เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1557 (679) จุดอ่อน (ตอนฟรี)

บทที่ 1557 (679) จุดอ่อน (ตอนฟรี)

บทที่ 1557 (679) จุดอ่อน (ตอนฟรี)


บทที่ 1557 (679) จุดอ่อน

“เจ้าบ้า ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ นายว่าพวกเราควรจะ ‘จัดหนัก’ ให้เถียนเสี่ยวตงสักหน่อยไหม?” จางเล่ยถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“จัดหนักยังไง?” จี้เฟิงยิ้มถาม ความจริงเขาก็พอจะเดาออกแล้วว่าจางเล่ยคิดจะทำอะไร

“ก็ง่ายๆเรื่องที่ลุงเซียวเคยถูกต้มตุ๋นคราวก่อน มันก็มีส่วนพัวพันกับพวก ‘ห้าคุณชายแห่งเจ้อเจียง’ ไม่ใช่เหรอ? แถมก่อนหน้านี้ไอ้พวกห้าคุณชายพวกนั้นก็เคยมีเรื่องกับนายด้วย” จางเล่ยหัวเราะหึๆ “แล้วไอ้ผู้ชายร่างยักษ์สองคนนั้นที่เถียนเสี่ยวตงจ้างมา มันจะไปเกี่ยวข้องกับไอ้ซ่งหมิงหยวนนั่นด้วยหรือเปล่านะ?”

จี้เฟิงยิ้มออกมาทันที “นายคิดจะใช้เถียนเสี่ยวตงเป็นทางผ่าน เพื่อลามไฟไปถึงตัวซ่งหมิงหยวนงั้นเหรอ?”

“ไม่ว่าเถียนเสี่ยวตงมันจะกร่างแค่ไหน มันก็เป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่ง มันจะไปมีปัญญาจ้างยอดฝีมือที่มีพลังภายในมาได้ยังไง? แถมยังพกอาวุธปืนมาด้วยอีก” จางเล่ยแค่นยิ้มเย็น “เรื่องนี้เบื้องหลังต้องมีเงื่อนงำแน่! ไม่แน่ว่า... ซ่งหมิงหยวนนั่นแหละคือตัวการใหญ่!”

“วิธีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่!” จี้เฟิงส่ายหัวพลางกล่าว “ในเมื่อซ่งหมิงหยวนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้าคุณชายแห่งเจ้อเจียง ตระกูลซ่งในเจ้อเจียงย่อมต้องมีอิทธิพลไม่น้อย วิธีการใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้จัดการพวกมันไม่ได้หรอก”

ตามที่โจวเฟยเฟยเคยเล่าให้ฟัง ครอบครัวของซ่งหมิงหยวนดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับโลกมืดอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นตระกูลมาเฟียระดับยักษ์ใหญ่ของเจ้อเจียงเลยทีเดียว

ทุกสรรพสิ่งย่อมไม่ได้มีเพียงด้านเดียว มีขาวก็ต้องมีดำ มีแสงสว่างก็ต้องมีเงามืด นี่เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัย

จี้เฟิงมั่นใจว่า ในเมื่อตระกูลซ่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อแห่งเจ้อเจียงได้ ในแวดวงข้าราชการย่อมต้องมีแบ็กหลังที่แข็งแกร่งมาก ไม่อย่างนั้นพวกเขาไม่มีทางพัฒนามาได้ไกลขนาดนี้แน่นอน

สิ่งนี้สามารถเห็นได้จากความสัมพันธ์ระหว่างซ่งหมิงหยวนและหูหยูจิน!

ตามที่โจวเฟยเฟยบอก หูหยูจินคนนี้เป็นถึงลูกชายของผู้มีอำนาจอันดับสองของมณฑลเจ้อเจียง ถ้าพูดตามความหมายจริงๆ เขาก็คือ ‘คุณชายอันดับสอง’ ของเจ้อเจียง ซึ่งสถานะก็คงไม่ต่างจากหลี่เว่ยปิงแห่งเจียงโจวนั่นเอง!

ในเมื่อเบื้องหลังมีหูหยูจินคอยหนุนหลัง การจะใช้เล่ห์เหลี่ยมใส่ร้ายเพื่อเล่นงานซ่งหมิงหยวน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

และที่สำคัญการใช้เล่ห์เหลี่ยมพรรค์นั้น ก็ไม่ใช่นิสัยและสไตล์ของจี้เฟิงด้วย!

“เฮ้! ฉันก็แค่พูดไปงั้นเอง” จางเล่ยหัวเราะ เขารู้ดีว่าวิธีนี้มันดูไม่สง่างามเท่าไหร่ แม้เจียงโจวกับเจ้อเจียงจะอยู่ใกล้กัน แต่ก็เป็นมณฑลและเมืองที่แยกเขตปกครองกันอย่างชัดเจน มือของจี้เฟิงยังเอื้อมไปไม่ถึงเจ้อเจียง จางเล่ยจึงรู้สึกร้อนใจแทนเพื่อน

“เล่ยซือบางเรื่องไม่ต้องรีบร้อนหรอก ที่เขาว่ากันว่า ‘ขุนเขาไม่ขยับแต่สายน้ำไหลเวียน’ ไม่แน่วันหนึ่งพวกเราอาจจะโคจรมาเจอกันอีก ถึงตอนนั้นมีโอกาสเหลือเฟือที่จะเล่นงานพวกมัน!” จี้เฟิงตบบ่าจางเล่ย “ไม่ว่ายังไงก็ตาม ใจนายอย่าฝักใฝ่ไปทางที่ผิดนักล่ะ!”

เจียงโจวกับเจ้อเจียงอยู่ใกล้กันแค่นี้ จี้เฟิงเชื่อว่านอกจากพวกห้าคุณชายแห่งเจ้อเจียงจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องวนมาเจอกันอีก ถึงตอนนั้นอยากจะเล่นงานยังไงก็ง่ายนิดเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือทัศนคติของจางเล่ย หากคนเราเคยชินกับการใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก นิสัยใจคอก็จะเปลี่ยนตามไป และสุดท้ายจะเสียคนเพราะเรื่องแบบนี้เข้าสักวัน

จางเล่ยยิ้ม “ฉันเข้าใจความหมายของนาย วางใจเถอะฉันรู้ลิมิตตัวเองดี!”

จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มรับ เขาค่อนข้างวางใจในตัวจางเล่ยอยู่แล้ว

“เล่ยซือจริงๆนายก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก!” จี้เฟิงยิ้มอีกครั้ง “อย่างที่นายว่าเถียนเสี่ยวตงมันก็แค่พวกขยะที่เอาดีไม่ได้ ลำพังแค่ตัวมันคนเดียวจะไปจ้างยอดฝีมือมีพลังภายในแถมมีปืนมาได้ยังไง? เรื่องนี้มันมีพิรุธชัดเจน ไม่แน่ว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับซ่งหมิงหยวนจริงๆ อย่างที่นายว่าก็ได้!”

จางเล่ยตาเป็นประกายทันที “แต่นายเพิ่งบอกไปเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอว่าใช้วิธีนั้นไม่ได้?”

“ที่ฉันบอกคือ เราจะไม่ ‘ใส่ร้ายป้ายสี’ เพราะซ่งหมิงหยวนมีแบ็กหลังที่ลึกซึ้ง ไม่แน่ว่าเบื้องหลังตระกูลซ่งอาจจะเป็นผู้มีอำนาจเบอร์สองของเจ้อเจียงก็ได้ ถ้าเราทำแบบนั้นอาจจะเป็นการ ‘ยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง’ (หาเรื่องใส่ตัว)” จี้เฟิงกล่าว “แต่ถ้าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับซ่งหมิงหยวนจริงๆ ล่ะก็... หึๆ!”

จางเล่ยเริ่มเข้าใจและหัวเราะตาม “นี่คือความแตกต่างระหว่าง ‘เล่ห์กล’ กับ ‘กลยุทธ์’ สินะ?”

จี้เฟิงพยักหน้า “จะว่างั้นก็ได้!”

เล่ห์กล คือการใช้เล่ห์เหลี่ยมขี้โกง ทำเรื่องชั่วร้ายในที่มืด แต่ กลยุทธ์ ในที่นี้คือการใช้ความจริงจัดการอย่างเปิดเผยและสง่างาม บีบให้อีกฝ่ายจนมุมด้วยสถานการณ์จริง ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

“เพราะงั้นนายก็ภาวนาให้เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับซ่งหมิงหยวนจริงๆเถอะ!” จี้เฟิงตบบ่าจางเล่ยพลางยิ้ม “กลับไปได้แล้ว อย่ารอให้เฉินจิ้งยี่ได้ยินข่าวจากคนอื่น แล้วนายค่อยไปหาเธอ เดี๋ยวเธอจะยิ่งเป็นห่วง!”

“ฉันรู้แล้ว!” จางเล่ยพยักหน้า

เมื่อเห็นว่าจางเล่ยไม่เป็นอะไรแล้ว จี้เฟิงจึงขับรถกลับบ้าน

ส่วนสถานการณ์ของพวกเถียนเสี่ยวตง จี้เฟิงไม่ได้สนใจไยดี ในเมื่อคนพวกนั้นตกอยู่ในมือของเจิ้งหยวนซานแล้ว เชื่อว่าผู้บัญชาการเจิ้งคงไม่ยอมให้หลานชายตัวเองต้องเสียเปรียบแน่นอน

นึกไปก็น่าขำ!

จะว่าไปเรื่องของเถียนเสี่ยวตงก็เป็นแค่เรื่องแทรกเล็กๆ น้อยๆ นอกจากจะให้จางเล่ยได้ระบายโทสะออกมาบ้างแล้ว ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรใหญ่นัก

แต่ว่า... มันก็สะใจจริงๆนั่นแหละ!

จี้เฟิงส่ายหัวยิ้มๆ ช่วงนี้จางเล่ยกำลังเก็บกดอยู่พอดี หาจังหวะระบายอารมณ์ไม่ได้สักที เถียนเสี่ยวตงกับเผิงกวนฉีดันเสนอหน้ามาหาถึงที่ ช่างเหมือน ‘กำลังง่วงแล้วมีคนเอาหมอนมาส่งให้’ จริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม จากคำพูดและการกระทำของเถียนเสี่ยวตง ก็ดูออกชัดเจนว่าหมอนี่ไม่ใช่คนดีอะไรเลย เชื่อว่าที่ผ่านมาเขาคงทำเรื่องชั่วๆแบบนี้มาไม่น้อย เพียงแต่วันนี้ดวงกุดมาเจอจางเล่ยเข้า ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป คงถูกเถียนเสี่ยวตงรังแกจนน่วมไปแล้ว

ดังนั้นสำหรับจุดจบของเถียนเสี่ยวตง จี้เฟิงจึงมีนิยามให้เพียงคำเดียวคือ แกว่งเท้าหาเสี้ยน!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เฟิงขับรถกลับถึงบ้าน เหยาเหยาก็รีบวิ่งมาหาด้วยความดีใจทันที เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ติดจี้เฟิงมาก เธอใช้มือนุ่มนิ่มทั้งสองข้างกอดคอจี้เฟิงไว้แน่น พลางเจื้อยแจ้วพูดคุยกับเขาไม่หยุด

“เหยาเหยาดูสิว่าป่ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก!” จี้เฟิงยิ้มพลางหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากรถ เขาแวะซื้อระหว่างทางเป็นตุ๊กตาตัวการ์ตูนจากแอนิเมชันเรื่องหนึ่ง

เหยาเหยาตื่นเต้นทันที “ขอบคุณค่ะป่ะป๊า!”

เธอทำปากจู๋แล้วหอมแก้มจี้เฟิงฟอดใหญ่ด้วยความดีใจสุดๆ

จี้เฟิงหัวเราะลั่นความจริงเขาก็เห็นตุ๊กตามากมายในบ้านของฉินซูเจี๋ย แต่ที่เหยาเหยาดีใจขนาดนี้ คงเป็นเพราะเธอไม่เคยได้รับของขวัญที่ป่ะป๊าซื้อให้จริงๆเลยมากกว่า

“กลับมาแล้วเหรอ”

ถงเล่ยเห็นจี้เฟิงอุ้มเหยาเหยาเข้ามาจึงเอ่ยทักเสียงนุ่ม

จี้เฟิงพยักหน้ากำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“ป่ะป๊า มีคนโทรมาหาค่ะ!” เหยาเหยารีบเตือน

“อ้อ งั้นเหยาเหยาไปหาพี่สาวก่อนนะ ป่ะป๊าขอรับสายหน่อยได้ไหมคะ?” จี้เฟิงยิ้มถาม

“อื้ม!”

เหยาเหยาพยักหน้าอย่างแรง ช่างเป็นเด็กที่ว่าง่ายเหลือเกิน

“เด็กดี!” จี้เฟิงยิ้มพลางวางเธอลงพื้น ยัยหนูรีบวิ่งตึกๆไปหาถงเล่ย เพื่อโชว์ของเล่นที่จี้เฟิงซื้อให้ทันที

จี้เฟิงหยิบมือถือขึ้นมาดู พบว่าเป็นจางเล่ยที่โทรมา เขาจึงกดรับสายแล้วถามยิ้มๆ “เล่ยซือ ว่าไง?”

“เจ้าบ้า ข่าวดีว่ะ!” จางเล่ยหัวเราะลั่นมาตามสาย “เมื่อกี้ลุงรองโทรมาบอกว่า เถียนเสี่ยวตงมันคายออกมาหมดแล้ว ไอ้ชายฉกรรจ์สองคนนั้น มันไปขอมาจากซ่งหมิงหยวน ส่วนปืน ซ่งหมิงหยวนก็เป็นคนจัดหามาให้... หึๆ! พวกเรานี่ทายแม่นเป๊ะเลย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับซ่งหมิงหยวนจริงๆ!”

จี้เฟิงชะงักไป “มันยอมคายออกมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

นี่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของจี้เฟิงไปบ้าง ตามหลักแล้วคนอย่างเถียนเสี่ยวตงไม่น่าจะกลัวตำรวจขนาดนั้น อีกอย่างเขายังมีอาการบาดเจ็บแขนขาหักทั้งสี่ข้าง ตอนนี้น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลแท้ๆ ทำไมถึงยอมสารภาพเร็วแบบนี้?

“หึๆ!”

จางเล่ยหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่คายได้ไงล่ะ?! อาการบาดเจ็บของไอ้หมอนั่นไม่ใช่น้อยๆเลยนะ แต่ถ้าไม่สารภาพการจะได้รับการรักษา มันก็อาจจะยุ่งยากนิดหน่อย นายก็รู้ว่าโรงพยาบาลในเจียงโจวคนเยอะ หมอพยาบาลเขาก็ยุ่งกันทั้งนั้น... มันจะกล้าไม่พูดเหรอ?”

จี้เฟิงถึงกับหลุดขำ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง!

เถียนเสี่ยวตงถูกจางเล่ยหักแขนขาจนหมด ตอนนี้ตกอยู่ในมือตำรวจ จะถูกส่งไปโรงพยาบาลเมื่อไหร่ หรือจะรักษาแบบไหน ตำรวจเป็นคนกุมชะตาไว้ทั้งหมด!

ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าตำรวจอยากรู้อะไร เถียนเสี่ยวตงย่อมไม่กล้าปิดบัง

อย่างไรก็ตามจี้เฟิงก็เดาได้ว่า ตำรวจทำแบบนี้คงได้รับไฟเขียวมาจากเจิ้งหยวนซานแน่ๆ เพราะการทำแบบนี้ถือว่าค่อนข้างผิดระเบียบ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเจิ้งหยวนซานโกรธจัดแค่ไหน ที่หลานชายถูกรุมทำร้าย ไม่อย่างนั้นระดับรองผู้บัญชาการตำรวจเมืองเจียงโจวอย่างเขา คงไม่ว่างมาทำเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ด้วยตัวเองหรอก!

“ซ่งหมิงหยวนเป็นตัวการใหญ่ใช่ไหม?” จี้เฟิงถาม

“มันจะเป็นตัวการใหญ่หรือเปล่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว” จางเล่ยกล่าว “ยังไงตอนนี้เราก็ได้คำให้การมาแล้ว ไอ้ซ่งหมิงหยวนนั่นต้องเจอเรื่องยุ่งยากแน่ แต่เจ้าบ้านายอย่าเพิ่งหวังสูงไปนะ ถ้าซ่งหมิงหยวนมันมีแบ็กหลังดีอย่างที่นายว่าจริงๆ เดี๋ยวก็ต้องมีคนออกมารับผิดแทนมันอยู่ดี ลำพังแค่เรื่องนี้จะโค่นมันลงคงยังไม่พอหรอก!”

“เรื่องนี้ฉันเข้าใจ!”

จี้เฟิงพยักหน้าเขารู้อยู่แล้วว่า ลำพังคำสารภาพของเถียนเสี่ยวตงจะโค่นซ่งหมิงหยวนลงนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ความจริงจี้เฟิงไม่เคยคิดจะใช้เถียนเสี่ยวตงคนเดียวมาจัดการซ่งหมิงหยวนอยู่แล้ว

คนระดับซ่งหมิงหยวนย่อมมีประสบการณ์ในการรับมือกับตำรวจโชกโชน เรื่องนี้จี้เฟิงคาดการณ์ไว้แล้ว

สิ่งที่จี้เฟิงต้องการ ก็แค่ ‘จุดอ่อน’ นี้เท่านั้นเอง

ส่วนจะลงมือจัดการซ่งหมิงหยวนเมื่อไหร่นั้น ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไป

เขาเชื่อว่าตราบใดที่ในอนาคตทั้งคู่ยังต้องปะทะกัน จุดอ่อนนี้ย่อมได้นำออกมาใช้อย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่รีบร้อน

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหาของหรงซู่เยี่ยน และเรื่องการนำเถิงเฟยกรุ๊ปเข้าสู่อุตสาหกรรมหนัก รวมถึงการต่อกรกับซูมิดะกรุ๊ปของญี่ปุ่นและบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ... ส่วนเรื่องซ่งหมิงหยวนในตอนนี้ก็แค่เรื่องปลีกย่อยเท่านั้น

ความจริงแล้วสิ่งที่จี้เฟิงให้ความสนใจจริงๆคือพวก ‘ห้าคุณชายแห่งเจ้อเจียง’ ต่างหาก!

ถ้าจะพูดให้ถูก ก็คือคุณชายอีกสี่คนที่เหลือ!

หลังจากคุยสัพเพเหระกับจางเล่ยอีกไม่กี่คำ จี้เฟิงก็วางสาย แต่เขายังไม่ทันเดินกลับเข้าห้องนั่งเล่น โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

คราวนี้เป็นสายจาก ‘ไป๋จู’

“คุณชายจี้เป้าหมายหายตัวไปแล้วค่ะ ฉันสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังจะเริ่มลงมือ!”

....จบบทที่ 1557~

จบบทที่ บทที่ 1557 (679) จุดอ่อน (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว