- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1444 (566) หลี่เว่ยปิง (ตอนฟรี)
บทที่ 1444 (566) หลี่เว่ยปิง (ตอนฟรี)
บทที่ 1444 (566) หลี่เว่ยปิง (ตอนฟรี)
บทที่ 1444 (566) หลี่เว่ยปิง
“สรุปแล้วผมคัดค้านอย่างเด็ดขาดครับ!” จี้เฟิงกล่าวเสียงหนักแน่น
“เจ้าเด็กนี่ นายพูดอะไรของนาย?!” จี้เจิ้นผิงถึงกับหัวเราะไม่ออก “นายไปกินยาบ้ามาหรือไง?”
“ฮึ! อาสามครับ เรื่องนี้ผมกินแค่ยาบ้ายังไม่พอหรอกครับ ถ้าจำเป็นผมยอมกินขีปนาวุธลงไปเลยก็ได้!” จี้เฟิงเย้ยหยัน
“ฮ่าๆ...” จู่ๆจี้เจิ้นผิงก็หัวเราะออกมา “อืม ดูท่าที่เสี่ยวหยูติดนายมาตลอดก็คงมีเหตุผล เจ้าหนูนายทำหน้าที่พี่ชายได้ดีมาก!”
“หมายความว่าไง?” จี้เฟิงเบ้ปาก “อาสามครับ อย่าเปลี่ยนเรื่องสิครับ เรื่องนี้อาสามต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับผมนะ ไม่อย่างนั้นผมจะโทรหาคุณปู่ตอนนี้เลย ถามว่าท่านตั้งใจแบบไหนกันแน่! จะมาผลักไสหลานสาวตัวเองลงไปในกองไฟแบบนี้ไม่ได้หรอกนะครับ!”
“ฮ่าๆ... ฉันนึกว่านายเป็นคนสุขุมเยือกเย็นไปซะทุกเรื่องซะอีก ที่แท้นายก็มีโกรธได้เหมือนกันนี่นา!” จี้เจิ้นผิงหัวเราะ
นี่มันเรื่องไร้สาระชัดๆ! ขนาดหุ่นดินเผายังมีอารมณ์เลย นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ?
แต่จี้เฟิงได้ยินแล้วก็ใจเต้นตึกตัก เขาถามอย่างลังเลทันที “อาสามครับ ตกลงหมายความว่ายังไงกันแน่ อาช่วยพูดให้ชัดเจนหน่อยสิครับ!”
“แล้วนายให้โอกาสฉันอธิบายบ้างไหมล่ะ?! พอได้ยินข่าวนี้อารมณ์นายก็ขึ้นกว่าใครทั้งหมด ฉันมีเวลาอธิบายให้นายฟังด้วยเหรอ?” จี้เจิ้นผิงถาม
“...”
“เจ้าหนู ฉันจะบอกให้ว่า ต่อให้ต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กัน ก็ต้องดูว่าพวกเด็กๆชอบพอกันหรือไม่ด้วย ถ้าพวกเขาไม่ชอบ ก็ไม่มีการพูดคุย!” จี้เจิ้นผิงกล่าว “อีกอย่างนายคิดว่าสถานการณ์ของตระกูลเราในตอนนี้ ยังจำเป็นต้องมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันอยู่หรือ?”
“จริงเหรอครับ?!” จี้เฟิงได้ยินดังนั้นก็โล่งใจในที่สุด แต่เขาก็ยังพูดต่อ “แล้วเมื่อกี้อาสามบอกว่า จะให้อาสะใภ้สามช่วยแนะนำ...”
“ที่ผู้ใหญ่แนะนำให้ ย่อมดีกว่าพวกนายหาเองใช่ไหมล่ะ? ไม่ว่าจะยังไง ผู้ใหญ่ก็ผ่านโลกมาก่อน สามารถช่วยพวกนายตรวจสอบดูแลได้!” จี้เจิ้นผิงกล่าว
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...” จี้เฟิงหัวเราะแหะๆ “อาสามครับ ผมว่าอาวิตกกังวลไปเปล่าๆ พวกคุณหนูคุณชายจากตระกูลดังๆพวกนั้น มีสักกี่คนที่เอาดีได้? แต่ละคนก็เป็นแค่พวกคุณชายสำมะเลเทเมา สู้ให้พวกเธอหาแฟนข้างนอกเองไม่ได้หรอก!”
“นายจะไปรู้อะไร!” จี้เจิ้นผิงกล่าวอย่างไม่พอใจ “นายเคยมีความรักมากี่ครั้งกันเชียว นายจะไปเข้าใจอะไรได้?”
“ผะ... ผม...” จี้เฟิงอยากจะตอบกลับไปว่า ‘เขาก็เคยมีแฟนมาแล้วสองคนเหมือนกันนะ!’
แต่เมื่อคิดดูอีกที ความรักทั้งสองครั้งของเขาก็ค่อนข้างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นถงเล่ยหรือเซียวหยูซวน ต่างก็เป็นผู้หญิงดีๆที่หายากยิ่ง ประสบการณ์แบบนี้มันพิเศษเกินไป จนไม่สามารถแบ่งปันให้ใครฟังได้
ส่วนเรื่องรักแรกของจี้เฟิงกับฮูซู่ฮุ่ย... เขาเลือกที่จะละเลยไปโดยอัตโนมัติ ความรักครั้งแรกอาจไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่ารักที่แท้จริง อีกทั้งการกระทำของฮูซู่ฮุ่ยในอดีต ก็ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองไปแล้ว ตอนนี้ประสบการณ์นั้นในใจของจี้เฟิงจึงเลือนรางและจางหายไปมากแล้ว
ใครๆก็ว่าเรื่องราวในอดีตก็เหมือนเหล้าบ่ม ยิ่งนานวันก็ยิ่งมีคุณค่า และจะไม่จางหายไปตามกาลเวลา แต่จี้เฟิงไม่คิดเช่นนั้น เวลาเป็นยาที่ดีที่สุดในการลบเลือนความทรงจำ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปในที่สุดก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
“นายไม่ต้องคิดมากหรอกเจ้าหนู ฉันในฐานะพ่อ คงไม่ผลักลูกสาวตัวเองลงไปในกองไฟหรอกน่า!” จี้เจิ้นผิงกล่าว “แค่นี้ก่อนนะ...”
จี้เฟิงเกาหัวและยิ้ม “ครับอาสาม สวัสดีครับ!”
หลังจากวางสาย จี้เฟิงก็อดที่จะหัวเราะแหะๆไม่ได้ ตัวเองออกจะอ่อนไหวเกินไปหน่อย พอได้ยินว่าที่บ้านจะหาแฟนมาแนะนำให้เสี่ยวหยูและพี่สาว ก็คิดว่าเป็นเรื่องการแต่งงานทางการเมือง แต่เมื่อลองคิดดูดีๆเขาก็อาจจะตื่นตูมไปเองก็ได้
อาสามของเขาพูดถูก สถานะของตระกูลจี้ในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการแต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตรทางการเมืองอีกต่อไปแล้ว
ตระกูลที่ใหญ่เกินไป หากไม่มีผู้สืบทอดที่ดีพอก็จะอ่อนแอลง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็จะเป็นสถานการณ์วิกฤตที่เสาหลักกำลังจะล้มลงอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ตระกูลเติบโตมากเกินไปก็ง่ายต่อการถูกอิจฉาริษยา สู้เป็นแบบปัจจุบันนี้ยังจะดีกว่า
จี้เฟิงเชื่อว่าผู้ใหญ่ในตระกูลมองเห็นเรื่องนี้ได้ชัดเจนกว่าเขาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เขาโชคดีที่สุดคือ คนในตระกูลไม่ได้ไร้ซึ่งความรักและความผูกพันเหมือนตระกูลอื่นๆที่มีแต่ผลประโยชน์ อย่างน้อยในหมู่คนใกล้ชิดก็ยังมีความรักแบบครอบครัวอยู่
ตัวอย่างเช่น ในกลุ่มพี่น้องสามคนของพ่อเขา หรือในกลุ่มพี่น้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา... ล้วนมีความผูกพันทางสายเลือด
เมื่อเทียบกับความผูกพันที่เย็นชาของตระกูลอู๋แล้ว มันทำให้จี้เฟิงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างเหลือเชื่อ
อย่างน้อยจี้เฟิงก็เชื่อว่า ถ้ามีคนในตระกูลจี้เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เขาจะไม่โยนความรับผิดชอบให้คนอื่นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสายหลักหรือสายรอง อย่างน้อยจี้เฟิงก็ทำเรื่องแบบนั้นไม่ลง และเชื่อว่าพี่ใหญ่กับพี่รองก็ทำไม่ลงเช่นกัน!
นี่คือสิ่งที่จี้เฟิงรู้สึกขอบคุณที่สุด
“เฮอะ!” จี้เฟิงส่ายหัวไปตามสัญชาตญาณ และคิดในใจว่า “ตัวเองบ้าไปแล้วหรือไง อยู่ดีๆไปเปรียบเทียบกับตระกูลอู๋ทำไม? นั่นมันตระกูลของคนปกติที่ไหนกัน!”
การกระทำของอู๋จื้อหยาง และท่าทีที่ตระกูลอู๋ยอมรับ ทำให้จี้เฟิงรู้สึกดูถูกพวกเขาจากส่วนลึกของหัวใจ!
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จี้เฟิงไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะรู้สึกเสียอารมณ์
ตอนนี้ขอแค่ให้แน่ใจว่าคนในครอบครัวไม่ได้คิดที่จะให้เสี่ยวหยูและพี่สาวแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันก็พอ ส่วนผู้ชายที่ผู้ใหญ่ช่วยเลือกมาให้นั้นจะดีจริงหรือไม่ ก็ต้องดูว่าพวกเธอชอบหรือไม่
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จี้เฟิงก็หายกังวล
อีกอย่างถ้าถึงตอนนั้นพวกเธอตัดสินใจไม่ถูก ก็ยังมีเขาและพี่ใหญ่ พี่รองอยู่ไม่ใช่หรือ! มีคนตั้งมากมายย่อมช่วยพวกเธอดูแลได้แน่นอน!
“จริงๆแล้วสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง... การแต่งงานกับคนธรรมดาๆ ก็ไม่จำเป็นว่าจะไม่ดีเสมอไป!” จี้เฟิงบ่นพึมพำในใจ สำหรับมุมมองของเขา เขาหวังว่าเสี่ยวหยูและพี่สาวควรจะแต่งงานกับครอบครัวธรรมดาๆ ขอแค่ผู้ชายคนนั้นดีกับพวกเธอ ก็เพียงพอแล้ว ฐานะทางครอบครัวไม่ได้สำคัญมากนัก
แต่...
จี้เฟิงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ‘ค่อยเป็นค่อยไปหน่อยก็แล้วกัน ตราบใดที่คนในครอบครัวไม่ได้มีเจตนาบังคับพวกเธอ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน’
ดังนั้นในไม่ช้าความคิดของจี้เฟิงก็เปลี่ยนไปอยู่ที่เรื่องที่อาสามจี้เจิ้นผิงโทรมาหาเขา
พวกที่ถูกจับได้ที่รอยัลคลับในหยานจิงครั้งที่แล้ว ถูกกล่าวว่าเป็นพวกที่เหลือรอดจากกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้า และเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารที่เขาเจอครั้งก่อน ตอนนี้จี้เจิ้นผิงจงใจให้จี้ช่าวหยินเอามาให้เขาโดยเฉพาะ น่าจะมีบางเรื่องที่ไม่สะดวกจะพูดทางโทรศัพท์ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์สำคัญบางอย่าง?
จี้เฟิงรู้สึกว่าพวกนั้นดูไม่สำคัญมากนัก เป็นเพียงทหารรับจ้างที่โชคดีหนีรอดมาได้ พวกเขาจะไปรู้ข้อมูลสำคัญอะไร?
ถ้าอยากรู้รายละเอียดที่แน่ชัด คงต้องรอจนกว่าจี้ช่าวหยินจะนำวิดีโอบันทึกการสอบสวนมาให้ก่อนถึงจะรู้
“ตุ้บ!”
จี้เฟิงโยนโทรศัพท์มือถือลงบนผ้าห่มข้างๆ อย่างไม่ตั้งใจ ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปที่เจิ้งหยวนซานอีกครั้ง
เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้จะเลือกยังไง หวังว่าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังอีก ไม่อย่างนั้นก็คงต้องทำตามที่ถงเล่ยพูดจริงๆคือ ไม่สนใจและปล่อยให้เป็นไป
ส่วนอนาคตทั้งสองฝ่ายก็คงไม่มีโอกาสร่วมมือกันอีกแล้ว!
ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจิ้งหยวนซานแล้ว!
จี้เฟิงส่ายหัวเตรียมลุกจากเตียงเพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนถงเล่ยที่ห้องนั่งเล่น แต่ทันทีที่เขาขยับตัวเล็กน้อย โทรศัพท์ที่เขาเพิ่งโยนลงบนผ้าห่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“Rrrr...”
จี้เฟิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แถมยังเป็นเบอร์โทรศัพท์บ้าน
ขณะที่เขาคาดเดาอยู่ในใจว่าใครโทรมา มือก็รับสายแล้ว “สวัสดีครับ ผมจี้เฟิง ไม่ทราบว่าใครพูดครับ...”
“คุณชายจี้ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ผมหลี่เว่ยปิงครับ” ในโทรศัพท์มีเสียงผู้ชายที่ฟังดูมีเสน่ห์ดังขึ้น
หลี่เว่ยปิง? ทันทีที่จี้เฟิงได้ยินชื่อนี้ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย พูดตามตรงคือเขาจำไม่ได้ในทันทีว่าหลี่เว่ยปิงคนนี้คือใครกันแน่ เพียงแต่รู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นเคยมาก…
“ฮ่าๆที่แท้ก็คุณหลี่นี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!” จี้เฟิงกล่าวอย่างยิ้มๆ “โทรมาตอนนี้ ไม่ทราบว่าคุณหลี่มีเรื่องอะไรจะแนะนำผมหรือครับ?!”
ขณะที่พูดสมองของจี้เฟิงก็หมุนอย่างรวดเร็ว ชื่อหลี่เว่ยปิงคุ้นเคยมาก เขาต้องเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง แต่เป็นใครกันแน่ ก็ยังคิดไม่ออกในทันที
“คุณชายจี้เกรงใจไปแล้วครับ คำแนะนำอะไรนั่นผมไม่กล้ารับหรอกครับ คืออย่างนี้ครับ ช่วงนี้เขตต่างๆใต้เมืองเจียงโจวกำลังจัดประชุมร่วมเพื่อส่งเสริมการลงทุน คุณชายจี้น่าจะเคยได้ยินมาบ้างใช่ไหมครับ?” หลี่เว่ยปิงหัวเราะ
“ประชุมส่งเสริมการลงทุน?” จี้เฟิงรู้สึกเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ทันใดนั้นเขาก็ตาเป็นประกาย และจำได้ทันทีว่าหลี่เว่ยปิงคนนี้คือใคร หมอนี่คือ ลูกชายคนโตของนายกเทศมนตรีหลี่เป่าหยวน และเป็นพี่ชายของหลี่เว่ยตงกับหลี่ลู่หนาน!
ครั้งก่อนที่บ้านอาสอง จี้เฟิงเคยพบเขาครั้งหนึ่ง และได้ยินชื่อหลี่เว่ยปิงในตอนนั้น
ในความทรงจำของจี้เฟิง หลี่เว่ยปิงน่าจะทำงานในเขตหนึ่งของเจียงโจว การที่เขาโทรมาหาอย่างกะทันหันเพื่อพูดถึงเรื่องการประชุมส่งเสริมการลงทุนนี้ มันเพื่ออะไรกันแน่?
“คุณชายจี้ครับดูเหมือนว่าคุณอาจจะยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้... เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้าคุณชายจี้มีเวลา ผมจะไปเยี่ยมคุณเป็นการส่วนตัว คุณคิดว่าอย่างไรครับ?” หลี่เว่ยปิงถามอย่างยิ้มแย้ม
เวลาเขาพูดนั้นดูอ่อนโยนและสุภาพมาก ซึ่งแตกต่างจากน้องชายของเขา หลี่เว่ยตงที่ดูเปิดเผยและโอ้อวดอย่างสิ้นเชิง
จี้เฟิงอดบ่นในใจไม่ได้ว่า ไม่รู้ว่าพี่น้องสองคนที่เป็นลูกพ่อแม่เดียวกันจริงหรือเปล่า ทำไมถึงแตกต่างกันได้ขนาดนี้!
เขาหัวเราะแล้วกล่าวว่า “คุณช่วยบอกผมก่อนได้ไหมว่าต้องการให้ผมทำอะไรกันแน่ ผมจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน!”
หลี่เว่ยปิงไม่น่าจะโทรมาโดยไม่มีเหตุผล แน่นอนว่าต้องมีเรื่อง จี้เฟิงไม่เคยติดต่อกับเขามาก่อนจึงไม่รู้ว่าเขามีนิสัยอย่างไร ดังนั้นจึงควรพูดทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนดีกว่า
“คืออย่างนี้ครับ ผมมีนักลงทุนต่างชาติหลายรายมาที่นี่ และเตรียมที่จะลงทุนในเจียงโจวครับ” หลี่เว่ยปิงกล่าว “แต่ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้เลือกเป้าหมายการลงทุนที่แน่นอน เพียงแต่ได้ยินมาว่าผลิตภัณฑ์ยาที่ผลิตโดยโรงงานผลิตยาเถิงเฟยขายดีมากในตลาด พวกเขาจึงมีความตั้งใจในด้านนี้...”
“นักลงทุนต่างชาติ?!” จี้เฟิงถาม “พวกเขาต้องการร่วมมือ หรือมีแผนการอื่นอีกครับ?”
จบบทที่ 1444~