เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1377 (499) คิดให้รอบคอบ ก่อนลงมือ (ตอนฟรี)

บทที่ 1377 (499) คิดให้รอบคอบ ก่อนลงมือ (ตอนฟรี)

บทที่ 1377 (499) คิดให้รอบคอบ ก่อนลงมือ (ตอนฟรี)


บทที่ 1377 (499) คิดให้รอบคอบ ก่อนลงมือ

“บอสครับ หลิวเจ๋อจุน ลู่กัง แล้วก็เหล่าอี้ ออกเดินทางล่วงหน้าไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ พวกเขาไปถึงเยว่โจวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนและเช็กอินในโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอพวกเรา…” ที่ด้านนอกของสนามบินเจียงโจว หลิวซินกำลังรายงานด้วยเสียงเบา

จี้เฟิงที่กำลังก้าวเข้าไปในอาคารผู้โดยสารของสนามบินพลางถามขึ้นว่า “พักอยู่ในโรงแรมใหญ่เหรอ? แล้วพวกเขาเอาอาวุธเข้าไปยังไง?”

อี้ซิงเฉินพาหลิวเจ๋อจุนกับลู่กังออกเดินทางล่วงหน้าโดยไม่ได้ไปพร้อมกับจี้เฟิง พวกเขาขับรถตรงไปยังเมืองเยว่โจวในมณฑลหนานเยว่แต่ไม่ได้ใช้ทางด่วน พวกเขาเลือกวิ่งบนถนนชนบทเชื่อมต่อทางหลวงแผ่นดิน นั่นเป็นเพราะพวกเขานำอาวุธติดตัวมาด้วยจำนวนหนึ่ง มีทั้งปืนพกหลายกระบอกพร้อมแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนเต็มแม็ก นอกจากนั้นยังมีปืนยาวอีกหลายกระบอก และที่ขาดไม่ได้คือปืนไรเฟิลซุ่มยิงคู่ใจของลู่กัง!

ของพวกนี้ถ้าขึ้นทางด่วน มันจะเตะตาเกินไป แม้ด่านเก็บเงินจะเอาแต่เก็บเงิน ไม่ได้ตรวจละเอียดทุกคัน แต่เรื่องแบบนี้ประมาทไม่ได้ อี้ซิงเฉินจึงเลือกถนนรอง อีกทั้งยังเลี่ยงการผ่านตัวเมืองของอำเภอหรือเมืองเล็กๆระหว่างทางเพราะเสี่ยงยิ่งกว่า

ในส่วนนี้จี้เฟิงเห็นด้วยเต็มที่กับความเห็นของอี้ซิงเฉิน

ประสบการณ์จริงของอี้ซิงเฉินนั้นมีมากกว่าจี้เฟิงมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ ถึงแม้จี้เฟิงจะไม่ใช่มือสมัครเล่น แต่แผนของอี้ซิงเฉินก็ค่อนข้างครอบคลุมและละเอียดถี่ถ้วนอยู่แล้ว ดังนั้นจี้เฟิงย่อมไม่ค้านเป็นธรรมดา

อย่างที่คาดไว้ การเดินทางตลอดทั้งเส้นทางไม่มีปัญหา ทว่าพอจี้เฟิงได้ยินว่าอี้ซิงเฉินกับพวกพักอยู่ที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่ง เขาก็อดงุนงงไม่ได้ พวกเขาพกอาวุธเข้าไปพักในโรงแรมทั้งแบบนั้นน่ะหรือ?

รู้หรือไม่ว่าอาวุธเหล่านั้น รวมๆแล้วไม่ใช่น้อยๆเลย จะให้ยัดใส่กระเป๋าเดินทางสองสามใบคงไม่มีทาง แต่จะแบกดุ่มๆเข้าพักในโรงแรมทั้งแบบนั้น... มันจะไม่สะดุดตาเกินไปหน่อยเหรอ?

“เหล่าอี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องอาวุธครับ แค่แจ้งว่าถึงโดยปลอดภัยและลงหลักปักฐานแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย…” หลิวซินยังคงรายงานด้วยเสียงเบา

จี้เฟิงพยักหน้า ดูท่าอี้ซิงเฉินคงหาวิธีเก็บอาวุธได้แนบเนียนแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรให้น่าวิตก เขาโบกมือเบาๆ แล้วก้าวเข้าโถงรอขึ้นเครื่อง

ระหว่างที่รอเรียกขึ้นเครื่อง จี้เฟิงถามต่อ “ที่บ้านจัดการยังไงบ้าง?”

“กัวเถาเป็นผู้รับผิดชอบสถานการณ์โดยรวมที่บ้านชั่วคราวครับ นอกจากจะรับผิดชอบความปลอดภัยของกลุ่มเถิงเฟยแล้ว เขายังต้องนำทีมฝึกซ้อมด้วย” หลิวซินตอบ

จี้เฟิงยิ้มและคิดว่านี่เป็นการจัดการที่ดีที่สุด

ถ้าถามว่า นอกจากอี้ซิงเฉินกับหลิวซินแล้ว ใครมีมุมมองภาพรวมได้ดีที่สุดและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีที่สุด ก็คงต้องเป็นกัวเถาอย่างไม่ต้องสงสัย

ถึงแม้กัวเถาจะดูนิ่งๆเฉยๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนมีฝีมือมาก เพียงแต่พรสวรรค์ของเขาถูกบดบังด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมและสง่างามของอี้ซิงเฉิน จึงทำให้ไม่เป็นที่ประจักษ์นัก และในตอนนั้น การให้กัวเถารับผิดชอบสถานการณ์โดยรวมเพียงลำพัง จึงทำให้ดูอ่อนแอไปบ้าง

แต่ในความเป็นจริง หลังจากผ่านการฝึกปรือช่วงนี้ กัวเถายังคงสามารถทำหน้าที่ประเภทนี้ได้ และควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ

นี่เองคือสิ่งที่ทำให้จี้เฟิงพึงพอใจมากที่สุด เถิงเฟยกรุ๊ปกำลังเร่งสร้างบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายด้านอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการ เทคโนโลยี หรือความปลอดภัย ทุกคนล้วนได้รับการฝึกฝนจนเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอด!

อีกทั้งเพราะกัวเถาทำได้ดี จี้เฟิงจึงวางใจพาหัวหน้าทีมและรองหัวหน้าอย่างอี้ซิงเฉินกับหลิวซินออกมาพร้อมกันได้

ทั้งหน่วยนับรวมอี้ซิงเฉินมีกันสิบสี่คน ถ้านับหยางหยูเข้าไปก็สิบห้า ตอนนี้จี้เฟิงดึงออกมาสาม โดยสองในนั้นคือคนคุมภาพรวม ทว่ามี กัวเถา เหลืออยู่ที่บ้านก็เพียงพอแล้วในการรับมือและสั่งการรายวัน

แม้ว่าจะมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น จี้เฟิงเชื่อว่ากัวเถาสามารถจัดการได้ หรือต่อให้เขาไม่สามารถรับมือได้เพราะขาดประสบการณ์หรือวิจารณญาณ เขาก็ยังสามารถติดต่ออี้ซิงเฉินและหลิวซินได้ทันเวลา

ดังนั้นการที่จี้เฟิงพาทั้งอี้ซิงเฉินและหลิวซินออกมา ก็มีนัย “ฝึกกัวเถา” ซ่อนอยู่

จริงๆแล้วกัวเถาเป็นคนสุขุมมาก เหมาะกับการบังคับบัญชา ถ้าขัดเกลาเขาได้…ย่อมเป็นผลดีมหาศาลต่อเถิงเฟยกรุ๊ปและทั้งหน่วย

แน่นอน…การไปหนานเยว่รอบนี้ จี้เฟิงไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะชนะ

เขาไม่ได้จะไปวัดฝีมือ แต่จะ “ลากตัว” เฮียหวงผู้ลึกลับกลับมาให้ได้ แล้ว ‘งัดปาก’ เอาคนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมา

กล้าตั้งเป้าไปที่สองแม่ลูกหลี่เยี่ยฉินและหลี่เยี่ยนถง ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับแรกกระแทกที่สาสมที่เต็มไปด้วยแรงโทสะของเขา!

ยิ่งไปกว่านั้นคนที่กล้าทำ… และยังรู้ความเป็นมาของสองแม่ลูก นั่นย่อมไม่ใช่คนธรรมดา เฮียหวงไม่มีทางเป็น ‘ตัวการใหญ่สุดท้าย’ เบื้องหลังเขายังต้องมี ‘ใครอีกคน’ ซ่อนอยู่ และนั่นล่ะ คือเป้าหมายที่จี้เฟิงต้อง ‘ลากออกมา’

...…

เมื่อเครื่องบินสั่นน้อยๆขณะร่อนลงพื้น ล้อก็แตะรันเวย์ จี้เฟิงมองเห็นลานจอดอันคุ้นตา และอาคารไกลๆ ที่มีอักษรสองตัว ‘หนานเยว่’

“ได้เหยียบแผ่นดินหนานเยว่อีกครั้ง…”

หลังลงจากเครื่องบินและก้าวเท้าออกจากสนามบิน จี้เฟิงมองไปยังถนนและอาคารที่คุ้นเคย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยอารมณ์ที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยใจเล็กน้อยว่า “หนานเยว่... ที่แห่งนี้คือดินแดนแห่งเรื่องยุ่งวุ่นวาย ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ จะต้องมีปัญหาทุกที!”

ไป๋จูที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเม้มปากเป็นรอยยิ้มน้อยๆ เธอเข้าใจดีว่าจี้เฟิงหมายถึงอะไร

ครั้งก่อนที่เขามายังเยว่โจว จี้เฟิงได้ดึงตัวบุคลากรฝ่ายบริหารและฝ่ายเทคนิคจำนวนมากจากหรงเผิงกรุ๊ป รวมถึงตัวหรงเผิงและหรงซูเยี่ยนด้วย นอกจากนั้นเขายังใช้เยว่โจวเป็นจุดอ่อน ทำให้ตระกูลอู๋และตระกูลเจิ้งต้องประสบกับความสูญเสีย!

แน่นอนหรงซูเยี่ยนกับหรงเผิงไม่ได้มาทำงานกับจี้เฟิงโดยตรง แต่การจากไปของพวกเขาทำให้หรงเผิงกรุ๊ปเสียหายหนัก บวกกับการสูญเสียคนเก่งจำนวนมาก ต่อให้ไป๋จูไม่คุ้นโลกธุรกิจ ก็รู้ว่าความเสียหายเช่นนี้… มันหนักหนาเพียงใด!

และรอบนี้จี้เฟิงก็กลับมายังเยว่โจวอีกครั้ง… คราวนี้ใครจะเป็นซวย… คงมีแต่พระเจ้าที่รู้

“บอสจะไปโรงแรมที่เหล่าอี้พักเลยไหมครับ?” หลิวซินถามเมื่อพวกเขาออกจากสนามบิน

จี้เฟิงส่ายหน้า “ยังไม่ต้องแยกกันทำดีกว่า… เอาแบบนี้ เราหาโรงแรมพักก่อน ให้อยู่ละแวกเดียวกับโรงแรมของเหล่าอี้พักเอาแรง พอทุกอย่างพร้อม… ค่อยลงมือ!”

“รับทราบ!”

หลิวซินพยักหน้า เดินออกไปข้างทางและโบกรถแท็กซี่ ทั้งสามขึ้นรถมุ่งหน้าตรงไปย่านโรงแรมที่อี้ซิงเฉินและคนอื่นๆพักอยู่

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้เข้าพักในโรงแรมที่คนอื่นๆพัก แต่เลือกโรงแรมหรูกว่าที่อยู่ใกล้ๆแทน

การเลือกโรงแรมระดับไฮเอนด์ มีข้อดีอย่างยิ่ง เพราะการตรวจตรากะทันหันแทบไม่มี เครือข่ายความสัมพันธ์ของโรงแรมหรูถูกเคลียร์ไว้ดี ไม่ค่อยเกิดเหตุล่อซื้อหรือมีกุ๊ยอันธพาลมาป่วน ลดปัญหาไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงเรื่องบานปลายที่อาจส่งผลให้ความปลอดภัยและความลับของปฏิบัติการ…สูงขึ้น

เมื่อเช็กอินแล้ว จี้เฟิงจึงสั่งการ “หลิวซิน ติดต่อเหล่าอี้ บอกว่าพวกเรามาถึงแล้ว ให้พวกเขาพักผ่อนเอาแรง แล้วเตรียมให้พร้อม…ฉันจะไปเตรียมของ หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว เราจะเริ่มลงมือ”

“ครับ!” หลิวซินรับคำ

จี้เฟิงกลับไปที่ห้องของตัวเอง...พวกเขาเข้าพักอยู่ในห้องชุดระดับไฮเอนด์เป็น “ห้องสวีตหรู” มันมีหลายห้องนอนอยู่ในยูนิตเดียว...หลังจากจี้เฟิงจัดการเรื่องห้องนอนของหลิวซินกับไป๋จูและให้พวกเขาเข้าห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว จี้เฟิงก็ปิดประตูและหยิบมือถือออกมา

เขานิ่งคิดเล็กน้อย…สุดท้ายก็กดเบอร์ของ เจิ้งหยวนซาน

ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้จี้เฟิงไม่อยากติดต่อกับเจิ้งหยวนซานเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่เรื่องตอนมีเรื่องกับชางฉงเว่ยแล้วเจิ้งหยวนซานเลือก ‘เอาตัวรอดเป็นยอดดี’ จนทำให้จี้เฟิงรู้สึกหมางใจกับเขาอยู่บ้าง แต่ยังเป็นเพราะจี้เฟิงได้กลิ่นอายของ ‘วิกฤต’ บางอย่างจากเหตุการณ์นี้ด้วย

ถ้าตอนนั้นเขาเล่นงานตระกูลจ้าวไม่สำเร็จ การเอาตัวรอดอย่างกะทันหันของเจิ้งหยวนซานอาจทำให้จี้เฟิงล้มทั้งยืนไปเลยก็ได้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การร่วมมือกันอาจเป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ แต่เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ คุณยังต้องพึ่งพาตัวเอง!

หลังจากนั้นจี้เฟิงจึงค่อยๆ เว้นระยะจากเจิ้งหยวนซาน เขาเกลียดการที่ต้องเสแสร้งหรือถูกประจบสอพลอ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากติดต่อกับคนที่ไม่ชอบ

อย่างไรก็ตาม การกระทำของเจิ้งหยวนซานในการจัดการกับหูหลงทำความหมางใจของจี้เฟิงที่มีต่อเจิ้งหยวนซานเบาบางลงไปมาก บวกกับเขาเองก็ค่อยๆคิดอะไรได้หลายอย่าง เขาจึงกลับมาเริ่มติดต่อกับเจิ้งหยวนซานอีกครั้ง

อย่าคิดว่าจี้เฟิงติดต่อเจิ้งหยวนซานเพียงเพราะต้องการความช่วยเหลือ จริงๆแล้วหากจี้เฟิงต้องการใช้อำนาจของตำรวจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องผ่านเจิ้งหยวนซานเสมอไป มีคนมากมายที่เขาสามารถขอความช่วยเหลือได้ แต่เขารู้สึกว่าเจิ้งหยวนซานคือคนที่เหมาะสมที่สุด

ถ้าปล่อยให้ความสัมพันธ์กับเจิ้งหยวนซานตึงเกินไป ก็อาจกระทบสัมพันธ์ระหว่างเขากับจางเล่ย อีกทั้งทำให้เจิ้งหยวนซานติดอยู่ระหว่างเขากับอารองจี้เจิ้นกั๋ว มันจะลำบากใจในหลายฝ่าย

นั่นเป็นเหตุว่าทำไมจี้เฟิงจึงตัดสินใจปล่อยวางความ ‘หมางใจ’ ต่อเจิ้งหยวนซาน... แล้วกดต่อสายไปหาเขา

“ฮัลโหล เสี่ยวเฟิง?” เสียงของเจิ้งหยวนซานดังมาตามสาย

“สวัสดีครับ ลุงเจิ้ง” น้ำเสียงของจี้เฟิงราบเรียบ นี่คือสไตล์ของเขา

เจิ้งหยวนซานไม่ถือสา กลับหัวเราะอารมณ์ดี “มีธุระใช่ไหม?”

“ครับ มีนิดหน่อย”

จี้เฟิงกล่าวว่า “ยังจำเรื่องที่ผมถูกลอบเล่นงานซ้ำๆ ในเจียงโจวได้ไหม? ที่ตอนนั้นชางฉงเว่ยก็ยังส่งคนมาร่วมด้วย”

“…จำได้สิ แล้ว… เธอต้องการจะบอกอะไร?” น้ำเสียงของเจิ้งหยวนซานชะงักนิดเดียวเพราะตอนนั้นเขาทำตัวไม่ค่อยดีนัก เลยติดเขินบ้าง

แต่หลังจากเวลาผ่านไปตั้งนาน จี้เฟิงจู่ๆก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา…เขาคิดจะทำอะไร?

“คืออย่างนี้ครับ ผมอยากถามว่า ตอนนั้นลุงบอกว่าคนที่ร่วมลอบโจมตีบางส่วน มาจากแก๊งเล็กๆ ในหนานเยว่…แก๊งนั้นชื่ออะไร? แล้วอยู่เมืองไหนของหนานเยว่เหรอครับ?” จี้เฟิงถาม

“เธอถามเรื่องนี้เพราะว่า…”

.....จบบทที่ 1377~

จบบทที่ บทที่ 1377 (499) คิดให้รอบคอบ ก่อนลงมือ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว