เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1349 (470) ความอดทนชั่วคราว (ตอนฟรี)

บทที่ 1349 (470) ความอดทนชั่วคราว (ตอนฟรี)

บทที่ 1349 (470) ความอดทนชั่วคราว (ตอนฟรี)


บทที่ 1349 (470) ความอดทนชั่วคราว

ความจริงตั้งแต่แรกที่จี้เฟิงได้เจอฟางหมิง เขาก็แอบรู้สึกอยู่ลึกๆ แล้วว่าคนคนนี้ต้องไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไปแน่นอน เพียงแต่ในตอนนั้นจี้เฟิงยังไม่รู้ว่าความไม่ชอบมาพากลของฟางหมิง…มันร้ายแรงถึงขั้นไหน รู้แค่ว่าเป็นคนไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะความเจ้าเล่ห์และการทำตัวลื่นไหลเกินไป จนดูไม่เหมาะสมที่จะมาอยู่เคียงข้างพี่สาวอย่างหลี่เยี่ยนถง

และจนถึงตอนนี้ ก็ดูเหมือนว่าความไม่ชอบมาพากลที่ซ่อนอยู่ในตัวฟางหมิง…จะไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

หากแฟ้มประวัตินั้นเป็นของปลอม งั้นตัวตนของฟางหมิงก็อาจเป็นของปลอมด้วยเช่นกัน และมีความเป็นไปได้ที่สูงมาก

สิ่งที่ทำให้จี้เฟิงสงสัยที่สุดในตอนนี้ก็คือ… ฟางหมิง ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟ้มประวัติหรือแม้แต่ตัวตนก็ยังเป็นของปลอม เขามีเหตุผลอะไรถึงต้องเข้ามาใกล้ชิดพี่สาวของตัวเองกันแน่? ฟางหมิงแค่อยากคบเล่นๆไปวันๆ หรือว่ามีจุดประสงค์อื่นที่ลึกกว่านั้น?

คำถามนี้จี้เฟิงยังไม่อาจหาคำตอบได้ในตอนนี้ ทุกอย่างไม่อาจใช้การคาดเดาลอยๆ ต้องรอให้พี่ใหญ่สืบจนได้ข้อเท็จจริงก่อน ถึงจะรู้แน่ว่าเรื่องเป็นอย่างไร

ดังนั้นตอนนี้จี้เฟิงจึงเลือกที่จะไม่คิดมากไปกว่านี้ เพราะในเมื่อความจริงยังไม่กระจ่าง การหมกมุ่นไปก็มีแต่จะเป็นการคิดไปเองเปล่าๆ เขาทำได้เพียงอดทนรอคอยอย่างมีสติ

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มองออกว่า ฟางหมิงกับพี่สาวหลี่เยี่ยนถง ยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากนัก ทุกอย่างยังพอมีทางแก้ไข ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด ถ้าสุดท้ายแล้ว พิสูจน์ได้ว่าฟางหมิงมีเจตนาไม่ดีจริงๆ อย่างน้อยมันก็คงยังไม่ถึงขั้นทำให้พี่สาวเจ็บปวดจนถอนตัวไม่ขึ้น

แม้จะคิดอย่างนั้น แต่ในใจของจี้เฟิงก็ยังอดกังวลไม่ได้ ถ้าผลการสืบสวนออกมาว่าฟางหมิงมีปัญหาจริงๆ แล้วเขาควรจะบอกพี่สาวอย่างไร? จะใช้วิธีแบบไหนในการจัดการเรื่องนี้?

“ถ้านายคิดที่จะเข้ามาสร้างปัญหาจริงๆล่ะก็… ฉันจะทำให้นายเสียใจที่ได้เกิดมาในโลกนี้แน่!” แววตาของจี้เฟิงเย็นเยียบ สายตาเปล่งประกายวาบด้วยความโกรธ เขาพึมพำในใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พี่สาวของเขาก็ทนทุกข์มามากพอแล้ว ในเมื่อวันนี้พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้ง จี้เฟิงจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเธออีก ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ถ้ากล้าลอง เขาจะไม่มีทางไว้หน้าแน่นอน!

“น้องสามเมื่อกี้พี่ใหญ่โทรมาใช่ไหม?” จี้ช่าวเหลยเดินเข้ามาในห้อง

จี้เฟิงพยักหน้ารับ “อืมพี่ใหญ่สืบเจอบางเบาะแสแล้ว เพียงแต่ยังไม่ชัดเจน ต้องรออีกสักหน่อย”

จากนั้นเขาก็เล่าถ้อยคำที่พี่ใหญ่จี้ช่าวตงบอกมาให้จี้ช่าวเหลยฟังอย่างคร่าวๆ

“ไอ้เวรเอ๊ย! ฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าไอ้ฟางหมิงนี่มันต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!” จี้ช่าวเหลยพูดเสียงเย็น “น้องสามฉันว่ารอไปก็เสียเวลาเปล่า เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มันถูกต้องตามกฎเกณฑ์นักหรอก จับมันมากระทืบซะ บังคับให้มันคายความจริงออกมาเลยดีกว่า!”

“ทำแบบนั้นไม่ได้!” จี้เฟิงส่ายหน้า “ถ้าเกิดฟางหมิงเป็นอะไรขึ้นมา พี่เยี่ยนถงต้องมีปฏิกิริยารุนแรงแน่ แบบนั้นไม่ดีเลย!”

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำยังไงต่างหาก!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะเย็น “น้องสามคนอย่างมัน ใช้วิธีสุภาพอ้อมค้อมไม่ได้หรอก ตอนนี้อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า มันต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร ถูกมั้ย? ถ้างั้นก็ง่ายเลย จับมันมา ถ้ามันไม่ยอมพูด ก็ฆ่ามันซะ!”

จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฆ่ามันงั้นเหรอ?”

“มันไม่สมควรตายหรือไง?” จี้ช่าวเหลยเสียงเย็นเฉียบ “โชคดีที่เรามารู้ทันตอนนี้ เยี่ยนถงเลยยังไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก แต่ถ้าเราไม่ได้มาที่จินหลิง หรือถ้ามาแล้วก็ยังไม่รู้ความจริงล่ะว่าไอ้ฟางหมิงมันเป็นคนยังไง? นายกล้ารับประกันมั้ยว่าอนาคตมันจะไม่ทำร้ายเยี่ยนถง?”

จี้เฟิงเงียบไป

“เรื่องเล็กน้อยทั่วไปน่ะ ฉันคงไม่ถือสา แต่เรื่องนี้…ไม่ได้!” จี้ช่าวเหลยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใครก็ตามที่คิดจะมายุ่งกับเยี่ยนถง ไม่ว่ามันทำไปถึงขั้นไหนก็ตาม มันต้องตาย!”

โหดมาก!

พอเรื่องเกี่ยวข้องกับครอบครัว จี้ช่าวเหลยก็เผยด้านที่โหดเหี้ยมและไม่ไว้หน้าใครออกมาทันที

“ใครหน้าไหนจะว่าฉันไร้เหตุผลก็ช่าง จะหาว่าฉันใช้อำนาจรังแกคนอื่นก็ได้ ฉันไม่แคร์!” จี้ช่าวเหลยพูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ “แล้วทำไม? ฉันมีอำนาจ แล้วฉันก็จะใช้อำนาจที่มีรังแกคนอื่นด้วย! ฉันจะเอาชีวิตคนคนหนึ่งแล้วยังไง?  ถ้าใครกล้าเอื้อมมือมาทำร้ายคนในครอบครัวฉัน มันต้องตายสถานเดียว!”

จี้เฟิงถึงกับพยักหน้า แม้คำพูดจะโหดร้าย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความชอบธรรมของจี้ช่าวเหลยนั้นอยู่เหนือข้อสงสัย!

“พี่รองที่จริงไม่ต้องรอให้พี่พูด ผมเองก็คิดแบบเดียวกัน!” จี้เฟิงกล่าว “บนโลกนี้คนแบบมันมีเยอะแยะ ฆ่าทิ้งซักหนึ่งหรือสองคนก็ไม่ได้ทำให้โลกล่มหรอก โดยเฉพาะคนสารเลวแบบมัน ตายไปก็ไม่มีอะไรให้น่าเสียดาย แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เรายังทำแบบนั้นไม่ได้ เราต้องรู้ให้แน่ก่อนว่ามันมาด้วยจุดประสงค์อะไร แล้วมีเบื้องหลังที่มาแบบไหนกันแน่!”

“ง่ายนิดเดียว จับมันมาสอบสวนให้รู้เรื่องก็จบ!” จี้ช่าวเหลยโพล่งทันที

“แล้วถ้ามันกัดฟันไม่ยอมพูดล่ะ?” จี้เฟิงถามกลับด้วยน้ำเสียงสุขุม “หรือถ้าเราจับมันได้ปุ๊บ แต่มันกลับเลือกฆ่าตัวตายทันที แบบนั้นไม่เท่ากับว่าพวกเราจะหมดหนทางสืบต่อไปเลยเหรอ? ถ้าเบื้องหลังมันยังมีคนอื่นอีกจริงๆ แล้วเราหาหลักฐานไม่ได้ แบบนั้นจะทำยังไง?”

“งั้นก็ฆ่ามันทุกตัวที่โผล่มาเลยสิ! มาหนึ่ง ฆ่าหนึ่ง! มาสอง ฆ่าเป็นคู่!” แววตาของจี้ช่าวเหลยฉายชัดด้วยความโหดเหี้ยม เสียงคำรามต่ำเต็มไปด้วยโทสะ “เราจะไม่ไปหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้าใครมันบังอาจยื่นกรงเล็บมาใส่ครอบครัวฉัน…ฉันจะผ่าแม่งทั้งเป็น ไม่ให้มันมีโอกาสชักมือกลับไปอีกเด็ดขาด!”

“แบบนี้มันไม่ถูกต้อง!”

จี้เฟิงส่ายหัวพูด แน่นอนว่าเขาเข้าใจความหมายของพี่รองดี ไม่ว่าฟางหมิงจะมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หรือว่าคนที่อยู่ข้างหลังเขาจะเป็นใครก็ตาม สุดท้ายก็มีเพียงข้อเดียว ใครกล้ามาล่วงเกิน ก็จัดการฆ่ามันทิ้งไปเลย เอาให้คนอื่นๆได้รู้ว่า ถ้ามายุ่งกับตระกูลจี้แล้วต้องเจอกับอะไร! ใครที่ยังกล้ายื่นมือเข้ามาก็ลองดู!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิธีของจี้ช่าวเหลย ก็ถือว่าเป็นแนวทางแก้ปัญหาหนึ่งเหมือนกัน แต่กลับไม่ใช่วิธีที่ตัดรากถอนโคนจริงๆ

พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด คอยคิดหาทางทำร้ายคนอื่น พวกนี้แต่ละคนล้วนเป็นพวกที่รู้จักอดทนและซ่อนพิษเก่งกว่าใครๆ พวกมันเหมือนงูพิษในเงามืด ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะโผล่มาแว้งกัดอย่างรุนแรง

แต่ในขณะที่จี้เฟิงและพวกกลับอยู่ในที่แจ้ง แบบนั้นมันก็เหมือนป้องกันไม่ทันอยู่ตลอดเวลา!

“พี่รองพวกเราไม่มีทางอยู่ในสภาพป้องกันอย่างเดียวไปตลอดได้หรอก!” จี้เฟิงกล่าวเสียงหนักแน่น “ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีเกราะป้องกันไหนที่จะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติได้หรอก มันย่อมต้องมีช่องโหว่เสมอ และถ้าถูกศัตรูจับได้ ช่องโหว่นั้นอาจกลายเป็นบาดแผลร้ายแรงที่ถึงตายก็ได้ ดังนั้นวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ต้องสาวไปตามรอยให้ถึงต้นตอ เจาะให้เจอราก แล้วถอนรากถอนโคนมันให้เหี้ยน แบบนั้นถึงจะจบสิ้นโดยสิ้นเชิง!”

“โธ่เว้ย โคตรอึดอัด!” จี้ช่าวเหลยสบถออกมาอย่างอดไม่ไหว เขายกเท้าถีบใส่ตู้ในห้องดัง ปัง! ตู้ถึงกับยุบเป็นรู “ปล่อยให้ฉันทำตามใจตัวเองหน่อยไม่ได้ ไม่งั้นป่านนี้ไอ้ฟางหมิงคงไม่เหลือแรงยืนมาพูดกับฉันแล้ว!”

สาวไปให้ถึงต้นตอและถอนรากถอนโคน! จี้ช่าวเหลยเองก็เข้าใจดีว่านี่คือทางที่ถูกต้องที่สุด!

แต่สิ่งที่เขาทำได้ยากก็คือการอดกลั้น ฟางหมิงนั่นมันถึงขนาดคิดจะมายุ่งกับเยี่ยนถง เรื่องแบบนี้สำหรับจี้ช่าวเหลย ต่อให้เพียงเสี้ยวนาทีก็ไม่อาจทนได้!

หลี่เยี่ยนถงคือใครกัน?

เธอไม่ใช่แค่ลูกสาวของหลี่เยี่ยฉิน แต่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย และเป็นพี่สาวแท้ๆของจี้เฟิง!

ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงในครอบครัวตัวเอง ถูกผู้ชายหน้าไหนมาย่ำยีได้!

โดยเฉพาะคนอารมณ์ร้อนอย่างจี้ช่าวเหลย แค่มีใครมองด้วยสายตาลามกเพียงแวบเดียว เขาก็อยากจะเหยียบให้จมดินแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไอ้ฟางหมิงที่กล้าทำท่าอวดเบ่งขนาดนั้น!

“พี่รองอดทนอีกสักหน่อยเถอะ” จี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ “รอจนได้ผลลัพธ์จากการสืบ เมื่อถึงตอนนั้นผมจะเป็นคนลงมือเอง!”

ถ้าจะพูดถึงความเกลียดชัง ที่จริงแล้วจี้เฟิงเกลียดฟางหมิงยิ่งกว่าจี้ช่าวเหลยเสียอีก แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเอาแค่ระบายอารมณ์ ต้องเข้าใจด้วยว่า หลี่เยี่ยฉินไม่มีวันย้ายไปอยู่เจียงโจวหรือหยานจิงแน่ๆ เมื่อเธออยู่ที่จินหลิงไกลขนาดนี้ ต่อให้จี้เฟิงส่งคนไปคุ้มกัน ก็ไม่อาจป้องกันได้รอบด้านอยู่ดี

หากศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเล็งโอกาสโจมตีอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจเกินกว่าที่จะคาดคิดได้!

“แน่นอนถ้าฟางหมิงไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง เรื่องก็จะง่ายมาก ถึงตอนนั้นเราจะจัดการเขายังไงก็ได้ทั้งนั้น” จี้เฟิงเอ่ยเสียงทุ้ม “แต่ถ้าเบื้องหลังของเขามีใครสักคนจริงๆ พวกเราก็ต้องอดทนรอไปก่อน!”

“ตามใจนายก็แล้วกัน!” จี้ช่าวเหลยโบกมือ “ฉันออกไปสูดอากาศหน่อย มีข่าวอะไรรีบมาบอกด้วย!”

จี้เฟิงพยักหน้า เขารู้ดีว่านิสัยของพี่รองนั้นปกติแล้วจะดูสบายๆร่าเริง แต่ถ้าโดนกระทบกับเส้นล่างสุดเมื่อไหร่ ก็จะระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟ ปะทุอย่างรุนแรงจนใครก็ห้ามไม่อยู่

“ฟางหมิง…” จี้เฟิงหันไปมองนอกหน้าต่าง แววตาฉายความเย็นชา “รอให้ตกมาอยู่ในกำมือของฉันก่อน แล้วเราค่อยมาเคลียร์บัญชีกันช้าๆ!”

เช้าวันรุ่งขึ้นจี้เฟิงออกไปเที่ยวชมสถานที่ใกล้ๆ กับเซียวหยูซวนและถงเล่ย ถึงแม้เพราะเรื่องของฟางหมิงจะทำให้เขาไม่มีอารมณ์เที่ยวเท่าไหร่ แต่เขาไม่อยากให้เซียวหยูซวนกับถงเล่ยต้องพลอยเป็นกังวลตามไปด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่ยิ้มและพาเดินชมสถานที่ต่างๆ

พวกเขาเลือกไปตามแหล่งท่องเที่ยวในเมือง เช่น สุสานที่มีชื่อเสียงของจินหลิง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ ซึ่งล้วนอยู่ในเขตเมืองหรือไม่ก็ไม่ไกลนัก เดินทางไปกลับสะดวกด้วยรถยนต์

อีกด้านหนึ่ง จี้ช่าวตงก็กำลังใช้เครือข่ายความสัมพันธ์จำนวนมาก เพื่อสืบหาต้นตอและประวัติของฟางหมิง แต่กลับไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะช่วงนี้เป็นวันหยุดยาววันชาติ อาจารย์และนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศจินหลิงต่างก็หยุดหมด เหลือเพียงเจ้าหน้าที่เวรไม่กี่คน ซึ่งบางคนตำแหน่งต่ำ ไม่มีข้อมูลให้สืบ บางคนก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะเข้าถึงเอกสารหรือแฟ้มสำคัญที่ต้องการได้

ทำให้ความคืบหน้าทางฝั่งจี้ช่าวตงเป็นไปอย่างล่าช้า

ในเวลาเดียวกัน ฟางหมิงก็กำลังอยู่กับคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่ง เขายิ้มกว้างขณะส่งสองแม่ลูกหลี่เยว่ฉินและหลี่เยี่ยนถงออกจากโรงแรม ก่อนจะหันกลับเข้าห้องพักกับคู่สามีภรรยาวัยกลางคนและเริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงเบา

“พ่อ แม่!” ฟางหมิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม มองคู่สามีภรรยาที่อยู่ตรงหน้า

“อืม ลูกแม่ช่างว่านอนสอนง่ายจริงๆ!” หญิงวัยกลางคนหัวเราะคิกคัก

ส่วนชายวัยกลางคนนั้นกลับถามเสียงต่ำว่า “จากที่เห็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างแกกับหลี่เยี่ยนถง จะพัฒนาไปถึงขั้นสนิทแนบแน่นมากแล้วใช่ไหม? งั้นขั้นต่อไปก็สามารถเริ่มแผนได้แล้วสินะ?”

....จบบทที่ 1349~

จบบทที่ บทที่ 1349 (470) ความอดทนชั่วคราว (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว