เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1297 (418) ความอบอุ่น (ตอนฟรี)

บทที่ 1297 (418) ความอบอุ่น (ตอนฟรี)

บทที่ 1297 (418) ความอบอุ่น (ตอนฟรี)


บทที่ 1297 (418) ความอบอุ่น

“ในอีกหลายปีข้างหน้า… เวลาที่เธอหวนคิดถึงวันที่เคยปฏิเสธใครบางคนไป หัวใจของเธอ… จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาบ้างไหม?”

“แล้วในตอนนั้น… เธอจะเสียใจหรือเปล่า?”

……………

บนจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ในโรง กำลังฉายภาพยนตร์รักเรื่องหนึ่ง

จริงๆแล้วจี้เฟิงไม่ได้สนใจหนังแนวนี้เท่าไหร่ ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน ความรู้สึกของเขาก็ยังเหมือนเดิม ในสายตาของเขา สิ่งที่หนังถ่ายทอด ก็เป็นแค่การปลอบโยนจิตใจ หรือไม่ก็เป็นการถ่ายโอนอารมณ์ของคนดูไปยังเรื่องราวในจอเท่านั้น

อย่างเช่น ในประเทศเขารู้ว่ามีวัยรุ่นมากมายที่ชอบดูซีรีส์รักโรแมนติกของเกาหลี ความรักที่บริสุทธิ์ สวยงาม แบบนั้น ใครๆก็ใฝ่ฝันอยากสัมผัส แต่พอหนังจบ ชีวิตจริงก็ต้องดำเนินต่อไป งานที่ต้องทำก็ยังคงต้องเร่งรีบเหมือนเดิม ไม่มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนไปเพียงเพราะได้ดูหนังหรือซีรีส์สักเรื่อง

สำหรับคนที่แม้แต่ท้องยังเลี้ยงตัวเองไม่อิ่ม ความรักก็เป็นแค่ของฟุ่มเฟือย ยิ่งในสังคมทุกวันนี้ที่เต็มไปด้วยความอยากได้อยากมี ความรักจึงยิ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

แต่สำหรับถงเล่ย เธอกลับดูหนังเรื่องนี้ด้วยความสนใจอย่างยิ่ง

ยามที่เห็นฉากพระนางเลิกรากันอย่างเศร้าสร้อย คิ้วเรียวสวยของถงเล่ยก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในความมืด แววตาของเธอคล้ายมีประกายแวววาวจางๆ เมื่อถึงฉากตลกหรือฉากหวานซึ้ง ถงเล่ยก็จะยิ้มบางๆ ราวกับดีใจแทนตัวละครในเรื่อง และบางครั้ง... เธอก็หันมามองจี้เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องจอหนังต่อ

จี้เฟิงเห็นแล้วก็แค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปตั้งใจดูหนังด้วยเช่นกัน

ผ่านไปกว่าชั่วโมง หนังก็จบลงแล้ว

จี้เฟิงกับถงเล่ยเดินจูงมือออกจากโรงหนัง ถงเล่ยยังดูเหมือนจะยังจมอยู่ในอารมณ์ของหนัง เธอแค่ซบไหล่เขาเงียบๆ ไม่พูดอะไร

“เล่ยเล่ย เป็นอะไรไป?” จี้เฟิงถามยิ้มๆ

ถงเล่ยถามเสียงเบา “จี้เฟิงถ้าเราเจอสถานการณ์เหมือนในหนัง... เราจะต้องเลิกกันไหม?”

จี้เฟิงส่ายหัวยิ้มขำ “เป็นไปได้ไง เธอก็รู้จักนิสัยฉันดีนี่ เว้นแต่เธอจะเป็นฝ่ายอยากไปเอง ไม่สิ ต่อให้เธออยากไป ฉันก็ไม่ปล่อยให้ไปหรอก!”

“อื้ม!” ถงเล่ยยิ้มหวาน มือเล็กๆกอดแขนเขาไว้แน่น “งั้นนายต้องจำไว้นะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็ห้ามลืมเด็ดขาด!”

“แน่นอนสิ!” จี้เฟิงหัวเราะเบาๆ

“ถ้างั้นก็ดีแล้วล่ะ!” ถงเล่ยพูดอย่างร่าเริง ก่อนจะคล้องแขนเขา เดินมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถ “ว่าแต่... นายไม่ค่อยชอบดูหนังรักไม่ใช่เหรอ?”

“ใครบอก? ฉันชอบดูนะ!” จี้เฟิงรีบตอบ ถึงจะรู้ดีว่าเนื้อหาในหนังมันเป็นเรื่องแต่งทั้งนั้น แต่เอาไว้ดูก็ช่วยเยียวยาจิตใจได้เหมือนกัน ไหนจะความรู้สึกซาบซึ้งบางฉาก ที่ทำให้เขารู้สึกสะท้อนใจจริงๆ

“ฉันรู้หรอก ผู้ชายชอบดูหนังบู๊ ดูแอ็กชัน อย่างแฟนเพื่อนร่วมห้องฉันแต่ละคนก็เป็นแบบนั้นทั้งนั้นแหละ” ถงเล่ยพูดยิ้มๆ

ตอนนั้นเอง จี้เฟิงก็ยิ้มแปลกๆขึ้นมา

“ยิ้มอะไรน่ะ?” ถงเล่ยหันมาถาม

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดบนใบหน้าจี้เฟิง เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ “เล่ยเล่ย... ยังจำได้ไหม ตอนเราดูหนังด้วยกันครั้งแรก?”

“จำได้สิ... ไอ้คนลามก!” ใบหน้าถงเล่ยแดงซ่าน เธอยกกำปั้นเล็กๆ ตีเขาเบาๆ “ลามกจริงๆ!”

จี้เฟิงหัวเราะลั่น

ครั้งแรกที่พวกเขาไปดูหนังด้วยกัน มันเกิดขึ้นที่อำเภอหมางซือ ตอนนั้นจี้เฟิงเพิ่งเคยเข้าโรงหนังเป็นครั้งแรก ส่วนถงเล่ยเองก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรดี แต่พอเข้าไปแล้ว ทั้งคู่ถึงได้รู้ว่า... หนังที่ฉายอยู่เป็นหนังสำหรับผู้ใหญ่!

ในตอนนั้นทั้งสองยังเป็นวัยรุ่น ไม่เคยดูหนังประเภทที่เขาเรียกกันว่า “หนังแอ็กชัน” (ในเชิงลับ) มาก่อน พอเจอเข้าก็ถึงกับอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก

แต่หลังจากนั้น ด้วยบรรยากาศพาไป พวกเขาก็เผลอทำอะไรหลายอย่างที่คลุมเครือ...

คิดถึงช่วงเวลาเขินอายนั้น จี้เฟิงก็อดยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ได้ ใครๆก็บอกว่า “คู่รักที่เริ่มกันตั้งแต่หนุ่มสาว มักจะเป็นคู่ที่อยู่กันจนแก่” สำหรับเขากับถงเล่ยแล้ว ทั้งหมดนั้น... มันช่างเหมือนเรื่องเมื่อวานนี้เอง ความทรงจำมากมายที่ผ่านมาด้วยกัน ช่างน่าคิดถึงและน่าประทับใจจริง ๆ

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้ง มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวบางของถงเล่ยไว้แน่น ถงเล่ยเองก็เหมือนนึกถึงช่วงเวลาอันแสนหวานในอดีต เธอซบแนบอกเขาแน่นยิ่งขึ้น

สำหรับจี้เฟิงแล้วไม่ว่าเมื่อไหร่ ถงเล่ยก็คือคนที่สำคัญที่สุด การได้รู้จักกับเธอ ถือเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง เหมือนสวรรค์ส่งเธอมาให้ เธอคือของขวัญที่ดีที่สุดจากฟ้า!

“Rrrr~...” อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

จี้เฟิงหยิบมันออกจากกระเป๋า เมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ เขาก็แปลกใจเล็กน้อย เป็นสายจากหลิวซิน

“ฮัลโหล ฉันจี้เฟิง” จี้เฟิงกดรับทันที

“หัวหน้าน้อยรับ ผมหลิวซินเอง” เสียงของหลิวซินดังมาจากปลายสาย

“ฉันรู้แล้วคุณโทรหาฉันตอนนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” จี้เฟิงถาม

“ไม่... ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ” หลิวซินพูดด้วยน้ำเสียงลังเล “คือ... พวกเรามาเจียงโจวก็เดือนนึงแล้วครับ พักจนหายเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว บอสว่าจะถึงเวลาจัดแมตช์ประลองแล้วหรือยังครับ?”

“พักหายเหนื่อยแน่นะ?” จี้เฟิงถามย้ำ “ฝึกกันได้เข้าขากันดีแล้วหรือยัง?”

“ไม่มีปัญหาเลยครับ!” หลิวซินตอบทันทีด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“โอเค งั้นรอฉันโทรกลับอีกทีแล้วกัน” จี้เฟิงหัวเราะเบาๆ

พอวางสาย จี้เฟิงก็ส่ายหัวแล้วยิ้มออกมา

แรกเริ่มเขาไม่ได้ให้หลิวซินกับทีมจัดแมตช์ดวลกับอี้ซิงเฉินกับพวกทันที เพราะเขาอยากให้ทุกฝ่ายได้พักและปรับตัวก่อน โดยเฉพาะการปรับตัวกับสภาพอากาศของเจียงโจว ถึงแม้ว่าถ้าเป็นว่าที่สมาชิกหน่วยเรดแอร์โรว์ จริงๆเรื่องสภาพอากาศคงไม่ใช่ปัญหา เพราะพวกเขาผ่านการฝึกหนักในสภาพแวดล้อมสุดโหดมาแล้วทั้งนั้น ถ้าไม่ไหวก็มีแต่ตาย!

แต่ในเมื่อจะจัดแมตช์แบบยุติธรรม ก็ต้องรอให้ทั้งสองฝ่ายพร้อมเต็มที่

ดังนั้นในเดือนที่ผ่านมา ภายใต้คำสั่งอนุญาตของจี้เฟิง หลิวซินกับทีมจึงได้ฝึกซ้อมในโรงยิมของบริษัทเถิงเฟยหลังเลิกงาน เพื่อให้รู้จักกันดีขึ้น เข้าขากันมากขึ้น และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ เตรียมตัวสู้ในแมตช์สำคัญที่กำลังจะมาถึง!

ในเวลาเดียวกันนี้เอง อี้ซิงเฉินกับกัวเถาและพวกเขาทั้งสี่คน ก็ไม่ได้ร่วมมือกันทำภารกิจแบบจริงจังมานานแล้ว แมตช์นี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ฝึกฝนความเข้าขาและความคุ้นเคยกันอีกครั้ง

ด้วยเหตุนี้เวลากว่าเดือนจึงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว

ถ้าหลิวซินไม่โทรมา จี้เฟิงเองก็คงอยากให้พวกเขาพักต่ออีกหน่อย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทนรอไม่ไหวแล้ว เขาก็ไม่คิดจะเลื่อนอีกต่อไป

ยิ่งตั้งทีมให้เสร็จเร็วเท่าไร เขาก็จะได้สบายใจเร็วขึ้นเท่านั้น

เมื่อคิดได้ดังนั้น จี้เฟิงจึงหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาอี้ซิงเฉิน

“ฮัลโหลบอส?” ปลายสายของอี้ซิงเฉินมีเสียงหอบแผ่วๆ คล้ายเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนัก

“เหล่าอี้เตรียมตัวเป็นยังไงบ้าง?” จี้เฟิงถามพลางหัวเราะ

“ไม่มีปัญหาเลย” อี้ซิงเฉินตอบกลับอย่างมั่นใจ “พวกเราพึ่งซ้อมการเข้าขากันจบไปเมื่อกี้เอง ความรู้สึกเก่าๆยังอยู่ครบไม่ต้องห่วง!”

“ถ้าอย่างนั้นงั้นเราจัดแมตช์กันพรุ่งนี้เลยนะ สถานที่เดี๋ยวฉันจะแจ้งอีกที” จี้เฟิงหัวเราะบอก

“งั้นก็ฝากบอสดูแลจัดการด้วยแล้วกัน” อี้ซิงเฉินตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ

หลังจากวางสาย จี้เฟิงก็นั่งคิดอย่างจริงจัง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ค่ายทหารหรือจะที่คลับซ้อมรบ... ไปจัดที่ไหนดีนะ?”

ตั้งแต่คิดจะให้หลิวซินกับทีม ดวลกับอี้ซิงเฉินและพรรคพวก เขาก็ไตร่ตรองเรื่องสถานที่ไว้แล้ว ในเจียงโจวมีสนามซ้อมรบโดยเฉพาะ ให้คนที่อยากลองความตื่นเต้นไปเล่นสนุกได้ ข้างในมีอุปกรณ์ครบครันสมจริงมาก แค่เปลี่ยนกระสุนปืนเป็นกระสุนสีที่ยิงแล้วทิ้งรอยบนตัว เพื่อแสดงว่าโดนยิงแล้ว เหมาะกับการจัดแมตช์แบบนี้ที่สุด!

ที่ค่ายทหารเองก็มีสนามซ้อมรบและพื้นที่ฝึกที่เตรียมไว้สำหรับการซ้อมยุทธวิธี แถมอุปกรณ์ต่างๆ ก็แน่นอนว่าเป็นของมืออาชีพมากกว่า

ถ้าเปรียบเทียบกันจริงๆ ก็มีข้อดีข้อเสียคนละแบบ

“ไปที่คลับซ้อมรบดีกว่า!” ในที่สุดจี้เฟิงก็ตัดสินใจได้

คนพวกนี้กำลังจะมาเป็นทีมส่วนตัวของเขา การเลือกจัดแบบเงียบๆจะดีกว่า แม้จะยืมสนามซ้อมของเขตกองทัพได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดมีคนสนใจมาขุดคุ้ย ก็อาจต้องเสียเวลาอธิบายมากเกินไป ซึ่งจี้เฟิงไม่อยากเสียแรงไปกับเรื่องพวกนี้ ดังนั้นคลับซ้อมรบจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด!

“เล่ยเล่ยอยากไปดูการต่อสู้แบบทีมไหม?” จี้เฟิงหันไปถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ต่อสู้?!” ถงเล่ยตาโต มองเขาด้วยความงุนงง “ต่อสู้แบบทีมอะไรเหรอ?”

จี้เฟิงหัวเราะ “เป็นการซ้อมเฉยๆน่ะ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้ฉันพาเธอไปดูอะไรสนุกๆแล้วกัน อ้อ… ให้ไป๋จูกับหานเซิ่นไปด้วยดีกว่า พวกเธอจะได้เรียนรู้ไปด้วย”

“แต่… พรุ่งนี้ฉันต้องไปเรียนนะ!” ถงเล่ยพูดขึ้น

“ขาดเรียนสักวันก็ไม่เป็นไรหรอกน่า!” จี้เฟิงหัวเราะ

“นี่นายกำลังชวนฉันหนีเรียนอยู่นะ…” ถงเล่ยตีแขนเขาเบาๆ ทำหน้างอนนิดๆ “ตัวเองเรียนไม่เอาไหนไม่พอ ยังจะมาชวนฉันเสียคนอีก!”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก…”

ทั้งสองคนคุยหยอกล้อกันพลางขึ้นรถ ขับเข้าสู่ถนนที่เต็มไปด้วยรถรา

……….

เช้าวันรุ่งขึ้นจี้เฟิงกับทุกคนตื่นเช้าตามเวลาที่นัดกันไว้ จัดการตัวเองและเก็บของอย่างเรียบง่าย

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

ระหว่างที่ทุกคนกำลังกินข้าวเช้า ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ไป๋จูยกรีโมตขึ้นมากดเปิดประตูอย่างคล่องแคล่ว และในทันใดนั้นจางเล่ยที่หน้าตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก็เดินพรวดเข้ามาพร้อมกับเฉินจิ้งยี่

“เฮ้ย เจ้าบ้า! เริ่มกันกี่โมงเนี่ย?!” จางเล่ยถามอย่างคึกคัก เมื่อวานตอนที่จี้เฟิงบอกว่าจะพาไปดูการซ้อมจริงๆ จางเล่ยดีใจจนแทบจะนอนไม่หลับ ถ้าไม่ติดว่าต้องฝึกท่าแอโรบิก เขาคงไม่ได้นอนทั้งคืนแล้ว!

จี้เฟิงหัวเราะ “กินข้าวเสร็จแล้วเราก็ออกไปเลย!”

“แหม! ถ้าไม่กินข้าวซักมื้อคงไม่ถึงกับอดตายหรอกม้างงง!” จางเล่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ “อาหารมื้อนี้มีอะไรน่าเสียเวลา รีบไปกันเถอะ!”

ถงเล่ยหันมามองเขาตาขวางทันที “ฉันเตรียมอาหารไว้ให้พี่ด้วย แต่ดูเหมือนพี่จะไม่ต้องการมันแล้วสินะ... จิ้งยี่มาทานข้าวเช้ากันก่อนเถอะ”

“ใครบอกว่าฉันจะไม่กิน?!” จางเล่ยหัวเราะแหะๆ ไม่มีความสำนึกของแขกเลยสักนิด เขายิ้มให้ถงเล่ยและเซียวหยูซวนก่อนจะรีบเดินมานั่งที่โต๊ะ หยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาเคี้ยวเต็มปากอย่างไม่เกรงใจ

ถงเล่ยมองค้อนเขาอีกรอบด้วยความหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ นิสัยพี่ชายเธอเป็นแบบนี้แหละ!

“เฮ้! เจ้าบ้าวันนี้คงมีอะไรตื่นเต้นๆมันส์ๆ ให้ดูใช่ไหม?” จางเล่ยพูดขณะเคี้ยวปาท่องโก๋ พลางหันไปถามจี้เฟิงอย่างตื่นเต้น

“อืม... จะยิ่งใหญ่อลังการพอให้นายตื่นเต้นไหมไม่รู้ แต่ฉันมั่นใจว่า ‘มันส์’ แน่นอน!” จี้เฟิงยิ้มบางๆ

ก็แน่ล่ะอีกฝ่ายคือเหล่าผู้สมัครตัวจริงของทีมสำรองหน่วยพิเศษเรดแอร์โรว์ ส่วนอีกฝั่งคือนักรบรับจ้างผู้เคยผ่านสมรภูมินับไม่ถ้วน การปะทะกันของพวกเขา จะไม่มันส์ได้ยังไง!

..... จบบทที่ 1297~

จบบทที่ บทที่ 1297 (418) ความอบอุ่น (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว