- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1321 (442) ใครคือนายน้อยกันแน่? (ตอนฟรี)
บทที่ 1321 (442) ใครคือนายน้อยกันแน่? (ตอนฟรี)
บทที่ 1321 (442) ใครคือนายน้อยกันแน่? (ตอนฟรี)
บทที่ 1321 (442) ใครคือนายน้อยกันแน่?
เรื่องราวหลังจากนี้ เมื่อเทียบกับก่อนหน้าแล้วก็ถือว่าง่ายขึ้นมาก
เสี่ยวหยูได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มไล่ตามจับนายน้อยกับพวกทันที จี้เฟิงไม่ได้ตามไปด้วย เพราะเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ต่อให้จะจับนายน้อยได้หรือไม่ บทบาทของเขาก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรอีกต่อไป
แค่มีอี้ซิงเฉินกับคนอื่นๆก็เพียงพอแล้ว
ตอนนี้รอบกายของนายน้อยไม่มียอดฝีมือเหลืออยู่เลย และพลังต่อสู้ของตัวเขาเอง ก็ไม่แน่ว่าจะสู้กับอี้ซิงเฉินได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นเขายังบาดเจ็บอยู่ด้วย
สำหรับพลังทำลายของตัวเอง จี้เฟิงยังคงมั่นใจอยู่มาก ถึงแม้นายน้อยจะหนีรอดจากมือเขาไปได้ และดูเหมือนจะหนีไปอย่างสบายๆแต่ในความเป็นจริง จี้เฟิงมั่นใจว่านายน้อยต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นแบบนี้แค่มีอี้ซิงเฉินกับพวกไปไล่ตาม ถ้าไล่ทันนายน้อยล่ะก็ การจะจับตัวเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือ จะไล่ตามเขาทันหรือเปล่า?
หากพิจารณาจากเส้นทางที่นายน้อยใช้หลบหนี จี้เฟิงคิดว่าความเป็นไปได้ที่จะตามเขาทันนั้นคงไม่สูงนัก เพราะนายน้อยได้เตรียมการเส้นทางหลบหนีไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้แต่ตอนที่หนีไปถึงสหพันธ์มหาวิทยาลัย เขายังกล้าแวะหยุดพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจากไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันชัดเจนมากว่า... ตอนที่เขาจากไปนั้น เขาทำอย่างใจเย็นมาก
ดังนั้นต่อให้หวังซินใช้ดาวเทียมในการติดตาม แต่ในช่วงกลางดึกแบบนี้ การจะตามรอยนายน้อยได้อย่างแม่นยำก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
เพราะเหตุนี้จี้เฟิงจึงพาเสี่ยวหยูกลับบ้าน
ระหว่างทางเขายังโทรไปหาอาสามจี้เจิ้นผิงเพื่อรายงานความปลอดภัยอีกด้วย ทำให้จี้เจิ้นผิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าจี้เฟิงกลับไม่รู้เลยว่า การกระทำของอี้ซิงเฉินและคนอื่นๆในเวลานี้ กำลังจะสร้างความตกตะลึงอย่างมหาศาลให้กับบางคน!
...............
“วุ่นเกินไปแล้ว!”
จี้เฟิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที เขาเปิดคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะเคลือบเงา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันยุ่งเหยิงเกินไปจริงๆ จนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเริ่มคิดจากตรงไหนก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้ชัดเจน เพื่อหาข้อมูลและรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ออกมาให้ได้!
หลังจากกลับถึงบ้าน จี้เฟิงก็จัดการให้เสี่ยวหยูเข้าไปพักผ่อนในห้อง จากนั้นก็เล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ถงเล่ยกับเซียวหยูซวนฟัง จากนั้นเขาก็ไปที่ห้องทำงานและถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พูดกันตามตรง วันนี้เป็นวันที่เกินความคาดหมายของเขาจริงๆ
นายน้อยที่ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินแต่ชื่อแต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้กลับได้เห็นกับตา ถึงอีกฝ่ายจะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ แต่จากการประมือกัน จี้เฟิงก็สามารถจับสังเกตและได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาไม่น้อย
“ปี๊บๆๆ...” พอเขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาได้ไม่นาน เครื่องสื่อสารเข้ารหัสที่ติดตั้งไว้ก็ดังขึ้นทันที ต้นทางของการติดต่อคือหวังซิน
จริงๆแล้วเครื่องมือสื่อสารที่เขาใช้กับของหวังซินนั้นเชื่อมต่อกันอยู่ หากทางโน้นเปิดการใช้งานเมื่อไหร่ ทางจี้เฟิงก็จะได้รับข้อมูลทันที เหมือนกับตอนนี้
เขากดเปิดรับสายไปตามปกติ แล้วก็ได้ยินเสียงของหวังซินดังขึ้นทันที
“เป้าหมายอยู่ห่างไปสามกิโลเมตร กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ดูจากความเร็วแล้ว น่าจะอยู่ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่นที่ขับเคลื่อนได้…”
จากนั้นก็เป็นเสียงของอี้ซิงเฉินตอบกลับ
“รับทราบ!”
นี่คือการสื่อสารระหว่างหวังซินกับอี้ซิงเฉิน ขณะกำลังไล่ตามนายน้อยอย่างกระชั้นชิด
“นายน้อย...” จี้เฟิงพึมพำชื่อเรียกนี้ในใจ รู้สึกว่าชื่อนี้น่าจะมีความหมายอื่นแฝงอยู่ด้วย เพียงแต่เขารู้จักหวางฉาวน้อยเกินไป จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่านายน้อยคนนี้คือใคร และก็ไม่รู้ด้วยว่าชื่อนี้มีความสำคัญอย่างไร
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจแน่นอน นายน้อยต้องเป็นคนในแวดวงศิลปะการต่อสู้โบราณ และเคยเจอกับเขามาก่อน ไม่แน่ว่าอาจเคยเป็นศัตรูที่เคยคิดจะเอาชีวิตกันก็ได้
เพราะแค่ฟังน้ำเสียงของอีกฝ่ายตอนพูดกับเขา ก็สัมผัสได้ถึงความเกลียดชังฝังลึกที่มีต่อเขา ไม่ต้องเดาเลยว่าระหว่างนายน้อยกับจี้เฟิงต้องเคยมีความแค้นกันมาก่อนแน่ๆ
ในเมื่อเคยมีความแค้นกับเขา ถึงขั้นเกลียดกันขนาดนั้น แล้วอีกฝ่ายก็ยังเป็นคนในโลกศิลปะการต่อสู้... ถ้าอย่างนั้นการหาตัวบุคคลนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป
จี้เฟิงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาพักสายตา แต่ในใจกลับกำลังวิเคราะห์ทุกอย่างอย่างละเอียด…
ลองไล่เรียงให้ดี... จี้เฟิงจำได้ว่าเขารู้จักชื่อนายน้อยครั้งแรก ก็ตอนอยู่บนเกาะร้างกลางทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ตอนที่ไปช่วยเซียงหยงซานนั่นแหละ เขาได้ยินชื่อนี้ครั้งแรกตอนนั้น ดังนั้นมันจึงมีเรื่องหนึ่งที่สามารถยืนยันได้แน่นอน นายน้อยต้องมีตัวตนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะการใช้เซียงหยงซานเป็นเหยื่อล่อเพื่อลากจี้เฟิงให้ไปช่วย แล้ววางแผนปิดล้อมจับตัวในคราวเดียว แผนการระดับนี้ เป็นฝีมือของนายน้อยลึกลับคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าอย่างนั้นก็พอจะพูดได้ว่า ตัวตนของนายน้อยในตอนนี้ ได้เริ่มปรากฏลักษณะและเบาะแสสำคัญออกมาหลายอย่างแล้ว
แน่นอนที่สุดเขาต้องเป็นนักสู้ เป็นคนของโลกศิลปะการต่อสู้โบราณ และมีความแค้นฝังลึกกับจี้เฟิง
แต่นอกจากนั้นยังมีจุดสำคัญเพิ่มเติมอีก เช่น ความแค้นระหว่างจี้เฟิงกับนายน้อยนั้นต้องเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ช่วยเซียงหยงซานแน่นอน และที่สำคัญคือนายน้อยรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจี้เฟิงกับเซียงหยงซานดี รู้แม้กระทั่งคนรอบตัวของจี้เฟิง และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเขาอย่างละเอียด
ต่อให้ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากการสืบมา นายน้อยเองก็ต้องมีเส้นสายหรือช่องทางในการสืบข้อมูลระดับนี้ได้อยู่ดี เพราะหากเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางหาข้อมูลได้ลึกขนาดนี้แน่นอน
ดังนั้นนายน้อยจึงต้องมีลักษณะเพิ่มเติมอีกสองอย่าง หนึ่งคือเมื่อก่อนเขาต้องมีสถานะในจีนที่ไม่ธรรมดา หรืออย่างน้อยก็สามารถเข้าถึงผู้คนระดับสูงได้ มีอิทธิพลมาก และมีข่าวกรองที่ไวเป็นพิเศษ
อีกอย่างคือ... เขารู้เรื่องราวของวงในระดับสูงของจีนดีมาก!
เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ขอบเขตของผู้ต้องสงสัยก็แคบลงมาก
จากความทรงจำของจี้เฟิง คนในโลกศิลปะการต่อสู้ที่เขาเคยมีเรื่องด้วยก่อนเหตุการณ์ช่วยเซี่ยงหยงซาน ก็มีแค่ ‘สำนักซวนเหมิน’ เท่านั้น ตระกูลถันกับตระกูลเฉินนั้น เพิ่งจะมีเรื่องกันภายหลังเสียด้วยซ้ำ และยิ่งพอคิดถึงท่วงท่ากระบวนท่าที่คนรอบกายนายน้อยใช้ ต่างก็เป็นวิชาของสำนักซวนเหมินทั้งหมด แบบนี้ก็แทบจะฟันธงได้เลยว่านายน้อยต้องมีความเกี่ยวข้องกับสำนักซวนเหมินอย่างลึกซึ้งแน่นอน
และถ้านายน้อยมีความแค้นรุนแรงกับจี้เฟิงขนาดนั้น คำตอบก็ชัดเจน คนที่เข้าเงื่อนไขทั้งหมดนี้ ก็มีแต่คนของสำนักซวนเหมินเท่านั้น
เทียนกั๋วถง หวังเหวินเหลียง ผู้อาวุโสลำดับสาม ผู้อาวุโสลำดับสี่…
จี้เฟิงไล่ชื่อคนที่เคยมีเรื่องกับเขาในสำนักซวนเหมินอยู่ในใจอย่างรวดเร็ว และคัดกรองออกมาได้หลายคนที่เข้าข่าย
บรรดาพวกที่เคยบาดเจ็บสาหัสจากฝีมือเขาในตอนนั้น ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น และในบรรดาคนเหล่านั้น คนที่น่าสงสัยว่าอาจจะเป็นนายน้อยมากที่สุด ก็คือพวกหนุ่มรุ่นใหม่อย่างเทียนกั๋วถงกับหวังเหวินเหลียง เพราะผู้อาวุโสลำดับสามกับลำดับสี่ของซวนเหมิน ตอนนี้ก็ยังติดคุกอยู่ และถึงจะโดนดัดแปลงไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่มีพลังลมปราณเหลือให้ใช้ได้อีกต่อไปแล้วเช่นกัน
“หืม—?!”
จู่ๆจี้เฟิงก็รู้สึกสะกิดใจขึ้นมา เขานึกถึงอีกคนหนึ่งขึ้นมาได้ เฉียวเจียไค!
เฉียวเจียไคก็ดูเหมือนจะเป็นคนของสำนักซวนเหมินเหมือนกัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นศิษย์รอบนอกของซวนเหมิน เพราะตามความทรงจำของจี้เฟิง ตอนที่เกิดการปะทะกันรุนแรงครั้งแรกกับเฉียวเจียไคนั้น อีกฝ่ายมากับเทียนกั๋วถงและคนอื่นๆที่เมืองเจียงโจว ตอนนั้นพวกเขาเรียกกันด้วยคำว่า ‘ศิษย์พี่ศิษย์น้อง’ อย่างชัดเจน!
แถมเฉียวเจียไคเองก็มีฝีมือพอตัว ตอนนั้นก็ถือว่าเก่งไม่น้อย และเมื่อเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ฝีมือของเขาต้องพัฒนาไปอีกแน่นอน
แล้วยังมีอีกเรื่องที่ทำให้จี้เฟิงสงสัยในตัวเฉียวเจียไคยิ่งขึ้นไปอีก… ตอนที่เฉียวเจียไคถูกเขาทำให้หมดสภาพ ตอนนั้นร่างกายแทบจะใช้งานไม่ได้เลย แล้วเขาฟื้นตัวขึ้นมาได้ยังไง? และยังมีเฉียวหรงอีกคน ที่เคยถูกเขาโจมตีด้วยกระแสไฟชีวภาพ จนต้องนอนติดเตียงอยู่นาน แต่สุดท้ายกลับหายดีแบบกะทันหัน!
ตอนนั้นตามข้อมูลที่ได้รับมา จี้เฟิงคิดว่าเป็นเพราะมียอดฝีมือของสำนักซวนเหมินช่วยรักษาให้ พวกเขาถึงได้หายดี แต่พอตอนนี้มาคิดดูดีๆแล้ว การคาดเดาแบบนั้น…ก็ชักจะน่าสงสัยขึ้นมาแล้ว!
“เป็นไปได้มากว่าจะเป็นเฉียวเจียไค!” ดวงตาของจี้เฟิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที
แม้ว่าจะยังมีโอกาสที่เขาคิดผิด หรือแม้แต่นายน้อยเองอาจจะไม่ใช่คนของสำนักซวนเหมินเลยก็ได้ เขาอาจแค่บังเอิญฝึกวิชาของสำนักนี้ แล้วดันมีเรื่องกับเขาจนเกิดความแค้นฝังใจ... แต่ถึงอย่างนั้น โอกาสที่จะเป็นแบบนั้นก็ต่ำมากจริงๆ
เฉียวเจียไคหรือไม่ก็เทียนกั๋วถง... ในสองคนนี้แหละที่อาจจะเป็นนายน้อย! การคาดเดานี้มีความเป็นไปได้สูงมาก!
“ฟู่ว~...”
จี้เฟิงกอดอกแน่น เงยหน้าพึมพำ “เฉียวเจียไค... แกเป็นนายน้อยจริงๆเหรอ?!”
“ปี๊บ ๆ ๆ...”
ทันใดนั้นสัญญาณเตือนบนอุปกรณ์สื่อสารก็ดังขึ้น หวังซินกำลังขอเปิดการติดต่อ
จี้เฟิงเปิดอุปกรณ์ทันที แล้วถามขึ้นว่า “หวังซินเป็นยังไงบ้าง?”
“บอสหน่วยรบได้ปะทะกับเป้าหมายแล้ว แต่...” หวังซินเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “แต่ทางเราสูญเสียสัญญาณไปแล้ว ตอนนี้ไม่สามารถติดตามเป้าหมายได้!”
ก็ว่าน่าจะเป็นแบบนี้!
จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “หวังซินตามต่อไปให้ถึงที่สุด ตราบใดที่ยังมีโอกาส ก็พยายามให้ถึงที่สุด!”
“รับทราบ!” หวังซินตอบกลับทันที
เขาไม่ได้อธิบายว่าทำไมถึงติดตามเป้าหมายไม่ได้อีกแล้ว และจี้เฟิงเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม ที่สำคัญคือเมื่อเขาสั่งการไป หวังซินก็ทำตามคำสั่งโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมาก
จะทำได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือ ต้องพยายามทำให้สุดความสามารถก่อน ส่วนผลลัพธ์... ค่อยว่ากันทีหลัง
ที่จริงก่อนหน้านี้ จี้เฟิงก็ประเมินไว้แล้วว่าการจะจับตัวนายน้อยให้ได้ในครั้งนี้คงไม่ง่าย เพราะฝ่ายนั้นได้เตรียมเส้นทางหนีเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแนบเนียน แถมตัวบุคคลก็ฉลาดและเจ้าเล่ห์ ถือว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัวคนหนึ่ง
คนแบบนี้ถ้าถูกจับได้ง่ายๆ ก็คงไม่มีทางกุมอำนาจใหญ่โตในหวางฉาวได้หรอก
ถ้าหวางฉาวเป็นองค์กรที่ใช้งานคนมั่วๆ แบบไม่ดูความสามารถ ป่านนี้คงล่มสลายไปนานแล้ว ไม่อาจขยายอิทธิพลได้ถึงระดับนี้แน่นอน
แต่อย่างน้อย... การปฏิบัติการที่นายน้อยวางแผนมาอย่างรอบคอบในครั้งนี้ กลับกลายเป็นสถานการณ์ที่พลิกผัน จนอีกฝ่ายต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย
เพราะจากเรื่องในครั้งนี้ จี้เฟิงก็ได้ข้อมูลสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องราวของ “คุณชายลึกลับ” รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันภายในหวางฉาว ข้อมูลเหล่านี้มีค่ามาก เพราะเมื่อเขารู้มากขึ้น ก็จะสามารถวางแผนรับมือได้ดีขึ้นในอนาคต
“ปี๊บ ๆ...” สัญญาณจากอุปกรณ์สื่อสารดังขึ้นอีกครั้ง
จี้เฟิงรีบรับสาย เสียงของอี้ซิงเฉินก็ดังขึ้นมา “บอสจับตัวได้หนึ่งคน แต่ตัวการหลักหนีไปก่อนหน้าเราก้าวหนึ่ง!”
....จบบทที่ 1321~