เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1361 (483) เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว! (ตอนฟรี)

บทที่ 1361 (483) เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว! (ตอนฟรี)

บทที่ 1361 (483) เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว! (ตอนฟรี)


บทที่ 1361 (483) เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว!

วันถัดมาจี้เฟิงกับพวกก็ออกไปเที่ยวรอบเมืองภายใต้การนำทางของหลี่เยี่ยนถง พวกเขาแทบจะตระเวนเก็บสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนครจินหลิงครบทุกแห่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ท่าทีของหลี่เยี่ยนถงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกที่เคยมีระยะห่างระหว่างเธอกับจี้เฟิงได้หายไปจนหมดสิ้น

แม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่สำคัญ ตราบใดที่พวกเขาต่างยอมรับในกันและกัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ระหว่างทาง จี้เฟิงยังได้รู้จากปากของหลี่เยี่ยนถงเอง ว่าทำไมท่าทีของหลี่เยี่ยฉินถึงได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาได้แต่เงียบไปครู่หนึ่ง ความจริงแล้วเขาเข้าใจดี การจะทำอะไรสักอย่าง มันไม่อาจอาศัยเพียงความชอบหรืออคติส่วนตัว หลี่เยี่ยฉินจำเป็นต้องคิดถึงความรู้สึกของลูกสาวก่อนเป็นอันดับแรก

ที่จริงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะจี้เฟิงแสดงความจริงใจออกมาอย่างเต็มที่ หลี่เยี่ยฉินก็คงไม่มีวันยอมรับเขาได้ ดังนั้นหากจะพูดให้ถูกต้องจริงๆแล้ว สิ่งที่ทำให้หลี่เยี่ยฉินใจอ่อน ก็คือท่าทีที่จริงใจของจี้เฟิง รวมถึงความเอาใจใส่ที่เขามีต่อหลี่เยี่ยนถง

ในที่สุดจี้เฟิงก็ถอนหายใจยาว ความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทไป มันไม่ได้สูญเปล่า!

ทั้งตัวเขาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

จนกระทั่งอีกวันต่อมา จี้เฟิงกับพวกถึงได้ตัดสินใจเตรียมตัวออกจากจินหลิง แต่ก่อนจะไป เขายังอยากไปเยี่ยมหลี่เยี่ยฉินอีกครั้ง

“จี้เฟิงเธอกับเยี่ยนถงเป็นพี่น้องกัน ต่อไปต้องคอยพึ่งพากัน ครั้งนี้เธอทำได้ดีมาก ไม่ปล่อยให้พี่สาวถูกใครรังแก…” หลี่เยี่ยฉินมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ความรู้สึกในใจยังซับซ้อนอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ยอมรับเขาได้แล้ว “ถ้ามีเวลาก็มาที่นี่บ่อยๆหน่อยก็ได้นะ พี่สาวของเธอปกติก็อยู่คนเดียว เพื่อนไม่ค่อยมี ถ้าไม่ได้ออกไปไหน บางทีก็ไม่มีแม้แต่คนให้พูดคุยด้วย”

“ผมจำไว้แล้วครับคุณป้า!” จี้เฟิงพยักหน้า

“อืม! เท่านี้ฉันก็เบาใจแล้วล่ะ” หลี่เยี่ยฉินพยักหน้าตอบ “เอาอย่างนี้สิ ไปเรียกช่าวเหลยและคนอื่นๆมาให้หมด แล้วตอนเที่ยงมากินข้าวที่บ้านป้าสิ”

“เอ่อ…” จี้เฟิงลังเลเล็กน้อย “คุณป้าพวกเราตั้งหลายคน ถ้าทำอาหารเอง เกรงว่าจะเหนื่อยมากเกินไป ออกไปกินข้างนอกดีกว่า แบบนั้นสะดวกกว่าด้วย คุณป้าคิดว่าไงครับ?”

“ออกไปกินทำไมกัน อาหารที่ทำกินเองในบ้านสะอาดกว่าเยอะ ที่ร้านอาหารก็ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน ทำกินกันที่บ้านนี่แหละ!” หลี่เยี่ยฉินพูด

“งั้น… ก็ได้ครับ ผมจะโทรบอกทุกคนเดี๋ยวนี้เลย!” จี้เฟิงยิ้มพยักหน้า “แต่แบบนี้ก็ต้องรบกวนคุณป้าแล้วนะครับ!”

“เหนื่อยมาตั้งหลายสิบปีแล้ว จะเหนื่อยเพิ่มอีกสักครั้งจะเป็นไรไป!” หลี่เยี่ยฉินตอบ

จี้เฟิงหัวเราะเบาๆ ไม่รู้จะตอบอะไรดี เขารู้สึกได้ว่า หลี่เยี่ยฉินยังไม่ได้วางอดีตทิ้งไปทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น ที่เธอสามารถเปลี่ยนใจมายอมรับเขาได้ถึงขั้นนี้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ไม่นานนักจี้ช่าวเหลยกับคนอื่นๆ ก็ทยอยกันเข้ามา เซียวหยูซวนกับถงเล่ยรีบอาสาเข้ามาช่วยงานในครัว ทำให้หลี่เยี่ยฉินไม่ต้องเหนื่อยมากนัก

“น้องสามเก่งมาก!” จี้ช่าวเหลยยกนิ้วโป้งให้ พร้อมพูดเสียงเบาๆกับเขา

จี้เฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า “ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่ามันจะคลี่คลายได้ง่ายขนาดนี้ ที่จริงแล้วต้องยกความดีความชอบให้ป้าหลี่ที่เข้าใจ”

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าท่าทีของหลี่เยี่ยฉินจะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ก่อนหน้านั้นเธอทั้งหนักแน่นและเย็นชา จนเขาแทบไม่เหลือความมั่นใจเลยด้วยซ้ำ ถึงขั้นเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพยายามยืนหยัดต่อไปอีกนาน

แต่ตราบใดที่เขาจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก วันหนึ่งหลี่เยี่ยฉินก็ต้องมองเห็นสิ่งนั้นแน่นอน

และตอนนี้…มันก็เป็นจริงแล้ว ราวกับเมฆหมอกที่สลายตัว เผยให้เห็นจันทร์สว่างกลางฟ้า!

มื้ออาหารนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งเจ้าบ้านและแขกต่างก็มีความสุข ใบหน้าของหลี่เยี่ยฉินมีรอยยิ้มมากกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และคนที่ดีใจที่สุดก็คือหลี่เยี่ยนถง เธออยากมีน้องชาย แต่ก็ไม่อยากให้แม่ต้องลำบากใจ ตอนนี้กลายเป็นว่าทุกฝ่ายต่างพอใจ สถานการณ์ลงเอยด้วยความยินดีทั้งสองด้าน

หลังจากนั้น จี้เฟิงก็นั่งคุยกับหลี่เยี่ยนถงอยู่นาน ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าโอกาสแบบนี้หาได้ยาก เพราะเมื่อถึงเวลาเริ่มงานจริงๆ ก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แค่จี้เฟิงกับจี้ช่าวเหลยที่อยู่เมืองเจียงโจวด้วยกันแท้ๆ เวลายุ่งๆยังแทบไม่ได้เจอกัน บางครั้งหายไปเป็นเดือนก็มี

ยิ่งตอนนี้จี้เฟิงอยู่เจียงโจว ส่วนหลี่เยี่ยนถงอยู่จินหลิง โอกาสที่จะได้พบกันก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก

จนกระทั่งบ่ายสามโมงกว่าๆ จี้เฟิงกับพวกถึงได้ออกเดินทางกลับเจียงโจว กว่าจะถึงที่นั่นก็ล่วงเข้าสู่ยามเย็นแล้ว

เมื่อกลับถึงบ้าน เซียวหยูซวนกับถงเล่ย รวมทั้งไป๋จู เสี่ยวอิงและหานเซิ่น ต่างก็พากันไปช่วยกันจัดเก็บห้อง หลังจากออกไปหลายวัน ห้องต้องเก็บกวาดสักหน่อยถึงจะนอนได้

ส่วนจี้เฟิงเข้ามาที่ห้องทำงานโดยตรง แลtเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นเป็นอย่างแรก

“ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ…” พอเปิดโปรแกรมแชทได้ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมา หวังซินที่ได้รับการติดต่อไว้ล่วงหน้า กำลังรออยู่ที่หน้าจอพอดี

“บอสเรื่องเบอร์โทรศัพท์ที่คุณให้ฉันตามหา ตอนนี้ได้รับผลการตรวจสอบแล้วค่ะ” เสียงและภาพวิดีโอของหวังซินปรากฏขึ้น “เบอร์นี้เป็นประเภทที่ไม่ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน ใช้งานได้เลย เลยไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้”

“ตรวจไม่ได้เลย?!” จี้เฟิงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ “ไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามต่อสักนิดเหรอ?”

เขารู้ดีว่ามีเบอร์โทรศัพท์บางประเภทที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าใช้เบอร์นี้ แสดงว่าต้องเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ปล่อยช่องโหว่ง่ายๆแน่

ต้องรู้ไว้ด้วยว่า จากที่ฟางหมิงเล่า ทุกครั้งที่เจอชายที่ชื่อเฮียหวง เขาจะสวมหมวกกับหน้ากากปิดหน้าไว้ตลอด ทำให้ไม่เห็นแม้แต่หน้าตาที่แท้จริง

นี่แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายมีความระมัดระวังขนาดไหน

แม้ก่อนหน้านี้จี้เฟิงจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ค่อยเต็มใจที่จะยอมรับว่าเบาะแสจบลงเพียงเท่านี้

หวังซินพูดขึ้นมา “บอสอย่าเพิ่งรีบร้อน ที่ฉันบอกว่าตรวจไม่เจอ หมายถึงถ้าวิธีการปกติทั่วไปมันหาที่มาไม่ได้ แต่หลังจากนั้นฉันลองสอบตรงจากบริษัทสื่อสาร ผลที่ได้คือเบอร์นี้อยู่ในล็อตหนึ่ง และเบอร์ล็อตนั้นถูกส่งไปที่หนานเยว่!”

“หนานเยว่?!” จี้เฟิงขมวดคิ้วทันที “แน่ใจหรอ?”

“แน่ใจค่ะ!” หวังซินพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เบอร์ล็อตนี้เป็นของหนานเยว่จริงๆ ถูกส่งไปตั้งแต่ปีก่อนแล้ว!”

“เกี่ยวพันกับหนานเยว่อีกแล้ว…” จี้เฟิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น “นอกจากนี้ มีเบาะแสอื่นอีกไหม?”

“ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ” หวังซินตอบ “ฉันตรวจเจอแค่นี้เอง และสองสามวันที่ผ่านมา เบอร์นี้ก็ไม่เคยมีการใช้งานโทรออกโทรเข้าเลย เลยไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ รู้เพียงว่าเบอร์นี้มาจากหนานเยว่เท่านั้น”

“ถ้าฉันโทรไปที่เบอร์นั้นล่ะ เธอต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะระบุตำแหน่งอีกฝ่ายได้?” จี้เฟิงถาม

“อันนี้ตอบตรงๆไม่ได้ค่ะ ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สนทนากับคุณภาพสัญญาณด้วย…แต่ยังไงฉันก็จะพยายามเต็มที่!” หวังซินกล่าว

จี้เฟิงพยักหน้า เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหาที่นั่น ลองทำกันดู!”

“ค่ะ!” หวังซินตอบรับ

หลังวางสาย จี้เฟิงก็ลุกจากเก้าอี้ เดินไปยืนที่หน้าต่าง มองดูท้องฟ้าที่กำลังถูกความมืดเข้าปกคลุม เขาขมวดคิ้วพลางคิดหนัก

เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว!

ถ้านับรวมกับกลุ่มนักฆ่าที่เคยเล่นงานเขาก่อนหน้านี้ นี่ก็นับเป็นครั้งที่สามแล้วที่เรื่องราวมันโยงใยไปถึงหนานเยว่

เมื่อคิดย้อนกลับไป ตั้งแต่ครั้งที่มีปัญหากับตระกูลอู๋ ทุกอย่างก็วนเวียนเกี่ยวพันกับตระกูลอู๋และหนานเยว่ไม่จบสิ้น

แรกเริ่มกลุ่มหรงเผิงแห่งหนานเยว่วางแผนจะเข้ามาตีตลาดในพื้นที่ภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ในอำนาจของตระกูลจี้ แต่แผนการของตระกูลอู๋ก็ล้มเหลว เพราะหรงเผิงถูกจี้เฟิงสกัดจนแตกกระจาย บริษัทหวงกงในเครือที่ลงทุนสร้างฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่อำเภอฮั่วเหอก็กลายเป็นโครงการร้าง

ยิ่งไปกว่านั้นความโง่เขลาของเจิ้งหยูซิ่วก็ยิ่งทำให้จี้เฟิงได้ข้ออ้างในการปั่นป่วนที่หนานเยว่ผลลัพธ์คือตระกูลเจิ้งกับตระกูลอู๋ต้องขาดทุนไปไม่น้อย ถึงขนาดที่ผู้อาวุโสของทั้งสองตระกูลต้องก้มหัวให้ตระกูลจี้ โดยเฉพาะตระกูลอู๋ ส่วนผู้อาวุโสของตระกูลเจิ้งนั้น ต่อหน้าปู่จี้ เกรงว่าคงไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะอ้าปากพูด

การเผชิญหน้าครั้งนั้น เรียกได้ว่าตระกูลอู๋นั้น “เสียทั้งเมียเสียทั้งกองทัพ” เลยทีเดียว!

ต่อจากนั้นจี้เฟิงก็ถูกลอบโจมตีอย่างกะทันหัน จากผลการสืบของเจิ้งหยวนซาน พบว่าหนึ่งในกลุ่มที่เข้ามาลอบโจมตี เป็นเพียงแก๊งเล็กๆในหนานเยว่ แต่หลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร หัวหน้าและแกนนำของแก๊งนั้นต่างพากันหนีหัวซุกหัวซุน บ้างหลบหนีออกนอกประเทศ บ้างก็หายสาบสูญ แก๊งเล็กๆนั้นจึงแตกสลายอย่างรวดเร็ว…

และตอนนี้เรื่องราวก็โยงไปถึงหนานเยว่อีกแล้ว!

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลอู๋ด้วยรึเปล่านะ?” จี้เฟิงพึมพำกับตัวเอง “หรือเป็นเพียงกลลวงที่ใครบางคนสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ฉันไขว้เขว…หรือว่า…มันจะเกี่ยวข้องกับตระกูลอู๋จริงๆกันแน่?”

ติดต่อกันหลายครั้งแล้วที่ทุกอย่างโยงไปถึงหนานเยว่ ซึ่งที่นั่นก็คือฐานอำนาจที่ตระกูลอู๋สั่งสมมายาวนาน จนถูกเรียกกันว่าเป็น “สวนหลังบ้าน” ของพวกเขา จี้เฟิงจึงอดไม่ได้ที่จะสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น จากเรื่องราวทั้งที่ได้ยินมาและที่ประสบด้วยตนเอง ทำให้เขาเริ่มเข้าใจนิสัยของอู๋จื้อหยางอยู่บ้าง เรื่องเลวทรามแบบนี้ อู๋จื้อหยางทำได้แน่นอน! สมัยก่อนเหอหงเหว่ยก็ยังเคยล้มคามือของอู๋จื้อหยางนั่นหรือ?!

อีกฝ่ายส่งคนเข้ามาใกล้ชิดหลี่เยี่ยฉินกับหลี่เยี่ยนถงแม่ลูก จุดประสงค์จริงๆคืออะไร จี้เฟิงก็พอเดาออกอยู่แล้ว

พวกมันต้องการข้อมูลเบื้องหลังการเกิดของหลี่เยี่ยนถง เพื่อนำไปเล่นงานพ่อของเขา!

แน่นอนว่า ในตำแหน่งที่พ่อของเขาอยู่ ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ส่งผลใหญ่หลวงอะไร ไม่ถึงขั้นสั่นคลอนเก้าอี้หรือทำให้เสียอำนาจ

แต่จี้เฟิงไม่มีวันลืมว่า อีกเพียงหนึ่งปีก็จะถึงเวลาการเลือกตั้งใหม่ หากในช่วงนั้นมีข่าวฉาวโฉ่ถูกเปิดโปงขึ้นมา แถมยังมีหลักฐานชัดเจน ต่อให้ตำแหน่งของพ่อยังมั่นคง แต่เส้นทางที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!

นี่คือการ “สกัด” ที่ชัดเจนที่สุด! เป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าตรงมาที่พ่อของเขา จี้เจิ้นหัว!

แม้จี้เฟิงจะไม่อาจมั่นใจได้เต็มร้อยว่าคู่แข่งยังมีเป้าหมายอื่นอีกหรือไม่ แต่หนึ่งในเป้าหมายแน่ๆก็คือ การสกัดไม่ให้พ่อของเขาไต่ขึ้นไปอีกขั้น!

“อู๋จื้อหยาง…” ดวงตาของจี้เฟิงฉายแววเย็นเยียบ “อย่าให้ฉันเจอหลักฐานว่าเป็นฝีมือแก ไม่อย่างนั้น…หึ!”

การถูกยั่วยุติดต่อกันหลายครั้ง แถมครั้งนี้อีกฝ่ายยังบังอาจคิดเล่นงานไปถึงหลี่เยี่ยฉินกับหลี่เยี่ยนถง หากความลับนี้ถูกเปิดโปงขึ้นมา ผลกระทบที่จะถาโถมใส่พวกเธอย่อมไม่เล็ก เรื่องสกปรกแบบนี้ จี้เฟิงไม่มีวันยอมทนเด็ดขาด!

....จบบทที่ 1361~

จบบทที่ บทที่ 1361 (483) เกี่ยวข้องกับหนานเยว่อีกแล้ว! (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว