เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1177 (298) เรื่องที่ลำบากใจ (ตอนฟรี)

บทที่ 1177 (298) เรื่องที่ลำบากใจ (ตอนฟรี)

บทที่ 1177 (298) เรื่องที่ลำบากใจ (ตอนฟรี)


บทที่ 1177 (298) เรื่องที่ลำบากใจ (ตอนฟรี)

สุดท้ายจางเล่ยและเฉินจิ้งยี่ก็ตัดสินใจไปพักที่บ้านของจี้เฟิงชั่วคราว

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะพูดแซวกันเล่น แต่ในสถานการณ์แบบนี้เฉินจิ้งยี่คงไม่พูดอะไรให้เป็นปัญหาแน่นอน ต่อให้เธอจะไม่เต็มใจ แต่ในเวลานี้ก็ไม่มีทางปฏิเสธออกมาตรงๆ เพราะถ้าทำแบบนั้น มันจะไม่ใช่แค่เสียมารยาทเท่านั้น แต่มันจะเรียกว่าไม่รู้กาลเทศะเลยทีเดียว!

แน่นอนว่าเฉินจิ้งยี่เองก็เป็นคนฉลาด อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่ได้สำคัญอะไร เธอจึงไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ

เพียงแค่เรื่องเล็กๆแบบนี้ ก็สามารถมองเห็นบุคลิกและนิสัยของคนได้ชัดเจน เฉินจิ้งยี่แสดงให้เห็นว่าเธอรู้จักวางตัวได้ดี จี้เฟิงจึงอดพยักหน้าอย่างพอใจไม่ได้

แน่นอนว่าจี้เฟิงก็เข้าใจดีเช่นกันว่าจางเล่ยเองก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมาบงการได้ง่ายๆ หมอนี่เป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่ได้ยอมใครง่ายๆอยู่แล้ว

เมื่อเซียวหยูซวนเห็นว่าจี้เฟิงกลับมาเธอก็รู้สึกดีใจและโล่งใจมาก

ถึงแม้ว่าจี้เฟิงจะไม่ได้ช่วยเธออะไรมากนักเวลาที่อยู่บ้าน แต่ก็ไม่รู้ทำไม... การมีเขาอยู่ด้วย มันทำให้เธอรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม

แม้ว่าเรื่องของเถิงเฟยกรุ๊ปเธอยังต้องพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ และจี้เฟิงก็มีเพียงแค่ถามไถ่เป็นครั้งคราว นอกเหนือจากนั้น เขาก็เอาแต่ยุ่งกับเรื่องของตัวเองเสียมากกว่า...

แต่ถึงอย่างนั้นเซียวหยูซวนกลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ตราบใดที่เธอรู้ว่าจี้เฟิงอยู่ที่บ้าน เธอจะไม่รู้สึกกังวล ไม่ว่าเธอจะต้องเผชิญกับปัญหาอะไร ก็ไม่เคยรู้สึกหวาดหวั่น

แต่ทันทีที่เขาออกไป แม้ว่าเธอจะมีเสี่ยวอิงอยู่ข้างๆแต่เธอก็ยังรู้สึกไม่คุ้นชิน เวลาทำอะไรสักอย่างมักจะรู้สึกว่างเปล่า ราวกับขาดอะไรบางอย่างไป

เธอถึงกับล้อเลียนตัวเองกับเสี่ยวอิงว่า... เธอช่างไม่มีความสามารถจริงๆ ในอนาคตคงไม่สามารถทำอะไรยิ่งใหญ่ได้และชีวิตนี้ก็คงเป็นแบบนี้ไปตลอด

เสี่ยวอิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร

ตอนนี้จี้เฟิงกลับมาแล้ว เซียวหยูซวนจึงดีใจมาก พอเลิกงานในช่วงบ่าย เธอก็รีบกลับบ้านพร้อมกับเสี่ยวอิง จากนั้นก็ลงมือทำอาหารเย็นเอง เตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้เขา และยังต้มน้ำถั่วเขียวไว้ให้ด้วย...

ในค่ำคืนนั้นทั้งสองต่างก็โหยหากันและกัน

เซียวหยูซวนซบอยู่ในอ้อมแขนของจี้เฟิง ร่างกายเต็มไปด้วยสีแดงระเรื่อ ดวงตาฉ่ำวาวราวกับหมอกจาง ปลายนิ้วของเธอไล้วนอยู่บนแผงอกของเขาเบาๆ

หลังจากช่วงเวลาอันแสนเร่าร้อนผ่านไป เธอหมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยเสน่ห์ ยากจะถอนตัวจากความรู้สึกนั้น

จี้เฟิงจูบลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างอ่อนโยน มือใหญ่ลูบไล้สะโพกกลมกลึงของเธอ ทำให้เซียวหยูซวนเผยอริมฝีปากแดงระเรื่อ ส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาโดยไม่รู้ตัว...

ผ่านไปครู่ใหญ่เธอค่อยๆ ตั้งสติกลับมาก่อนจะถอนหายใจยาวและเอ่ยขึ้นว่า “จี้เฟิง... ครั้งนี้ที่นายกลับมา นายจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่ไหม?”

“ทำไมเหรอ?” จี้เฟิงหันมามองเธอแล้วยิ้ม “ถ้าข้างนอกมีเรื่องต้องจัดการ ฉันก็ต้องออกไปอยู่ดี ทำไมจู่ๆถึงถามแบบนี้ล่ะ?”

“เวลานายอยู่ที่นี่ ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรขนาดนั้น...” เซียวหยูซวนกระซิบเบาๆ พลางซบอยู่ในอ้อมแขนของจี้เฟิง “แต่พอนายจากไป ฉันกลับรู้สึกคิดถึงขึ้นมา...”

จี้เฟิงหัวเราะ “งั้นก็ได้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ฉันจะพยายามไม่ออกไปโอเคไหม?”

“ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ออกไปเลย... แต่ถ้านายต้องไปไหน ก็พยายามพาฉันไปด้วย” เซียวหยูซวนกล่าว “อยู่บ้านคนเดียวก็คิดมาก คอยกังวลว่านายจะเป็นอันตรายไหม แล้วยังคิดถึงนายอีก... มันไม่ดีเลยสักนิด!”

จี้เฟิงกอดเธอแน่นขึ้น

แม้ว่าคำพูดของเซียวหยูซวนจะเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราหรือมีถ้อยคำหวานเลี่ยน แต่กลับสามารถสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของเธอได้ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“ว่าแต่... ช่วงนี้บริษัทเป็นยังไงบ้าง?” จี้เฟิงนึกขึ้นได้จึงถามขึ้น

“ทุกอย่างไปได้ดี ตอนนี้ทิศทางของเถิงเฟยกรุ๊ปเข้าสู่ระบบที่มั่นคงแล้ว และบริษัทเถิงเฟยเวนเจอร์แคปปิตอล ก็จัดตั้งทีมงานเสร็จเรียบร้อย อีกไม่นานจะมีการร่วมทุนกับสำนักงานใหญ่ของเถิงเฟยกรุ๊ปและหมิงกวงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่!”

ทันทีที่พูดถึงเรื่องงาน เซียวหยูซวนก็เปลี่ยนโหมดเป็นจริงจัง ท่าทีมั่นใจและอธิบายทุกอย่างอย่างละเอียด

“แต่ถ้าถามถึงปัญหา ก็มีอยู่เหมือนกัน” เธอพูดต่อ “ช่วงนี้คังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์ที่ผลิตโดยโรงงานเภสัชกรรมเซียว กำลังถูกลอกเลียนแบบเยอะมาก จากผลสำรวจตลาดพบว่า ตอนนี้มีของเลียนแบบมากกว่าร้อยแบรนด์ และแพ็กเกจกับชื่อสินค้าก็คล้ายกับของเรามาก!”

“ผลสำรวจตลาดออกมาแล้ว?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถาม

“ใช่ นี่เป็นรายงานผลการสำรวจที่ทีมงานรวบรวมมาให้” เซียวหยูซวนกล่าว “ฉันเองยังตกใจเลยตอนที่เห็นตัวเลข”

“งั้น... เธอคิดจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?” จี้เฟิงยิ้มถาม

“ฉันมอบเรื่องนี้ให้ ซูหยวน ผู้จัดการทั่วไปของโรงงานเภสัชกรรมเซียวไปจัดการแล้ว ในเมื่อเราดำเนินธุรกิจในรูปแบบองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทในเครือก็ควรมีศักยภาพพอที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้เอง” เซียวหยูซวนกล่าว “ให้บริษัทที่เกี่ยวข้องจัดการกันเอง เราทำหน้าที่แค่กำกับดูแลโดยรวม แต่ถ้าพวกเขาแก้ไขไม่ได้จริงๆพวกเราก็จะเข้าไปช่วย”

เธอพูดไปตามปกติ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ตอนที่เธอเอ่ยชื่อซูหยวนออกมา จี้เฟิงกลับมีปฏิกิริยาประหลาด หนังตากระตุกหลายครั้ง และสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ

“เอ่อ... ดึกแล้ว นอนพักเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะแวะไปดูที่ โรงงานเซียวเอง” จี้เฟิงแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนพูดจาอ้ำๆอึ้งๆ

เซียวหยูซวนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เธอเพียงพยักหน้าเพราะความจริงแล้วเธอก็เหนื่อยมากเหมือนกัน ไม่นานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น แสดงว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว

“ฟู่~~!”

จี้เฟิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อนๆอย่างขื่นขม

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนะ?!

เรื่องระหว่างเขากับซูหยวน ความจริงแล้วเขาอยากบอกเซียวหยูซวนกับถงเล่ยมานานแล้ว แต่ทุกครั้งที่คิดจะพูด ก็กลับไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไง สุดท้ายก็ต้องกลืนคำพูดลงไป คิดว่าไว้รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยบอก...

แต่จนแล้วจนรอด ก็ได้แต่รอมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังหาโอกาสนั้นไม่เจอ

ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้เซียวหยูซวนจะพูดถึงซูหยวนขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเขาแทบชะงักไปเลย ตอนนั้นเขานึกว่าเธอรู้เรื่องระหว่างเขากับซูหยวนแล้ว และกำลังจะเรียกเขามาสอบสวนเสียอีก!

ความจริงแล้วจี้เฟิงก็เข้าใจดีว่าซูหยวนในฐานะผู้จัดการทั่วไปของ โรงงานเภสัชกรรมเซียว ย่อมต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเซียวหยูซวนซึ่งเป็นเจ้าของเถิงเฟยกรุ๊ปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และแน่นอนว่า... ในอนาคต พวกเธอทั้งสองคนต้องทำงานร่วมกันอีกมาก หลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอสองคนจะเป็นยังไงต่อไป?

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะเกาหัวด้วยความหนักใจ เรื่องนี้ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยเร็ว ถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ และถ้ามันทำร้ายจิตใจใครสักคนขึ้นมา เขาก็คงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย

แต่คิดอยู่นานก็ยังไม่เจอทางออกที่ดี ถ้าจะบอก เซียวหยูซวนไปตรงๆ เธอคงไม่มีทางทำใจยอมรับได้แน่ และที่สำคัญ... ถงเล่ยเองก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน บางทีอาจถึงขั้นร้องไห้เสียใจเลยก็ได้

แต่ถ้าไม่บอก... เรื่องแบบนี้มันก็ไม่อาจปิดบังไปตลอดได้ แถมในอนาคต อาจกลายเป็นการทำร้ายซูหยวนอีกคนหนึ่งด้วย

‘นี่มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกชัดๆ!’ จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ

แต่พอคิดไปคิดมาแล้วยังหาทางออกไม่ได้ เขาก็ทำได้แค่ปล่อยวางเรื่องนี้ลงไปก่อน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หลับตาลงและเข้าสู่พื้นที่ฝึกฝนของสมองอัจฉริยะ อีกครั้ง

ตั้งแต่การปะทะกับหัวหน้าตระกูลถันคนก่อนในเมืองหลานเจียง จี้เฟิงก็ได้ตระหนักว่าก่อนหน้านี้เขาประมาทเกินไป

ยังไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่หัวหน้าตระกูลถันเพียงคนเดียวก็สามารถดึงเขาไว้ได้แล้ว ถ้าตอนนั้นขวัญกำลังใจของคนในตระกูลถันไม่ได้ถูกบั่นทอนลงก่อนหน้า เขากับจางเล่ยจะสามารถออกจากที่นั่นมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่... ก็คงให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้!

อีกอย่างหนึ่งที่จี้เฟิงเข้าใจดีมากก็คือ สาเหตุที่เขาสามารถจัดการกับตระกูลถันได้ในตอนนั้น ส่วนสำคัญที่สุดก็คือ ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลถันไม่ได้รวมตัวกัน

หากเหล่าปรมาจารย์โดยกำเนิดของตระกูลถันรวมตัวกันภายใต้การนำของหัวหน้าตระกูลคนก่อน แล้วร่วมกันโจมตีเขาพร้อมกัน จี้เฟิงมั่นใจว่า... ตัวเขาคงไม่ต่างอะไรจากหมาขี้แพ้ที่ถูกซัดกระเด็นออกมา!

หลังจากผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือด สิ่งที่เขาเคยทำเป็นนิสัยในระหว่างการฝึกฝนก็คือ สรุปบทเรียนและประเมินตนเอง ยิ่งเขาคิดทบทวนมากเท่าไร ก็ยิ่งตระหนักได้ว่า... การบุกไปถล่มตระกูลถันแบบนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นอยู่ไม่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น สภาพจิตใจของเขาก่อนหน้านี้ก็ทะนงตนเกินไป ความจริงแล้วเขายังไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นไร้เทียมทานในโลกนี้!

ดังนั้นจี้เฟิงจึงเลือกกลับเข้าสู่พื้นที่ฝึกฝนของสมองอัจฉริยะอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าฝึกฝนต่อให้สมบูรณ์แบบ เป้าหมายของเขาก็คือ ก้าวขึ้นเป็นสุดยอดสายลับตัวจริงให้ได้โดยเร็วที่สุด!

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ มาสเตอร์!”

ทันทีที่จี้เฟิงก้าวเข้าสู่พื้นที่ฝึกฝน สมองอัจฉริยะหมายเลข 1 ก็ปรากฏตัวขึ้นลอยคว้างอยู่ตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ รูปร่างของสมองอัจฉริยะดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

จากเดิมที่เป็นเพียงกลุ่มแสงกลมๆ ตอนนี้มันกลับส่องแสงสว่างขึ้นกว่าเดิม และมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย!

“สมองหมายเลข 1... นายโตขึ้นงั้นเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยความแปลกใจ

“มาสเตอร์ครับนี่เป็นเพราะพลังงานของผมเพิ่มขึ้น ทำให้สภาวะของผมอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด” สมองอัจฉริยะตอบ

“พลังงานเพิ่มขึ้น?” จี้เฟิงพยักหน้า เข้าใจได้ทันที ยิ่งพลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพ ในร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร พลังงานของสมองอัจฉริยะก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“คุณสมองตอนนี้ฉันผ่านการฝึกในป่ามฤตยูมาแล้ว มีโปรแกรมฝึกอะไรต่อไปอีกไหม?” จี้เฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบถามทันที ตอนนี้เขากระหายที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด การปะทะกับหัวหน้าตระกูลถันคนก่อน ทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามที่แท้จริง

“มาสเตอร์ผมแนะนำให้คุณเตรียมตัวอีกสักระยะก่อนเข้าสู่การฝึกขั้นต่อไป”

“ทำไมล่ะ?!” จี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อย

ตั้งแต่ผ่านบททดสอบป่ามฤตยูมาได้ เขาก็ยังไม่ได้ฝึกอะไรเพิ่มเติม นอกจากออกกำลังกายด้วยท่าแอโรบิกทุกวันเพื่อรักษาสมรรถภาพของตนเองไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเริ่มจะเหลิงกับความสามารถของตัวเองแล้ว

ที่แปลกก็คือทุกครั้งที่เขาเข้าสู่พื้นที่ฝึกฝน สมองอัจฉริยะกลับไม่เคยถามเขาว่าจะเริ่มฝึกต่อหรือไม่ และไม่เคยกระตุ้นให้เขาฝึกต่อเลย

ตอนแรกเขาคิดว่ามันอาจเป็นเพราะเขามี พลังแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าที่สมองอัจฉริยะไม่ได้เร่งเร้าเขา น่าจะมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่!

“มาสเตอร์ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งเริ่มการฝึกขั้นต่อไปในตอนนี้ เพราะสภาพร่างกายของคุณยังไม่ถึงระดับที่เหมาะสม หากจำเป็นคุณสามารถกลับไปฝึกในป่ามฤตยูอีกครั้ง...”

.....จบบทที่ 1177~

จบบทที่ บทที่ 1177 (298) เรื่องที่ลำบากใจ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว