- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1415 (537) พลังการต่อสู้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1415 (537) พลังการต่อสู้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1415 (537) พลังการต่อสู้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1415 (537) พลังการต่อสู้
คำสั่งของจี้เฟิงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ในขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมที่จะรุดหน้าไปยังเยว่โจวอยู่นั้น จี้เฟิงก็ออกคำสั่งให้ปฏิบัติการนี้ทันที!
สิ่งที่ทำให้จี้เฟิงพอใจคือ ทั้งจูฮั่วเฉียนและอี้ซิงเฉินต่างตอบสนองได้อย่างรวดเร็วฉับไวอย่างยิ่ง ทันทีที่จี้เฟิงออกคำสั่ง รถบรรทุกทหารที่อยู่ท้ายสุดก็หักลำขวางถนนทันที ปิดตายเส้นทางนั้นอย่างสมบูรณ์!
ส่วนด้านหน้า หลิวเจ๋อจุนซึ่งเป็นคนขับก็เหยียบเบรกอย่างกะทันหัน
“เอี๊ยดด—!”
รถตู้ก็หักลำขวางถนนเช่นกัน เสียงยางรถครูดกับพื้นถนนด้วยความรุนแรงดังสนั่น ปิดตายทางหนีทั้งหมดของรถหลายคันนั้น!
ด้านหนึ่งคือรถบรรทุกทหาร อีกด้านคือรถตู้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าหรือถอยหลังก็เป็นไปไม่ได้ สองข้างทางเป็นพื้นที่รกร้าง การที่รถจะแล่นผ่านไปได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถเก๋ง หากพยายามบุกเข้าไปในพื้นที่รกร้างเหล่านั้น นั่นเท่ากับรนหาที่ตาย!
เรียกได้ว่ารถหลายคันของฝ่ายศัตรูถูกล้อมไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์!
อย่างไรก็ตาม ตรงกลางยังมีรถจี๊ปทหารสองคันที่ทหารภายในกำลังถือปืนจ้องมองรถเก๋งเหล่านั้นอย่างดุดัน!
“ตึก ตึก!”
อี้ซิงเฉินและคนอื่นๆ กระโดดลงจากรถ โดยถือปืนเล็งไปที่รถเก๋งเหล่านั้น
รถที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางมีทั้งหมดสี่คัน เป็นรถเก๋งสามคันและรถตู้หนึ่งคัน ในช่วงถนนยาวประมาณร้อยกว่าเมตรนี้ พวกมันถูกรถสี่คันของฝั่งจี้เฟิงล้อมไว้จนหมด!
จูฮั่วเฉียนหยิบเครื่องขยายเสียงออกมาจากรถจี๊ปและตะโกนเสียงดัง “ทุกคนในรถฟังให้ดี จงยกมือขึ้นเหนือศีรษะและลงจากรถเดี๋ยวนี้! ลงจากรถทันที! ไม่อย่างนั้นเราจะยิงทิ้งทันที!”
ทว่ารถทั้งสี่คันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับว่าคนในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีการตอบสนองใดๆเลย
“ระวังรถตู้คันหลัง เตรียมบุกจู่โจม! ถ้าต้องลงมือ ให้จัดการคนในรถเก๋งสามคันข้างหน้าก่อน!” จี้เฟิงสั่งการ
“บอสเกิดอะไรขึ้น?” อี้ซิงเฉินถามเสียงต่ำ
“ฉันเห็นคนถือปืนอยู่ในรถเก๋งคันกลาง!” จี้เฟิงชี้ไปที่รถเก๋งคันกลางของฝ่ายตรงข้าม และกล่าวเสียงหนัก “ฉันสงสัยว่าคนพวกนี้ถูกส่งมาเพื่อมาซุ่มโจมตีพวกเรา!”
“อย่าบอกนะว่า.. เป็นเพราะโทรศัพท์ที่บอสโทรไปก่อนหน้านี้?” อี้ซิงเฉินถาม
“ถูกต้อง!”
จี้เฟิงพยักหน้า
สาเหตุที่เขาออกคำสั่งให้สกัดรถเหล่านี้อย่างกะทันหัน เป็นเพราะในขณะที่รถทั้งสองฝ่ายกำลังแล่นสวนกัน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นคนคนหนึ่งที่เบาะหลังของรถเก๋งคันกลาง กำลังดึงสลักปืนและบรรจุกระสุน!
จี้เฟิงจึงตระหนักได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คือมือปืนที่ถูกส่งมาเพื่อโจมตีและฆ่าพวกเขา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เขาโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้!
“ไม่ต้องพูดมาก ฆ่าพวกมันซะ!” จี้เฟิงสะบัดมือ
“ลงจากรถเดี๋ยวนี้!” อี้ซิงเฉินตะโกนพร้อมกับดึงลูกสลักปืน
อี้ซิงเฉินโบกมือเป็นสัญญาณ และประสานมือกับจูฮั่วเฉียน ทั้งสองทีมค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้ โดยมีปากกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งไปที่รถทั้งสี่คันของฝ่ายตรงข้าม
“คลิก!”
จี้เฟิงหยิบปืนไรเฟิลขึ้นมา บรรจุกระสุนพร้อมยิง เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด เป็นช่วงก่อนรุ่งสาง อี้ซิงเฉินและคนอื่นๆ มองไม่เห็สถานการณ์ภายในรถของอีกฝ่าย แต่จี้เฟิงมองเห็น
เป็นไปตามที่คาดไว้!
คนขับที่อยู่ในรถเก๋งคันสุดท้ายหยิบปืนพกออกมา และเล็งไปที่ทหารคนหนึ่งที่อยู่ด้านนอก
“หาที่ตาย!”
จี้เฟิงแค่นเสียงเย็นชา และเหนี่ยวไกทันที
“ปัง!”
ไหล่ของคนขับถูกกระสุนเจาะทะลุในพริบตา เขาร้องโหยหวนและปืนที่อยู่ในมือก็ร่วงลงไปในรถทันที
คนอื่นๆต่างตกตะลึง!
“ลงจากรถ!”
อี้ซิงเฉินตะโกนเสียงเย็น “ถ้าไม่ลงมาตอนนี้ ฉันจะยิงให้พรุนให้หมด ไม่ว่ารถหรือคน!”
แต่ก็ยังไม่มีใครลงจากรถ อี้ซิงเฉินจึงยิงออกไปหนึ่งนัด
“ปัง!”
กระจกรถเก๋งคันกลางถูกกระสุนเจาะทะลุ!
“ลงมา!”
อี้ซิงเฉินตะโกนเสียงดัง
พร้อมกันนั้นเขาก็โบกมือ หลิวเจ๋อจุนและคนอื่นๆ เข้าใจความหมายทันที พวกเขาแอบซุ่มและค่อยๆ เคลื่อนที่ไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ พลางอ้อมไปยังอีกด้านหนึ่งของรถเหล่านั้น
ในเวลานี้จูฮั่วเฉียนได้แบ่งทหารออกเป็นสองชุด ชุดหนึ่งอ้อมไปด้านหน้าอย่างเงียบๆ เพื่อปิดล้อมรถทั้งสี่คัน โดยหันปากกระบอกปืนไปที่ประตูรถของอีกฝ่าย เตรียมพร้อมที่จะยิงได้ตลอดเวลา!
“ปัง ปัง ปัง ปัง...!!”
จี้เฟิงเหนี่ยวไกอีกครั้ง ปากกระบอกปืนพ่นเปลวไฟออกมา
“ตูม!”
รถเก๋งคันกลางถูกยิงจนพรุนไปหมด แต่ส่วนที่ถูกยิงนั้นคือห้องเครื่องยนต์และกระโปรงท้ายรถเท่านั้น
ในสถานการณ์ที่จี้เฟิงยังไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคนเหล่านี้คือทหารที่เฉียนปินส่งมา เขาจึงยังคงควบคุมตัวเองไม่ให้ยิงฆ่าคนตามอำเภอใจ พวกมือปืนเหล่านั้นสามารถฆ่าใครก็ได้ แต่เขาทำไม่ได้!
นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉาน!
“ปัง ปัง ปัง ปัง...!!” จี้เฟิงยังคงกราดกระสุนอย่างต่อเนื่อง เสียงปืนที่ดังสนั่นทำให้ผู้ฟังใจสั่น ขาสั่นไปตามๆกัน
“แกร๊ก!”
กระสุนในแม็กกาซีนถูกใช้ไปจนหมด
จี้เฟิงเปลี่ยนแม็กกาซีนไปพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “รีบลงมาจากรถเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะยิงทิ้งทันที”
“ปัง!”
ทันใดนั้นไป๋จูก็เหนี่ยวไกยิงออกไปหนึ่งนัด
ในรถคันสุดท้าย มีชายคนหนึ่งกำลังจับข้อมือตัวเองไว้แน่น เขาตัวสั่นและมีเลือดไหลออกมาจากระหว่างนิ้ว... ข้อมือของเขาถูกยิงทะลุ!
เป็นที่แน่ชัดว่าชายผู้นี้จะต้องถือปืนเตรียมที่จะยิงออกมาด้านนอก ไป๋จูจึงยิงทะลุข้อมือของเขาได้อย่างแม่นยำ!
จี้เฟิงหันกลับไปมองไป๋จูอย่างรวดเร็ว
ไป๋จูมองทะลุสิ่งต่างๆ ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?!
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ รถเก๋งคันนั้นติดฟิล์มสีเข้ม แม้จะมีแสงไฟหน้ารถส่องอยู่ แต่การที่จะมองเห็นภายในและยิงโดนเป้าหมายอย่างแม่นยำไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ไป๋จูกลับยิงทะลุข้อมือของชายคนนั้นได้อย่างแม่นยำ!
มีเพียงความเป็นไปได้เดียวคือ ไป๋จูสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในรถของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน!
เมื่อเห็นจี้เฟิงมองมา ไป๋จูก็ตกใจเล็กน้อย “คุณจี้?”
จี้เฟิงรีบโบกมือและกล่าวว่า “ตั้งสมาธิจัดการกับคนพวกนี้ก่อน เรื่องอื่นค่อยคุยกัน!”
“ค่ะ!” ไป๋จูกล่าวอย่างหนักแน่น
“บุกจู่โจม!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ยอมจำนนตามที่ร้องขอ แต่ยังแสดงท่าทีขัดขืน จูฮั่วเฉียนจึงสั่งการด้วยเสียงต่ำทันที หลังจากจัดวางกำลังพลเสร็จแล้ว
“พยายามจับเป็นให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าหากมีการต่อต้านขัดขืน สามารถยิงฆ่าได้ทันที!” จูฮั่วเฉียนสั่งการเสริม
จี้เฟิงและคนอื่นๆ สามารถยิงได้ตามอำเภอใจ แต่พวกเขาในฐานะทหารต้องปฏิบัติตามวินัยและข้อบังคับ
“อย่าเพิ่งยิง! พวกเรายอมจำนน!” ทันใดนั้น ประตูรถเก๋งคันแรกก็เปิดออก ชายคนหนึ่งยกมือขึ้นเหนือศีรษะและเดินลงมา
“แกร๊ก! แกร๊ก!”
ตามมาด้วยปืนหลายกระบอกถูกโยนออกมาจากรถ จากนั้นก็มีชายอีกสี่คนลงจากรถ และยืนอยู่บนถนนด้วยท่าทางยกมือขึ้นเหนือศีรษะ
เมื่อมีคนแรกนำร่อง แนวป้องกันทางจิตใจของคนอื่นๆก็คลายลงทันที คนในรถคันอื่นๆก็พากันลงจากรถ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ และยืนอยู่กลางถนน
“จับตัวพวกมัน!” จูฮั่วเฉียนโบกมือ
ทหารชุดหนึ่งรีบพุ่งเข้าไปถอดเข็มขัดจากตัวคนเหล่านั้น แล้วนำมามัดมือไพล่หลัง ก่อนจะรวมตัวพวกเขาไว้ด้วยกัน
“คุณจี้ครับ! ขอถามหน่อยว่าใครคือคุณจี้?!” ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกคุมตัวให้นั่งยองๆก็ตะโกนขึ้น “ผมต้องการพบคุณจี้!”
“หุบปาก!”
ทหารคนหนึ่งตะโกนเสียงต่ำ “ทำตัวดีๆหน่อย!”
“คุณจี้ครับ! เจ้านายพวกเราบอกว่าคุณจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เขาต้องการพูดคุยกับคุณ คุณคงจะไม่กลัวที่จะคุยกับเขาใช่ไหม?” ชายคนนั้นตะโกนเสียงดัง
“ไอ้สารเลว!” หลิวเจ๋อจุนก้าวเข้าไปเตะชายคนนั้นจนล้มลงกับพื้นทันที “เจ้าของแกมันไม่มีค่าอะไรเลย อีกไม่นานก็จะโดนเก็บไปด้วย! บอกให้แกนั่งอยู่นิ่งๆตรงนี้ ถ้ากล้าส่งเสียงดังอีก ฉันจะยิงแกทิ้งซะ!”
“หึ!”
ชายคนนั้นแค่นเสียงเย็นชา ลุกขึ้นจากพื้นและกล่าวว่า “พวกแกคิดว่าพวกเราไม่มีความสามารถที่จะต่อต้านเลยงั้นรึ? ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านายสั่งให้พวกเรายอมจำนน พวกเรายอมสู้จนตายและลากพวกแกให้ตายตกไปตามกัน!”
“คลิก!”
หลิวเจ๋อจุนยกปืนจ่อไปที่หน้าผากของชายคนนั้น “ถ้าอย่างนั้นก็สู้ให้ฉันดูหน่อยสิ!”
“พูดแบบนี้ตอนถือปืนนี่มันเป็นความสามารถแบบไหนกัน? ถ้าเก่งจริงก็มาสู้ตัวต่อตัวกับฉันสิ!” ชายคนนั้นยิ้มเยาะด้วยท่าทางดูถูกเหยียดหยาม เขาไม่ได้แสดงความกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ปากเก่งดีนี่ไอ้หนู!” หลิวเจ๋อจุนที่ใบหน้ามืดครึ้ม อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเย็นชา “ได้! สู้ตัวต่อตัวก็สู้!”
พูดจบหลิวเจ๋อจุนก็เหน็บปืนไว้ที่เอว และโบกมือให้ชายคนนั้น “มาเลย! ถ้าภายในสิบวินาที ฉันล้มนายไม่ได้ ถือว่าฉันแพ้!”
“อวดดี!”
ชายคนนั้นแค่นเสียงเย็นชา และหันตัววาดขาฟาดเข้าใส่ทันที
“ปึ้ง!”
หลิวเจ๋อจุนพุ่งเข้าหาในพริบตา เขาวาดขาข้างหนึ่งลงเป็นหลัก ส่วนขาอีกข้างวาดจากล่างขึ้นบน ฟาดเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างรุนแรง ตรงเข้าที่กลางลำตัวของคู่ต่อสู้ที่กำลังวาดขาเข้าใส่!
ทันใดนั้นหลิวเจ๋อจุนก็เตะเข้าที่ท้องของชายคนนั้นอย่างจัง จนร่างลอยกระเด็นออกไป
“ตุ้บ!” ชายคนนั้นล้มลงกระแทกพื้นและส่งเสียงอู้อี้ออกมา
“อึก!”
เขากัดฟันลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาดูแย่มาก เขามั่นใจในฝีมือของตัวเองมาตลอด แต่ไม่คิดเลยว่าจะแพ้ให้กับหลิวเจ๋อจุนในกระบวนท่าเดียว
เมื่อคิดย้อนกลับไป คำพูดที่หลิวเจ๋อจุนกล่าวว่า ‘จะล้มเขาภายในสิบวินาที’ นั้นถือว่าเป็นการถ่อมตัวแล้ว!
“อ่อนหัด!” หลิวเจ๋อจุนเหลือบมองเขาและแค่นเสียงเย็นชา
จี้เฟิงที่ยืนมองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเบาๆ ดูเหมือนว่าความสามารถของหลิวเจ๋อจุนและคนอื่นๆ จะพัฒนาขึ้นมาก ด้วยสายตาของจี้เฟิง เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฝีมือของชายที่ปะทะกับหลิวเจ๋อจุนนั้นถือว่าไม่เลวเลย เพียงแต่เมื่อเทียบกับหลิวเจ๋อจุนแล้ว ความแตกต่างนั้นชัดเจนเกินไป
ในขณะเดียวกัน จูฮั่วเฉียนที่อยู่ไม่ไกลกลับสีหน้าเคร่งเครียดลง และมองไปยังหลิวเจ๋อจุนด้วยสายตาที่แปลกไป
ท่าทางของจูฮั่วเฉียนนั้นระมัดระวังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของจูฮั่วเฉียนอยู่ในสายตาของจี้เฟิงทั้งหมด จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย นี่คือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ!
จากนั้นจี้เฟิงก็ก้าวไปหาชายที่พูดมากคนนั้น
“เจ้านายของแกคือใคร? ต้องการจะพูดอะไรกับฉัน?” จี้เฟิงมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้นและถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
....จบบทที่ 1415~