- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 210 การซุ่มโจมตีและคลื่นวิญญาณ
บทที่ 210 การซุ่มโจมตีและคลื่นวิญญาณ
บทที่ 210 การซุ่มโจมตีและคลื่นวิญญาณ
หลังจากที่ผู้ฝึกตนชุดดำทั้งสามหนีไป เว่ยฉางชิง*ก็เหาะไล่ตามไปทันที ส่วนกงซุนอวี้ก็รีบเหาะไปช่วยเหลือคู่บำเพ็ญคู่ของตนด้วยความร้อนใจ
เขาบังคับกระบี่บินให้กลายเป็นแสงสว่างวาบ หมุนวนรอบตัวนาง แล้วตัดโซ่ตรวนที่มัดซ่งเสี่ยวอิงจนขาดสะบั้น
"ท่านพี่ ท่านรีบไปช่วยอาจารย์อาเว่ยเถอะ จะปล่อยให้โจรพวกนี้หนีไปไม่ได้เด็ดขาด!"
พอหลุดจากพันธนาการ ซ่งเสี่ยวอิงก็พูดด้วยความแค้นเคือง
"อาจารย์อาเว่ยบอกไว้กลางทางว่า โจรพวกนี้โผล่มาอย่างมีพิรุธ เลยให้ข้าออกหน้ามาหยั่งเชิงก่อน แล้วให้ข้าอยู่คุ้มกันพวกเจ้า เสี่ยวอิงอย่าห่วง ด้วยระดับการฝึกฝนของท่านอาจารย์อา แค่จัดการโจรขอบเขตสร้างรากฐานไม่กี่คน ย่อมง่ายดายเหมือนหยิบของในถุง!"
ที่แท้เว่ยฉางชิงผู้นี้ก็เป็นคนรอบคอบ โอกาสที่จะบังเอิญพบผู้ฝึกวิถีมารกลุ่มหนึ่งกลางทะเลอันกว้างใหญ่นั้นต่ำยิ่งนัก
เขาสงสัยว่าคงมีกลลวง จึงให้กงซุนอวี้ที่มีระดับขอบเขตสร้างรากฐานระยะกลางออกหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองแอบสังเกตการณ์อยู่ในที่ลับ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีการซุ่มโจมตี ค่อยออกมาจัดการศัตรู
ดังนั้น กงซุนอวี้ที่เป็นขอบเขตสร้างรากฐานระยะกลาง ถึงได้กลับมาเร็วกว่าเว่ยฉางชิงที่เป็นขอบเขตหลอมแกนระยะต้น
"อื้อ ท่านพี่ ทางนั้นมีโจรคนหนึ่งถูกข้าใช้ยันต์ซัดจนบาดเจ็บสาหัส ไม่รู้ตายหรือยัง"
ซ่งเสี่ยวอิงนึกขึ้นได้ว่ายังมีศัตรูที่หลงเหลืออยู่ จึงเตรียมจะถือกระบี่เข้าไปจัดการ
"เสี่ยวอิง เจ้าเสียพลังเวทไปมาก ให้ข้าจัดการมันเองเถอะ"
กงซุนอวี้ห้ามภรรยาไว้ แววตาฉายแววอำมหิต แล้วเหาะไปเหนือร่างของชายชุดดำที่นอนนิ่งอยู่
แม้สัมผัสเทวะของเขาจะรับรู้ลมปราณของอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท กงซุนอวี้ยังคงบังคับกระบี่บินฟันร่างชายชุดดำจนขาดเป็นสามท่อน
รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นจิตวิญญาณดั้งเดิมหนีออกมา ดูท่าคงตายมาพักใหญ่แล้ว จิตวิญญาณคงสลายไปหมดแล้ว
"หึ ถือว่าตายสบายไปนะ!"
กงซุนอวี้แค่นเสียงเย็น แล้วเหาะกลับไปหาซ่งเสี่ยวอิง
เวลานี้ ซ่งเสี่ยวอิงกำลังกล่าวชมเชยเด็กสาวแซ่ฟาน ว่าการรับมือและสั่งการของนาง ทำให้ทุกคนสามารถถ่วงเวลาจนเว่ยฉางชิงและกงซุนอวี้กลับมาช่วยได้ทัน
"เมิ่งอี ครั้งนี้ต้องขอบใจเจ้าที่สั่งการศิษย์น้องทุกคน เมื่อกลับไปแล้ว ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์และถ่ายทอดวิชากระบี่ให้!"
เหล่าศิษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณได้ยินดังนั้น ไม่มีใครรู้สึกอิจฉาเลยสักคน การกระทำของฟานเมิ่งอีได้ชนะใจทุกคนไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างยินดีไปกับนาง
"ขอบพระคุณอาจารย์อาซ่ง ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝน เพื่อเชิดชูสำนักชิงหลิงให้รุ่งเรืองเจ้าค่ะ!"
ฟานเมิ่งอีดีใจเกินคาด แม้นางจะรู้ว่าตัวเองแสดงออกได้ดี และทางสำนักคงมีรางวัลให้ แต่ไม่คิดว่าจะได้เป็นศิษย์ของซ่งเสี่ยวอิง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนของสำนัก
แบบนี้ โอกาสที่นางจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานในวันข้างหน้า ก็จะมีมากขึ้นได้
"เคี๊ยกๆ วันข้างหน้า? พวกเจ้าไม่มีวันข้างหน้าแล้วล่ะ!"
เสียงหัวเราะแหลมสูงอันน่าขนลุกดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกคนรีบหันไปมองตามเสียง เห็นชายชราสวมชุดคลุมสีดำกำลังมองพวกเขาด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
ชายชราชุดดำลอยตัวอยู่กลางอากาศ แต่ในสัมผัสเทวะของกงซุนอวี้ กลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา ทำให้ไม่อาจหยั่งรู้ระดับการฝึกฝนได้
กงซุนอวี้รู้ทันทีว่าตกอยู่ในภยันตรายแล้ว ในกลุ่มโจรพวกนี้มีผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนอยู่ด้วย แถมยังเจ้าเล่ห์เพทุบายใช้วิชาล่อเสือออกจากถ้ำอีกต่างหาก
ในขณะที่ตกใจ เขาก็รู้สึกสงสัยอย่างมาก ผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนผู้ยิ่งใหญ่ จะมาทำร้ายศิษย์ระดับล่างอย่างพวกเขาทำไม ถึงขนาดไม่ห่วงศักดิ์ศรี ใช้วิธีสกปรกแบบนี้
"นังหนู คิดจะใช้ยันต์สื่อสารรึ? ไม่จำเป็นต้องทำแล้ว ดูโน่นสิว่าใครมา"
ชายชราชุดดำโบกมือชี้ไปยังจุดดำๆ ที่กำลังบินมาจากขอบฟ้า
ไม่นานจุดดำเหล่านั้นก็เข้ามาใกล้ กลายเป็นร่างคนหลายร่าง
สองคนในนั้นคือชายชุดดำที่หนีไปเมื่อครู่ ส่วนเว่ยฉางชิงกำลังหน้าซีดเผือด ถูกทั้งสองคนใช้อาวุธวิเศษคุมตัวอยู่
ที่แท้ ทั้งหมดนี้เป็นแผนการชั่วร้ายของกลุ่มผู้ฝึกตนชุดดำ
การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ กลุ่มผู้ฝึกวิถีมารกลุ่มนี้ใช้อาวุธวิเศษติดตามพวกสำนักชิงหลิงมาหลายวันแล้ว เพื่อจับเป็นเว่ยฉางชิง จึงได้เริ่มแสดงละครตั้งแต่ตอนโจมตีแนวปะการัง
เมื่อครู่ ตอนที่เว่ยฉางชิงไล่ตามชายชุดดำทั้งสามไป หลังจากสังหารไปได้หนึ่งคนและกำลังจะลงมือต่อ จู่ๆ ก็เกิดคลื่นพลังเวทมหาศาลระเบิดขึ้นจากใต้ผิวน้ำ
ชายชราชุดดำที่ดักซุ่มอยู่นาน ฉวยโอกาสตอนที่เว่ยฉางชิงเผลอ ใช้อาวุธวิเศษโจมตีจนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
การถูกลอบโจมตีครั้งนี้ จะโทษว่าเว่ยฉางชิงไม่ระวังตัวก็ไม่ได้ เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าพวกผู้ฝึกวิถีมารจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ ถึงกับไม่สนใจชีวิตลูกน้องตัวเองเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นผู้อาวุโสระดับหลอมแกนของฝั่งตัวเองถูกจับ ศิษย์สำนักชิงหลิงก็หมดกำลังใจจะสู้ ไม่ทันได้ขัดขืนอะไรมาก ก็ถูกชายชราชุดดำใช้อาวุธวิเศษผนึกพลังเวทในจุดตันเถียนจนหมดสิ้น
จากนั้น ชายชราชุดดำก็เรียกเรือลำเล็กสีดำออกมา สั่งให้ทุกคนขึ้นไป แล้วบังคับเรือบินไปยังทิศทางหนึ่ง
บินไปได้ราวร้อยกว่าลี้ ทุกคนก็ถูกพามาถึงเรือเหาะขนาดยักษ์ความยาวกว่าหลายสิบจั้ง ที่กำลังลอยลำอยู่อย่างเอื่อยเฉื่อย
เรือลำนี้ดำสนิททั้งลำ ปักธงรูปจันทร์เสี้ยวสีเลือดบนพื้นดำ คนบนเรือมีไม่มาก แต่ทุกคนสวมชุดดำ และมีระดับการฝึกฝนอย่างน้อยคือขอบเขตสร้างรากฐาน
"สำนักจันทร์โลหิต! พวกเจ้าคือคนของสำนักจันทร์โลหิต!"
ซ่งเสี่ยวอิงเห็นธงนั้นก็จำที่มาของพวกผู้ฝึกวิถีมารชุดดำได้ทันที แววตาแข็งกร้าวขึ้น พุ่งตัวไปชนกราบเรืออย่างแรง หวังจะจบชีวิตตัวเอง
แต่น่าเสียดาย ผู้ฝึกตนชุดดำที่คุมตัวพวกเขาดูเหมือนจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาบ่อยครั้งแล้ว รีบร่ายคาถา กระตุ้นให้โซ่ตรวนทำงาน ทำให้ซ่งเสี่ยวอิงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มลง
"หยุดนะ! ไอ้โจรชั่ว เจ้าทำอะไรภรรยาข้า!"
กงซุนอวี้ร้อนใจ จะพุ่งเข้าไปขัดขวาง แต่ถูกผู้ฝึกตนชุดดำอีกคนถีบจนล้มกลิ้ง
"คุมตัวพวกมันลงไป เฝ้าให้ดี! ส่วนศิษย์ชายคนนี้ ส่งไปที่ห้องของข้า ต้องเตรียมอะไรบ้าง คงไม่ต้องให้ข้าสั่งนะ?"
พอชายชราชุดดำออกคำสั่ง เหล่าผู้ฝึกตนชุดดำบนเรือก็กรูเข้ามา คุมตัวศิษย์สำนักชิงหลิงลงไปในท้องเรือ
ฟานเมิ่งอีแม้จะหวาดกลัวและทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังคงสติไว้ส่วนหนึ่ง ระหว่างถูกคุมตัว ดวงตาคู่งามของนางคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวตลอดเวลา
เมื่อลงมาถึงชั้นสาม พวกเขาถูกพามายังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกรงขัง
ในกรงเหล่านั้นขังผู้ฝึกตนหญิงสาวหน้าตาดีไว้มากมาย ส่วนใหญ่มีแววตาเลื่อนลอย ไม่มีการตอบสนองใดๆ ต่อกลุ่มของฟานเมิ่งอีที่เดินผ่าน
ไม่นาน นอกจากกงซุนอวี้แล้ว ศิษย์สำนักชิงหลิงที่เหลือทั้งหมดก็ถูกขังรวมกันในกรงกรงหนึ่ง
บนดาดฟ้าเรือ หญิงชรารูปร่างอ้วนท้วนถือไม้เท้าเดินออกมาจากท้องเรือ นางเดินมาหยุดตรงหน้าเว่ยฉางชิงที่ถูกมัดอยู่ กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"ดี ดีมาก คนผู้นี้เหมาะจะเอามาใช้ฝึกวิชาของเฒ่าผู้นี้พอดี รบกวนศิษย์น้องแล้ว โอสถเปลี่ยนสารที่รับปากไว้ เฒ่าผู้นี้จะมอบให้เมื่อกลับถึงเกาะ"
"เคี๊ยกๆ ศิษย์พี่อย่าลืมก็แล้วกัน"
ชายชราชุดดำหัวเราะเสียงแหลม
ทันใดนั้น คลื่นพลังวิญญาณรุนแรงสายหนึ่งก็แผ่พุ่งมาจากที่ไกลๆ ทั้งสองคนหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน หันขวับไปมองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
เห็นคลื่นพลังวิญญาณสีแดงฉานลูกใหญ่ถาโถมเข้ามา พริบตาเดียวก็มาถึงเรือดำ
ค่ายกลป้องกันง่ายๆ ชั้นนอกของเรือดำถูกคลื่นพลังวิญญาณทำลายลงในพริบตา ชายชราชุดดำและหญิงชราอ้วนแม้จะกางเกราะปราณป้องกันตัว ก็ยังถูกกระแทกจนถอยหลังไปสองก้าว
ขณะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึงว่าคลื่นพลังวิญญาณรุนแรงขนาดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ชายชราชุดดำก็ใจหายวาบ ร้องว่า "แย่แล้ว" แล้วรีบหันกลับไป
ภายใต้แรงกระแทกของคลื่นพลังวิญญาณ โซ่ตรวนที่พันธนาการเว่ยฉางชิงเกิดคลายตัวชั่วขณะ เว่ยฉางชิงฉวยโอกาสเร่งพลังเวทสลัดพันธนาการจนหลุด
เขาซัดคาถาใส่ชายชราชุดดำที่เพิ่งหันกลับมา แล้วรีบเหาะหนีไปทางทิศที่คลื่นพลังวิญญาณพุ่งมา
ชายชราชุดดำปัดคาถาที่พุ่งเข้ามาจนสลายไป สีหน้าเย็นชาเตรียมจะไล่ตาม แต่ถูกหญิงชราอ้วนขวางไว้
"ศิษย์น้องพักก่อนเถอะ เฒ่าผู้นี้ไม่มีวันปล่อยให้มันหนีรอดไปได้แน่!"
พูดจบ หญิงชราอ้วนก็กระแทกไม้เท้าลงบนดาดฟ้าเรือ วงแหวนแสงแผ่ออกมาจากจุดที่กระแทก ทันใดนั้นเรือดำก็เปลี่ยนทิศทาง ไล่กวดเว่ยฉางชิงไปอย่างกระชั้นชิด
แม้เว่ยฉางชิงจะบาดเจ็บสาหัส แต่เขารู้ดีว่าถ้าถูกจับได้คงต้องเจอชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย จึงยอมเผาผลาญโลหิตบริสุทธิ์ใช้วิชาลับหนีตาย ทำให้เรือดำไล่ตามไม่ทันอยู่พักใหญ่
ทั้งสองฝ่ายไล่กวดกันอยู่นานกว่าค่อนวัน จนกระทั่งเว่ยฉางชิงเริ่มจะทนไม่ไหว เขาเห็นกลุ่มหมอกทะเลสีขาวโพลนอยู่ข้างหน้า จึงคิดจะหนีเข้าไปซ่อนตัวพักหายใจสักครู่
ทว่ายังไม่ทันได้ขยับ คลื่นพลังวิญญาณสีทองอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากกลุ่มหมอกนั้น เว่ยฉางชิงที่เป็นไม้ใกล้ฝั่งไม่อาจต้านทานได้ ถูกกระแทกจนกระอักเลือดออกมาสามกองใหญ่ หมดสติร่วงลงไปทันที
เรือดำที่ไล่ตามมาติดๆ ก็โดนหางเลขไปด้วย คลื่นพลังวิญญาณซัดผ่าน ตัวเรือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ค่ายกลบนเรือถูกทำลายไปไม่น้อย
"บ้าจริง!"
หญิงชราอ้วนคำรามด้วยความโกรธ เส้นเลือดปูดโปนบนมือที่กำไม้เท้า เรือลำนี้คือสมบัติล้ำค่าที่นางหวงแหนที่สุด บัดนี้กลับเสียหายยับเยิน
"ศิษย์พี่อย่าเพิ่งโมโห ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นวาสนาของพวกเราสองคนก็ได้!"
ชายชราชุดดำจ้องมองกลุ่มหมอกทะเลนั้น แล้วหัวเราะเสียงแหลม
"คลื่นพลังวิญญาณทั้งสองระลอกดูเหมือนจะออกมาจากหมอกกลุ่มนี้ น่าจะมีสมบัติวิเศษถือกำเนิดขึ้น ถึงได้เกิดความเคลื่อนไหวขนาดนี้"
"ศิษย์น้องหมายความว่า อยากจะเข้าไปสำรวจในหมอก? แต่ความเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดนี้ หากเป็นฝีมือของยอดฝีมือรุ่นก่อนที่เก็บตัวฝึกวิชา พวกเรามิเท่ากับรนหาที่ตายหรือ?"
หญิงชราอ้วนก็อยากรู้อยากเห็น แต่ในใจยังลังเล
"ศิษย์พี่ วาสนาแบบนี้ถ้าพลาดไป วันหน้าคงได้เสียใจจนไส้เขียวแน่ ถ้าศิษย์พี่กลัวอันตราย ลองส่งลูกศิษย์เข้าไปสำรวจดูก่อนก็ได้ ถึงตอนนั้นถ้ามีอันตรายจริงๆ ด้วยความเร็วของเรือวายุทมิฬของศิษย์พี่ พวกเราจะหนีก็ไม่ใช่เรื่องยาก"
ชายชราชุดดำกลอกตาไปมา แล้วยุยง
หญิงชราอ้วนทนความเย้ายวนไม่ไหว พยักหน้าเบาๆ แล้วส่งผู้ฝึกตนชุดดำสามคนออกไป สั่งให้คนหนึ่งไปเก็บกู้ร่างเว่ยฉางชิงที่หมดสติร่วงลงทะเล อีกสองคนให้เข้าไปสำรวจในหมอก
ผู้ฝึกตนชุดดำที่ถูกเลือกมีสีหน้าขมขื่น ภารกิจเสี่ยงตายแบบนี้ทั้งที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย พวกเขาไม่อยากทำสักนิด แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง
จึงได้แต่รีบบินไปยังจุดที่เว่ยฉางชิงตกน้ำ แย่งกันกู้ร่างขึ้นมา
สองคนที่แย่งไม่ทันถอนใจเฮือกหนึ่ง ไม่กล้าชักช้า ค่อยๆ บินตรงไปยังหมอกทะเล
ทันใดนั้น คนร่างหนึ่งสวมชุดบัณฑิตก็พุ่งออกมาจากหมอกทะเล สองมือซัดลูกไฟลูกหนึ่งและแสงสีทองสายหนึ่งออกมา
ผู้ฝึกตนชุดดำทั้งสองแม้จะพยายามป้องกันสุดชีวิต แต่คนหนึ่งก็ถูกลูกไฟเผาจนเป็นเถ้าถ่าน อีกคนถูกแสงสีทองฟันขาดเป็นสองท่อน
ด้วยสัมผัสเทวะของลั่วหง ความจริงเขาสังเกตเห็นการหลบหนีของเว่ยฉางชิงและการไล่ล่าของเรือดำนานแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา และเขาก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของความแค้นครั้งนี้ จึงไม่ได้คิดจะลงมือ
แต่กลุ่มคนบนเรือดำดันสนใจในหมอกทะเล ถึงขั้นส่งคนเข้ามาสำรวจ แบบนี้ลั่วหงจะนิ่งดูดายไม่ได้ จำต้องลงมือสังหารเสีย
ลั่วหงใช้สัมผัสเทวะกวาดสำรวจเรือดำอย่างละเอียด แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
เดิมทีเขาไม่ได้อยากจะฆ่าแกงให้สิ้นซาก เพราะเขาจะอยู่ที่นี่แค่อีกไม่กี่วัน รอทำการเพิ่มระดับวิญญาณไข่มุกห้าธาตุเสร็จก็จะจากไป จึงไม่กลัวว่าคนพวกนี้จะเปิดเผยร่องรอยของเขา
แต่เรื่องราวบนเรือลำนั้นช่างบัดสีและโหดร้ายเหลือเกิน จนแม้แต่ลั่วหงที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ยังอดมีโทสะไม่ได้
ที่น่าขำคือ ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าไปหา เรือดำลำนั้นกลับพุ่งตรงเข้ามาหาเขา ราวกับจะแก้แค้นให้ลูกน้องที่ถูกเขาฆ่าตาย
บนเรือดำ ชายชราชุดดำเห็นมีคนโผล่ออกมาจากหมอก ก็ใจหายวาบ หรือที่ศิษย์พี่พูดจะถูก? มียอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ที่นี่จริงๆ?
แต่พอเห็นระดับการฝึกฝนของลั่วหง และสิ่งที่อยู่ในมือของลั่วหง ความหวาดกลัวก็หายไป ความโลภเข้ามาแทนที่ทันที
"ศิษย์พี่ เจ้านั่นเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนระยะกลางเหมือนศิษย์พี่ ไข่มุกวิเศษสองเม็ดในมือมัน ต้องเป็นสมบัติที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นแน่!"
"มันบังอาจฆ่าศิษย์สำนักจันทร์โลหิตของข้า อย่าให้มันหนีไปได้เด็ดขาด!"
ไข่มุกไฟและไข่มุกทองที่ถูกเพิ่มระดับวิญญาณจนถึงระดับ 22 แผ่คลื่นพลังวิญญาณที่น่าตื่นตะลึงออกมา หญิงชราอ้วนเพียงแค่เห็นแวบเดียว ก็ละสายตาไปไม่ได้อีกเลย
ค่ายกลหลักของเรือวายุทมิฬยังไม่เสียหาย ภายใต้การร่ายเวทของหญิงชราอ้วน ลมดำหนาทึบก็ห่อหุ้มตัวเรือไว้ พุ่งเข้าชนลั่วหงอย่างดุดัน
เทียบกับเรือยักษ์ยาวหลายสิบจั้ง ลั่วหงดูเหมือนแมลงตัวจ้อย แต่ทว่า "แมลงตัวจ้อย" ตัวนี้กลับยิ้มเยาะที่มุมปาก
ลั่วหงเก็บไข่มุกวิญญาณสองเม็ดที่เพิ่งหลอมเสร็จ หงายฝ่ามือขึ้นที่หน้าท้อง เรียกไข่มุกสยบสมุทรออกมาจากจุดตันเถียน
"ไป!"
ลั่วหงใช้จิตสั่งการ บังคับให้ไข่มุกสยบสมุทรถาโถมเข้าใส่หัวเรือดำ
ทั้งสองฝ่ายมีความเร็วสูงมาก บวกกับระยะทางที่ใกล้กัน เพียงไม่กี่อึดใจก็ปะทะกัน
ในชั่วพริบตาที่สัมผัสกัน ไข่มุกสยบสมุทรก็แผ่วงแหวนแสงสีดำออกมา เรือดำเหมือนพุ่งชนกำแพงเหล็กกล้า หัวเรือทั้งแถบยุบตัวบิดเบี้ยวจนจำสภาพเดิมไม่ได้ในพริบตา ลมดำรอบตัวเรือถูกคลื่นกระแทกเป่าจนกระเจิง คนบนเรือต่างถูกเหวี่ยงกระเด็น เสียงไม้กระดานหักดังสนั่นหวั่นไหว
ลั่วหงเหาะตามเข้าไป สัมผัสเทวะของเขาจับจ้องผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนทั้งสองไว้แล้ว เขาแบ่งสมาธิเรียกห่วงห้าธาตุซึ่งเป็นสมบัติโบราณออกมา พร้อมกับบังคับไข่มุกสยบสมุทรให้หมุนติ้วเก็บวงแหวนแสง แล้วถาโถมใส่กระหม่อมของหญิงชราอ้วน
หญิงชราผู้นี้เมื่อครู่ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการควบคุมเรือวายุทมิฬ พอเรือถูกทำลายกะทันหัน จิตใจจึงได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
เห็นไข่มุกสีดำมฤตยูพุ่งเข้ามา นางร้อง "ว้าย" พ่นโลหิตบริสุทธิ์ใส่หัวไม้เท้า ร่ายเวทเต็มกำลังฟาดใส่ไข่มุกสยบสมุทร
ไม้เท้าของนางสร้างจากเหล็กทมิฬใต้ทะเลลึก แข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ แถมยังผ่านการหลอมเลี้ยงด้วยพลังชีวิตของนางมาหลายร้อยปี เป็นสมบัติวิเศษที่มีอานุภาพร้ายกาจมาก
ทว่า ภายใต้อานุภาพของไข่มุกสยบสมุทร ไม่มีคำว่าแข็งแกร่งทนทาน เสียง "ปัง" ดังสนั่น ไม้เท้าถูกกระแทกแตกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นในแววตาที่ตื่นตระหนกสุดขีดของหญิงชราอ้วน ศีรษะของนางก็มีจุดจบเดียวกับไม้เท้า
อีกด้านหนึ่ง ห่วงห้าธาตุที่ถูกเรียกออกมา หายวับไปกลางอากาศ แล้วไปโผล่อีกทีที่คอและแขนขาของชายชราชุดดำ
ห่วงทั้งห้ารัดแน่นฉับพลัน ทำให้ชายชราชุดดำคุกเข่าล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พร้อมๆ กับร่างไร้หัวของหญิงชราอ้วนที่ล้มลงข้างกายเขา
----------
*หมายเหตุ: ในบทนี้มีการเปลี่ยนชื่อตัวละคร "เว่ยหลิน" เป็น "เว่ยฉางชิง" ตามต้นฉบับ