- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1535 (657) ความกังวล (ตอนฟรี)
บทที่ 1535 (657) ความกังวล (ตอนฟรี)
บทที่ 1535 (657) ความกังวล (ตอนฟรี)
บทที่ 1535 (657) ความกังวล
“เธอ...” ฉินเฟยหยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายครั้ง ก่อนจะคำรามอย่างโกรธจัด “ทำไมเธอถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้ ทำไมครั้งนี้ถึงต้องดันทุรังจะลงมือให้ได้ล่ะ?! เหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่?!”
“เหตุผล... ไว้ฉันทำงานนี้เสร็จ นายจะได้รู้เอง!” เยี่ยนหงกล่าว “ถ้านายเป็นห่วงฉันจริงๆก็กลับมาช่วยฉันซะ แต่ถ้าจะมาเพื่อกล่อมให้ฉันถอนตัวล่ะก็ ไม่ต้องพูดดีกว่า ยังไงฉันก็ไม่มีวันถอนตัวเด็ดขาด แค่นี้นะ!”
พูดจบเธอก็ตัดสายทิ้งทันที
“ยัยผู้หญิงโง่!” ฉินเฟยหยูฟังเสียงสัญญาณสายไม่ว่างในโทรศัพท์ แล้วอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้
“ยัยนั่นคิดอะไรอยู่กันแน่! เมื่อก่อนไม่เห็นจะดื้อขนาดนี้เลย!” ฉินเฟยหยูส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ครั้งนี้เยี่ยนหงดูผิดปกติมาก จริงๆเมื่อก่อนเวลาเจอพวกยอดฝีมือ ทั้งคู่ก็เคยถอยมาแล้ว เพราะสำหรับพวกเขา การรักษาชีวิตรอดไว้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แต่ครั้งนี้ยัยผู้หญิงคนนี้กลับดึงดันจะทำต่อ แถมยังคิดจะกำจัดทั้งผู้หญิงของบริษัทหรงซือและเป้าหมายหลักไปพร้อมๆ กันอีก!
มันช่าง...
ฉินเฟยหยูเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ไม่รู้จะไปลงกับใคร
“ครั้งนี้... มันอาจจะเป็นจุดจบจริงๆก็ได้...” ผ่านไปพักใหญ่ ฉินเฟยหยูถึงสงบสติอารมณ์ลงได้และพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ภารกิจครั้งนี้เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดในทุกย่างก้าว เริ่มจากจู่ๆก็มียอดฝีมือผู้หญิงบุกเข้ามาในห้องวีไอพี ฉินเฟยหยูได้ประมือกับเธอแค่กระบวนท่าเดียว ก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจมาก ต่อให้เขาใส่สุดฝีมือก็ยังไม่มั่นใจว่าจะชนะได้
จากนั้นเป้าหมายหลักก็ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งมันตรงกับข้อมูลที่ผู้จ้างวานให้มาว่า หากลงมือกับประธานบริษัทหรงซือ เป้าหมายหลักจะต้องโผล่ออกมาแน่
แต่สิ่งที่ฉินเฟยหยูคาดไม่ถึงคือ เป้าหมายหลักคนนี้กลับมีฝีมือที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว แค่กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาก็ทำให้คนใจสั่นได้แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหมอนั่นระเบิดพลังสูงสุดออกมาจะไปถึงระดับไหน!
ยอดฝีมือหญิงปริศนาที่แข็งแกร่ง กับเป้าหมายที่ร้ายกาจเกินตัว แค่นี้ก็ถือเป็นงานหินเกินไปแล้ว ปกติถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องหยุดมือชั่วคราว ไม่ถอนตัวทันทีก็ต้องรอวางแผนให้รอบคอบกว่านี้ก่อนจะลงมือใหม่
แต่ที่แปลกยิ่งกว่าคือเยี่ยนหง! จู่ๆเธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดื้อดึงไม่ยอมถอนตัวท่าเดียว!
ความผิดปกติหลายอย่างที่ประดังประเดเข้ามา ทำให้ฉินเฟยหยูเริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี เขาบอกตัวเองว่าถ้าภารกิจนี้ดำเนินต่อไป มีสิทธิ์จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่!
“ดูท่า... ฉันต้องสืบหาตัวตน ของไอ้เป้าหมายหลักนั่นให้ชัดเจนกว่านี้เสียแล้ว!” ฉินเฟยหยูคิดในใจ
..........
“เตียงเหว่ยเจี้ยนตามไปแล้ว เมื่อกี้เขาโทรมาบอกว่าเป้าหมายเดินเท้าไปเรื่อยๆดูท่าทางชิลมาก เหมือนเดินเล่นไปอย่างไร้จุดหมาย” หลี่ลู่หนานกล่าว
ขณะนี้จี้เฟิงและหลี่ลู่หนานกลับมาอยู่ที่ห้องทำงานประธานบริษัทหรงซือแล้ว จี้เฟิงบอกเล่าสิ่งที่เขาค้นพบและสถานการณ์คร่าวๆให้สองพ่อลูกตระกูลหรงฟัง
พอได้ยินว่าจี้เฟิงน่าจะพบตัวมือปืนแล้ว ทั้งคู่ต่างก็แสดงอาการดีใจออกมา
ขอแค่รู้ตัวคนทุกอย่างก็ง่ายขึ้น ต่อให้อีกฝ่ายจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้ารู้ว่าพวกเขาเป็นใครอยู่ที่ไหน ย่อมมีวิธีระวังป้องกันได้เสมอ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่รู้ว่ามือปืนหลบซ่อนอยู่ที่ไหน เพราะมันทำให้ต้องหวาดระแวงตลอดเวลา กลางคืนก็นอนไม่หลับ หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเครียดแบบนั้น ซึ่งมันทรมานจนไม่รู้จะอธิบายยังไง
ความจริงหรงเผิงและหรงซูเยี่ยนหารู้ไม่ว่า จี้เฟิงเลือกบอกแต่เฉพาะข่าวดีเท่านั้น
จี้เฟิงไม่ได้บอกพวกเขาว่า เขายังไม่สามารถยืนยันได้เต็มร้อยว่า ฉินเฟยหยูและเยี่ยนหงคือมือปืนที่ยิงหรงซูเยี่ยนจริงหรือไม่ แม้ความเป็นไปได้จะมีสูงมาก แต่มีจุดหนึ่งที่จี้เฟิงยังคิดไม่ตก
...ถ้าพวกเขาเป็นมือปืนจริงๆ ทำไมถึงยังปักหลักอยู่แถวนี้ล่ะ? แถมยังนั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ซึ่งมันเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยตัวง่ายมากไม่ใช่เหรอ?
ถ้าเป็นเขาจี้เฟิงย่อมเลือกที่ว่าหากลงมือพลาด ต้องรีบหนีไปให้ไกลทันที อย่างน้อยก็ต้องหาที่ซ่อนตัวเพื่อกบดาน รอให้เรื่องซาลงหรือรอให้เป้าหมายลดการป้องกันลงก่อน ค่อยหาโอกาสลงมือใหม่
หรือไม่ก็เลือกที่อื่นในการลงมือ
แต่ไม่ว่ายังไงเขาจะไม่เลือกไปนั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามถนนนั่นแน่ๆ เพราะเป้าหมายมันสะดุดตาเกินไป
ขอแค่มีคนเอะใจนิดเดียว พวกเขาก็จะตกเป็นเป้าสายตาทันที
เหมือนอย่างวันนี้ที่จู่ๆไป๋จูก็บุกเข้าไป แล้วก็ได้รู้ว่าพวกนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา แบบนี้จะไม่ให้สงสัยพวกนั้นแล้วจะไปสงสัยใครได้อีกล่ะ?
เพราะยังไม่เข้าใจเหตุผลในจุดนี้ จี้เฟิงจึงยังไม่กล้าฟันธงว่าฉินเฟยหยูและเยี่ยนหงคือมือปืนในวันนั้น!
แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากให้สองพ่อลูกต้องอยู่อย่างหวาดผวาต่อไป การให้ความหวังบ้างจะช่วยให้สภาพจิตใจของพวกเขามั่นคงขึ้น
ส่วนเรื่องการสืบสวน จี้เฟิงย่อมต้องทำให้เต็มที่อยู่แล้ว
“ผู้กองหลี่เธอให้คนในหน่วยงาน ช่วยตรวจสอบสถานะของสองคนนั้นหรือยัง?” จี้เฟิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น
หลี่ลู่หนานพยักหน้า “ฉันโทรไปแล้ว ตอนนี้ฝ่ายทะเบียนและฝ่ายข้อมูลเริ่มตรวจสอบแล้วล่ะ แต่อาจจะต้องรอผลอีกสักพักนะ”
“ต้องทำให้เร็วที่สุด!” จี้เฟิงย้ำ “เพราะที่วันนี้เราเจอพวกเขาถือว่าเป็นโชคดีมาก ถ้าช้ากว่านี้พวกนั้นอาจจะหนีไปเมื่อไหร่ก็ได้”
“วางใจเถอะ ท่านประธานทั้งสองเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ แถมคดีนี้ยังเกี่ยวข้องกับอาวุธอย่างปืนสไนเปอร์ด้วย ทางตำรวจให้ความสำคัญมาก” หลี่ลู่หนานกล่าว “หลายวันที่ผ่านมาพวกเราก็พยายามสืบหาความจริงกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว”
“อืม” จี้เฟิงพยักหน้า
“ขอบคุณพวกคุณมากนะคะที่ลำบากเพื่อพวกเรา” หรงซูเยี่ยนกล่าวขอบคุณเบาๆ
“คุณหรงเกรงใจไปแล้วค่ะ นี่เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว” หลี่ลู่หนานตอบ
จี้เฟิงขี้เกียจฟังคำกล่าวขอบคุณตามมารยาทพวกนี้ เขาเลยถามเข้าประเด็นทันที “จริงสิแล้วจากหัวกระสุนนั่น พวกเธอสืบเจอเบาะแสอะไรบ้างไหม?”
หลี่ลู่หนานส่ายหน้า “ผลตรวจสอบออกมาแล้ว แต่มันไม่ได้ช่วยให้คดีคืบหน้าเท่าไหร่ จากการสืบสวนพบว่าหัวกระสุนน่าจะมาจากปืนสไนเปอร์รุ่นทั่วไป ที่หาได้ง่ายในประเทศรัสเซีย ปืนรุ่นนี้เคยเป็นอาวุธมาตรฐานในกองทัพรัสเซียมาก่อน แต่ช่วงปีหลังๆพอมีการเปลี่ยนอาวุธใหม่ ปืนรุ่นนี้เลยถูกปล่อยเข้าสู่ตลาดมืดเป็นจำนวนมาก”
“ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!” จี้เฟิงพยักหน้าช้าๆ
ในเมื่อเป็นอาวุธที่ถูกปลดระวางจากกองทัพรัสเซีย ปริมาณของมันย่อมมีมหาศาล การที่มันจะไหลเข้าสู่ตลาดมืดก็เป็นเรื่องปกติ
แต่แบบนี้การจะสืบหาแหล่งที่มาที่แน่นอนของปืนกระบอกนี้ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะมันมีเยอะเกินไป และหาซื้อได้ทั่วไปในตลาดมืด
“ถ้าเราตามรอยจากหัวกระสุนได้ พวกเราคงตามสืบต่อจนเจอไปนานแล้วล่ะค่ะ” หลี่ลู่หนานกล่าว “ความจริงที่ฉันพูดเรื่องนี้ก็ถือว่าผิดกฎระเบียบอยู่นะคะ แต่ในเมื่อวันนี้เราเจอเบาะแสใหม่อย่างฉินเฟยหยูและเยี่ยนหง ฉันเลยคิดว่าควรบอกให้คุณหรงทราบไว้ จะได้ไม่ต้องกังวลจนเกินไป...”
จี้เฟิงลอบยิ้มในใจ หลี่ลู่หนานก็ไม่ได้หัวแข็งอย่างที่คิด เธอรู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์เหมือนกัน
“ขอบคุณมากนะคะคุณผู้กองหลี่!” หรงซูเยี่ยนและหรงเผิงพยักหน้าขอบคุณ
หลี่ลู่หนานโบกมือไปมา “ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจกันเกินไปแล้ว!”
Rrrrr...
จู่ๆโทรศัพท์ของหลี่ลู่หนานก็ดังขึ้น เธอจึงเดินเลี่ยงไปรับสาย
“อะไรนะ? เจอแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงของหลี่ลู่หนานดึงดูดความสนใจของจี้เฟิงทันที เขาหันขวับไปมอง เห็นหลี่ลู่หนานทำสัญญาณมือให้เงียบก่อนจะเปิดลำโพงโทรศัพท์ “ฉันฟังอยู่ พูดมาเลย!”
“ผู้กองหลี่คะ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า ข้อมูลที่คุณให้มาเป็นความจริง ข้อมูลของฉินเฟยหยูและเยี่ยนหงตรงกับที่ระบุในบัตรประชาชนทุกประการค่ะ” เสียงผู้หญิงจากปลายสายรายงาน “นอกจากนี้ทั้งคู่ไม่มีประวัติอาชญากรรมเลยค่ะ”
“หมายความว่าประวัติขาวสะอาดงั้นเหรอ?” หลี่ลู่หนานถาม
“มีจุดหนึ่งที่น่าแปลกค่ะ คือชายที่ชื่อฉินเฟยหยู หลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้ว ข้อมูลส่วนตัวของเขาก็ขาดหายไปเลย ไม่มีบันทึกอะไรอีก ส่วนของเยี่ยนหงนั้นมีบันทึกปกติดีทุกอย่างค่ะ!”
“งั้นเหรอ?” หลี่ลู่หนานดูจะผิดหวังเล็กน้อย “นอกจากนี้ยังมีอะไรอย่างอื่นอีกไหม?”
“ไม่มีแล้วค่ะ!”
“ขอบใจมากนะ...” หลี่ลู่หนานวางสายแล้วหันไปหาจี้เฟิง “นายก็ได้ยินแล้วใช่ไหม สถานการณ์มันก็ประมาณนี้แหละ ในเมื่อพวกเขาไม่มีประวัติอาชญากรรม เราก็คงจะบุ่มบ่ามเข้าไปจับตัวมาไม่ได้...”
ความจริงหลี่ลู่หนานหวังให้พวกนั้น มีประวัติเสียสักหน่อย เพราะถ้ามีประวัติถึงตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐาน เธอก็สามารถคุมตัวกลับไปสอบสวนที่หน่วยได้ก่อน พอเข้าห้องสอบสวนแล้วค่อยๆ สืบไปก็ยังไม่สาย แถมไม่ต้องกลัวพวกนั้นหนีด้วย
แต่พอความหวังพังทลายลงแบบนี้ เธอเลยรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย
จี้เฟิงยิ้มพลางโบกมือ “ไม่เป็นไร เรื่องจับคนไม่ต้องรีบร้อน ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในเจียงโจว ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของลุงเผิงกับซูเยี่ยน... ผู้กองหลี่ พอจะให้ทางตำรวจช่วยส่งคนมาคุ้มกันหน่อยได้ไหม?”
“เอ่อ...” หลี่ลู่หนานลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “เรื่องส่งคนมาคุ้มกันน่ะทำได้นะ แต่อาจจะไม่ได้ยาวนานนัก และท่านประธานต้องทำเรื่องยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการก่อน”
“เรื่องคุ้มกันจากตำรวจไม่จำเป็นหรอกครับ ไม่ต้องทำเรื่องให้มันเอิกเกริกขนาดนั้นหรอก มันดูไม่ค่อยดี” หรงเผิงกล่าว
จี้เฟิงหัวเราะ “ลุงเผิงครับ ตอนนี้เราเพิ่งจะเริ่มเห็นร่องรอยเบาะแส ความปลอดภัยของลุงจะยิ่งสำคัญขึ้นไปอีกนะครับ เผื่ออีกฝ่ายเกิดจนตรอกแล้วแว้งกัดขึ้นมาจะทำยังไง? อีกอย่างต่อให้ลุงไม่ห่วงตัวเอง แต่ลุงก็น่าจะห่วงความปลอดภัยของซูเยี่ยนบ้างไม่ใช่เหรอครับ?”
“ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้” หรงเผิงพยักหน้าตกลง
“แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย!” จี้เฟิงยิ้ม “ตอนนี้เราพอจะระบุตัวมือปืนได้คร่าวๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเราต้องมาคิดกันว่า จะจับพวกมันยังไง!”
ความจริงจะรวบตัวฉินเฟยหยูกับคู่หูมาเลยก็ได้ แค่อ้างว่าเชิญมาให้ข้อมูล ใครก็คัดค้านไม่ได้ เพราะตำรวจก็ทำแบบนี้กันเป็นปกติอยู่แล้ว
แต่ประเด็นสำคัญคือ ถ้าจับมาแล้วเค้นอะไรออกมาไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวไปอยู่ดี
คงจะสั่งให้ขังลืมหรือจัดการพวกเขา ในห้องขังเพียงเพราะแค่ความสงสัยไม่ได้!
ดังนั้นจี้เฟิงจึงกำลังครุ่นคิดว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ฉินเฟยหยูและเยี่ยนหงเผยธาตุแท้ออกมาเอง!
“คุณชายจี้คะ เมื่อกี้คุณบอกว่ามือปืนสองคนนั้นชื่ออะไรนะคะ?” ไป๋จูที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็เอ่ยถามขึ้น
“ผู้ชายชื่อฉินเฟยหยู ส่วนผู้หญิงชื่อเยี่ยนหง” จี้เฟิงตอบ
“ฉินเฟยหยู... ฉินเฟยหยู...” ไป๋จูทวนชื่อนั้นเบาๆ อย่างใช้ความคิด
จี้เฟิงรีบถามทันที “ทำไม เธอรู้จักพวกเขาเหรอ?”
....จบบทที่ 1535~