- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1440 (562) ชายผู้ดุจอสรพิษ (ตอนฟรี)
บทที่ 1440 (562) ชายผู้ดุจอสรพิษ (ตอนฟรี)
บทที่ 1440 (562) ชายผู้ดุจอสรพิษ (ตอนฟรี)
บทที่ 1440 (562) ชายผู้ดุจอสรพิษ
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เฟิงก็ได้มาพบกับหลิวเจ๋อจุนและกัวเถาอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารธรรมดาๆแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างจากโรงแรมที่เกิดเหตุเพียงแค่หนึ่งถึงสองกิโลเมตรเท่านั้น
“จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” จี้เฟิงถาม
“ครับ!”
กัวเถาพยักหน้าและกล่าวเสียงเบา “ส่งคนกลับไปที่ห้องแล้ว ไม่มีใครพบเห็นครับ นอกจากนี้ร่องรอยทั้งหมดก็ถูกกำจัดอย่างหมดจด ไม่ได้ทิ้งหลักฐานใดๆไว้เลย”
แม้ว่ากัวเถาและหลิวเจ๋อจุนจะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องแบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับพวกเขา และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
“อย่างนั้นก็ดี”
จี้เฟิงพยักหน้าและถามต่อ “ว่าแต่ทางโรงแรมจัดการเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว?”
ตอนที่ขับรถกลับมาจากพื้นที่โล่งกว้าง จี้เฟิงมองเห็นบริเวณประตูโรงแรมว่าสถานการณ์กลับมาสงบแล้ว ไม่มีคนมุงดูอีกต่อไป มีเพียงรถตำรวจสองสามคันจอดอยู่ด้านหน้า คาดว่าคงมีคนพบว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้ในโรงแรมนั้นเป็นสัญญาณเตือนที่ผิดพลาด และไม่ได้มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นจริงๆ
อย่างไรก็ตามจี้เฟิงก็ยังต้องการ ทราบสถานการณ์โดยละเอียด เพราะความโกลาหลในโรงแรมตอนนั้น อาจมีอะไรผิดพลาดได้
“ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ครับ” กัวเถากล่าว “ผมก็สอบถามมาเล็กน้อย ไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรง มีแค่แขกไม่กี่คนที่รีบหนีจนข้อเท้าแพลง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ”
“ประตูทางออกฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกหมดแล้วครับ” หลิวเจ๋อจุนกล่าวเสริม
จี้เฟิงจึงค่อยสบายใจขึ้น เป้าหมายของเขาคือการหาตัวคนที่แอบอยู่เบื้องหลังเพื่อหาเรื่องเขาก็เท่านั้น หากเหตุการณ์นี้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ก็คงจะไม่ดี ตอนนี้เมื่อรู้ว่าไม่มีปัญหาร้ายแรง เขาก็โล่งใจ
“กินข้าวกันเถอะ พวกเราทำงานหนักกันมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาผ่อนคลายเสียที” จี้เฟิงยิ้ม
กัวเถาและหลิวเจ๋อจุนก็ไม่เกรงใจ พวกเขารีบตักอาหารบนโต๊ะใส่ปากอย่างรวดเร็ว นี่เป็นนิสัยของพวกเขา การเป็นทหารรับจ้างมีหลายอย่างที่เหมือนกับทหารอาชีพ เช่น การกินอาหารอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีใครรู้ว่าวินาทีถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้มีพละกำลังที่เพียงพออยู่เสมอ
เซียงหยางซานนั้นมาจากตระกูลใหญ่ แต่ก็ไม่ต่างกันมากนักในเรื่องของการกิน ซึ่งจี้เฟิงก็เคยเห็นมาแล้ว
มีเพียงไป๋จูเท่านั้นที่ยังคงกินอย่างสำรวมอยู่บ้าง โดยพื้นฐานแล้วเธอกินแค่เนื้อผัดซอสรสกระเทียม ที่อยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น และปริมาณอาหารก็ไม่มากนัก
ไม่นานกัวเถาและหลิวเจ๋อจุนก็กินเสร็จ หลังจากเช็ดปากแล้ว กัวเถาก็กล่าวเสียงเบา “บอสครับ ฃมีปัญหาหนึ่งที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ”
“เรื่องอะไร?” จี้เฟิงถาม
“ในเมื่อคนสองคนนั้นกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้ว ทำไมไม่ทิ้งพวกเขาไว้ในที่รกร้าง ปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมกันเองล่ะครับ?” กัวเถาถามด้วยความลังเล “การส่งพวกเขากลับมาแบบนี้ จะต้องดึงดูดความสนใจของตำรวจอย่างแน่นอน...”
จี้เฟิงยิ้มและพยักหน้า “การส่งพวกเขากลับมา ย่อมมีประโยชน์อยู่แล้ว! ยังไงซะตราบใดที่พวกนาย ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ตำรวจก็สืบมาไม่ถึงตัวเราอยู่ดี”
“รับรองว่าไม่มีร่องรอยครับ!” กัวเถายืนยัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว!” จี้เฟิงยิ้ม
“แต่ว่า...” กัวเถาลังเลเล็กน้อย “บอสครับยังมีอีกเรื่องที่ผมคิดว่าควรแจ้งให้ทราบ”
“มีอะไรก็พูดมาตรงๆไม่ต้องอ้ำอึ้ง!” จี้เฟิงหัวเราะ “นี่ไม่เหมือนนิสัยของพวกนายเลยนะ ว่ามาเลยเกิดอะไรขึ้น!”
“คืองี้ครับบอส วันนี้ผู้หญิงคนนั้นพูดชื่อกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งออกมาใช่ไหมครับ?” กัวเถาถาม
จี้เฟิงพยักหน้า “ใช่แล้ว เหมือนจะชื่อว่า... กรีนแอนนาคอนดา”
หลิวเจ๋อจุนกล่าว “นั่นแหละคือปัญหาครับ”
จี้เฟิงสีหน้าเคร่งขรึมในทันทีและถามว่า “หมายความว่ายังไง? กลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดามีความเป็นมาอย่างไร หรือมีเหตุผลอื่น?”
“บอสครับผมจำได้ว่า ก่อนหน้านี้หัวหน้าอี้เคยบอกว่า คุณเคยถูกลอบโจมตีอย่างกะทันหัน และหลังจากสอบสวนก็ทราบว่าอีกฝ่าย เป็นทหารรับจ้างจากกลุ่ม คอบร้าใช่ไหมครับ?” กัวเถาถาม
จี้เฟิงพยักหน้า “ใช่แล้ว กลุ่มทหารรับจ้างคอบร้า”
“ถ้าผมจำไม่ผิด กลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดา น่าจะเป็นสาขาหนึ่งของกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้าครับ” กัวเถาให้ข้อมูล
“นายว่าอะไรนะ?”
จี้เฟิงขมวดคิ้วทันที “สาขา? กลุ่มทหารรับจ้างสามารถใช้ได้หลายชื่ออย่างนั้นเหรอ?”
“บอสอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มทหารรับจ้างเท่าไหร่ครับ คืออย่างนี้ครับ ถึงแม้ว่ากลุ่มทหารรับจ้าง จะได้รับการยอมรับทางกฎหมายในหลายประเทศ แต่ก็มีหลายประเทศที่เกลียดชังกลุ่มทหารรับจ้างเข้ากระดูกดำ เช่น บางประเทศในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ที่ถูกโจมตีโดยกลุ่มทหารรับจ้าง พวกเขามักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองของประเทศเหล่านี้ หรือถูกผู้นำบางคนว่าจ้างให้ไปจัดการศัตรูทางการเมืองของตัวเอง พวกเขาจึงมีศัตรูมากมายครับ”
กัวเถาอธิบายเสียงเบา “ด้วยเหตุนี้กองกำลังที่เคยถูกกลุ่มทหารรับจ้างโจมตี ย่อมหาทางตอบโต้กลุ่มทหารรับจ้างแบบลับๆ นอกจากนี้โลกของทหารรับจ้างก็ไม่ได้สงบสุข กลุ่มใหญ่ต้องการยึดกลุ่มเล็ก กลุ่มเล็กก็ต้องการกำจัดกลุ่มใหญ่ นี่เป็นทางลัดในการสร้างชื่อเสียงและขยายอำนาจด้วยครับ!”
จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย สถานการณ์เหล่านี้เขาพอจะทราบคร่าวๆ จริงอยู่ที่ชีวิตของทหารรับจ้างนั้นยากลำบาก ไม่ใช่แค่สภาพความเป็นอยู่ แต่เพราะพวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายตลอดเวลา การต่อสู้เป็นเรื่องปกติ
เว้นแต่จะเป็นกลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่พิเศษที่มีอาวุธทันสมัยและมีกำลังแข็งแกร่งมาก จนรัฐบาลทั่วไปไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
สำหรับกลุ่มทหารรับจ้างที่รองลงมา พวกเขามีโอกาสถูกศัตรูตอบโต้ได้ตลอดเวลา พวกทหารรับจ้างเหล่านี้จึงต้องระวังตัวอยู่เสมอ เพราะอันตรายสามารถมาเยือนได้ทุกเมื่อ
ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่เพียงแต่มาจากประเทศและกองกำลังที่พวกเขาเคยโจมตีเท่านั้น แต่ยังมาจากกลุ่มทหารรับจ้างอื่นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้าล่ะ?” จี้เฟิงถาม “แล้วกลุ่มกรีนแอนนาคอนดาล่ะ?”
“เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีอย่างกะทันหันจนถูกทำลายล้างโดยสิ้นเชิง และเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจ กลุ่มทหารรับจ้างจำนวนมากจึงมีการจัดตั้งสาขาครับ” กัวเถาอธิบาย “บางกลุ่มก็ใช้ชื่อที่แตกต่างกันไปเมื่อจัดตั้งสาขา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ของศัตรูครับ”
จี้เฟิงใจเต้นขึ้นทันที “นายหมายความว่า กลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดา กับกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้า คือกลุ่มเดียวกัน? และกลุ่มหนึ่งเป็นสาขาของอีกกลุ่มหนึ่ง?”
“ถูกต้องครับ กลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดาคือสาขาหนึ่งของกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้าครับ” กัวเถาพยักหน้า “จริงๆแล้วกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้ามีสาขาอยู่หลายแห่ง และหลายแห่งก็ใช้ชื่อที่แตกต่างกันออกไป กรีนแอนนาคอนดาเป็นหนึ่งในนั้นครับ”
“... เข้าใจแล้ว! เข้าใจทุกอย่างแล้ว!”
จี้เฟิงพยักหน้าพร้อมกับหัวเราะเยาะ “ก่อนหน้านี้มีคนจากกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้ามาลอบสังหารฉัน ตอนนี้ก็มีกลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดาอีก... ฮ่าฮ่า ช่างแยบยลจริง ๆ!”
อู๋จื้อหยาง!
หลังจากฟังกัวเถาพูดจบ จี้เฟิงก็ตระหนักได้ในทันที
การลอบสังหารเขาโดยกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้าในครั้งก่อน จะต้องเกี่ยวข้องกับอู๋จื้อหยางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จนถึงตอนนี้จะยังสืบไม่ได้ว่าใครเป็นคนจ้างกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้า แต่จี้เฟิงมั่นใจว่าต้องเป็นอู๋จื้อหยาง
แม้ไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับอู๋จื้อหยางอย่างใกล้ชิดที่สุด!
เจิ้งหยูซิ่วทราบช่องทางการติดต่อของกลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดาจากอู๋จื้อหยาง โดยที่อู๋จื้อหยางให้ข่าวว่า มีการจับกุมทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดาที่หนานเยว่...
เมื่อทราบสถานการณ์เหล่านี้แล้ว กลอุบายเล็กๆ น้อยๆ ของอู๋จื้อหยางก็ไม่อาจปกปิดจี้เฟิงได้อีกต่อไป
อะไรคือการจับกุมทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดา... นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น
อู๋จื้อหยางคือผู้วางแผนหลักในเรื่องนี้ เพียงแต่เจิ้งหยูซิ่วเป็นผู้หญิงที่ไม่มีสมอง ถูกอู๋จื้อหยางชักนำไปทีละขั้น จนกระทั่งใช้เงินว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างกรีนแอนนาคอนดา
จี้เฟิงเชื่อว่าคนที่ว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้ามาลอบสังหารเขาในครั้งแรก น่าจะเป็นอู๋จื้อหยางเกือบทั้งหมด!
เขาถึงขั้นมั่นใจว่าต้องเป็นอู๋จื้อหยาง!
เพียงแต่จี้เฟิงไม่เคยเห็นอู๋จื้อหยางว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างคอบร้าด้วยตาตัวเอง และไม่เคยได้ยินเขายอมรับด้วยปาก ทำให้ไม่อาจยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า อู๋จื้อหยางช่างโหดเหี้ยมจริงๆ
ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหน เจิ้งหยูซิ่วก็ถือเป็นคู่หมั้นของอู๋จื้อเหอ ตอนนี้ศพของอู๋จื้อเหอยังไม่ทันแห้งดี อู๋จื้อหยางกลับใช้เธอไปว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างมาลอบสังหารเขา... ความอำมหิตของคนผู้นี้ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก!
แต่เมื่อหันกลับมาคิดๆดู จี้เฟิงก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง อู๋จื้อหยางสามารถโยนความผิดทั้งหมด ไปให้อู๋จื้อเหอเพื่อล้างมลทินให้ตัวเองได้ แล้วมีอะไรอีกบ้างที่เขาทำไม่ได้?
อย่าลืมว่าอู๋จื้อเหอคือน้องชายแท้ๆของเขา!
ส่วนเจิ้งหยูซิ่วตอนนี้ก็เป็นเพียงอดีตคู่หมั้นของอู๋จื้อเหอเท่านั้น การใช้ประโยชน์จากเธอก็แค่เรื่องเล็กน้อย
บางทีสำหรับอู๋จื้อหยางแล้ว ไม่มีใครที่เขาใช้ประโยชน์ไม่ได้ การกระทำของเขาแสดงให้เห็นว่า บุคคลนี้ช่างอำมหิต เย็นชา เป็นคนเฉกเช่นอสรพิษร้าย!
“อู๋จื้อหยางผู้ยิ่งใหญ่!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นในใจ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์อาจจะเป็นความรักในครอบครัว มิตรภาพ และความรักฉันชู้สาว ส่วนอำนาจและเงินทองนั้นเป็นเรื่องรอง แต่อู๋จื้อหยางกลับไม่แยแสต่อความรักในครอบครัวเลย ส่วนเรื่องมิตรภาพ... จี้เฟิงยังไม่เคยได้ยินว่าอู๋จื้อหยางมีเพื่อน
...คนแบบเขา หากจะมีใครกล้าคบเป็นเพื่อน คนนั้นก็คงจะต้องอำมหิตยิ่งกว่าเขาเสียอีก!
ส่วนเรื่องความรักฉันชู้สาว ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนที่สมองมีปัญหาถึงจะไปยุ่งกับเขา!
จี้เฟิงก็พลันรู้สึกว่าความหนักอึ้งในใจหายไปหมดสิ้น
เดิมทีเขายังรู้สึกกังวลเล็กน้อยที่ทำให้เจิ้งหยูซิ่วกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แต่ตอนนี้เขากลับเข้าใจแล้วว่า เมื่อต้องต่อสู้กับอู๋จื้อหยาง การใจอ่อนเพียงเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่หายนะได้!
“ในเมื่อนายกระตือรือร้นที่จะให้ฉันตายมากขนาดนี้ แล้วฉันจะไม่เล่นกับนายอย่างเต็มที่ได้ยังไงกัน?”
“ปึ้ง..”
จี้เฟิงตบลงบนโต๊ะด้วยแรงที่ไม่หนักไม่เบา เขาคิดในใจว่า ‘กับคนอื่นฉันอาจจะผ่อนปรนได้ แต่กับนาย... ฉันจะใจอ่อนได้อย่างไรกัน? เพราะทั้งหมดนี้... คือนายที่เป็นคนสอนฉันมาเอง!’
....จบบทที่ 1440~