เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 การล่อลวง

บทที่ 37 การล่อลวง

บทที่ 37 การล่อลวง


บทที่ 37 การล่อลวง

ฮั่นลี่จดจำชื่อลั่วหงไว้ในใจอย่างเงียบเชียบ ถ้อยคำของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกขมขื่นในใจเล็กน้อย

ผู้ฝึกเซียนที่มีอาจารย์ถ่ายทอดวิชาช่างแตกต่างกันจริงๆ คนที่ฝึกฝนอย่างงูๆ ปลาๆ อย่างข้า เกรงว่าต่อให้มีขวดใบเล็ก*คอยช่วย ก็คงหนีไม่พ้นต้องเสียเวลาไปทั้งชีวิตโดยเปล่าประโยชน์

แต่ทว่างานชุมนุมเซียนนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ให้ข้าเข้าร่วมตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับไปส่งตาย หรือจะต้องรอไปอีกสิบปี?

ฮั่นลี่ในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตนเองมี 'ป้ายคำสั่งเซียน' ติดตัวอยู่ และด้วยคำพูดของลั่วหงทำให้เขายิ่งโหยหาเจ็ดสำนักใหญ่มากขึ้น ในใจจึงรู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาชั่วขณะ

"สหายเต๋าจะไปแล้วหรือ?"

ลั่วหงเห็นฮั่นลี่เก็บข้าวของทำท่าจะเดินหนี จึงเอ่ยเรียกไว้

"พี่ลั่ว ผู้น้อยไม่มีของจะแลกเปลี่ยนแล้วจริงๆ"

ฮั่นลี่หัวเราะขืนๆ นึกสงสัยว่าทำไมลั่วหงถึงได้จ้องจะทำการค้ากับเขาคนเดียว

ถึงข้าจะยังมีโอสถมังกรเหลืองและโอสถไขกระดูกทองคำอยู่อีกมาก แต่ช่วงนี้ไม่ควรนำออกมาแลกเปลี่ยนอีกแล้ว มิเช่นนั้นต้องดึงดูดความสนใจของผู้ไม่หวังดีแน่ๆ

ข้อห้ามสำคัญอันดับหนึ่งของการท่องยุทธภพ คือการเปิดเผยทรัพย์สิน

"ฮั่นเหล่า...น้องชาย ข้าดูออกว่าเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ ข้ามี 'ยันต์ระดับต่ำขั้นกลาง' อยู่แผ่นหนึ่ง หากเจ้ารับปากจะช่วยข้าทำธุระเรื่องหนึ่ง ยันต์แผ่นนี้ก็ถือเป็นค่าตอบแทนล่วงหน้าให้เจ้า"

ลั่วหงดึงยันต์บนไหล่ซ้ายของตัวเองออกมาวางตรงหน้าฮั่นลี่

"พี่ลั่วท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?!"

ฮั่นลี่ตกตะลึงพร้อมกับเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที ยันต์ระดับต่ำขั้นกลางแผ่นหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องแปดถึงเก้าก้อนหินวิญญาณ และแผ่นที่อยู่ตรงหน้านี้ดูไม่ธรรมดา น่าจะมีมูลค่าราวสิบสองก้อนหินวิญญาณ

คิดดูสิว่าขนาดหูผิงกูเสียหินวิญญาณไปแค่หกก้อนยังร้องห่มร้องไห้แทบจะไปฆ่าล้างโคตรพ่อค้าหน้าเลือดคนนั้น คนผู้นี้เพิ่งเคยพบข้าแค่ครั้งเดียว เหตุใดจึงยอมทุ่มทุนสร้างขนาดนี้เพียงเพื่อแลกกับคำสัญญาปากเปล่า

หรือว่ายันต์นี้จะมีลูกเล่นอะไรแอบแฝง เอาไว้ติดตามร่องรอยของข้า?

"น้องฮั่น โอสถที่เจ้านำมาแลกเปลี่ยนล้วนมีฤทธิ์ยาเปี่ยมล้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าปรุงจากสมุนไพรที่มีอายุเกินร้อยปี คาดว่าเจ้าคงต้องบุกป่าฝ่าดงค้นหาอย่างยากลำบากกระมัง"

สมุนไพรที่ใช้ปรุงโอสถมังกรเหลืองและโอสถไขกระดูกทองคำส่วนใหญ่ต้องการอายุเพียงไม่กี่สิบปี สำหรับคนธรรมดาอาจเป็นของหายาก แต่สำหรับผู้ฝึกเซียนที่เหาะเหินเดินอากาศได้ และมองข้ามสัตว์ร้ายหรือหมอกพิษ การจะเก็บหามันมาได้ก็แค่ต้องลงแรงสักหน่อยเท่านั้น

ดังนั้นฮั่นลี่จึงไม่ได้ปฏิเสธ และยอมรับไปตามน้ำที่ลั่วหงชักนำ

"เรื่องที่ข้าจะไหว้วานน้องฮั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่หวังว่าวันหน้าเวลาเจ้าเข้าป่าเก็บสมุนไพร ช่วยมองหา 'สมุนไพรประเภทบัว' ที่มีอายุห้าร้อยปีขึ้นไปให้ข้าหน่อย

หากเจ้าโชคดีพบเข้าสักต้น ต่อให้อายุไม่ถึงกำหนด ข้าก็หวังว่าน้องฮั่นจะนำมาขายให้ข้าก่อนเป็นคนแรก"

ลั่วหงฝากความหวังในการหา 'โอสถบัวสวรรค์' ไว้กับฮั่นลี่ หากแผนนี้ไม่สำเร็จ เขาก็คงต้องจำใจกลืนโอสถสร้างรากฐานอย่างเสียมิได้

"แล้วถ้าข้าหาไม่เจอตลอดไปเลยล่ะ?"

ฮั่นลี่คิดไม่ถึงว่าคำขอของลั่วหงจะเรียบง่ายขนาดนี้ แค่รับปากก็ได้ยันต์ระดับต่ำขั้นกลางไปเลยจริงๆ หรือ?

"นั่นก็ถือว่าข้าลั่วหงโชคร้ายเอง โทษใครไม่ได้"

"เอ่อ... ผู้น้อยวาสนาตื้นเขิน เกรงว่าจะทำให้พี่ลั่วผิดหวัง พี่ลั่วท่านไปหา..."

ฮั่นลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าไม่ควรเสี่ยงรับของร้อนเพียงเพื่อยันต์ระดับต่ำขั้นกลางหนึ่งแผ่น จึงเลือกที่จะปฏิเสธ

"น้องฮั่น อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ดูประสิทธิภาพของยันต์แผ่นนี้ก่อนค่อยตัดสินใจ

แม่นางท่านนี้ ดูเรื่องสนุกมานานแล้ว พอจะช่วยอาตมา... เอ้ย ช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่?"

ลั่วหงหันไปพูดกับหานอวิ๋นจือที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ มาพักใหญ่

"ข้ายังต้องขายของนะ ไม่มีวะ...ช่วยอะไร ว่ามาเร็วเข้า!"

หานอวิ๋นจือคว้าหินวิญญาณที่ลั่วหงโยนมาให้ แล้วรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้นทันควัน

"ใช้วิชาห้าธาตุระดับต่ำอะไรก็ได้โจมตีใส่ข้าที"

ลั่วหงผายมือออกทั้งสองข้าง ส่งสัญญาณให้หานอวิ๋นจือลงมือได้เต็มที่

"ท่านแน่ใจนะ?" หานอวิ๋นจือไม่เคยได้ยินคำขอที่บ้าบอขนาดนี้มาก่อน อดสงสัยไม่ได้ว่าหูตัวเองเพี้ยน หรือสมองของลั่วหงเพี้ยนกันแน่

"อืม มาเลย ไม่ต้องยั้งมือ"

"งั้นก็ได้"

แม้คาถาห้าธาตุระดับต่ำจะไม่ได้มีพลังทำลายล้างสูงนัก แต่หานอวิ๋นจือก็ยังเล็งเป้า 'วิชาศรไม้' ไปที่เท้าของลั่วหงเพื่อความปลอดภัย

เห็นเพียงแสงสีเขียววาบผ่าน เมื่อศรไม้พุ่งเข้ามาประชิดกายเนื้อของลั่วหง เขากลับกำลังแหงนหน้ากระดกเหล้าเข้าปาก ไม่มีการป้องกันตัวใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ทันใดนั้น ลวดลายบนยันต์ที่ไหล่ขวาของลั่วหงก็สว่างวาบขึ้น ม่านพลังน้ำที่แปลงสภาพจากปราณวิญญาณกางออกโดยไม่มีความล่าช้าแม้แต่น้อย รับศรไม้ที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

"เห็นชัดแล้วใช่ไหม ยันต์นี้มีชื่อว่า 'ยันต์วิญญาณวารีคุ้มกาย' หลังจากข้าดัดแปลงเล็กน้อย ตอนนี้มันสามารถกางม่านพลังน้ำคุ้มกันได้เองโดยอัตโนมัติเมื่อถูกโจมตี นับเป็นสุดยอดยันต์สำหรับป้องกันการลอบสังหาร"

ลั่วหงทำหน้าภูมิใจ คีบยันต์ขึ้นมาสะบัดโชว์ทั้งสองคนราวกับจะอวดของเล่น

ฮั่นลี่ลอบแตกตื่นในใจ ยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายนับว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่พี่ลั่วผู้นี้กลับร้ายกาจยิ่งกว่า ลำพังแค่คุณสมบัติป้องกันการลอบโจมตีนี้ ก็เพียงพอจะทำให้ยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายเทียบชั้นได้กับยันต์ระดับต่ำขั้นสูงแล้ว

เมื่อเห็นสีหน้าลังเลใจของฮั่นลี่ ลั่วหงก็รู้ว่าเหยื่อล่อที่เขาโยนไปได้ผลแล้ว

ในฐานะคนขี้ระแวงเหมือนกัน ลั่วหงย่อมรู้ดีว่าของสิ่งไหนจะยั่วน้ำลายฮั่นลี่ได้มากที่สุด

"ศิษย์พี่สำนักหวงเฟิงกู่ท่านนี้ ข้าคืนหินวิญญาณก้อนนี้ให้ท่าน ท่านเอายันต์แผ่นนี้ให้ข้าได้หรือไม่? ข้าก็ช่วยท่านหาสมุนไพรได้เหมือนกันนะ!"

คนที่น้ำลายหกไม่ได้มีแค่ฮั่นลี่ หานอวิ๋นจือเองก็ตั้งใจจะเข้าร่วมงานชุมนุมเซียน แม้นางจะมีสัตว์วิญญาณคอยช่วย แต่ร่างกายของนางนั้นบอบบางยิ่งนัก จำเป็นต้องมียันต์ช่วยชีวิตอย่างยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายเป็นที่สุด

"เขาเป็นศิษย์สำนักหวงเฟิงกู่?!" สายตาของฮั่นลี่ละจากแผ่นยันต์มาจับจ้องใบหน้าของลั่วหง พิจารณาอย่างละเอียดถี่ยิบราวกับเพิ่งจะเคยรู้จักกัน

"แม่นางคงจะมาจากตระกูลผู้ฝึกเซียนเหมือนกับข้า ตั้งแต่เล็กถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม คงไม่เคยเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรมาก่อนกระมัง"

แม้ลั่วหงจะไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ แต่ความหมายในวาจาก็ชัดเจนจนไม่ต้องแปลซ้ำ

"ข้า... ถึงข้าจะไม่เคยเก็บสมุนไพร แต่ข้าก็ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนูนะ ข้าก็มีฝีมือของข้าเหมือนกัน!"

หานอวิ๋นจือกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ เจือความน้อยใจเล็กน้อยขณะกล่าวว่า

"ท่านเชื่อใจพี่ชายแซ่จ้าวที่ดูซื่อบื้อคนก่อนหน้านี้ได้ เชื่อใจพี่ชายแซ่ฮั่นคนนี้ได้ แล้วทำไมถึงเชื่อใจข้าไม่ได้? ข้าต้องการยันต์แผ่นนี้จริงๆ นะ ขอแค่ท่านยอมแลก ของในแผงข้าท่านเลือกไปได้ตามใจชอบเลย!"

"โอ้? ก่อนหน้านี้พี่ลั่วก็ไหว้วานคนอื่นไปแล้วหรือ?"

ข้อมูลที่หลุดออกมาจากปากของหานอวิ๋นจือช่วยขจัดความระแวงในใจฮั่นลี่ไปจนหมดสิ้น ความปรารถนาในยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายพุ่งสูงขึ้นทันที

ทว่าท่าทางอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาของหานอวิ๋นจือ ทำให้ฮั่นลี่อดนึกถึงน้องสาวคนเล็กที่บ้านตอนเด็กๆ ที่มักจะมาเกาะแข้งเกาะขาขอขนมจากเขา ความรู้สึกสงสารจับใจจึงผุดขึ้นมา

"ไม่ได้ ข้าจะยอมไม่ได้ ยันต์นี้เกี่ยวพันถึงชีวิตน้อยๆ ของข้า จะมาใจอ่อนแบบสตรีไม่ได้!"

ฮั่นลี่กัดฟันกรอด ตัดสินใจจะแย่งชิงยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายแผ่นนั้นมาอย่างเลือดเย็น

แต่ทว่า จังหวะนี้เอง ลั่วหงกลับหยิบยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายออกมาจากถุงสมบัติ ‘อีกแผ่นหนึ่ง’ ทำเอาคำพูดที่ฮั่นลี่เตรียมจะพ่นออกมาติดแหง็กอยู่ที่คอหอย

"แม่นางช่วยบอกชื่อแซ่ของเจ้าหน่อยได้ไหม?"

"ข้าชื่อหานอวิ๋นจือ ไม่ใช่ผู้ฝึกเซียนจากตระกูลใหญ่แล้ว ตอนนี้ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระคนหนึ่ง"

หานอวิ๋นจือนึกถึงบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว สีหน้าก็ฉายแววโศกเศร้าออกมา

----------

จบบทที่ บทที่ 37 การล่อลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว