เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1186 (307) งั้นก็ไร้ยางอายไปเลย! (ตอนฟรี)

บทที่ 1186 (307) งั้นก็ไร้ยางอายไปเลย! (ตอนฟรี)

บทที่ 1186 (307) งั้นก็ไร้ยางอายไปเลย! (ตอนฟรี)


บทที่ 1186 (307) งั้นก็ไร้ยางอายไปเลย!

“เรื่องที่สองคือเรื่องของซูหยวน ผู้จัดการทั่วไปของโรงงานเซียวเรื่องนี้...”

ใครจะรู้ว่าก่อนที่จี้เฟิงจะพูดจบ พอเขาเพิ่งเอ่ยชื่อซูหยวนออกไป ก็ได้ยินเซียวหยูซวนพูดขัดขึ้นมาทันทีว่า

“พอเถอะไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว มาคุยเรื่องลูกสาวบุญธรรมของนายดีกว่า!”

“.....” จี้เฟิงตกตะลึงเล็กน้อย “หยูซวนเธอ...”

จริงๆแล้วก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะกัดฟันแล้วพูดเรื่องของซูหยวนออกไปให้หมด แต่เซียวหยูซวนกลับขัดจังหวะเขาก่อนเสียอย่างนั้น ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมาก เพราะโดยปกติไม่ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร หยูซวนไม่เคยขัดกลางคันแบบนี้ แต่ครั้งนี้ท่าทีของเธอกลับดูแปลกไป

ดังนั้นจึงมีเพียงคำอธิบายเดียว... เซียวหยูซวนคงรู้อยู่แล้ว

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฮั่นจงเคยบอกเขาก่อนหน้านี้ จี้เฟิงก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ทันที หยูซวนต้องรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องระหว่างเขากับซูหยวน

แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือ ทำไมเธอถึงขัดจังหวะเขา ไม่ปล่อยให้เขาพูดต่อ?

“มองฉันแบบนั้นทำไม?” เซียวหยูซวนเห็นสีหน้าตกตะลึงของจี้เฟิง ก็ทั้งขำทั้งหงุดหงิด แต่เธอยังคงตีหน้านิ่งและพูดด้วยท่าทางจริงจัง

“เปล่า ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าเธอดูแปลกไปหน่อย!” จี้เฟิงรีบพูดแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ทำไมเธอถึงไม่ยอมให้เขาพูดออกไป?

“แปลกอะไร นายต่างหากที่แปลก!” เซียวหยูซวนกลอกตาใส่เขา “แล้วลูกสาวบุญธรรมของนายล่ะ เรื่องมันเป็นมายังไง? ไปยอมรับเป็นลูกสาวตั้งแต่เมื่อไหร่? นายอายุเท่าไหร่กัน ถึงมีลูกบุญธรรมแล้ว?”

จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “อยู่ๆเธอถามมาทีเดียวตั้งหลายคำถาม ฉันควรตอบอันไหนก่อนดี?”

“ก็ตอบไปทีละข้อสิ!” เซียวหยูซวนพูด “งั้นเอาแบบนี้ เริ่มตั้งแต่ต้นเลยก็แล้วกัน นายไปรู้จักกับลูกสาวบุญธรรมของนายได้ยังไง? แล้วพ่อแม่ของเธอเป็นใคร?”

“ถ้าจะให้เล่าตั้งแต่ต้น มันยาวมากเลยนะ” จี้เฟิงเห็นว่าเซียวหยูซวนไม่คิดจะลากกลับเข้าเรื่องของซูหยวนเลย แถมเขาเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่แล้ว จึงไม่พูดถึงเรื่องนั้นต่อ แต่เปลี่ยนมาพูดถึงเด็กน้อยฉินหยุนเหยาแทน

“จริงๆแล้วคนที่ฉันรู้จักก่อนคือแม่ของเด็ก ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง เพราะเหตุผลบางอย่าง ฉันต้องออกจากการฝึกทหารก่อนกำหนด แล้วตอนที่กลับมา ฉันได้เจอเธอบนรถเมล์...”

จี้เฟิงเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เขาได้รู้จักกับฉินซูเจี๋ยอย่างละเอียด

“หลังจากนั้น ตอนที่ฉันไปเล่นพนันหยก ก็ได้เจอกับฉินซูเจี๋ยอีกครั้ง แล้วก็ใช่เลย เงินก้อนแรกของฉันก็มาจากเธอ...”

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เขาพบกับฉินซูเจี๋ย ไปจนถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์เรื่อยมา จนสุดท้ายเขาได้ยอมรับฉินหยุนเหยาเป็นลูกสาวบุญธรรม ทุกเหตุการณ์สำคัญจี้เฟิงเล่าทั้งหมด แต่แน่นอนว่าส่วนที่ไม่ควรพูด เขาก็ตัดออกไป เช่น เรื่องที่พวกเขาดื่มด้วยกันจนเธอเมา หรือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ อย่างตอนที่เขาไปบ้านเธอ แล้วเธอเป็นคนเปลี่ยนรองเท้าให้

และแน่นอนจี้เฟิงยิ่งไม่คิดจะพูดถึงเรื่องที่ฉินซูเจี๋ยเอาภาพของเธอกับเขามาใส่กรอบคู่กัน จนทำให้ฉินหยุนเหยาตัวน้อยเข้าใจผิด คิดว่าเขาคือพ่อของเธอ...

แค่เรื่องของซูหยวน จี้เฟิงก็ยังไม่รู้ว่าจะพูดกับเซียวหยูซวนยังไงดี ถ้าเธอจับได้ว่าเขากับฉินซูเจี๋ยมีอะไรไม่ชอบมาพากลอีก คงเป็นเรื่องใหญ่แน่

“เด็กคนนั้นจำหน้าพ่อแท้ๆของเธอไม่ได้แล้วตอนที่งัวเงียอยู่ เธอเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นพ่อของเธอ ฉันเห็นว่าเธอน่ารักแล้วก็น่าสงสาร ก็เลยรับเธอเป็นลูกบุญธรรม” พอนึกถึงใบหน้างุนงงของเด็กสาวในตอนนั้น จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วยิ้มออกมา เด็กน้อยช่างน่ารักจริงๆ

“ที่แท้เป็นแบบนี้เองสินะ” เซียวหยูซวนถึงกับเข้าใจขึ้นมา แล้วพูดว่า “ฉันนึกว่านายใช้เรื่องลูกบุญธรรมมาบังหน้าเสียอีก”

“หะ? หมายความว่ายังไง?” จี้เฟิงอึ้งไป

“ไม่มีอะไร แค่พูดขึ้นมาลอยๆเท่านั้น” เซียวหยูซวนกล่าว “ในเมื่อเธอบอกว่าเด็กคนนั้นน่ารักมาก พรุ่งนี้ฉันไปกับพวกเธอด้วยละกัน”

“เยี่ยมเลย!” จี้เฟิงยิ้ม “เด็กคนนั้นน่ารักจริงๆ ถ้าเธอได้เจอแล้วต้องชอบแน่นอน”

เซียวหยูซวนยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนจะถามขึ้นว่า “ทำไม? นายอยากมีลูกแล้วเหรอ?”

จี้เฟิงหัวเราะพลางพยักหน้า แต่ไม่นานก็ส่ายหัวแทน จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถึงอยากมีลูก ตอนนี้ก็ยังมีไม่ได้ การมีลูกไม่ใช่แค่พูดขึ้นมาลอยๆแล้วจะมีได้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกอย่างก่อน อีกอย่างตอนนี้ฉันยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่...ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า”

เซียวหยูซวนมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน ริมฝีปากขยับเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เงียบไป

ขณะนั้นเองจี้เฟิงเอนตัวลง เอามือหนุนศีรษะไว้ด้านหลัง โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของเซียวหยูซวน เขากลับจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าเซียวหยูซวนรู้เรื่องระหว่างเขากับซูหยวนแน่นอน แต่ปัญหาคือ เขาเองก็ตั้งใจจะบอกเธออยู่แล้ว แต่เธอกลับเป็นฝ่ายขัดจังหวะเขาเอง ทำให้เขาไม่เข้าใจว่าทำไม

‘เธอแค่ไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้เราทะเลาะกันเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ หรือมีเหตุผลอื่น?’ จี้เฟิงคิดไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุดคือ เขาไม่อยากทำให้เซียวหยูซวนเสียใจ

แต่พอคิดกลับกัน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ยางอายจริงๆ ในเมื่อกลัวว่าจะทำร้ายจิตใจเซียวหยูซวน แล้วทำไมถึงยังมีความสัมพันธ์กับซูหยวนอีก? ไม่ใช่แค่ซูหยวนแต่ยังมีเรื่องของฉินซูเจี๋ยที่คลุมเครือไม่ชัดเจนอีก ถ้าเซียวหยูซวนรู้เข้า เธอจะไม่เสียใจได้ยังไง?

อย่างน้อยที่สุด จี้เฟิงยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่สามารถใจกว้างพอจะมองดูผู้ชายของตัวเองไปหาผู้หญิงคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด มิหนำซ้ำยังยิ้มแย้มราวกับไม่รู้สึกอะไรเลย

ต่อให้มีผู้หญิงแบบนั้นจริงๆ ก็ต้องเป็นคนที่หาได้ยากสุดๆแน่นอน

‘ไม่คิดร้ายก็สมองขาดเส้นประสาทไปเส้นหนึ่ง!’

แม้แต่ถงเล่ยที่มีนิสัยเย็นชาและไม่แก่งแย่งแข่งขันกับใคร พอมีความรู้สึกระหว่างเขากับเซียวหยูซวนเกิดขึ้น ก็ยังมีความลังเลในใจ จี้เฟิงก็มองออกอย่างชัดเจน

ดังนั้นบางครั้ง จี้เฟิงก็ได้แต่ด่าตัวเองอยู่ในใจ และต้องกัดฟันอดทนอย่างหนัก

ถ้าคนคนหนึ่งสามารถใช้ชีวิตมาถึงจุดนี้ได้ ย่อมต้องเจอสิ่งยั่วยุจากภายนอกมากมายจนนับไม่ถ้วน อย่างเช่นตอนที่เขาอยู่ที่เมืองเจ้อเจียง แล้วคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลโจวโจวเฟยเฟย ถึงกับถอดเสื้อผ้าแล้วพุ่งเข้ามาหาเขา ถ้าตอนนั้นเขาไม่กัดฟันข่มใจเอาไว้ เกรงว่าโจวเฟยเฟยคงเป็นของเขาไปนานแล้ว

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขามองออกว่าโจวเฟยเฟยเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและคิดหวังผลประโยชน์มากเกินไป บวกกับตอนนั้นเขายังตั้งใจยึดมั่นและพยายามควบคุมตัวเองอยู่ เลยไม่ได้ทำผิดพลาดลงไป

แต่มีคำพูดหนึ่งที่ถูกต้องเสมอ บางครั้งเมื่อความรู้สึกเกิดขึ้นแล้ว ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ห้ามมันไม่ได้

และความสัมพันธ์ของเขากับซูหยวนก็คือหนึ่งในตัวอย่างนั้น

เพราะอย่างนั้น จี้เฟิงจึงพยายามมองหาจังหวะที่เหมาะสม เพื่ออธิบายเรื่องทุกอย่างให้เซียวหยูซวนและถงเล่ยฟังให้ชัดเจน แต่ปัญหาก็คือ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางไหนที่ทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้เลย ทำให้เขาปวดหัวมาก

‘สรุปสั้นๆ ก็คือจี้เฟิงเป็นไอ้สารเลว!’

จี้เฟิงแอบส่ายหัว ด่าตัวเองอยู่ในใจ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดจะปล่อยมือจากใคร ไม่ว่าจะเป็นถงเล่ย เซียวหยูซวน หรือแม้แต่ซูหยวน เขาจะไม่ยอมเสียใครไปทั้งนั้น

ในเมื่อเป็นคนเลวแล้ว ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อไร้ยางอายแล้ว ก็ช่างมันเถอะ จะให้เขายอมปล่อยมือเพียงเพราะคำว่า ‘สารเลว’ น่ะเหรอ? นั่นไม่ใช่วิสัยของจี้เฟิง!

แน่นอนว่าเรื่องนี้จะเหมาะสมหรือไม่นั้น เขาไม่เคยคิดถึงมันเลย

ตั้งแต่เด็กจนโต จี้เฟิงมักถูกดูถูกเหยียดหยามมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่กลับคืนสู่ตระกูลแล้ว เขาก็ยังไม่เคยรู้สึกถึง ‘ความเป็นบ้าน’ อย่างแท้จริง คนที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนมาแต่เล็กย่อมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุด เพราะเขาไม่เคยมีรากฐาน ไม่มีจุดที่เรียกว่าบ้านของตัวเองเลยสักครั้ง

ในสถานการณ์เช่นนี้ จี้เฟิงทั้งรู้สึกต่ำต้อย ขยันขันแข็ง และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เขาไม่กล้าทำอะไรเกินเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวว่าจะทำให้แม่เดือดร้อน

ต่อมาเมื่อเขาค่อยๆก้าวขึ้นมา เขาก็ยังคงพยายามปฏิบัติตามกฎอยู่เสมอ...

แต่ตอนนี้จี้เฟิงไม่ต้องการเป็น “เด็กดี” ที่ทำตามกฎในเรื่องความรักอีกแล้ว เขาจะเหยียบย่ำกฎสักครั้ง!

ขณะเดียวกัน เซียวหยูซวนเองก็รู้สึกซับซ้อนในใจไม่น้อย

แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยเรื่องของซูหยวนกับจี้เฟิง เพราะต้องไม่ลืมว่า เจ้าของบ้านที่แท้จริงไม่ใช่เธอ แต่เป็นถงเล่ย!

ในบริษัทเซียวหยูซวนสามารถตัดสินใจทุกอย่างได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากจี้เฟิง แต่ในเรื่องของบ้าน เธอยังคงต้องรอให้ถงเล่ยเป็นคนตัดสินใจ

เธอไม่เคยลืมเลยว่า ตอนที่เธอได้เข้ามาอยู่ที่นี่ ก็เพราะถงเล่ยเป็นคนพยักหน้าอนุญาต

เซียวหยูซวนเป็นคนฉลาดมาก เธอย่อมรู้ดีว่าควรจะรับมือกับถงเล่ยอย่างไร และเรื่องของซูหยวนจะจัดการอย่างไร ก็ต้องให้ถงเล่ยเป็นคนตัดสินใจ

ส่วนเรื่องอื่นๆ...

เซียวหยูซวนหันไปมองจี้เฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะกลอกตาใส่เขาด้วยความหงุดหงิดและอ่อนใจ

เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้ ไม่รู้จะพูดยังไงกับเขาเลยจริงๆ!

“จี้เฟิงเมื่อกี้นายบอกว่าลูกสาวบุญธรรมของนายชื่อ...ฉินหยุนเหยาใช่ไหม?” จู่ๆเซียวหยูซวนก็ถามขึ้น

“ใช่ ทำไมเหรอ?” จี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อย

“เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักขนาดนี้ แม่ของเธอคงสวยมากสินะ?”

“…ก็สวยอยู่ แต่ยังไงก็เทียบเธอไม่ได้หรอก” จี้เฟิงรู้ทันทีว่าเซียวหยูซวนไม่ได้ถามขึ้นมาลอยๆแน่นอน เธอต้องกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

เซียวหยูซวนมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “มาประจบเอาตอนนี้ก็สายไปแล้ว รอให้เล่ยเล่ยกลับมาก่อนเถอะ ดูซิว่าเราจะจัดการนายยังไง!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น เขาฟังออกทันทีว่าคำพูดของเซียวหยูซวนมีนัยสองแง่ เธอไม่ได้พูดถึงแค่แม่ของฉินหยุนเหยา แต่ยังรวมถึงเรื่องของซูหยวนด้วย!

“มีอีกเรื่องจะบอกนาย” เซียวหยูซวนพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน “เด็กคนนี้คงมีความสำคัญกับนายไม่น้อยเลยสินะ? แล้วแม่ของเธอ...ก็น่าจะมีตำแหน่งสำคัญในใจนายเหมือนกันใช่ไหม?”

“หมายความว่าไง?” จี้เฟิงรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เรื่องของเด็กคนนี้ นายไม่เคยบอกฉันเลยนะ แต่จากน้ำเสียงของนาย ดูเหมือนว่านายเคยบอกคนอื่นแล้วล่ะสิ แต่ดันจำผิด...” น้ำเสียงของเซียวหยูซวนฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก “ด้วยความจำของนาย เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะจำผิดได้ นั่นหมายความว่า ตอนนั้นนายต้องดีใจมากจนลืมตัวเลยล่ะสิ งั้นพรุ่งนี้พาฉินซูเจี๋ยมาด้วยเลยดีไหม? เจอกันพร้อมหน้าไปเลย?”

“....” จี้เฟิงถึงกับพูดไม่ออก

เขาไม่เคยบอกเซียวหยูซวนเรื่องของฉินหยุนเหยาจริงๆเหรอ?

พอลองคิดดูดีๆแล้ว... ก็เหมือนว่า...

จู่ๆจี้เฟิงก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาพูดถึงเรื่องนี้จริง แต่คนที่เขาบอกไม่ใช่เซียวหยูซวน แต่เป็นจี้เส้าเหลย พี่ชายคนรองของเขาในคืนนั้นที่เขาเล่าอย่างไม่ใส่ใจ

เขาจำผิดจริงๆ...

....จบบทที่ 1186~

จบบทที่ บทที่ 1186 (307) งั้นก็ไร้ยางอายไปเลย! (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว