- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1338 (459) การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1338 (459) การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1338 (459) การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1338 (459) การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่
“ไปจินหลิงเหรอ?!” จี้เฟิงถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
“ใช่แล้ว! ช่วงหยุดยาววันชาติพอดี มีเวลาว่างแบบนี้ก็ต้องออกไปเที่ยวเล่นให้คุ้มหน่อย ฉันเลยว่าจะไปจินหลิงไปหาพี่ใหญ่ จะได้เยี่ยมป้าหลี่เยี่ยฉินกับเยี่ยนถงด้วย...” จี้ช่าวเหลยพูดขึ้น “น้องสามนายนี่ก็นะ ตอนแรกทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากที่จะตามหาป้าหลี่เยี่ยฉินกับเยี่ยนถง ดูแลจัดการอย่างดีให้พวกเธออยู่ที่จินหลิง แต่หลังจากนั้นกลับไม่ใส่ใจ ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนพวกเธอเลยไม่ใช่เหรอ?”
จี้เฟิงอดยิ้มขมขื่นไม่ได้ “พี่รองจะให้ผมใส่ใจแบบไหนล่ะ? เรื่องเงินเหรอ? ต่อให้ผมเต็มใจให้ ไม่ใช่แค่ป้าหลี่เยี่ยฉินหรอก แม้แต่พี่สาวของผมก็คงไม่รับแหงๆ เมื่อก่อนตอนที่พวกเธอยังอยู่ที่หยุนซาน ทัศนคติของพวกเธอเป็นยังไงก็เห็นกันชัดเจนแล้ว พวกเธอไม่ยอมรับการช่วยเหลือจากผมเลย โดยเฉพาะเรื่องเงิน ตอนนั้นถ้าไม่ได้พี่ใหญ่ช่วยเกลี้ยกล่อม ผมเกรงว่าพวกเธอก็คงไม่ยอมรับแม้กระทั่งที่พักอาศัยที่จัดหาไว้ให้ด้วยซ้ำ...”
จี้เฟิงยังจำได้ชัดเจนดี ตอนที่เขาพาป้าหลี่เยี่ยฉินกับหลี่เยี่ยนถงย้ายจากหยุนซานมาอยู่ที่จินหลิง ตอนนั้นทั้งคู่ต่อต้านสุดๆ ไม่ยอมให้เขาเข้ามายุ่งกับชีวิต ไม่ต้องการแม้แต่ความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น
ในความเป็นจริงตอนนั้นทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเธอ ก็มีเพียงร้านเล็กๆ ไม่ถึงสามสิบตารางเมตรในเขตท่องเที่ยวของหยุนซานเท่านั้นเอง ที่สำคัญร้านนั้นยังขายต่อไม่ออกเสียด้วย จะให้เหลือเงินเก็บสักเท่าไหร่กันเชียว?
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเธอก็ยังไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา จะให้ย้ายไปปักหลักที่หยานจิงหรือเจียงโจว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
ต่อมาก็เพราะพี่ใหญ่จี้ช่าวตง ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมกับป้าหลี่เยี่ยฉิน ว่าต่อให้เธอไม่อยากพึ่งพาพวกเขาสามพี่น้อง อย่างน้อยก็ควรคิดถึงอนาคตของหลี่เยี่ยนถงด้วย สุดท้ายเธอจึงจำยอมตกลงอยู่บ้านที่จี้ช่าวตงจัดเตรียมไว้ให้
ทว่าความจริงแล้ว บ้านหลังนั้นเป็นเงินของจี้เฟิงต่างหากที่ซื้อไว้ให้ เพียงแต่จนถึงตอนนี้ ป้าหลี่เยี่ยฉินกับหลี่เยี่ยนถงยังคงไม่รู้ พวกเธอคิดมาโดยตลอดว่าเป็นเพียงบ้านที่จี้ช่าวตงจัดไว้ให้พักอาศัยชั่วคราว ไม่ต้องเสียค่าเช่า
ที่จริงแล้วพวกเธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่าพี่น้องทั้งสามต้องใช้เล่ห์กลมากมายเพื่อให้พวกเธอยอมรับโดยไม่กระทบต่อศักดิ์ศรี และชื่อในโฉนดบ้านนั้น… ได้ถูกโอนเป็นชื่อของหลี่เยี่ยนถงเรียบร้อยแล้วตั้งนานแล้ว!
เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาให้รู้หรอก แบบนี้ป้าหลี่เยี่ยฉินกับหลี่เยี่ยนถงก็จะได้อยู่กันอย่างสบายใจ…
จี้ช่าวเหลยเองก็รู้ดีถึงเรื่องทั้งหมด พอได้ยินจี้เฟิงพูดแบบนั้น เขาก็หัวเราะพลางกล่าวว่า “น้องสามฉันจะพูดยังไงดี... คือเวลาปกติ นายน่ะฉลาดกว่าใคร แต่ทำไมพอเรื่องนี้ถึงได้โง่เป็นบ้าเลย?”
“ห๊ะ...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะพี่รอง?” จี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อย
“ป้าหลี่เยี่ยฉินไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเรา โดยเฉพาะจากนาย… แต่เรื่องนั้นมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการที่นายจะไปเยี่ยมเธอในฐานะหลานเลยนี่นา” จี้ช่าวเหลยพูดต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่ามองยังไง นายกับเยี่ยนถงก็เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ต่อให้ป้าหลี่เยี่ยฉินจะเรื่องมากหรือใจร้ายขนาดไหน ก็คงไม่ใจร้ายขนาดขัดขวางไม่ให้นายไปเยี่ยมพี่สาวตัวเองหรอกมั้ง! อีกอย่างป้าหลี่เยี่ยฉินก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลเสียหน่อย”
“อืม… ที่พี่พูดก็จริง” จี้เฟิงเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง
“ฉันจะบอกให้นะ ที่จริงนายควรไปหาเธอบ่อยๆเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้านายจัดการให้พวกเธอย้ายมาอยู่จินหลิงแล้วกลับทำเป็นไม่สนใจ มันอาจทำให้เธอคิดว่านายมองตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น คิดว่าการจัดบ้านให้อยู่คือบุญคุณใหญ่โตไงล่ะ เข้าใจไหม? เยี่ยนถงอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ป้าหลี่เยี่ยฉินล่ะ จะคิดแบบนั้นไหม?” จี้ช่าวเหลยพูดอย่างจริงจัง
จี้เฟิงนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะขมขื่น “พี่รองความจริงผมเองก็เคยคิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน แต่พอคิดแล้วก็รู้สึกว่า ถ้าผมไปหาเธอบ่อยๆ อาจทำให้ป้าหลี่เยี่ยฉินกังวลใจมากกว่าเดิม จะทำให้เธอไม่สบายใจไปเปล่าๆ แล้วยังอาจรบกวนชีวิตประจำวันของพวกเธออีก ที่เป็นอยู่แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ? อย่างน้อยผมยังคอยฟังข่าวจากพี่ใหญ่ได้อยู่ตลอด รู้ว่าพวกเธอใช้ชีวิตกันดี ผมก็สบายใจแล้ว”
“นายไม่รู้อะไรเลยสักนิด!” จี้ช่าวเหลยหลุดด่าทันที “ฟังให้ดีนะ! พี่ใหญ่กับพวกเธอเป็นคนละความสัมพันธ์กัน ส่วนนาย…นายคืออะไร? แทบจะเรียกว่าเป็นคนในครอบครัว มีพ่อคนเดียวกันน่ะ เข้าใจไหม? แบบนี้มันจะไปเหมือนกันได้ยังไงกัน!”
“งั้นความหมายของพี่รองคือ…” จี้เฟิงถามอย่างลังเล
“ความหมายของฉันมันก็ง่ายๆ ไหนๆนี่ก็เป็นช่วงหยุดยาววันชาติ ทุกคนก็มีเวลาอยู่แล้ว นายก็พาแฟนสาวทั้งสองของนายไปด้วย ไปจินหลิงซะ ไปเยี่ยมพวกเธอกันสักหน่อย!” จี้ช่าวเหลยพูดต่อ “น้องสามอย่าคิดว่าพี่ใหญ่อยู่ที่นั่นคอยดูแลพวกเธอแล้วนายจะไม่ต้องทำอะไรนะ! พี่ใหญ่ดูแลพวกเธอ มันก็เป็นเรื่องที่สมควร แต่ถ้านายไปเยี่ยมด้วย มันไม่ใช่แค่การดูแล แต่มันคือการปรับความสัมพันธ์ และยังเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจของนาย เข้าใจรึยัง?”
“ผม…เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยแล้ว” จี้เฟิงพยักหน้าเบาๆ
“นั่นล่ะถูกแล้ว! ในฐานะน้องชาย นายก็ต้องใส่ใจเรื่องการเรียนกับชีวิตประจำวันของเยี่ยนถง แต่จำไว้ให้ดี นายอย่าไปด้วยท่าทีของคุณชายตระกูลจี้ นายคือน้องชายแท้ๆของเธอ นายก็ต้องมีท่าทีที่สมกับเป็นน้องชาย!” จี้ช่าวเหลยอธิบายอย่างจริงจัง “ลองคิดดูสิ จริงๆแล้วป้าหลี่เยี่ยฉินคงไม่อยากเห็นเยี่ยนถง ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีพี่น้องให้พูดคุยหรือปรับทุกข์ เธอนั่นแหละที่หวังจะเห็นนายกับเยี่ยนถงใช้ชีวิตในฐานะพี่น้องที่ดีต่อกัน นายต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจความคิดของผู้ใหญ่บ้างนะ เจ้าเด็กน้อย”
คำพูดของพี่รองสะกิดใจจี้เฟิงเข้าอย่างจัง เขาได้แต่เงียบไปพักใหญ่ เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว…จริงอย่างที่ว่ามา
ที่ผ่านมาป้าหลี่เยี่ยฉินอาจจะปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา เพราะมีสิ่งที่ต้องให้เป็นกังวลมาก หรือไม่ก็เพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณเขา จึงยอมรับได้แค่ความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่จี้ช่าวตงเท่านั้น เพราะในมุมของเธอ เยี่ยนถงเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่ใหญ่ การที่พี่ใหญ่ช่วยจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีอะไรต้องกังวล
แต่ถ้าเป็นเขา…มันไม่เหมือนกันเลย
จี้เฟิงคือใคร? ลูกชายของเซียวซูเหม่ยกับจี้เจิ้นหัว และถ้าจะมองลึกลงไป ป้าหลี่เยี่ยฉินเองก็คือคู่แข่งความรักเก่าของแม่เขานั่นเอง จะให้ยอมรับความช่วยเหลือจากลูกของฝ่ายนั้น มันก็ไม่ง่ายหรอก ถึงจะฟังดูขำขัน แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนี้
เพราะอย่างนั้นป้าหลี่เยี่ยฉินถึงไม่อยากรับการช่วยเหลือจากเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่อยากเห็นลูกสาวได้ใกล้ชิดกับน้องชายแท้ๆของตัวเอง
จี้เฟิงคิดได้แบบนี้ ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าป้าหลี่เยี่ยฉินกับแม่ของเขาจะมีปมอะไรที่แก้ไม่ตก แต่ความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ เขากับหลี่เยี่ยนถง เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน!
“พี่รองผมเข้าใจแล้ว” จี้เฟิงพยักหน้าแน่วแน่ “งั้นคงต้องไปให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ! พี่รอง เราไปพรุ่งนี้กันเลยดีไหม? พี่ว่างหรือเปล่าล่ะ ไปพร้อมกันสิ”
“ฮ่าๆในที่สุดนายก็คิดได้แล้ว! ดีมาก! แน่นอนว่าพี่มีเวลาอยู่แล้ว รถก็เตรียมไว้เรียบร้อย ยังเป็นเบนซ์ตู้คันนั้นเหมือนเดิม…” จี้ช่าวเหลยหัวเราะพลางตอบด้วยความพอใจ
จี้เฟิงหัวเราะเบาๆก่อนถามขึ้นว่า
“พี่รองไหนๆพี่ก็เข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้ล่ะ? พี่ก็น่าจะรู้นี่ ว่าผมอยู่ในเหตุการณ์เลยมองไม่ทะลุ แต่พี่เป็นคนนอกก็น่าจะมองเห็นชัดกว่า ทำไมไม่เตือนผมบ้าง?”
“เอ่อ… เตือนตอนนี้ก็ไม่เห็นต่างกันนี่นา?!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะกลบเกลื่อน
จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วถามต่อ “ว่าแต่พี่รอง เรื่องพวกนี้…อย่าบอกนะว่าพี่ใหญ่ หรือไม่ก็ป้าสะใภ้รองเป็นคนบอกพี่มาอีกทีน่ะ?”
เขารู้จักพี่รองของตัวเองดี ถึงแม้พี่รองก็พอเข้าใจเรื่องมารยาทและความสัมพันธ์ระหว่างคน แต่ถ้าเป็นปัญหายุ่งยากซับซ้อนแบบนี้ พี่รองก็ใช่ว่าจะคิดได้ทะลุปรุโปร่งนัก อีกอย่างนิสัยของพี่รองก็ออกจะสบายๆ ไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรละเอียดลึกซึ้งแบบนี้ แต่คราวนี้กลับพูดได้คมกริบ โดยเฉพาะเรื่องความคิดของป้าหลี่เยี่ยฉิน ที่ดูเหมือนจะเข้าใจทะลุใจคนเกินคาด มันไม่ค่อยเหมือนสไตล์ของเขาเลย
จี้เฟิงจึงรู้สึกแปลกใจและคาดเดาว่าน่าจะมีคนบอกเรื่องนี้กับเขา
“ไอ้เด็กเวร นายอย่าคิดว่าตัวเองคิดไม่ได้แล้วคนอื่นก็จะคิดไม่ได้เหมือนกันสิ! ฉันเก่งกว่านายตั้งเยอะ!” จี้ช่าวเหลยด่าพร้อมรอยยิ้ม “... เอาเถอะ แท้จริงแล้วป้าสะใภ้รองของนายเป็นคนพูดเองแหละ”
“ฮ่าๆๆๆ!” จี้เฟิงถึงกับหลุดหัวเราะออกมา “ที่แท้ก็เพิ่งฟังมาแล้วเอามาสอนผมนี่เอง ทำเหมือนตัวเองเก่งกล้าเชี่ยวชาญซะเหลือเกิน…”
“ไอ้.. ไอ้เด็กเปรต! พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าออกเดินทาง ห้ามมาสาย! แค่นี้แหละ!” จี้ช่าวเหลยทำหน้าไม่ถูก ก่อนรีบกดตัดสาย
“ติ๊ด—!!”
เสียงโทรศัพท์ถูกวางสายไป จี้เฟิงหัวเราะไม่หยุด ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
“พี่สามหัวเราะอะไรอยู่คะ? เมื่อกี้โทรศัพท์มาจากพี่รองเหรอ?” เสี่ยวหยูมองอย่างสงสัย
“อืม…ใช่แล้ว สายมาจากพี่รอง” จี้เฟิงพยายามกลั้นขำก่อนตอบ “เสี่ยวหยูสนใจไปเที่ยวจินหลิงไหม?”
“ไปจินหลิงเหรอ? อยากไปสิ อยากไปมากเลย!” เสี่ยวหยูพยักหน้าหงึกหงักอย่างดีใจ “พี่สามพี่จะไปจินหลิงเหรอคะ?”
เซียวหยูซวนกับถงเล่ยเองก็หันมามองจี้เฟิงทันที
“พรุ่งนี้ฉันจะไปจินหลิง พวกเธออยากไปด้วยกันไหม?” จี้เฟิงถามขึ้น
“ไปเยี่ยมป้าหลี่เยี่ยฉินกับเยี่ยนถงใช่ไหม?” เซียวหยูซวนเข้าใจทันที เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า “พอดีฉันเองก็ว่างเหมือนกัน ขอไปด้วยสิ”
“ฉันก็จะไปด้วย!” ถงเล่ยรีบเสริมทันที
จี้เฟิงยิ้มออกมา เพราะในเรื่องแบบนี้ถงเล่ยกับเซียวหยูซวนไม่เคยทำให้เขาลำบากใจเลย ถึงแม้ด้วยวัยและประสบการณ์ พวกเธออาจจะยังไม่ช่ำชองเรื่องโลกและการวางตัวนัก แต่สิ่งที่ควรทำ พวกเธอไม่เคยขาดตกบกพร่อง
“พี่สามเสี่ยวหยูไปด้วยสิ นะๆ!” เสี่ยวหยูพูดอย่างตื่นเต้น “พี่ใหญ่ก็อยู่ที่จินหลิงนี่นา เสี่ยวหยูอยากไปหาพี่สะใภ้ด้วย!”
“พี่สะใภ้?!” จี้เฟิงถึงกับชะงักไป
“ใช่สิ…ตอนเปิดเทอม เสี่ยวหยูได้ยินคุณพ่อบอกว่า พี่สะใภ้ย้ายไปทำงานที่จินหลิงแล้ว สิ้นปีนี้อาจจะแต่งงานกันด้วย!” เสี่ยวหยูรีบอธิบาย
จี้เฟิงเพิ่งเข้าใจ ก็อดรู้สึกเก้อๆอยู่ในใจไม่ได้ เพราะอยู่กันคนละเมือง เขาแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพี่ใหญ่เลย แบบนี้ก็ดูห่างเหินเกินไปหน่อยจริงๆ
เขาคิดในใจว่า คงต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนให้มากขึ้นบ้างแล้ว
คืนนั้นจี้เฟิงโทรหาพี่ใหญ่จี้ช่าวตง ไหนๆจะไปจินหลิงทั้งที อย่างไรก็ต้องแจ้งให้ทราบ ถือเป็นมารยาท ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่เรื่องที่ควรทำก็ยังควรทำอยู่ดี
“ดีแล้ว…นายก็ควรมาเยี่ยมบ้างได้แล้ว ไม่งั้นพอถึงเวลา นายจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีพี่เขย!” จี้ช่าวตงพูดพลางหัวเราะทางโทรศัพท์
“หา?!” จี้เฟิงอึ้งไป “พี่สาวมีแฟนแล้วเหรอ?”
“ทำไม นายไม่อนุญาตหรือไง?” จี้ช่าวตงหัวเราะเบาๆ “คราวนี้พวกนายมาก็ดีเลย จะได้เจอกันสักที จริงๆพี่เองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ ยังไม่เคยเจอหน้าเหมือนกัน…”
.....จบบทที่ 1338~
*** ชื่อเดิมพี่สาวต่างพ่อของจี้เฟิงคือ หลี่หยานตง ตอนต่อจากนี้ไปจะเปลี่ยนเป็น หลี่เยี่ยนถงนะคะ