกินโต๊ะเขาตั้งแต่แรก
แต่ถ้าเขาใช้วิชาสายฟ้าเหิน หรือมีท่าทีจะหนีรอดไปได้ อีกฝ่ายคงลงมือสังหารทันที
มีโอกาสรอดเพียงริบหรี่ ต้องคว้าไว้ให้ได้!
ฮั่นลี่สายตาแน่วแน่ จู่ๆ ก็ดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ปีศาจเฒ่าชิงหยางเห็นดังนั้น ก็ยังคงเอามือไพล่หลังเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน ลูกไฟสามลูกรอบตัวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ผิดปกติ!
ทันทีที่คิดได้ มือกระดูกสองข้างก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าฮั่นลี่ คว้าจับข้อเท้าเขาไว้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ย่างก้าวควันสวรรค์!
ในวินาทีวิกฤต ฮั่นลี่เปลี่ยนท่าเท้า ร่างกายพริ้วไหวดุจภูตผี ทิ้งภาพติดตาไว้ หลบการจับกุมของมือกระดูกไปได้
ยังไม่ทันได้ถอนหายใจ พื้นดินใกล้ๆ ก็ระเบิดออก ผีร้ายเซวียนกุ่ยกระโดดออกมา
ไกลออกไป นางมารเซวียนช่าหัวเราะเสียงแหลม หัวกะโหลกที่ไหล่นางมุดลงดินตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หลบเลี่ยงสัมผัสเทวะของฮั่นลี่ และลอบเข้ามาประชิดตัว
พอผีเซวียนกุ่ยปรากฏตัว ก็สะบัดโซ่ไอหยินออกมา มัดร่างฮั่นลี่ที่อยู่ห่างไปหลายจั้งจนแน่น
ปีศาจเฒ่าชิงหยางรอจังหวะนี้อยู่แล้ว สั่งให้ลูกไฟอัคคีมารชิงหยางขนาดเท่าศีรษะสามลูกพุ่งออกไปทันที
ถ้าโดนเข้าไป ต่อให้ฮั่นลี่มีกายทองคำกระดูกเหล็ก ก็ต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน
เห็นเพียงฮั่นลี่ถูมือทั้งสองข้าง สายฟ้าสีทองก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ ส่งเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
เขาไม่สนใจโซ่ไอหยินที่มัดตัว ยื่นฝ่ามือทั้งสองออกไป ซัดสายฟ้าสีทองสองสายใส่ผีเซวียนกุ่ย
ฮึ! ผีเซวียนกุ่ยของข้า ระหว่างทางกลืนกินไอผีเซวียนอินไปตั้งเยอะ ต่อให้วิชาสายฟ้าของเจ้าร้ายกาจแค่ไหน ก็ทำอะไร...
รอยยิ้มดุร้ายบนใบหน้านางมารเซวียนช่าหายวับไป มองดูที่ที่ผีเซวียนกุ่ยยืนอยู่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
ตอนนี้ ตรงนั้นว่างเปล่า!
หลังจากใช้อัสนีศักดิ์สิทธิ์ปราบมารทำลายผีเซวียนกุ่ย ฮั่นลี่บิดเท้า กลับไม่ได้หนีต่อ แต่ดีดนิ้วยิงเปลวไฟสีน้ำเงินดอกหนึ่งใส่ลูกไฟอัคคีมารชิงหยาง
ทันทีที่เพลิงน้ำแข็งฟ้าครามปรากฏ อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบ สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากเพลิงน้ำแข็ง เฒ่าประหลาดเทียนเฮิ่นสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หงายฝ่ามือขวาขึ้น ห่วงทองคำลอยหมุนคว้างขึ้นมา...
----------