เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1288 (409) กองทัพประจำการกับทหารรับจ้าง (ตอนฟรี)

บทที่ 1288 (409) กองทัพประจำการกับทหารรับจ้าง (ตอนฟรี)

บทที่ 1288 (409) กองทัพประจำการกับทหารรับจ้าง (ตอนฟรี)


บทที่ 1288 (409) กองทัพประจำการกับทหารรับจ้าง

ลู่กังพยักหน้าอย่างไม่ลังเล พร้อมตอบกลับทันทีว่า “ใช่แล้ว!”

“ลู่กัง!” หลิวซินถลึงตาใส่ทันที ก่อนจะปรามเสียงเข้ม “พูดอะไรออกมาเนี่ย!”

“หลิวซินไม่ต้องห้ามเขา ปล่อยให้เขาพูดเถอะ” จี้เฟิงยกมือปรามด้วยรอยยิ้ม แล้วหันไปพูดกับลู่กังว่า “ลู่กังไหนๆพวกเราก็จะต้องร่วมงานกันแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย ถ้ามีอะไรอยากพูด ก็พูดออกมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอพูดก็แล้วกัน...” ลู่กังพูดขึ้น “อันที่จริงผมไม่ได้ติดใจเรื่องที่คุณน็อกผมหรอก การปฏิบัติภารกิจพลาด มันเป็นความรับผิดชอบของผมเอง ผมไม่คิดจะโทษใคร พลาดก็คือพลาด! แต่หัวหน้าน้อย ผมแค่อยากให้คุณเข้าใจว่า อย่าตัดสินความสามารถของทีมเราจากความผิดพลาดครั้งนั้นครั้งเดียว”

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “พูดกันตรงๆตอนที่ผมอยู่บนดาดฟ้า ผมแค่วางตำแหน่งไว้คอยระวังพวกที่จะบุกเข้ามาจากทางรอยัลคลับ ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดฉากโจมตีใครเลย...”

จี้เฟิงพยักหน้าเบาๆ “ฉันฟังอยู่นะ ว่าต่อสิ”

“หัวหน้าน้อยเรื่องที่คุณสามารถน็อกผมได้ นั่นเป็นความจริงที่เถียงไม่ได้” ลู่กังพูดต่ออย่างจริงจัง “แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น คุณได้เปรียบจากการเข้าจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัว ถ้าหากวันนั้นพวกเราสองคนไม่มีปืนอยู่ในมือเลยล่ะก็… คนที่ถูกน็อกอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้ หรือคุณไม่คิดงั้น?”

จี้เฟิงอดหัวเราะไม่ได้ “จะว่าแบบนั้นก็ได้แหละนะ เพราะทุกอย่างมันมีหลายความเป็นไปได้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา”

“นั่นแหละ!” ลู่กังกางมือทั้งสองข้างออกอย่างช่วยไม่ได้และกล่าวว่า “ในเมื่อคุณเองก็ยอมรับแบบนี้ มันก็หมายความว่า ตอนนั้นผลแพ้ชนะระหว่างเราสองคน มันไม่ได้สะท้อนถึง ‘ความสามารถของทีมเรา’ แต่อย่างใดเลย!”

“พูดแบบนั้นก็ได้อยู่” จี้เฟิงยิ้มพลางพยักหน้า เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าลู่กังกำลังจะสื่ออะไร

“ถ้าเป็นแบบนั้น ผมก็อยากถามสักหน่อยว่าท่านหัวหน้าน้อยรู้ไหม ว่า ‘ทหารประจำการ’ กับ ‘ทหารรับจ้าง’ น่ะ มีความแตกต่างกันมากขนาดไหน วิธีการรบของทหารประจำการ พวกทหารรับจ้างเขาไม่เข้าใจหรอก ส่วนวิธีของพวกนั้น ทหารประจำการอย่างพวกเราก็ไม่เห็นว่าจะต้องสนใจเลย” ลู่กังพูดเสียงหนัก “เพราะงั้นเรื่องการบัญชาการรบ ผมหวังว่าท่านหัวหน้าน้อยจะลองพิจารณาให้รอบคอบอีกสักหน่อย”

จี้เฟิงส่ายหัวพลางหัวเราะเบาๆในใจ เขารู้ดีว่าที่ลู่กังพูดว่า “ทหารประจำการไม่เห็นค่าของวิธีของทหารรับจ้าง” จริงๆแล้วมันก็แค่ความคิดของเขาเอง หรือของทีมเขาเท่านั้น

ความหมายของลู่กังนั้นชัดเจน พวกเขารับไม่ได้ที่ต้องถูกทหารรับจ้างมาควบคุม เพราะในสายตาของพวกเขา พวกเขาเหนือกว่าทหารรับจ้างทุกด้าน!

อีกจุดที่ลู่กังพยายามจะสื่อคือ การที่จี้เฟิงน็อกเขาบนดาดฟ้าเมื่อก่อนหน้านั้น มันแทบจะเรียกว่า “เล่นนอกเกม” ด้วยซ้ำ จี้เฟิงปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน แล้วใช้ปืนเล็งใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาเลยไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือออกมาแม้แต่น้อย สุดท้ายถึงได้โดนเล่นงานง่ายๆ แบบนั้นมันไม่ใช่เพราะเขาไร้ฝีมือ แต่เพราะจี้เฟิง “เล่นทีเผลอ” ต่างหาก

ต่อให้ฝีมือดีแค่ไหน ถ้าอยู่ในสนามรบแล้วเจอลูกกระสุนยิงเข้าจังๆ มันก็จบได้เหมือนกัน ลู่กังต้องการจะบอกแบบนั้น

พอมาคิดดูให้ดี จี้เฟิงก็เข้าใจมุมมองของลู่กังได้ไม่ยากนัก

เพราะไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาทั้งหมดก็คือ ‘ทหารประจำการที่ปลดประจำการมาแล้ว’ และที่สำคัญพวกเขาเคยเป็นถึงกำลังสำรองของหน่วยเรดแอร์โรว์ หรือจะเรียกให้ตรงก็คือทหารกำลังสำรองของหน่วยเรดแอร์โรว์ นั่นเอง

ในการฝึกซ้อมในแต่ละวัน พวกเขาก็ได้รับการฝึกไม่ต่างจากทหารประจำการในหน่วยเรดแอร์โรว์ เพียงแค่ในแง่ของประสบการณ์ภาคสนาม และพละกำลังส่วนตัวบางประการ อาจยังมีช่องว่างอยู่บ้างก็เท่านั้นเอง

ถ้าหากในระหว่างที่หน่วยเรดแอร์โรว์กำลังปฏิบัติภารกิจแล้วเกิดมีผู้เสียชีวิตขึ้น ทหารสำรองอย่างพวกเขาก็จะถูกส่งเข้าไปเสริมทันที แน่นอนว่าการเลือกคนเข้าไปเสริมนั้นจะต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด บางทีก็อาจเป็นพวกเขา บางทีก็อาจไม่ใช่ อาจมีการดึงตัวทหารใหม่ที่เพิ่งฉายแววโดดเด่นขึ้นมาจากหน่วยอื่นเข้าไปแทนที่โดยตรงก็ได้

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาเหล่านี้ก็เคยอยู่ในกลุ่มทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดชุดหนึ่ง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับพวกกองทัพภาคสนามโดยตรง พวกเขาก็ยังมีความรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ในใจไม่น้อย

แล้วแบบนี้…จี้เฟิงกลับยังจะให้ทหารรับจ้างคนหนึ่งมาเป็นผู้บัญชาการพวกเขาเข้าเนี่ยนะ? มันจะไม่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบอารมณ์ได้ยังไง

“ลู่กังพูดอะไรของนายเนี่ย!” หลิวซินเห็นจี้เฟิงเพียงแค่ยิ้มเฉยๆ โดยไม่พูดอะไร จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปถลึงตาใส่ลู่กัง “ควบคุมปากตัวเองหน่อย อย่าพูดจาเหลวไหล!”

แต่ลู่กังก็ยังเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “หัวหน้าผมแค่พูดความจริงเท่านั้น”

“ถูกต้องเลย!”

จี้เฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะพูดขึ้นว่า “หลิวซินนายพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ถ้าใครมีอะไรในใจ ก็ควรพูดออกมาตรงๆ เหมือนลู่กังนี่แหละ ถ้าทุกคนมัวแต่เก็บงำไว้ แบบนั้นต่อไปจะร่วมงานกันได้ยังไงจริงไหมล่ะ?”

หลิวซินได้แต่ยิ้มแห้งๆ อย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเรื่องมันอยู่ที่ว่าวิธีพูดของลู่กังนั้นตรงเกินไป แถมน้ำเสียงก็ยังแข็งกร้าวเกินเหตุ ถึงขั้นพาดพิงถึงทหารรับจ้างแบบตรงๆ ซึ่งพอโยงไปมาแล้ว ก็เหมือนกับลากจี้เฟิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยโดยตรง นั่นมันก็ดูจะไม่เหมาะสมนัก

อย่าลืมว่าถึงหลิวซินจะเป็นทหาร แต่ในกองทัพเขาก็ถือเป็นผู้นำระดับเล็กๆคนหนึ่ง ดังนั้นในเรื่องการอ่านสถานการณ์และวางตัว เขาก็ยังเข้าใจมากกว่าคนอื่นๆ

ต่อให้ตอนจบของเรื่องนี้จะตัดสินยังไง แต่ในตอนนี้แม้กระทั่งทหารรับจ้างคนนั้นยังไม่ได้โผล่มาเลยด้วยซ้ำ ก็กลับกลายเป็นว่าไปขัดใจ ‘ท่านผู้นำคนใหม่’ เข้าเสียแล้ว แบบนี้มันก็ดูไม่เหมาะสมจริงๆ

แต่ในเมื่อจี้เฟิงพูดแบบนั้นไปแล้ว หลิวซินก็ทำได้เพียงส่งสายตาไปเตือนลู่กัง ขอร้องในใจว่าอย่าพูดอะไรพลั้งเผลอออกไปอีกเลย ถึงคนจะใจกว้างแค่ไหน ถ้าโดนขัดคอต่อหน้าคนหมู่มากแบบนี้ ก็ย่อมต้องรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

จี้เฟิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจว่าหลิวซินคิดอะไร เขาเพียงแค่มองหน้าลู่กังที่ยังดูมีท่าทางไม่ยอมรับนัก แล้วหัวเราะเบาๆพร้อมพูดขึ้นว่า “ลู่กังที่นายพูดมาก็ไม่ผิดหรอก หน่วยทหารรับจ้างในสนามรบจริงๆ ก็ใช่ว่าจะเทียบกับกองทัพภาคสนามของทหารประจำการได้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะเตือนให้นายจำไว้ให้ดี ถึงนายจะเป็นทหารประจำการก็จริง แต่ก็ไม่เคยอยู่ในกองทัพภาคสนามเลยนะ นายเป็นแค่ทหารในฐานะกำลังสำรองของหน่วยเรดแอร์โรว์ ก็แน่นอนล่ะฉันไม่ได้หมายความว่านายไม่มีฝีมือ แต่อยากบอกว่าสำหรับการรบในสนามจริงของกองทัพประจำการ พวกนายเองก็ยังไม่ผ่านเหมือนกัน!”

สีหน้าของลู่กังแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกจี้เฟิงพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า “อย่าเพิ่งรีบเถียง ฟังก่อนให้จบ”

ทันใดนั้นสีหน้าของลู่กังก็กลายเป็นไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้แย้งอะไรต่อในทันที

สายตาของจี้เฟิงกวาดผ่านสีหน้าของลู่กังและคนอื่นๆอย่างแผ่วเบา เขาเข้าใจดีว่าคนพวกนี้ต่างก็เป็นทหารสำรองของหน่วยเรดแอร์โรว์ ถึงแม้พวกเขาจะยังไม่ใช่ทหารหลักโดยสมบูรณ์ แต่เวลาเผชิญหน้ากับทหารประจำการทั่วไป พวกเขาก็มักจะแสดงความภาคภูมิใจออกมาอย่างชัดเจน หรือเรียกได้ว่ามีความรู้สึกเหนือกว่าติดอยู่ในใจด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา

เพราะถึงจะเป็นเพียงทหารสำรอง แต่พวกเขาก็ถูกคัดเลือกมาจากหน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นทหารกลุ่มหัวกะทิที่โดดเด่นที่สุด แม้จะยังเทียบไม่ได้กับทหารหน่วยเรดแอร์โรว์ตัวจริง แต่ถ้าเทียบกับทหารแนวหน้าโดยทั่วไป พวกเขาก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม

แต่กับจี้เฟิงความรู้สึกเหนือกว่านี้ใช้ไม่ได้ผลเลย

“วิธีการรบของทหารแนวหน้า พวกนายก็ยังไม่เคยสัมผัส อย่าคิดว่าพวกนายถูกคัดเลือกมาจากหน่วยอื่นแล้วจะเข้าใจหมด พวกนายก็ยังไม่เคยผ่านการรบที่เดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ การประเมินพลังการรบจากการฝึกฝนน่ะ มันวัดอะไรไม่ได้หรอก อย่างมากก็แค่ร่างกายแข็งแรงกว่าชาวบ้านนิดหน่อย ต่อสู้ตัวต่อตัวได้ว่องไวขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น!”

จี้เฟิงพูดไปน้ำเสียงก็เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าจะดูถูกทหารรับจ้างก็ได้ ไม่ใช่ปัญหาแต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากเตือนพวกนายให้ชัดเจน บางครั้งแค่กองทหารรับจ้างกลุ่มเดียว ก็สามารถกำหนดผลลัพธ์ของสงครามขนาดย่อมได้เลย ถ้าไม่มีสงครามเกิดขึ้น พวกเขาก็อยู่ไม่ได้! ลองคิดดูสิว่าคนพวกนั้นใช้ชีวิตกันยังไง ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และมีประสบการณ์ในการรบมากแค่ไหน!”

“ลองกลับไปดูหน่วยเรดแอร์โรว์ของพวกนายดูสิ มันก็เป็นหน่วยขนาดเล็กที่มักต้องปฏิบัติภารกิจแบบลุยเดี่ยวเหมือนกันใช่ไหม? บางครั้งก็ต้องฝ่าเข้าไปในพื้นที่ศัตรูลึกเป็นพันกิโลเมตร ไม่มีหน่วยสนับสนุน ไม่มีผู้นำทาง บางครั้งแม้แต่เสบียงยังไม่มีเลย…ถ้ามองกันจริงๆแล้ว ความแตกต่างระหว่างทหารรับจ้างกับหน่วยเรดแอร์โรว์ ก็แค่พวกนั้นเป็นเด็กไร้บ้าน ส่วนเรดแอร์โรว์เป็นขุมทรัพย์ของประเทศเรา พวกเขามีพ่อมีแม่ แค่นั้นเอง!” จี้เฟิงยกมือขึ้นเล็กน้อยพลางว่า “แต่ถ้าจะพูดถึงรูปแบบการรบน่ะ มันก็แทบจะเหมือนกันเลยไม่ใช่เหรอ?”

ลู่กังอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่คิดไปคิดมาก็พูดไม่ออก ในใจรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่มีเหตุผลดีพอจะเถียงได้ สุดท้ายจึงได้แค่นิ่งเงียบไป

ก็จริงอย่างที่จี้เฟิงพูด ภารกิจส่วนใหญ่ของหน่วยเรดแอร์โรว์ ก็มักเป็นภารกิจของหน่วยเล็กๆ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่แบบเจาะจงเฉพาะทาง ลักษณะก็ไม่ต่างจากทหารรับจ้างเลย เพียงแค่ว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้รับจ้างทำงานเพื่อเงิน ส่วนอีกฝ่ายทำเพื่อประเทศชาติและหน้าที่เท่านั้น

ที่จริงพวกเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่า ในบางสถานการณ์เพื่อปิดบังตัวตนของหน่วยเรดแอร์โรว์ เวลาออกปฏิบัติภารกิจลับ บางทีก็จำเป็นต้องปลอมตัวเป็นทหารรับจ้างกันทั้งชุด ดังนั้นหากพูดกันตามความจริง หน่วยเรดแอร์โรว์กับทหารรับจ้างก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยเฉพาะในแง่ของรูปแบบการรบ…

ไม่ใช่แค่ลู่กังเท่านั้น แม้แต่หลิวซินกับพวกทหารคนอื่นๆ หลังจากได้ฟังคำพูดของจี้เฟิงแล้ว สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนพวกเขาจะรับฟังสิ่งที่จี้เฟิงพูดเข้าไปในใจแล้ว เพียงแต่ตอนนี้จี้เฟิงยังไม่ได้พูดอะไรต่อ พวกเขาเลยไม่รู้จะเปิดปากพูดอย่างไรดี อีกอย่างคนกลุ่มนี้โดยนิสัยก็ไม่ใช่พวกเจ้าเล่ห์อะไร ต่างก็ออกจะซื่อๆกันทั้งนั้น เลยยังปรับอารมณ์ไม่ทันในเวลาอันสั้น

“งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน…” จี้เฟิงยิ้มขึ้นมากะทันหัน “พวกเราเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นทหารอีก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องตัดสินกันด้วยความสามารถ งั้นพอพวกนายตั้งตัวกันได้แล้ว ฉันจะให้พวกนายแข่งกับอีกฝ่ายในแมตช์ประลองซ้อมรบ พวกนายมีเก้าคน อีกฝ่ายมีแค่สี่คน สุดท้ายใครชนะ ก็ถือว่าฝ่ายนั้นมีความสามารถมากกว่า และได้เป็นผู้นำกลุ่ม!”

เขากวาดตามองไปยังหลิวซิน ลู่กัง และคนอื่นๆ แล้วพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า “แบบนี้แล้วคงไม่มีข้ออ้างอะไรได้อีกใช่ไหม? ไม่ว่าเวลานั้นจะเกิดเหตุการณ์พิเศษอะไรขึ้น หรือจะมีอะไรไม่เป็นใจ ถ้าแพ้ก็คือแพ้ ตกลงกันไว้ตรงนี้เลย แพ้แล้วห้ามอ้างเหตุผลสารพัด ไม่เอาแบบว่าเหตุผลนั้นเหตุผลนี้ พูดง่ายๆก็คือ ‘แพ้แล้วต้องยอมรับ’ ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น…ตกลงไหม?”

ลู่กังหันมามองจี้เฟิงด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนจะถามอย่างลังเลว่า “ท่านหัวหน้าน้อยแน่ใจเหรอครับ ว่าจะให้คนสี่คนมาแข่งกับพวกเราที่มีตั้งเก้าคน?”

“แน่นอน” จี้เฟิงตอบอย่างราบเรียบ “อย่าไปดูถูกคนสี่คนนั้นก็แล้วกัน ถ้าพวกนายเอาตัวรอดโดยไม่แพ้ได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว!”

“ตกลง!” ลู่กังตอบทันทีด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

....จบบทที่ 1288~

จบบทที่ บทที่ 1288 (409) กองทัพประจำการกับทหารรับจ้าง (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว