- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1402 (524) การปรึกษา (ตอนฟรี)
บทที่ 1402 (524) การปรึกษา (ตอนฟรี)
บทที่ 1402 (524) การปรึกษา (ตอนฟรี)
บทที่ 1402 (524) การปรึกษา
“เสี่ยวปินคนของเราจัดการเรียบร้อยหรือยัง?”
ในคฤหาสน์หลังหนึ่งที่เมืองเยว่โจว เฉียนปินได้รับสายโทรศัพท์อีกครั้งจาก “คุณชายอู๋”
“วางใจได้เลยครับคุณชายอู๋ ตอนนี้คนของเราถูกส่งไปหมดแล้ว ทุกเส้นทางหลักรอบเมืองเจิ้นหยาง ล้วนมีคนของเราประจำอยู่ทุกจุด!” เฉียนปินรายงานด้วยเสียงมั่นใจ
“แค่นั้นยังไม่พอหรอก!”
เสียงของคุณชายอู๋ดังออกมาทางโทรศัพท์ “นอกจากคนที่นายจัดไว้แล้ว ฉันยังส่งกำลังไปประจำที่เส้นทางคมนาคมรอบๆเมืองหนานเยว่เพิ่มอีกหลายจุด อย่าประมาทคนคนนั้นเด็ดขาด เขาชอบลงมือเหนือความคาดหมาย มีหลายคนแล้วที่พลาดท่าให้เขา!”
เฉียนปินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถามอย่างระมัดระวัง “แล้วตอนนี้เราควรทำยังไงต่อครับ?”
“รอฟังข่าวเท่านั้นก็พอ”
คุณชายอู๋พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ “เสี่ยวปินไม่ว่าจะยังไง คราวนี้เราต้องไม่ปล่อยให้พวกมันหนีออกจากหนานเยว่ได้เด็ดขาด นายรู้ใช่ไหมว่าถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ผลลัพธ์จะเป็นยังไง โดยเฉพาะหม่าปู้โจว ห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด! เพราะงั้นอย่าเอาเรื่องอารมณ์หรือความเห็นใจมาปน ใช้เวลาที่สั้นที่สุดกำจัดภัยคุกคามให้สิ้นซาก อีกอย่างคนคนนั้นพลังไม่ธรรมดา ระวังว่าจะมีคนมาช่วยพวกเขาด้วย เราต้องรีบให้เร็วที่สุด เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ” เฉียนปินตอบสั้นๆ พลางพยักหน้า แต่สีหน้าของเขากลับดูซับซ้อนและยากจะอธิบาย
เขารู้ดีว่าหม่าปู้โจวไม่มีทางรอดแน่ เพราะ “คนคนนั้น” น่ากลัวเกินไป แม้แต่คุณชายอู๋ก็ยังต้องระแวดระวังอย่างมาก ถึงอีกฝ่ายจะมีลูกน้องอยู่แค่ไม่กี่คน ดูอ่อนแอ แต่แม้คุณชายอู๋เองก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่า “ฆ่าเขา” ออกมาด้วยซ้ำ สิ่งที่พูดได้ก็แค่ “ให้หม่าปู้โจวเงียบไปก็พอ”
นี่แหละเทพต่อสู้กัน คนธรรมดาตายฟรี
ในใจของเฉียนปินเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้ก็หวงหยวนซิง จากนั้นก็หม่าปู้โจว ทั้งคู่ต่างก็มีสายเลือดเกี่ยวพันกับเขา โดยเฉพาะหม่าปู้โจวที่เป็นลุง ถึงจะไม่ใช่ญาติสนิท แต่ก็ยังถือว่าเป็นญาติ ทว่าตอนนี้คุณชายอู๋กลับสั่งให้เขาส่งคนไปกำจัดเองกับมือ
เฉียนปินอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าสุดท้ายเขาถูกจี้เฟิงจับได้ขึ้นมา คุณชายอู๋จะไม่กำจัดเขาทิ้งไปด้วยหรือ? บางทีคนต่อไปที่ถูกเก็บ อาจเป็นเขาเองก็ได้
..........
ยิ่งรถของจี้เฟิงแล่นเข้าใกล้หมู่บ้านเล็กๆ ที่เก่าทรุดโทรมมากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกไม่สบายใจในอกของเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ แต่เขารู้แน่ชัดว่ามันไม่ปกติแน่
“เราไม่หยุดในหมู่บ้านนี้ ใช้ความเร็วสูงสุดผ่านไปเลย ถ้ามีเหตุฉุกเฉินก็พุ่งทะลุไปให้ได้!” จี้เฟิงพูดเสียงเข้ม
“บอสน้ำมันใกล้หมดแล้วครับ ถ้าไม่เติมในหมู่บ้านข้างหน้า เราคงไปต่อไม่ไหวแน่!”
หลิวเจ๋อจุนส่ายหน้า “หรือไม่ก็ต้องหารถอีกคันในหมู่บ้าน ไม่งั้นรถจะไปไม่ถึงปลายทางแน่ครับ เครื่องจะดับกลางทาง”
จี้เฟิงขมวดคิ้วแน่น นั่นคือปัญหาใหญ่จริงๆ
ถึงจะยังอยู่ในเขตหนานเยว่ก็จริง แต่บริเวณนี้อยู่ตรงชายขอบสุดของพื้นที่ เป็นเขตทุรกันดารอย่างแท้จริง ตลอดทางแทบไม่มีหมู่บ้านหรือสถานีบริการน้ำมันเลย ทำให้พวกเขาไม่ได้เติมน้ำมันรถมาเป็นเวลานานแล้ว
ในแผนที่มีระบุไว้ชัดว่าบริเวณชายขอบของหนานเยว่มีหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ พวกเขาจึงไม่ได้รีบเติมน้ำมันก่อนหน้านั้น แต่ใครจะคิดว่าปัญหาจะมาเกิดขึ้นตรง “หมู่บ้านสุดท้าย” นี่เอง
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับบอส?” อี้ซิงเฉินที่นั่งข้างๆ สังเกตเห็นสีหน้าจี้เฟิงเปลี่ยนไป จึงถามอย่างระแวดระวัง
“ข้างหน้าอาจมีบางอย่างอันตราย หรืออย่างน้อยก็ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่” จี้เฟิงตอบสั้นๆ
อี้ซิงเฉินรีบเปิดแผนที่ขึ้นมาตรวจสอบเส้นทางอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตาไปตามแนวถนนที่พวกเขาเดินทางผ่านมา ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “ตามแผนที่นี่คือชายขอบของหนานเยว่แล้ว จากตรงนี้ไปถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำข้างหน้า ยังมีระยะอีกไม่ต่ำกว่าร้อยถึงสองร้อยกิโลเมตรเลยครับ”
“ใช่” จี้เฟิงพยักหน้าเบา ๆ “ดูเหมือนข้างหน้าคงไม่มีที่เติมน้ำมันแล้วล่ะ”
ตามแผนที่พวกเขาวางไว้ หลังจากนี้จะเข้าสู่เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ แต่เส้นทางที่ใช้เป็นเพียงขอบนอกของพื้นที่เท่านั้น หมายความว่าพวกเขาจะผ่านเขตชายแดนระหว่างมณฑลหนานเยว่กับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งโดยปกติพื้นที่คั่นกลางระหว่างสองเขตนี้มักเป็นเขตไร้การควบคุม ไม่มีใครปกครองแน่ชัด และเต็มไปด้วยความโกลาหล วุ่นวายตามที่เจี้ยนฮุยเถิงเคยเล่าไว้
เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา พวกเขาจะต้องไม่หยุดรถเลยแม้แต่นาทีเดียว ต้องขับทะลุผ่านพื้นที่นี้ไปให้ถึงเขตกว่างซีให้ได้โดยรวดเดียว ซึ่งก็หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสเติมน้ำมันอีกเลย
“คุณชายจี้ให้ผมไปเองเถอะครับ!” เจี้ยนฮุยเถิงพูดขึ้นทันที “ผมจะเข้าไปดูในหมู่บ้าน ถ้ามีปั๊มน้ำมัน ผมจะหาทางเอาน้ำมันออกมาให้ได้!”
จี้เฟิงส่ายหัวช้าๆ “ไม่ต้องไป หมู่บ้านนั้นต้องมีปัญหาแน่ ไม่ว่าจะเข้าไปดูหรือไม่ดู ผลก็เหมือนกัน”
“งั้นให้ผมไปเองดีกว่า” อี้ซิงเฉินพูดเสียงหนักแน่น “ผมจะให้เจ๋อจุนไปกับผม ส่วนลู่กังคอยคุ้มกันด้านนอก ถึงมีปัญหาก็ยังถอยกลับได้ทัน ไม่มีอะไรต้องกังวล”
“อย่าเพิ่งรีบ” จี้เฟิงยกมือขึ้นห้าม “เจ๋อจุน จอดรถข้างทางก่อน”
เขารู้ดีช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดแบบนี้ ยิ่งรีบร้อนยิ่งอันตราย ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจแลกด้วยชีวิตของทุกคนได้
หลิวเจ๋อจุนจอดรถชิดขอบถนน จี้เฟิงกับอี้ซิงเฉินก้าวลงจากรถ ส่วนไป๋จูก็ตามออกมาทันที
เสียงไฟแช็กดังขึ้น จี้เฟิงจุดบุหรี่ สูดควันเข้าไปสองคำก่อนจะพูดช้าๆ “เหล่าอี้คุณว่าที่เราวางแผนเส้นทางหนีไว้ตั้งแต่แรก มันพลาดตรงไหนหรือเปล่า หรือเราคิดไม่รอบคอบพอ?”
อี้ซิงเฉินส่ายหน้า “เรายังไม่คุ้นกับเส้นทางแถวนี้เลย แค่ดูจากแผนที่ก็แทบวางแผนให้สมบูรณ์ไม่ได้ จากที่เราเริ่มถอยมาจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างยังไม่มีจุดไหนผิดพลาดนะ”
“คุณไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันหมายถึง” จี้เฟิงพูดพลางส่ายหัว “ฉันรู้สึกเหมือนเรากำลังคิดผิดทาง หรืออาจเป็นแค่ฉันคิดไปเองก็ได้ แต่ลองคิดดูดีๆสิเหล่าอี้ ทำไมคนที่ต้องหนีถึงต้องเป็นเรา ทำไมไม่ใช่พวกมันบ้าง?”
“หา?” อี้ซิงเฉินอึ้งไป “หมายความว่ายังไง?”
“ตอนนี้คนที่ควรหนี ไม่ควรเป็นเรา!” จี้เฟิงพูดหนักแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ “เหล่าอี้ลองคิดดู ตั้งแต่แรกที่เรามา ก็แค่จะจับคนเท่านั้นเอง แต่เพราะอยู่ในถิ่นของพวกมัน เราเลยเผลอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายลอบเข้าเขตศัตรู ต้องระวังทุกฝีก้าว แต่หลังจากหวงหยวนซิงเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดออกมา ความจริงแล้วเราไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป อย่างน้อยในแง่เหตุผลและความถูกต้อง เรายืนอยู่ฝ่ายที่เหนือกว่า!”
อี้ซิงเฉินนิ่งคิด แล้วก็พยักหน้าเบาๆ เหมือนเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด “จริงด้วยสิพอฟังแบบนี้ มันก็เป็นอย่างที่บอสว่าจริงๆ”
เพราะเหตุการณ์จับตัวหวงหยวนซิงเมื่อก่อน ทำให้พวกเขาเกิดอคติในใจ จึงคิดเพียงว่าจะต้องรีบหลบหนีให้เร็วที่สุด แล้วค่อยพาตัวคนกลับไปสอบสวนที่เจียงโจว แต่ตอนนี้เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง การหนีแบบนี้อาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด
“งั้นบอสหมายความว่าเราต้องเปลี่ยนแผน?” อี้ซิงเฉินถาม
“เปลี่ยนแน่นอน” จี้เฟิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ “แค่หนีไม่พอตอนนี้ฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าคือเรา คนที่ควรกลัวน่ะไม่ใช่เรา แต่ต้องเป็นพวกมันต่างหาก!”
“พูดแบบนั้นก็ถูกอยู่ แต่ตอนนี้เรายังอยู่ในถิ่นของพวกมัน ถ้ามันจนตรอกขึ้นมาจะไม่ยิ่งอันตรายเหรอครับ? จำได้ไหมก่อนหน้านี้เราก็เพิ่งโดนซุ่มโจมตีมา?” อี้ซิงเฉินเตือน
จี้เฟิงพยักหน้า “คุณพูดถูก เราถือไพ่เหนือกว่าในแง่หลักฐานและความถูกต้อง แต่เราก็ไม่อาจคิดว่าแค่ใช้เหตุผลกับกฎหมายจะทำให้พวกมันละอายใจแล้วยอมมอบตัวได้ คนพวกนั้นไม่ใช่แบบนั้นหรอก”
เพราะเมื่อผลประโยชน์และอำนาจอยู่ในมือ มนุษย์ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องมัน ยิ่งคนที่มีตำแหน่งสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ยอมถูกลากลงมา ยิ่งเราจับได้ไล่ทัน พวกมันก็จะยิ่งคลั่งมากขึ้นเท่านั้น
“ตอนนี้เรามีสองทางให้เลือก” จี้เฟิงพูดต่อ “ทางแรก ใช้กำลังของพวกเราเองฝ่าออกจากหนานเยว่ อ้อมไปทางกวางซีแล้วค่อยกลับเจียงโจว เส้นทางนี้อันตรายมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านข้างหน้า มันคือจุดตาย ถ้าพวกมันซุ่มอยู่ที่นั่น เราอาจฝ่าไม่ได้เลย”
อี้ซิงเฉินพยักหน้า “ถึงหมู่บ้านนั้นจะเก่า แต่ถ้าพวกมันวางกำลังไว้เยอะจริง การบุกผ่านคงยาก ถนนมีแค่เส้นเดียว ตัดผ่านหมู่บ้าน มีแค่สองแยกก่อนมาบรรจบกันตรงกลาง ถ้ามันล้อมสองฝั่งไว้ ก็บดเราทิ้งได้ทันที”
“อีกทางหนึ่ง”
ถึงสถานการณ์จะตึงเครียด แต่สีหน้าของจี้เฟิงกลับสงบนิ่ง “เราถอยกลับ ขอความช่วยเหลือ แล้วลงมือจับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด”
“ไม่ใช่ว่าผมกลัวการต่อสู้หรอกนะ แต่ถ้าเลือกได้ ผมว่าทางที่สองปลอดภัยกว่า” อี้ซิงเฉินกล่าว “แต่เราต้องคิดไว้ก่อนว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร และเขาจะอ้างเหตุผลอะไรในการเข้ามาช่วยเรา ในเมื่อที่นี่คือถิ่นของพวกมัน จะเข้ามาได้ยังไง?”
“ถ้าเราขอความช่วยเหลือ คนที่มาช่วยจะมีมากพอแน่ เหตุผลก็มีตั้งหลายข้อ ไม่มีใครขัดขวางได้หรอก เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” จี้เฟิงส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ “แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคิดว่าทางแรกดีกว่า”
“ทำไมล่ะ?” อี้ซิงเฉินถามต่อทันที
“เพราะสิ่งนั้นไง” จี้เฟิงชี้ขึ้นไปบนฟ้า “ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าพวกมันเองก็ใช้ดาวเทียมติดตามได้เหมือนกัน ถ้าเราติดต่อขอความช่วยเหลือตอนนี้ ฉันกลัวว่ายังไม่ทันที่คนจะมาถึง พวกมันคงลอบฆ่าเราก่อนแน่”
นั่นคือเหตุผลที่จี้เฟิงไม่โทรขอความช่วยเหลือจนถึงตอนนี้ เดิมทีระบบติดตามดาวเทียมเคยเป็นอาวุธลับของเขา แต่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ใช้ได้เช่นกัน และนี่คือถิ่นของพวกมัน เขาจึงตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ
ในศึกระหว่างสองฝ่ายนี้ หากขาด “จังหวะ โอกาส และคนที่เหมาะสม” ไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อาจหมายถึงความพ่ายแพ้
“สรุปแล้ว ยังไงเราก็ต้องฝ่าหมู่บ้านข้างหน้าไปให้ได้ก่อน ไม่ว่าจะเพื่อขอความช่วยเหลือหรือจะย้อนกลับไปโจมตี ก็ต้องรอให้ถึงเขตกวางซีก่อนเท่านั้น” จี้เฟิงกล่าวเสียงหนักแน่น
จบบทที่ 1402~