- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1245 (366) คืนที่ไม่สงบ (ตอนฟรี)
บทที่ 1245 (366) คืนที่ไม่สงบ (ตอนฟรี)
บทที่ 1245 (366) คืนที่ไม่สงบ (ตอนฟรี)
บทที่ 1245 (366) คืนที่ไม่สงบ
เป็นไปตามที่จี้เฟิงคาดการณ์ไว้ ค่ำคืนที่ดูเหมือนจะธรรมดานี้ ไร้แสงดาว ไร้แสงจันทร์ แม้แต่ลมอ่อนๆ ยังแทบไม่รู้สึก แต่ในความมืดมิดนั้น กลับซ่อนความปั่นป่วนเอาไว้!
เหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นในคลับหลินจิงเมื่อคืน ถูกผู้คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นพูดต่อกันด้วยความตื่นเต้น เพียงเวลาไม่นาน ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเจียงโจว ยิ่งไปกว่านั้น คู่กรณีของเหตุการณ์นี้ ต่างก็เป็นบุคคลที่มีเบื้องหลังไม่ธรรมดาทั้งสิ้น
ก่อนอื่นเลย สองพี่น้องตระกูลจี้ จี้ช่าวเหลยกับจี้เฟิง เรื่องนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากก็รู้กันอยู่แล้ว
แม้หลายคนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจี้เฟิงเป็นใคร แต่จี้ช่าวเหลยนั้นเปรียบเสมือนป้ายโฆษณาที่เดินได้ แค่เขาอยู่ตรงนั้น ใครๆก็เหมารวมว่าเขาคือคนของฝ่ายจี้เจิ้นกั๋วโดยปริยาย
จี้เจิ้นกั๋วเลขาธิการพรรคเมืองเจียงโจว เป็นบุคคลหมายเลขหนึ่งที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็มีบารมีมาก แค่เอ่ยชื่อในเมืองเจียงโจว ก็ไม่รู้มีคนกี่คนที่ถึงกับนอนไม่หลับเพราะความเกรงกลัว ตอนนี้ลูกชายของเขาดันไปมีเรื่องกับคนอื่นเข้า แล้วใครเล่าจะไม่ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด?
ฝ่ายตรงข้ามที่มีเรื่องกับจี้ช่าวเหลยก็คือครอบครัวเหอแห่งมณฑลหยานจิง นี่แหละที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง การปะทะกันของสองขั้วอำนาจระดับนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ต่างอะไรกับดาวอังคารพุ่งชนโลกเลยทีเดียว!
โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจทั้งหลาย ต่างก็สัมผัสได้ทันทีว่า… ในสถานการณ์แบบนี้ อาจจะมีโอกาสบางอย่างซ่อนอยู่
ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามในเจียงโจวที่พอจะมีช่องทางรับข่าวสารอยู่บ้าง ล้วนได้ยินข่าวเรื่องการปะทะกันในคลับหลินจิงมาแล้วทั้งนั้น แน่นอนว่าข่าวลือนี้ยังจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติพอจะเข้าถึงระดับนี้ได้ ส่วนพวกเจ้าของกิจการรายย่อย หรือบริษัทเล็กๆ ยังคงวุ่นวายกับการหาเลี้ยงชีพในวันพรุ่งนี้ ย่อมไม่มีเวลาหรือฐานะจะใส่ใจกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
ต่อให้คนในคลับตายเรียบหมด ในสายตาของคนพวกนั้น มันก็แค่เรื่องเล่าคลายเหงายามกินข้าวเท่านั้นเอง แต่สำหรับผู้ที่เข้าถึงระดับนี้ได้ นี่คือเรื่องที่พวกเขาให้ความสนใจอย่างมาก เพราะไม่แน่ว่าผลของการปะทะกันครั้งนี้ อาจกระทบต่อผลประโยชน์ของใครหลายคนโดยตรง จะไม่ให้สนใจก็เห็นจะไม่ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การจับตามองของพวกเขา ล้วนโฟกัสไปที่ผลประโยชน์เป็นหลัก แต่ยังมีอีกหลายคนที่จับจ้องไปยังเบื้องหลังของเหตุการณ์นี้ เพราะบางคนรู้ดีว่า เบื้องหลังการปะทะในครั้งนี้ อาจเกี่ยวพันกับศึกชิงอำนาจครั้งใหญ่!
เหตุการณ์ปะทะรุนแรงเช่นนี้ ย่อมดึงดูดสายตาใครต่อใครได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริง คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้จบแค่เบื้องหลังอย่างที่คิด
อย่างที่จี้เฟิงคาดไว้ ต่อให้ยังไม่พูดถึงเกมการเมืองเบื้องหลัง แค่เรื่องระหว่างเขากับชางฉงเหว่ย ก็ยังไม่จบง่ายๆ!
“ปัง!”
ณ โรงพยาบาลประชาชนแห่งที่สาม เมืองเจียงโจว ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษหรูหราห้องหนึ่ง ชางฉงเหว่ยเตะกาใส่น้ำที่พยาบาลนำมาอย่างแรงจนล้มกระแทกพื้น ทำให้เขาตะโกนลั่นด้วยความโกรธว่า “ไสหัวไป! ไปให้พ้นหน้า!”
พยาบาลตกใจมากจนอดกรี๊ดไม่ได้ เธอถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พยายามจะเก็บกาใส่น้ำบนพื้น แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ท่าทางของเธอน่าสงสารยิ่งนัก อาจเพราะตกใจมาก น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาทันที แต่เธอก็ทำได้แค่กัดริมฝีปาก ไม่กล้าพูดอะไรเลย
เหอหงเฉียงที่อยู่ข้างๆ ทนดูต่อไม่ไหว เขาพูดขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “ฉงเหว่ยนายทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ โกรธแค่ไหนก็ไม่ควรระบายกับพยาบาล คนที่ซัดนายคือจี้เฟิง ไม่ใช่พยาบาลเสียหน่อย!”
“อย่ามาสั่งสอนฉัน!” ชางฉงเหว่ยโกรธจัดทันที “เมื่อกี้นายยังด่าฉันอยู่เลย ฉันยังไม่ได้เอาเรื่องกับนายเลยนะ! เหอหงเฉียงนายคิดว่าตัวเองเก่งมากหรือไง? ถึงได้กล้ามาสั่งสอนฉัน?!”
ก่อนหน้านี้เหอหงเฉียงด่าเขาเสียยกใหญ่ ใช้ถ้อยคำหยาบคายเสียจนเขาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะท่าทางโหดเหี้ยมดุดันของอีกฝ่าย ทำให้ชางฉงเหว่ยรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ รู้สึกไม่มั่นใจอยู่ลึกๆ แต่ตอนนี้ชางฉงเหว่ยเริ่มตั้งสติได้แล้ว นี่เหอหงเฉียงกล้าด่าตนถึงขนาดนี้เลยเหรอ? ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ใครกันที่กล้าด่าเขาแบบนี้?!
ไฟโทสะในใจของชางฉงเหว่ยพลุ่งพล่านถึงขีดสุด พอได้ยินว่าเหอหงเฉียงยังกล้าสอนเขาอีกก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
ทว่าเมื่อเขาตะโกนใส่อย่างเดือดดาล เหอหงเฉียงกลับไม่ปะทะด้วย เพียงแต่ขมวดคิ้ว มองเขาด้วยสายตารังเกียจ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ
“จะทำอะไรก็เชิญ ฉันไม่อยากยุ่งกับนายแล้ว” เหอหงเฉียงส่ายหัว ก่อนจะหมุนตัวเปิดประตูห้องผู้ป่วย เตรียมจะเดินออกไป
“วางโทรศัพท์ไว้ให้ฉันก่อน!” ชางฉงเหว่ยตะโกนไล่หลัง
เหอหงเฉียงหันกลับมามองเขานิ่งๆ แล้วหัวเราะเยาะ “จะให้วางโทรศัพท์ไว้ นายมีมือจะกดหรือไง?”
“.....” ใบหน้าของชางฉงเหว่ยหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายทันที และตะโกนลั่น “นายกดให้ฉันโทรออกก็พอ ฉันกดโทรเองไม่ได้ก็จริง แต่พูดได้นี่!”
“ถ้านายกล้าเรียกตัวเองว่า ‘ลูกพี่’ ต่อหน้าฉันอีก จะให้ฉันหักขานายเดี๋ยวนี้เลยไหม?” เหอหงเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “อย่าหน้าด้านให้มันมากนัก!”
“แก…” ชางฉงเหว่ยโกรธจัด อ้าปากจะด่า แต่พอเห็นแววตาเย็นชาของเหอหงเฉียง ก็ถึงกับสะดุ้งอยู่ในใจ คำด่าที่ขึ้นมาถึงริมฝีปาก สุดท้ายก็กลืนกลับลงคอไปอย่างฝืนใจ
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังเป็นแค่ขาใหญ่ไร้แก่นสารคนหนึ่ง แม้ในแง่ของสถานะจะกลายเป็นเจ้าของกิจการใหญ่ เป็นคุณชายมีชื่อเสียง แต่แก่นแท้ของเขานั้น ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด!
เหอหงเฉียงส่ายหัวด้วยความดูแคลน
คนพรรค์นี้… มันช่างไร้ค่า!
เขาแค่นยิ้มเยาะ ก่อนจะผลักประตูเดินออกจากห้อง แต่ทันทีที่เปิดประตู ก็เกือบชนกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าห้อง พอเงยหน้ามองชัด ๆ ก็พบว่าเป็น เหอหงเหว่ย พี่ชายของเขาเอง และด้านหลังของเขา ยังมีอีกคนที่ตามมาด้วย… จี้ช่าวเหลยงั้นเหรอ?!
“พี่ใหญ่!” เหอหงเฉียงร้องเรียกขึ้น แต่กลับทำเป็นไม่เห็นจี้ช่าวเหลยที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่ชาย
“ข้างในเกิดอะไรขึ้น?” เหอหงเหว่ยถามทันที “เพิ่งมาถึงก็ได้ยินพวกนายโวยวายเสียงดัง คุยอะไรกันอยู่?”
“จะอะไรล่ะ ก็ไอ้นั่นมันบ้า จะโทรเรียกตำรวจมาจับจี้เฟิง ยังพูดอีกว่าจะจัดการเขาให้ตายในคุก!” เหอหงเฉียงตอบอย่างซื่อสัตย์สุดๆ ยิ่งเห็นว่าจี้ช่าวเหลยอยู่ตรงนี้ด้วย ยิ่งพูดได้นิ่งและเรียบร้อยเป็นพิเศษ
ถ้าจำเป็นจริงๆเหอหงเฉียงยังสามารถ พูดซ้ำทุกประโยคที่ชางฉงเหว่ยเคยคำรามออกมา ซ้ำให้เป๊ะๆ แทบไม่ผิดคำเดียว แบบนั้นสีหน้าของจี้ช่าวเหลยคงจะ ‘น่าสนใจ’ มากทีเดียว!
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจี้ช่าวเหลยหัวร้อนขึ้นมาจริงๆ ถึงขั้นถีบประตูเข้าไปแล้วซัดไอ้ชางฉงเหว่ยนั่นอีกสักรอบ ก็คงเป็นฉากที่เหอหงเฉียงอยากเห็นที่สุด
แต่… ก็ได้แค่คิดเท่านั้น ถ้าเขาแสดงออกไปตรงๆขนาดนั้น รับรองได้ว่าพี่ชายกับจี้ช่าวเหลยต้องดูออกแน่ ตอนนั้นคนที่โดนซัดกลับ อาจจะเป็นตัวเขาเองก็ได้ เพราะคิดแบบนั้น เหอหงเฉียงเลยแค่ ‘บอกใบ้’ เบาๆพอให้เข้าใจ
“จะจับคน? แล้วจะให้คนตายในคุกอีก?” สีหน้าของจี้ช่าวเหลยพลันมืดลง เขาหัวเราะเสียงเย็น “เขานึกว่ากรมตำรวจเมืองเจียงโจวเป็นของตระกูลจ้าว หรือเป็นของบ้านมันเองงั้นเหรอ? อยากจับใครก็จับ อยากฆ่าใครก็ฆ่า? ต่อให้เป็นตระกูลจ้าวเอง ยังไม่มีสิทธิ์ทำตัวอันธพาลแบบนี้เลย!”
“ช่าวเหลย ใจเย็นก่อน!” เหอหงเหว่ยหันไปถลึงตาใส่น้องชาย แล้วจึงหันกลับมาพูดกับจี้ช่าวเหลย “พวกนายรอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันจะเข้าไปถามให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ แล้วก็ฟังความเห็นของชางฉงเหว่ยอีกที แต่อย่างหนึ่งที่ฉันรับรองได้ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เรื่องที่เขาพูด…ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน มากสุดก็แค่ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ตรวจสอบว่าเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นยังไง มีสาเหตุจากอะไรเท่านั้นเอง…”
“ช่างเถอะ!” จี้ช่าวเหลยส่ายหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วดีกว่า เดี๋ยวบางคนคิดว่าตัวเองมีอำนาจล้นฟ้า แล้วจับฉันไปอีกคนเข้าจริงๆ…” ยังพูดไม่ทันจบดี เขาก็หันหลังเดินออกไปทันที
เหอหงเหว่ยรีบร้องเรียกไว้ “ช่าวเหลย! นายจะไปไหน?”
“มันประกาศจะฆ่าพวกเราทิ้งขนาดนั้น ฉันจะอยู่รอความตายทำไม?” สีหน้าของจี้ช่าวเหลยมืดครึ้ม “ไหนๆไอ้เวรนั่นก็คิดจะมาขี้ใส่หัวฉันอยู่แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรต้องเกรงใจมันอีกแล้ว ฝากไปบอกมันด้วย ว่าจะใช้มุกไหนก็เอาให้หมด ฉันรับมือเองทุกทาง! อยากเล่นมุกฆ่าน้องสามในคุกนักใช่ไหม?” จี้ช่าวเหลยแสยะยิ้ม “งั้นก็รอดูไปก็แล้วกัน ว่าสุดท้ายใครจะตาย!” พูดจบ เขาก็สะบัดแขนแล้วเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักแน่น
เหอหงเฉียงมองแผ่นหลังที่เดือดดาลของจี้ช่าวเหลย อดหัวเราะหึๆไม่ได้ “พี่ใหญ่งานนี้ต้องมีอะไรสนุกๆ ให้ดูแน่เลยหมากัดหมามีแต่ขนปลิว!”
“หุบปาก!”
เหอหงเหว่ยหันมาถลึงตาใส่น้องชาย “ถ้าฉันได้ยินอะไรแบบนี้จากปากนายอีก ดูซิว่าฉันจะจัดการนายยังไง!”
“ก็ได้ๆๆ ไม่พูดก็ได้!” เหอหงเฉียงหดคออย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับสะใจจนแทบจะหัวเราะออกมา
ครั้งนี้ล่ะดีเลย จี้เฟิงกับจี้ช่าวเหลย ได้ปะทะกับชางฉงเหว่ยแบบไม่มีถอย ฝั่งหนึ่งคือคนโง่ที่อวดดีแต่มีคนคอยหนุนหลัง อีกฝั่งคือหมาป่าสองตัวที่ดุดันและมีแบ็คกราวนด์ลึกสุดใจ
ศึกครั้งนี้… หึหึ! รับรองว่ามันส์ถึงใจแน่นอน!
เหอหงเหว่ยรู้ดีว่าน้องชายคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจ จึงรีบผลักประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันที
ทันทีที่เข้าไป เหอหงเหว่ยก็เห็นชางฉงเหว่ยกำลังนอนกัดฟันสบถด่าอยู่บนเตียง ที่ปลายเตียงมีพยาบาลสาวคนหนึ่งยืนทำอะไรไม่ถูก เธอถูกด่าจนน้ำตาไหล อยากจะนั่งลงเก็บกาใส่น้ำบนพื้น แต่ก็ไม่กล้า เพราะกาน้ำนั้นอยู่ตรงกลางเตียงพอดี หากเธอเข้าไปหยิบ ชางฉงเหว่ยอาจเตะใส่เธอได้ทุกเมื่อ!
พอเห็นภาพนั้น สีหน้าของเหอหงเหว่ยก็พลันมืดลง เขาเดินเข้าไปอย่างไม่รีรอ หยิบกาใส่น้ำขึ้นมาแล้วยื่นให้พยาบาลสาว “ไปเถอะที่นี่ไม่ต้องจัดการอะไรแล้ว ขอบคุณมากนะ” เขาพูดกับเธออย่างอ่อนโยน
พยาบาลสาวราวกับได้ปลดโซ่ตรวน รีบคว้ากาที่ร้าวแล้วเปิดประตูออกไปทันที แต่ก่อนจะพ้นประตู เธอก็ยังหันกลับมามองเหอหงเหว่ยอีกครั้ง ในดวงตาสวยๆคู่นั้นเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
เจ้าหน้าที่ระดับล่างอย่างเธอ หลายครั้งไม่ได้หวังคำชมหรือการยกย่อง สิ่งที่ต้องการก็แค่…การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ตราบใดที่พวกเจ้านายใหญ่โตเหล่านั้น มองพวกเธอเป็น “คน” นั่นก็คือการให้เกียรติอย่างยิ่งแล้ว
“หงเหว่ย มาพอดีเลย! รีบโทรหาพ่อฉันที
วันนี้ฉันต้องฆ่าไอ้เวรนั่นให้ได้!”
....จบบทที่ 1245~