- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1248 (369) จ้าวกั๋วเซิงต้องการจับตัวฆาตกร (ตอนฟรี)
บทที่ 1248 (369) จ้าวกั๋วเซิงต้องการจับตัวฆาตกร (ตอนฟรี)
บทที่ 1248 (369) จ้าวกั๋วเซิงต้องการจับตัวฆาตกร (ตอนฟรี)
บทที่ 1248 (369) จ้าวกั๋วเซิงต้องการจับตัวฆาตกร
พอได้ยินแบบนั้น หลี่ลู่หนานก็เดือดปุดขึ้นมาทันที
“ฉันเป็นห่วงนายแทบแย่ ถึงกับต้องวิ่งมาหานายกลางดึกกลางดื่น แล้วนายตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ?! นายนี่มันใช่ผู้ชายรึเปล่า!”
“……”
จี้เฟิงถึงกับเหงื่อตก ยิ้มเจื่อนก่อนพูดว่า “คำถามเธอนี่นะ… ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิว่าฉันเป็นผู้ชายน่ะ! ไม่เชื่อก็…เอ่อ งั้นเธอรอฉันอยู่ที่ร้านแผงลอยก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปหา!”
จี้เฟิงเหงื่อตกจริงๆ เดิมทีเขาอยากจะพูดว่า ฉันเป็นผู้ชายรึเปล่า เธอลองดูสักครั้งก็รู้เองแหละ!
แต่พอคิดอีกที จี้เฟิงก็ส่ายหน้าอยู่ในใจ คำพูดแบบนั้นพูดมั่วๆไม่ได้ โดยเฉพาะกับสาวโสดที่ยังไม่แต่งงาน แบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับการลวนลามกันทางคำพูดเลย
ไม่ต้องพูดถึงว่าหลี่ลู่หนานจะระเบิดอารมณ์หรือเปล่า แค่ตัวเขาเอง จี้เฟิงก็ไม่อาจพูดเล่นแบบนั้นได้ง่ายๆ ทุกวันนี้ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวเขาก็มีมากพอแล้ว จะไปก่อเรื่องกับผู้หญิงคนอื่นเพิ่มอีกไม่ได้เด็ดขาด
ความจริงแล้วจี้เฟิงเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขาจะวางตัวดีเสมอ ไม่ว่าอยู่กับใครก็ดูสุขุมจริงจัง ต่อให้พูดเล่นก็รู้จังหวะ ไม่มีทางพูดเกินเลย แต่พอเป็นหลี่ลู่หนานทีไร เขากลับอดไม่ได้ที่จะอยากหยอกเล่นกับตำรวจสาวคนนี้ทุกที ดูอย่างตอนนี้สิ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พอเริ่มคุยกันเท่านั้น ‘นิสัยเก่า’ ของเขาก็โผล่มาทันที!
“ยี่สิบนาที! ถ้าภายในยี่สิบนาทีฉันยังไม่เจอนาย นายต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมาเอง!” หลี่ลู่หนานไม่พูดพร่ำอีกต่อไป พูดจบก็วางสายทันที!
“เฮ้…” จี้เฟิงมองโทรศัพท์ที่ส่งเสียงตื๊ดๆ พลางส่ายหน้า “ยัยผู้หญิงคนนี้ยังใจร้อนเหมือนเดิม ยี่สิบนาที… ถ้าจะไปให้ทันในยี่สิบนาทีนั่น มันต้องขับรถเร็วเกินกำหนดแล้ว!” เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความจนใจ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังร้านแผงลอยอีกครั้ง
โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาดึกแล้ว ถนนแทบไม่มีรถเลย เขาจึงเหยียบรถได้เต็มที่ และแม้จะเกือบไม่ทันเวลา แต่ในที่สุดจี้เฟิงก็มาถึงหน้าร้านแผงลอยใกล้สมาคมหลินจิง
ทว่า…ร้านแผงลอยนั้นกลับปิดไปแล้ว
จี้เฟิงหันไปมอง แล้วก็เห็นรถออฟโรดของตำรวจคันหนึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน เครื่องยนต์ยังไม่ดับ แถมยังมีเสียงครางฮึ่มๆ ออกมาเบาๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้ายิ้ม แล้วรีบเดินข้ามไปหา ต้องยอมรับเลยว่า หลี่ลู่หนานระวังตัวใช้ได้เลย!
ในที่แบบนี้แถมยังเป็นเวลาดึก ถ้าเจอพวกไม่หวังดีเข้า ใครสักคนทุบกระจกก็สามารถจัดการคนข้างในได้แล้ว เพราะงั้นทางที่ดีที่สุดคือไม่ดับเครื่อง ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจะได้เหยียบคันเร่งหนีทัน อย่างน้อยก็ปลอดภัยไว้ก่อน
จากที่จี้เฟิงเคยได้ยินมา เคสแบบนี้มีไม่น้อยเลย โดยเฉพาะพวกที่ชอบจอดรถคุยหรือหวานใส่กันในรถแถวสวนสาธารณะ หรือรถที่จอดอยู่ข้างทางนานๆ พวกนั้นคือเป้าหมายอันดับต้นๆของคนร้าย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!” จี้เฟิงเดินมาถึงหน้าออฟโรดตำรวจ เคาะกระจกหน้าต่างเบา ๆ
“ชั่บ—!”
ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นหลี่ลู่หนานที่นั่งอยู่ในที่คนขับควักปืนขึ้นมาทันที แล้วเล็งมาทางหน้าต่าง!
จี้เฟิงรีบเบี่ยงตัวหลบวิถีกระบอกปืนทันที แล้วแสยะยิ้มให้เธอ จากนั้นชี้มาที่ตัวเอง บอกให้รู้ว่าเป็นเขานั่นแหละที่เคาะกระจก
จี้เฟิงเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของหลี่ลู่หนานแล้วก็อดพยักหน้าชื่นชมในใจไม่ได้ ไม่เสียแรงที่เป็นตำรวจจริงๆ!
“ฟื้ด~~!”
หลี่ลู่หนานเลื่อนกระจกลง ใบหน้านิ่งเย็นจนน่ากลัว “ยังรู้จักโผล่มาเหรอ? ทำไมไม่กลับบ้านไปนอนให้สบายไปเลยล่ะ?”
“ฉันก็อยากอยู่นะ แต่ไม่ใช่เธอเหรอที่โทรมาตามฉัน?” จี้เฟิงพูดพลางยิ้ม
“ยังจะกล้าพูดอีกเหรอ?” หลี่ลู่หนานเดือดขึ้นมาทันที ดวงตาคู่งามเบิกโพลง คิ้วเรียวคู่งามชี้ขึ้น “ก่อนหน้านี้เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าฉันจะมาหานาย แล้วให้นายรอที่นี่ แต่นายทำอะไรล่ะ? หนีกลับก่อนคนเดียวแบบนั้น?!”
จี้เฟิงยกมือยอมแพ้ทันที “โอเคๆๆ ความผิดเป็นของฉันเอง ฉันทำไม่ถูกเอง แค่นี้พอไหม?”
“ก็แน่อยู่แล้วว่าเป็นความผิดนาย!” หลี่ลู่หนานฮึดฮัดตอบ
จี้เฟิงพยักหน้ายิ้ม “คุณตำรวจหลี่ เรียกฉันมาดึกดื่นแบบนี้ คงไม่ใช่แค่จะมาสั่งสอนฉันอย่างเดียวหรอกมั้ง? ว่าแต่มีเรื่องอะไร?”
“ก็ยังจะเป็นเรื่องอะไรอีกล่ะ ก็เรื่องของนายเองนั่นแหละ!” หลี่ลู่หนานพูดเสียงไม่สบอารมณ์“จี้เฟิงนายรู้ไหมว่าวันนี้นายไปลงไม้ลงมือกับใคร? แล้วคนที่ลากตัวนายออกไปคือใคร นายรู้ไหม?”
จี้เฟิงพยักหน้า “รู้สิ ทำไมเหรอ?”
“รู้แล้วนายยังกล้าลงมืออีก? นายไม่กลัวจะหาปัญหาใส่ตัวหรือไง?!” หลี่ลู่หนานมองเขาด้วยความตกใจ “ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ เดิมทีฉันแจ้งความไปแล้ว แต่พวกเขากลับบอกว่าเป็นแค่ความขัดแย้งเล็กๆ แล้วก็ห้ามฉันไว้ ฉันดูท่าทีแล้ว เหมือนพวกเขาอยากจัดการกันเองแบบส่วนตัว นายต้องระวังให้มากๆล่ะ”
“ฉันจะระวังเอง!” จี้เฟิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ลู่หนาน ขอบใจนะที่เป็นห่วงฉัน”
“ใครไปห่วงนายกัน!” หลี่ลู่หนานเบะปากใส่เขาทันที “ฉันแค่ไม่อยากเห็นนายยังหนุ่มยังแน่น แต่กลับต้องถูกเล่นงานจนตาย ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ หยูซวนกับเล่ยเล่ยต้องเสียใจแน่ๆ!”
จี้เฟิงเพียงยิ้ม ไม่ได้เถียงอะไรกลับไป เพียงแค่ถามว่า “นอกจากเรื่องนี้แล้ว เธอมีเรื่องอะไรอีกไหม?”
หลี่ลู่หนานส่ายหน้า “เดิมทีฉันตั้งใจจะมาบอกนายว่า คนฝั่งนั้นไม่ธรรมดาเลย เป็นพวกตระกูลใหญ่จากมณฑลหยานจิง ส่วนไอ้หมอนั่นที่ถูกพวกนายซัดไป ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน รายละเอียดฉันยังไม่มีเวลาเช็ก เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าได้ข้อมูลแล้ว ฉันจะรีบบอกนายอีกที...”
“ลู่หนาน ขอบคุณนะ” จู่ๆจี้เฟิงก็พูดแทรกขึ้นมา เขาจ้องมองดวงตาคู่งามของหลี่ลู่หนาน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า
“ขอบคุณจริงๆ”
ดึกดื่นขนาดนี้ เธอยังตั้งใจมาหาเขาเพื่อจะบอกว่า คนที่มีเรื่องกับเขาเป็นใคร พร้อมทั้งเตือนให้เขาระวังตัว... ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ความตั้งใจของเธอ จี้เฟิงก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว
“กะ.. ก็ไม่เห็นจะต้องขอบคุณอะไรเลย ฉันเป็นตำรวจ ทำแบบนี้ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้วนี่!” หลี่ลู่หนานพูดอย่างเขินๆ
บางทีอาจเพราะเป็นเวลาดึกเกินไป เลยมองไม่ออกว่าเธอหน้าแดงหรือเปล่า แต่ความจริงแล้ว จี้เฟิงมองเห็นได้ชัดว่า แก้มของหลี่ลู่หนานขึ้นสีแดงระเรื่อ แสดงอาการเขินอายเต็มที่
อารมณ์แบบนี้ ช่างต่างจากนิสัยแรงๆ แบบที่เคยเป็นจริงๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เด็กคนนี้เปลี่ยนไปแล้วเหรอ?
จี้เฟิงยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดแย้งอะไร เพราะเขารู้ดีว่า ไม่มีตำรวจคนไหนจะยอมเสี่ยงแหกกฎ แล้วมาบอกข้อมูลฝ่ายตรงข้ามให้คนที่เกี่ยวข้องฟังหรอก โดยเฉพาะข้อมูลส่วนตัวแบบนี้... เรื่องแบบนี้มันผิดกฎชัดๆ!
แต่เขาก็ไม่อยากพูดอะไรให้มากความอีกแล้ว จี้เฟิงเพียงยิ้มแล้วพูดว่า “ลู่หนานตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ วันนี้... ขอบใจมากจริงๆนะ”
“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง” หลี่ลู่หนานพยักหน้าเบาๆ “งั้น...ฉันกลับก่อนล่ะ!”
“แล้วเจอกัน!” จี้เฟิงโบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม
“จริงสิ! มีอีกเรื่องจะบอก ฉันตอนนี้เป็นตำรวจสืบสวน ไม่ใช่ตำรวจจราจรแล้วนะ!” หลี่ลู่หนานหันมาพูดขึ้นมาคำหนึ่งอย่างกะทันหัน จากนั้นก็กดคันเร่งทันที รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงจี้เฟิงที่ยืนอยู่พร้อมรอยยิ้มแปลกๆ บนใบหน้า...
..........
ค่ำคืนที่ดูเหมือนจะยาวนานในที่สุดก็ผ่านพ้นไป เมื่อขอบฟ้าทิศตะวันออกเริ่มสว่างขึ้นราวกับท้องของปลาท้องขาว จี้เฟิงก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตามนิสัยเดิม แปรงฟัน ล้างหน้า…
ก่อนหน้านั้น เสี่ยวอิงก็ตื่นขึ้นมาล่วงหน้าแล้ว ขับรถมุ่งหน้าไปยังเขตถงโจว เธอพกปืนหนึ่งกระบอกติดตัวไปด้วย พร้อมแม็กกาซีนกระสุนสองชุดที่บรรจุกระสุนเต็มทุกนัด
เสี่ยวอิงกำลังจะไปช่วยจางเล่ย เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดของกลุ่มบริษัทชางซื่อและชางฉงเหว่ย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งความ!
ในเมื่อจะเปิดศึกแล้ว ก็ต้องลุยเต็มกำลังอยู่แล้ว แม้แต่สิงโตจะล่าเพียงกระต่ายยังต้องออกแรงสุดตัว แล้วนับประสาอะไรกับตระกูลจ้าวที่มีอิทธิพลสูงขนาดนี้ จี้เฟิงยิ่งไม่อาจประมาทได้เลยแม้แต่น้อย
และในขณะเดียวกัน ที่มณฑลเจียงหนานซึ่งอยู่ติดกับเจียงโจว ก็เกิดความปั่นป่วนขึ้นไม่น้อย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมณฑลเจียงหนานได้รับเอกสารร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยชื่อ มีผู้แจ้งว่ากลุ่มบริษัทชางซื่อในเขตถงโจวมีพฤติกรรมทางธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารที่ว่านั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “คำร้องเรียน” ธรรมดา แต่แทบจะใช้เป็น “หลักฐาน” โดยตรงได้เลย
พร้อมกันนั้นหน่วยงานของเมืองถงโจวเอง ก็ได้รับเอกสารร้องเรียน ฉบับเดียวกันแบบเป๊ะๆเช่นกัน
เมืองทั้งมณฑลเจียงหนานและเขตถงโจวต่างก็สั่นสะเทือนพร้อมกัน!
สำหรับมณฑลเจียงหนานนั้น การสั่นสะเทือนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนรู้ว่ากลุ่มบริษัทชางซื่อมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าว เหตุการณ์นี้จึงจำเป็นต้องจัดการอย่างระมัดระวัง
ส่วนฝั่งถงโจวนั้นที่สั่นสะเทือน ก็เพราะไม่รู้ว่ามีผู้นำคนใดเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทุจริตของกลุ่มบริษัทชางซื่อบ้าง เรื่องลับในวงในเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนนอกจะเข้าใจได้ง่ายเลย
แต่ตอนนี้ ความจริงกลับถูกเปิดโปงออกมาอย่างชัดเจน ไม่มีคำว่าเข้าใจผิดใดๆทั้งสิ้น!
โดยเฉพาะเอกสารร้องเรียนที่ได้รับนั้น ทั้งละเอียด ทั้งแน่นหนาจนสามารถใช้เป็นหลักฐานได้โดยตรง ราวกับประกายไฟหล่นลงกลางถังดินปืน ระเบิดความปั่นป่วนขึ้นในวงการเจ้าหน้าที่ของถงโจวทันที และยังทำให้ผู้นำระดับสูงของเจียงหนานต้องขมวดคิ้วอย่างหนัก
เรื่องนี้มันร้ายแรง และใหญ่โตเกินคาด!
ไม่นานผู้นำระดับสูงของมณฑลเจียงหนานก็เรียกประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือแนวทางรับมือและหาทางออกอย่างจริงจัง
ส่วนในถงโจวตอนนี้ทั้งเมืองปั่นป่วนราวกับเสียงลมและเสียงนกกระเรียนสอดประสานกันด้วยความระแวง ทุกคนต่างอยู่ในสภาพ “ตัวใครตัวมัน!”
แต่ในเวลาเดียวกัน เมืองเจียงโจวกลับสงบเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยกเว้นเพียงบางคนที่นั่งรอดูเรื่องสนุก ก็ไม่มีคลื่นลมใดๆอีก
มีเพียงจ้าวกั๋วเซิงเท่านั้น ที่ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังเจียงโจวโดยตรง และไปเคาะประตูบ้านของเลขาธิการพรรคประจำเมืองเจียงโจว จี้เจิ้นกั๋ว
แต่กลับได้รับคำตอบจากภรรยาของเขาว่า จี้เจิ้นกั๋วเดินทางไปศึกษาดูงานที่มณฑลใกล้เคียงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และไม่ได้อยู่ในเมือง
จ้าวกั๋วเซิงยังไม่ยอมแพ้ จึงมุ่งหน้าไปยังบ้านของนายกเทศมนตรีเมืองเจียงโจว หลี่เป่าหยวน แต่ก็ได้รับคำตอบคล้ายกันว่า นายกฯไม่ได้อยู่บ้าน
ว่ากันว่านายกหลี่ผู้ขยันขันแข็งรักประชาชน ได้ออกตรวจพื้นที่ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาไปที่ไหน เพราะนิสัยของเขาคือมักจะ “ลงพื้นที่แบบไม่เป็นทางการ” เพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและติดตามการบังคับใช้นโยบายของรัฐ
ผลก็คือผู้นำเมืองเจียงโจวทั้งสองคนไม่อยู่ จ้าวกั๋วเซิงก็เลยเสียเที่ยวไปเต็มๆ!
แต่เขากลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย กลับแค่นเสียงเย็นชา “พากันหนีหมดงั้นเหรอ? หึ! สองจิ้งจอกเฒ่า คิดว่าแค่นี้จะรอดได้งั้นเหรอ? คนของตระกูลจี้คิดจะฆ่าลูกชายฉัน เรื่องนี้ฉันไม่มีทางปล่อยผ่านแน่! ฉันอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าพวกแกจะอกตัญญูได้ขนาดไหนกัน!”
เขาหันไปมองชายหนุ่มสองคนด้านหลังที่แต่งกายสุภาพแต่แววตามุ่งมั่น แล้วพูดทันที “พวกนายมีสิทธิ์ในการจับกุมใช่ไหม? ไปกับฉันเดี๋ยวนี้ เราจะไปจับฆาตกรที่คิดจะฆ่าลูกชายฉันด้วยตัวเอง!”
....จบบทที่ 1248~