- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 180 กระดิ่งกระดูกขาว
บทที่ 180 กระดิ่งกระดูกขาว
บทที่ 180 กระดิ่งกระดูกขาว
ลั่วหงรู้ดีว่าสมบัติวิเศษอย่างกรงเล็บคร่าชีวิตรับมืออีกฝ่ายไม่ได้ ขณะที่เรียกกรงเล็บคร่าชีวิตออกมา เขาจึงแบ่งสมาธิควบคุมมดบินหุ่นเชิดโลหิตที่คุ้มกายอยู่ ให้พุ่งเข้าขนาบข้างราวกับงูน้ำยักษ์สองตัว
พริบตาถัดมา สายฟ้าสีเขียวก็พุ่งออกมาราวกับลูกธนู กระแทกกรงเล็บคร่าชีวิตกระเด็นไปอย่างง่ายดาย แล้วพุ่งทะลวงเข้าใส่ฝูงมดบินอย่างดุดัน
เสียงระเบิด "เปรี๊ยะๆ" ดังสนั่น มดบินหุ่นเชิดโลหิตนับร้อยตัวถูกสายฟ้าฟาดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ที่น่าตกใจคือ มดบินที่ถูกฆ่าไม่ฟื้นคืนชีพ แต่ถูกทำลายไปจริงๆ!
แต่นี่ไม่ใช่การโจมตีทางสัมผัสเทวะแน่นอน เพราะลั่วหงเพียงแค่รู้สึกสะเทือนที่วิญญาณดั้งเดิมเล็กน้อยจากการที่สมบัติวิเศษเสียหาย หากเป็นพลังโจมตีทางสัมผัสเทวะที่รุนแรงขนาดฆ่ามดบินนับร้อยได้ในพริบตา พุ่งเข้าใส่โดยตรง ลั่วหงคงไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้สบายๆ แบบนี้แน่
เวลานี้ มดบินหุ่นเชิดโลหิตที่เหลือได้พุ่งเข้าถึงตัวเงาเขียวแล้ว แต่ก็เหมือนกับกระสุนครามลับก่อนหน้านี้ มดบินส่วนใหญ่ทะลุผ่านร่างของเงาเขียวไป มีเพียงหนวดที่ส่วนหัวของมันเท่านั้นที่คว้าจับมดบินหุ่นเชิดโลหิตไว้ได้หลายสิบตัว
แสงไฟฟ้าสีเขียววาบขึ้นที่หนวด มดบินที่ถูกจับไว้ถูกทำลายทันที
หนวดพวกนี้พลิ้วไหวคล่องแคล่วว่องไว แม้แต่ความเร็วในการบินของมดบินหุ่นเชิดโลหิตก็หนีไม่พ้นการจับกุม เพียงครู่เดียว ลั่วหงก็เสียมดบินไปอีกหลายร้อยตัว
ความเสียหายแค่นี้ สำหรับลั่วหงที่ผ่านเส้นทางเหมันต์อัคคีมาแล้วถือว่าเล็กน้อยมาก เขาพบว่าเจ้าเงาเขียวนี้ไม่มีสติปัญญาเท่าไหร่ พอถูกมดบินหุ่นเชิดโลหิตพัวพัน ก็เอาแต่โจมตีมดบิน ไม่สนใจลั่วหงและหยวนเหยาอีก
จะทำยังไงดี? จุดอ่อนของวิชานี้คืออะไรกันแน่?!
ลั่วหงรู้ตัวว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเงาเขียวที่แปลกประหลาดและแข็งแกร่งนี้ ทั้งสองได้มาถึงจุดเป็นตายแล้ว เขาจึงไม่เสียดายมดบินที่สูญเสียไป รีบยกชาสุราบรรลุวิถีขึ้นดื่มหนึ่งอึก สมองเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว!
การเปลี่ยนแปรงจริงเท็จ... สายฟ้าสีเขียว... กระดิ่งกระดูกขาว... หือ? กระดิ่งกระดูกขาว?
อาศัยฤทธิ์ของชาสุราบรรลุวิถี ลั่วหงใช้เวลาเพียงสามลมหายใจก็พบจุดน่าสงสัย
ที่นี่คือคุกที่ผู้ฝึกตนโบราณสร้างไว้ขังปีศาจโบราณ ปีศาจที่ถูกขังอยู่ที่นี่ย่อมถูกริบของนอกกายไปจนหมด แล้วกระดิ่งกระดูกขาวนี่มาจากไหน?
คำตอบเดียวก็คือ เหมือนกับกลองหนังมารยักษ์นั่น มันถูกสร้างขึ้นจากร่างกายของปีศาจโบราณเอง!
มองในมุมกลับ ปีศาจโบราณยอมลงทุนลงแรงสร้างกระดิ่งกระดูกขาวขึ้นมา ย่อมต้องมีแผนการสำคัญ
นั่นหมายความว่า กระดิ่งกระดูกขาวคือหัวใจสำคัญ!
"แม่นางหยวน รีบโจมตีกระดิ่งในมือผีร้ายนั่นพร้อมกับข้า!"
ลั่วหงตะโกนลั่น เรียกทวนโบราณเล่มหนึ่งออกมา แล้วขว้างพุ่งตรงไปที่กระดิ่งกระดูกขาว
หยวนเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่ก็เตรียมจะเรียกค้อนมารออกมาตามลั่วหง แต่จู่ๆ เหมือนนางจะนึกอะไรขึ้นได้ เคล็ดวิชาในมือที่ร่ายไปครึ่งหนึ่งจึงหยุดลง
ทางด้านลั่วหง ทวนโบราณถูกขว้างออกไปสุดแรง จวนเจียนจะกระแทกถูกกระดิ่งกระดูกขาว แต่บนกระดิ่งกลับระเบิดลูกบอลสายฟ้าสีเขียวออกมาเสียก่อน
ทวนโบราณโดนระเบิดกระเด็น ความพยายามล้มเหลวในขั้นตอนสุดท้าย
แต่ลั่วหงกลับไม่ผิดหวัง เพราะเขาสังเกตเห็นว่าหลังจากระเบิดลูกบอลสายฟ้าสีเขียวออกมา ร่างของเงาเขียวก็ดูจางลงไปส่วนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าการคาดเดาของเขาถูกต้อง กระดิ่งกระดูกขาวคือร่างต้นของเงาเขียว
เพราะเป็นเช่นนั้น การระเบิดพลังโจมตีรุนแรงจากกระดิ่งกระดูกขาว จึงทำให้เงาเขียวอ่อนแอลง
วิธีแก้ปัญหานี้ แม้ประสิทธิภาพจะไม่สูงนัก แต่ก็ทำให้ลั่วหงมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะกำจัดเงาเขียว อย่างไรเสียในถุงหมื่นสมบัติของเขาก็มีสมบัติวิเศษและอาวุธวิเศษที่ยึดมาได้มากมาย ไม่กลัวที่จะต้องแลกหมัดกับเจ้าเงาเขียวนี้
ทว่า ยังไม่ทันที่ลั่วหงจะเริ่มแผนการแลกหมัด หยวนเหยาก็เรียกกระดิ่งทองเหลืองคู่หนึ่งออกมา เสียงกระดิ่งใสกังวานดังไปทั่วทางเดินทันที
สิ่งที่ทำให้ลั่วหงแปลกใจคือ พอเสียงกระดิ่งนี้ดังขึ้น ร่างของเงาเขียวก็สั่นไหวไปมา ส่วนกระดิ่งกระดูกขาวดูเหมือนจะถูกยั่วโมโห มีสายฟ้าขนาดเท่าแขนทารกเต้นเร่าอยู่บนผิว
ท่ามกลางเสียง "เปรี๊ยะๆ" ของกระแสไฟ สายฟ้าขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่กระดิ่งทองเหลืองของหยวนเหยาโดยไม่สนใจมดบินหุ่นเชิดโลหิตที่กำลังโจมตีเงาเขียวอยู่เลย
เห็นแบบนี้ ลั่วหงไหนเลยจะไม่รู้ว่าหยวนเหยาหาจุดตายของเงาเขียว... ไม่สิ ของกระดิ่งกระดูกขาวเจอแล้ว เขาจึงรีบสั่งมดบินจำนวนมากให้รวมตัวเป็นโล่แมลง และเรียกโล่เล็กที่มีเปลวไฟสีแดงลุกโชนออกมา ช่วยปกป้องกระดิ่งทองเหลืองสุดกำลัง
แสงสีเขียววาบผ่าน โล่แมลงที่ประกอบด้วยมดบินนับพันตัวถูกทำลายจนเป็นเถ้าถ่าน โล่ไฟสีแดงเองก็มีสายฟ้าสีเขียวเต้นเร่าอยู่บนผิว มันส่ายไปมาแล้วร่วงตกลงจากกลางอากาศ
อานุภาพของสายฟ้าสีเขียวนี่ยังเหนือกว่าที่ลั่วหงคาดไว้เสียอีก ยังดีที่เขาให้ความสำคัญกับการป้องกันเสมอ จึงเตรียมการป้องกันไว้สองชั้น
หลังจากปล่อยสายฟ้าสีเขียวเส้นใหญ่ออกไป ร่างของเงาเขียวประหลาดก็ยิ่งดูเลือนราง หยวนเหยาฉวยโอกาสเร่งพลังเวท เสียงกระดิ่งจึงยิ่งถี่กระชั้นขึ้น
กระดิ่งกระดูกขาวที่ถูกเสียงกระดิ่งนี้กระตุ้น ผิวของมันเริ่มเกิดรอยร้าว และในวินาทีถัดมาก็แตกกระจาย เสียหายอย่างสมบูรณ์ ร่างเงาเขียวก็สลายไปพร้อมกัน
หยวนเหยาเผยสีหน้าดีใจ ยื่นมือออกไปดูดเศษกระดิ่งกระดูกขาวที่เสียหายเข้ามาในมือ แล้วพิจารณาด้วยแววตาเป็นประกาย
ด้วยอานุภาพของวัตถุมารชิ้นนี้ ไม่แปลกที่หยวนเหยาจะมีท่าทีแบบนี้ แต่สิ่งที่ลั่วหงสงสัยคือกระดิ่งทองเหลืองที่นางใช้ต่างหาก
เพราะเงาเขียวประหลาดในชั้นสามนี้น่าจะมีสถานะคล้ายกับศพมารผิวเทาคือไม่ได้มีแค่ตัวเดียว หากรู้วิชาของกระดิ่งทองเหลือง การผ่านชั้นนี้ไปก็น่าจะง่ายขึ้นมาก
แต่การถามถึงความสามารถของสมบัติวิเศษของผู้ฝึกตนคนอื่นถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่ง แม้ลั่วหงจะสนิทกับหยวนเหยา แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร
ทว่าหยวนเหยากลับรู้ใจอย่างคาดไม่ถึง ไม่รอลั่วหงถาม นางก็เรียกกระดิ่งทองเหลืองกลับมาที่หน้าอก แล้วอธิบาย
"พี่ลั่ว ครั้งนี้หยวนเหยาแค่บังเอิญเหมือนแมวตาบอดเจอหนูตายเจ้าค่ะ เคยได้ยินมาว่าการรับมือสมบัติวิเศษธาตุเสียงมาร ให้ใช้สมบัติธาตุเสียงมารด้วยกันจะเหมาะสมที่สุด กระดิ่งเรียกวิญญาณนี้เป็นสมบัติโบราณที่ข้าแย่งมาจากนายน้อยสำนักชิงหยาง เพราะไม่เข้ากับวิชาที่ข้าฝึก ปกติจึงใช้แค่ตอนใช้วิชาลวงวิญญาณเท่านั้น เมื่อครู่ข้าแค่เกิดความคิดชั่ววูบ เห็นว่าทุกครั้งที่กระดิ่งนั่นปล่อยสายฟ้าสีเขียว มันต้องสั่นก่อน ข้าเลยเดาว่ามันเป็นวัตถุมารธาตุเสียงมาร เลยลองใช้กระดิ่งนี้ดูเจ้าค่ะ"
ลั่วหงครุ่นคิดแล้วพยักหน้าเบาๆ พึมพำกับตัวเองว่า
"แสดงว่าสายฟ้าสีเขียวนั่น เพียงแค่มีรูปร่างเหมือนสายฟ้า แต่แท้จริงแล้วเป็นวิชาเสียงมารรูปแบบหนึ่ง?"
แม้จะฟังดูเหลือเชื่อและขัดกับสามัญสำนึก แต่นี่เป็นข้อสันนิษฐานที่สมเหตุสมผลที่สุด
สำหรับวิชาเสียงมาร ลั่วหงไม่เคยศึกษามาก่อน แต่ด้วยความรู้ทั่วไป เขาก็คิดขึ้นมาได้ทันทีว่าจะใช้วิธีสร้างสภาวะสุญญากาศมาต้านทานสายฟ้าสีเขียวได้หรือไม่
แต่ไม่นานเขาก็ส่ายหน้า ปฏิเสธความคิดนี้
วิชาและคาถาอาคมส่วนใหญ่ ล้วนมีพื้นฐานมาจากปราณวิญญาณ หรือพูดให้ลึกซึ้งกว่านั้นคืออนุภาควิญญาณ
การสร้างสภาวะสุญญากาศทางอากาศนั้นง่ายมาก ลั่วหงใช้คาถาเล็กๆ ไม่กี่บทก็ทำได้ แต่การจะสร้าง "สภาวะสุญญากาศทางอนุภาควิญญาณ" ในขั้นนี้ลั่วหงนึกออกแค่วิธีเดียวคือแมลงกินทองของฮั่นเหล่าม๋อ
แม้แมลงกินทองจะสร้างสุญญากาศทางอนุภาควิญญาณที่สมบูรณ์แบบเพื่อตัดขาดสายฟ้าสีเขียวไม่ได้ แต่น่าจะลดทอนอานุภาพของมันได้มากโข
ลั่วหงครุ่นคิดไปพลาง เรียกคืนธงห้าธาตุและสมบัติอื่นๆ ที่เรียกออกมาเมื่อครู่ พอกรงเล็บคร่าชีวิตบินกลับมาในมือ สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดลง
----------