เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1051 (172) ความขัดแย้งของฉินซูเจี๋ย (ตอนฟรี)

บทที่ 1051 (172) ความขัดแย้งของฉินซูเจี๋ย (ตอนฟรี)

บทที่ 1051 (172) ความขัดแย้งของฉินซูเจี๋ย (ตอนฟรี)


บทที่ 1051 (172) ความขัดแย้งของฉินซูเจี๋ย (ตอนฟรี)

ในที่สุด จี้เฟิงก็มาส่งฉินซูเจี๋ยที่บ้านของเธอที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลสาบ แม้ว่าการไปค้างคืนที่วิลล่าทางชานเมืองตอนใต้จะน่าสนใจมาก แต่จี้เฟิงก็ยังคงระงับความคิดนี้

เขาไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานที่รู้วิธีคิดโดยใช้แค่ร่างกายส่วนล่างเท่านั้น!

ที่ด้านหน้าของที่พักที่ฉินซูเจี๋ยอาศัยอยู่ จี้เฟิงมองฉินซูเจี๋ยด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เขายิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ขึ้นไปสิ เหยาเหยาน่าจะกำลังรอคุณอยู่”

“ค่ะ” ฉินซูเจี๋ยพยักหน้าและมองตาจี้เฟิงอย่างลึกซึ้งก่อนจะหันหลังกลับและเดินขึ้นไปยังชั้นบน

ใบหน้าของจี้เฟิงยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆและมองฉินซูเจี๋ยเดินขึ้นไปชั้นบน

จนกระทั่งมองไม่เห็นฉินซูเจี๋ยแล้ว จี้เฟิงจึงหันหลังกลับและเดินไปที่รถ แต่ในขณะที่เขาเตรียมที่จะขับรถออกไป อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเอง เสียงของฉินซูเจี๋ยก็ดังขึ้น

“จี้เฟิง!”

“หืม?!”

จี้เฟิงหันหน้ากลับไปตามเสียงเรียกและเห็นฉินซูเจี๋ยยืนอยู่บนบันไดกำลังมองมาที่เขาด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย “จี้เฟิง.. คุณอยากขึ้นไปนั่งดื่มอะไรสักหน่อยไหม?”

จี้เฟิงผงะไปเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นบนที่มีแสงสว่างจ้า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “มันจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือเปล่า? ตอนนี้เหยาเหยาก็น่าจะหลับไปแล้วด้วย”

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ อีกอย่าง โดยปกติแล้วเหยาเหยาจะไม่นอนเร็วนัก ตอนนี้ก็น่าจะกำลังเล่นอยู่” ฉินซูเจี๋ยพูดเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็... โอเค!” จี้เฟิงพยักหน้า

ในใจเขามีความกังวลอยู่บ้าง การไปบ้านของผู้หญิงโสดคนหนึ่งกลางดึกแบบนี้มันดูไม่ค่อยเหมาะสมหรือเปล่า? ยิ่งกว่านั้นพวกเขาเพิ่งจะเข้าใจผิดกันเล็กน้อยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างคลุมเครือ...

อย่างไรก็ตาม เมื่อจี้เฟิงเห็นใบหน้าที่สวยงามและมีเสน่ห์ของฉินซูเจี๋ยกำลังเขินอายรวมถึงแววตาที่แสดงออกถึงความกังวลและคาดหวังในเวลาเดียวกัน จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตกลง

ตราบใดที่เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

แม้ว่าจี้เฟิงจะไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายแสนดีที่หักห้ามใจตัวเองได้เก่งนัก แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนมีความคิดและมีสติดี!

แหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยของฉินซูเจี๋ยนั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างดีมีคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นอาคารสูง  มีตั้งแต่น้อยชั้นไปจนถึงตึกสูงหลายสิบชั้น และที่อยู่อาศัยลักษณะนี้ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเจียงโจว

ในขณะที่เศรษฐกิจของเจียงโจวยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ราคาอสังหาริมทรัพย์ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นที่อยู่อาศัยในแนวสูงจึงเป็นที่นิยมเพราะช่วยประหยัดที่ดินได้มาก นั่นจึงส่งผลให้อาคารที่อยู่อาศัยเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง!

เมื่อเดินเข้าไปในทางเข้าของอาคาร ก็จะมองเห็นล็อบบี้ทางเข้า ฉินซูเจี๋ยเดินไปกดลิฟต์

ในลิฟต์ ดวงตาของฉินซูเจี๋ยกะพริบเล็กน้อย เธอไม่ค่อยกล้ามองจี้เฟิงเท่าไหร่นัก เธอเพียงแค่ก้มหน้าลงเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ขี้อาย สายตาของเธอจดจ่ออยู่ที่พื้นและไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

จี้เฟิงหันไปมองฉินซูเจี๋ยและก้มลงมองไปที่เท้าของฉินซูเจี๋ยตามสายตาของเธอ จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “รองเท้าก็ไม่ได้เปื้อนอะไรนี่นา ทำไมคุณถึงก้มดูแต่รองเท้าตลอดเวลาเลยล่ะ?”

“ไม่...”

แก้มขาวๆของฉินซูเจี๋ยเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เธอส่ายหัวอย่างรีบร้อน “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย... คุณจี้ ได้โปรดอย่าแซวฉัน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่กล้ามองหน้าคุณยิ่งกว่าเดิม!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ฉินซูเจี๋ยในเวลานี้ดูเขินอาย เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน

ฉินซูเจี๋ยที่เขาเคยเจอก่อนหน้านี้เป็นผู้หญิงที่สง่างาม มีความสามารถ เป็นผู้ใหญ่และมีความกล้าหาญ ฉินซูเจี๋ยในเวลานั้นจะมีท่าทีเขินอายเหมือนกับเด็กหญิงตัวน้อยๆอย่างตอนนี้ได้อย่างไร?

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงครั้งแรกที่เขาได้พบกับฉินซูเจี๋ย ในตอนนั้นเขากำลังฝึกทหารอยู่ที่ค่ายทหารแต่มีเหตุให้เขาต้องออกมาเร็วกว่ากำหนด บังเอิญฉินซูเจี๋ยถูกคนนิสัยไม่ดีบนรถบัสลวนลาม ในตอนแรกฉินซูเจี๋ยเข้าใจผิด เธอคิดว่าจี้เฟิงคือผู้ชายโรคจิตที่ลวนลามเธอ

ต่อมาผู้ชายโรคจิตตัวจริงถูกลงโทษโดยจี้เฟิง และนั่นก็ทำให้ฉินซูเจี๋ยรู้ว่าเธอเข้าใจจี้เฟิงผิด จากนั้นทั้งสองก็รู้จักกันอย่างเป็นทางการ

ต่อมา ลูกสาวของฉินซูเจี๋ยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนอนุบาล ฉินซูเจี๋ยในเวลานั้นแสดงทัศนคติที่แข็งกร้าว เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายคือจี้ช่าวเหลยและยืนกรานที่จะแสวงหาความยุติธรรมให้ลูกสาวของเธอ สิ่งนี้ทำให้จี้เฟิงมองเห็นภาพลักษณ์ของแม่ที่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกสาวของเธอ

หลังจากนั้นไม่นาน จี้เฟิงได้ติดต่อกับฉินซูเจี๋ยอีกครั้ง ในเวลานั้นจี้เฟิงได้รู้ว่าเธอเป็น CEO ของบริษัทจิวเวลรี่แห่งหนึ่ง เธอดูมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยสติปัญญา และแน่นอนว่าความสวยของเธอก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ใคร

จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉินซูเจี๋ยมีปัญหาที่ติดอยู่ในใจของเธอ มันทำให้เธอทุกข์และโศกเศร้าและเมามายต่อหน้าจี้เฟิง...

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฉินซูเจี๋ยในฐานะแม่ที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อลูกสาว หรือฉินซูเจี๋ยผู้มากความสามารถในฐานะ CEO รวมถึงเวลาที่เธอโศกเศร้าและเมามาย จี้เฟิงได้เห็นมาหมดแล้ว ดังนั้นจึงมีเพียงฉินซูเจี๋ยในตอนนี้เท่านั้นที่จี้เฟิงไม่เคยเห็นมาก่อน

วันนี้ฉินซูเจี๋ยสวมเสื้อที่เรียบง่ายมาก มันเป็นเพราะฤดูร้อนได้มาถึงแล้ว เสื้อของฉินซูเจี๋ยเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตผู้หญิงสีขาวธรรมดาๆ มีเสื้อกั๊กสีแดงที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายสวมทับอยู่ด้านนอก และท่อนล่างเป็นกางเกงทรงดินสอ

และแม้แต่เสื้อเชิ้ตที่เรียบง่ายเช่นนี้ก็ยังแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนที่อวบอัดของฉินซูเจี๋ยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นมีกลิ่นหอมอ่อนๆ หน้าอกที่นูนสูงนั้นเด่นตระหง่านราวกับว่ามันจะดันให้เสื้อเชิ้ตฉีกขาดออกจากกัน ยากที่จะทำให้คนละสายตาออกไปได้

และท่อนล่างของเธอที่สวมเป็นกางเกงดินสอง่ายๆก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัยผู้ใหญ่ ภายใต้กางเกงทรงดินสอไม่มีร่องรอยเลย... ก้นอ้วนกลมเต่งตึงถูกรัดไว้แน่น ชวนให้ผู้คนอดคิดไม่ได้ว่า....

นี่มันสาวฮอตชัดๆ!

สิ่งที่เพิ่มเติมมากกว่านั้นคือหญิงสาวที่สวมชุดเรียบง่ายแต่แสดงความเซ็กซี่ได้อย่างเต็มที่นั้นมีเสน่ห์ที่สามารถกระตุ้นความปรารถนาของผู้ชายได้อย่างง่ายดาย

นี่เป็นครั้งแรกที่จี้เฟิงมองเห็นฉินซูเจี๋ยในมุมนี้!

พูดตามตรง ไม่มีผู้ชายคนใดสามารถนิ่งเฉยได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่าเขาไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบเพศตรงข้ามหรือไม่ใช่ผู้ชายปกติ!

แน่นอนว่าจี้เฟิงเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งและเขาก็ชอบผู้หญิง! ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย

หากรูปร่างอวบอั๋นและเอวบางของฉินซูเจี๋ยได้มาอยู่ในอ้อมแขนของเขาพร้อมกับรับความรักจากเข้าจนล้นทะลัก... มันจะเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก... มากจนทำให้คลั่งไคล้ได้อย่างแน่นอน!

ด้วยเหตุนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่น่าอึดอัดใจ จี้เฟิงจึงเปลี่ยนเรื่อง แม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจในการควบคุมตัวเอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนล่อตาต่อใจอย่างฉินซูเจี๋ย จี้เฟิงไม่กล้ารับประกันเลยว่าตัวเองจะสามารถนิ่งเฉยไม่สร้างเรื่องวุ่นวายได้หรือเปล่า

จี้เฟิงกลัวว่าถ้าเขาพูดอะไรที่บอกเป็นนัยว่าจะไปสร้างความโรแมนติกกันสองต่อสอง... เขาคงจะอับอายและไม่กล้ามองหน้าฉินซูเจี๋ยอีกต่อไป สุดท้ายแล้วไม่ว่าคำพูดก่อนหน้านี้ที่เขาบอกว่าจะพาฉินซูเจี๋ยไปส่งที่วิลล่าในเขตชานเมืองทางใต้จะเป็นความเข้าใจผิดหรือไม่ ฉินซูเจี๋ยก็ปฏิเสธไปแล้ว...

ที่สำคัญกว่านั้น ก็ใช่ว่าจี้เฟิงจะไม่รู้สึกหวั่นไหวกับฉินซูเจี๋ยเลยเสียเมื่อไหร่....

แต่ฉินซูเจี๋ยในตอนนี้กลับยิ่งรู้สึกลนลาน เธอตระหนักว่าจี้เฟิงกำลังจ้องมองเธออยู่ หัวใจของเธอเต้นตึกตัก มันเป็นความรู้สึกของความสุขของความรักอันหวานชื่นที่รอคอยมานาน และความกังวลที่เธอไม่สามารถมองทะลุหัวใจของจี้เฟิงได้ ช่างเป็นอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อนมากจริงๆ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด เธอยังคงเขินอายอยู่

ยังไงก็ตาม ก่อนหน้านี้จี้เฟิงได้เสนอให้เธอและเขาไปที่วิลล่าชานเมืองทางตอนใต้และตอนนี้เธอกับจี้เฟิงก็อยู่กันตามลำพังในลิฟต์...

ถ้าเกิดจู่ๆจี้เฟิงแสดงความต้องการหรือกระทำการบางอย่าง เธอควรทำอย่างไร? เธอควรจะปฏิเสธหรือตอบสนองดี?

ความคิดของฉินซูเจี๋ยตีกันสับสนวุ่นวายไปหมด เธอได้ปฏิเสธจี้เฟิงไปแล้วครั้งหนึ่ง หากจี้เฟิงเคลื่อนไหวอีกครั้ง เธอจะทำอย่างไร? ถ้าเธอปฏิเสธอีกครั้ง จี้เฟิงจะคิดอย่างไร?

จี้เฟิงอาจคิดว่าเธอเป็นคนหลงตัวเอง แต่เธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นเลย บวกกับการที่เธอปฏิเสธจี้เฟิงถึงสองครั้งติดต่อกัน มันมีความเป็นไปได้สูงว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะไม่มีทางให้ไปต่อได้อีกในอนาคต

ตัวตนของจี้เฟิงคืออะไร?

เขาเป็นคนมีเกียรติ เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีศักดิ์ศรีและมีหน้ามีตา ยิ่งกว่านั้นเขาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นถ้าหากเขาถูกผู้หญิงปฏิเสธถึงสองครั้งติดต่อกันในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้ เกรงว่าเขาคงจะไม่มาพบกับเธออีกเลยตลอดชีวิต!

แต่ถ้าเธอเลือกที่จะตอบสนองเขา...

ฉินซูเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะคิดหนัก ‘ถ้าทำแบบนั้นมันจะดูไร้ยางอายเกินไปหรือเปล่า... ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันไม่ได้มีความกล้ามากพอที่จะแสดงความรู้สึกได้ทุกครั้งไป’

บางทีอาจเป็นเพราะเธอได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่เธอมีแสดงความรู้สึกของเธอออกไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่เหลือความกล้าหาญอีกต่อไป

อันที่จริง ฉินซูเจี๋ยยังมีความกังวลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอไม่กล้าเข้าหาจี้เฟิงอย่างเต็มตัว

...เธอเป็นแม่หม้ายลูกติด!

หากเธอแสดงออกในเชิงรุกมากเกินไปหรือทำให้เขารู้ว่าเธอเองก็ต้องการเขาแม้เพียงเล็กน้อย มันจะเป็นการกระตุ้นความคิดในแง่ร้ายของจี้เฟิงที่มีต่อเธอหรือไม่?

“กับผู้ชายที่เพิ่งมาด้วยกันยังระริกระรี้ขนาดนี้? กับผัวเก่าจะขนาดไหนเมื่ออยู่บนเตียงด้วยกัน?... เธอคงจะจัดเต็มมากกว่านี้!” ฉินซูเจี๋ยกลัวว่านี้เฟิงอาจจะคิดแบบนี้

แต่ถ้าเธอหวงเนื้อหวงตัวเหมือนผู้หญิงหัวโบราณอนุรักษนิยม เขาจะคิดอย่างไร? ฉินซูเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะขยี้หางตาเธอเบาๆด้วยความทุกข์ใจ

ฉันเกรงว่าเขาจะคิดว่า ‘ลูกก็มีแล้ว ทำไมถึงต้องแสร้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเธอไม่ต้องการพลีกายให้กับฉัน? สำหรับเธอแล้วฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?’

ดูเหมือนว่า.... ไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนมันก็ไม่ดีไปเสียหมด!

อย่างไรก็ตาม เธอไม่อยากพลาดโอกาสแบบนี้เลยจริงๆ มันไม่ง่ายเลยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้พบเจอผู้ชายดีๆ!

ฉินซูเจี๋ยผู้ซึ่งมีบาดแผลทางจิตใจ รู้วิธีที่จะเยียวยาหัวใจของตัวเอง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะลังเลเล็กน้อย...

“ซูเจี๋ย เกิดอะไรขึ้น? เป็นอะไรหรือเปล่า?” จี้เฟิงไม่รู้ว่าฉินซูเจี๋ยคิดอะไรอยู่ เมื่อเขาเห็นว่าฉินซูเจี๋ยขยี้ตา เขาจึงคิดว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ “ซูเจี๋ย ที่คลับเฮ้าส์นั่น มีเรื่องอะไรที่เธอยังไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า? ใครทำอะไรเธอ? หรือมีเรื่องอะไรที่เธอกลัว?”

“ไม่.. ไม่ใช่อย่างนั้น!!” ฉินซูเจี๋ยส่ายหัวอย่างเร่งรีบ แต่เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

“ติ๊งต่อง~~!”

โชคดีที่ลิฟต์มาถึงชั้นของฉินซูเจี๋ยพอดี เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบพูดว่า “ถึงแล้ว บ้านของฉันอยู่ข้างหน้า...”

เมื่อเห็นฉินซูเจี๋ยรีบจ้ำอ้าวออกจากลิฟต์ จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างบิดเบี้ยว ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจผิดที่ตามเธอขึ้นมา บางทีฉินซูเจี๋ยอาจพูดชวนเป็นมารยาท...

หรือบางทีการกระทำบางอย่างโดยไม่ตั้งใจของเขาจะเป็นการกดดันและทำให้เธอกังวล

“เชิญค่ะ” ฉินซูเจี๋ยเปิดประตูบ้านของเธอแล้วเชิญให้จี้เฟิงเข้าไป “ขอโทษที ที่บ้านฉันไม่มีรองเท้าแตะของผู้ชายเลย.. คุณใส่ของฉันก็ได้”

จี้เฟิงพยักหน้าและเดินตามฉินซูเจี๋ยเข้าไปในบ้านของเธอ

ทันทีที่เธอผ่านประตูเข้าไป ฉินซูเจี๋ยก็หยิบรองเท้าขนาดเล็กคู่หนึ่งออกมาจากตู้รองเท้าและนั่งลงเพื่อถอดเปลี่ยนรองเท้าให้จี้เฟิง

จี้เฟิงรีบย่อตัวลงเพื่อหยุดเธอแล้วพูดว่า “ซูเจี๋ย ฉันทำเองดีกว่า”

“ใครทำก็เหมือนกันนั่นแหละ” ฉินซูเจี๋ยพูดเบาๆ พร้อมกับปลดเชือกผูกรองเท้าของจี้เฟิงอย่างช่ำชองและสวมรองเท้าแตะให้เขา จากนั้นก็เอารองเท้าของเขามาประกบกันและใส่ไว้ในตู้เก็บรองเท้า....

.....จบบทที่ 1051 ~

จบบทที่ บทที่ 1051 (172) ความขัดแย้งของฉินซูเจี๋ย (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว