เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 949 (70) โลกมันแคบ(ตอนฟรี)

บทที่ 949 (70) โลกมันแคบ(ตอนฟรี)

บทที่ 949 (70) โลกมันแคบ(ตอนฟรี)


บทที่ 949 (70) โลกมันแคบ ฟรี

“งี่เง่า!”

เมื่อเห็นชายหัวล้านกรีดร้องอย่างต่อเนื่อง จางเล่ยก็เบะปากและสาปแช่ง

คนเรามีมากมายหลากหลายประเภท แต่แปลกที่คนประเภทนี้มักเป็นพวกมีอิทธิพลและกล้าออกมาอวดอ้างมันอย่างโง่เง่า

แต่จี้เฟิงยิ้มอย่างเฉยเมยและพูดว่า “ชายคนนี้ไม่ใช่คนงี่เง่าหรอก เขารู้จักใช้ชื่อหูอี้กุ้ยมาทำให้พวกเราตกใจ... แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้คือเขาไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากที่ไหน? ไม่เผื่อใจบ้างเหรอว่าคนอื่นอาจมีคนรู้จักที่ใหญ่โตกว่า?”

มันค่อนข้างที่จะแปลกนิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีที่เหนือกว่าอย่างมั่นใจขนาดนี้

ในแง่ของความรวย ชายหัวล้านคนนี้อาจเป็นคนที่มีเงินทองมากมายก็จริง แต่เขามั่นใจได้อย่างไรว่าคนอื่นไม่ได้รวยเท่าเขาหรืออาจจะรวยกว่า?

หรือไม่ ชายหัวล้านคนนี้อาจมีเส้นสายหรือมีอิทธิพลอยู่บ้าง แต่คำถามคือ เขามั่นใจได้อย่างไรว่าคนอื่นไม่มีอิทธิพลเช่นกัน?

ทำไมเขาถึงแสดงพลังต่อหน้าคนอื่นได้อย่างมั่นใจขนาดนี้?

ทำไมเขาถึงได้คิดว่าตัวเองเหนือกว่าผู้อื่นมากมาย? คิดว่าตัวเองประเสริฐยิ่งกว่าใคร?

“เฮอะ!” จางเล่ยเย้ยหยัน “จะอะไรซะอีก มันคงเห็นพวกเราแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าโนเนม ขับรถเก่าๆ มันก็เลยมั่นใจว่ามันรวยกว่าเรา แล้วเรื่องที่เราไม่มีห้องพักฟื้นให้ลุงเซียวอีก ก็เลยคิดว่าพวกเราเป็นแค่ตาสีตาสาไม่มีสังคม...”

“ได้เหรอ? ตัดสินคนอื่นจากการแต่งตัวและรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเพียงอย่างเดียวเนี่ยนะ?” จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อย “แปลกจริงๆ! คนแบบนี้ก้าวมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง หรือพึ่งพาอาศัยแต่ครอบครัวจนเคยชิน? ... ฉันเข้าใจแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนจะตัดสินกัน แต่ที่จริงเขาก็ไม่ควรจะทำตัวหยิ่งยโสขนาดนั้นสิ หรือค่านิยมมันทำให้ผู้คนมองโลกจนบิดเบือนไปหมดแล้ว”

หัวเราะเยาะคนจน แต่ไม่หัวเราะเยาะโสเภณี...

ประโยคนี้ช่วยให้เห็นภาพความในใจของคนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง พวกเขาไม่สนว่าคุณจะได้เงินมาอย่างไร ตราบใดที่คุณมีเงิน คุณคือคนเก่งและมีความสามารถ

หากคุณสามารถอ้างชื่อคนใหญ่คนโตคนใดคนหนึ่งได้ มันก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าคุณก็เป็นคนที่มีความสามารถเช่นกัน ... เงินที่คุณมี จะได้มาจากไหนไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องขยันหรือซื่อสัตย์ ต่อให้ใครจะก่นด่าสาปแช่งมันก็แค่คำพูด ซึ่งไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าคุณลดลง!

แต่ถ้าคุณไม่มีเงิน ค่าของความเป็นคนของคุณจะลดลง.. ขยันซื่อสัตย์แล้วยังไง? ไม่มีใครสนใจว่าคุณจะจิตใจดีมีเมตตาหรือไม่ มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดกันได้ด้วยผลลัพธ์ สุดท้ายคุณจะเป็นเพียงแค่คนไร้ค่าที่ต่ำต้อยกว่า

ในสายตาของคนชั้นสูง คนจนคือคนที่ห่วยแตก!

แม้ว่าสิ่งที่เรียกว่าสังคมชั้นสูงในความคิดของใครๆหลายๆคนจะสกปรก แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็มีชีวิตที่สะดวกสบายและมีความสุขทางวัตถุ ในขณะที่คุณไม่มี!

“เอาล่ะ อย่าคิดมาก...” จางเล่ยโบกมือ “สมัครห้องพักก่อน”

“โอยย...”

ชายหัวล้านถูกประคองให้นอนลงบนเตียง ตัวของเขาสั่นเพราะความเจ็บปวด แต่เขายังกัดฟันและพูดว่า “พวกแกยังคิดที่จะหาห้องพักอีกเหรอ เอาเวลานี้ไปเตรียมปูเสื่อนอนที่ถนน... โอ๊ย!”

ผู้หญิงที่แต่งหน้าหนาตกใจและรีบพูดว่า “ที่รัก หยุดพูดก่อน ท้องของคุณมีเลือดออกแล้ว ไปหาหมอกันเถอะ!”

“ห๊ะ? เลือดออก?!” ชายหัวล้านที่รู้สึกเจ็บอยู่แล้วพอได้ยินว่าท้องของเขามีเลือดออกก็เหมือนจะยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เขารีบพูดทันที “ไปเร็ว! รีบพาฉันไปหาหมอเร็วเข้าสิ!”

“ไอ้สารเลวสองตัว แกรอฉันก่อน เดี๋ยวฉันจะกลับมาจัดการกับพวกแก!” ชายหัวล้านทิ้งประโยคข่มขู่ไว้ก่อนที่จะถูกพยาบาลสาวเข็นเตียงออกไป ในตอนนี้แผลที่ท้องของเขาได้เปิดออกแล้ว และแผลผ่าตัดที่ปริแตกแบบนี้ การทำแผลและการเย็บจะลำบากกว่าตอนที่เย็บตอนแรกมาก

เมื่อเห็นคนสองสามคนรีบร้อนจากไป จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเล็กน้อย “น่าเหนื่อยใจจริงๆ”

เขาไม่อยากอารมณ์เสียกับคนประสาทแดกแบบนี้ เขาจึงพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม จี้เฟิงยังคงให้ความสนใจกับชื่อที่ชายหัวล้านพูด ‘หูอี้กุ้ย’

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จี้เฟิงได้ยินชื่อนี้!

ในความเป็นจริง เมื่อประมาณปีที่แล้ว จี้เฟิงเคยจัดการกับหูอี้กุ้ยทางอ้อมมาแล้ว

จนถึงตอนนี้จี้เฟิงยังจำได้ชัดเจนว่าตอนที่คังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์ที่ผลิตโดยโรงงานเซียวฟามาซูติคอลได้ริเริ่มทำการโปรโมตเป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลเฟิร์สพีเพิลเจียงโจวมันพบกับปัญหาอย่างไร

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือหูอี้กุ้ยรองคณบดีและหม่าเต๋อหว่องผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ ตามความเข้าใจของจี้เฟิง ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับอดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยา และดูเหมือนว่าพวกเขาจะเกลียดจี้เฟิงเพราะเหตุนี้

เดิมทีจี้เฟิงมัวยุ่งอยู่กับการโปรโมตคังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลามาใส่ใจสองคนนี้ และหลังจากนั้นเขาก็ไม่มีธุระใดๆที่จะต้องติดต่อกับโรงพยาบาลเฟิร์สพีเพิล ดังนั้นเขาจึงค่อยๆลืมเรื่องสองคนนี้ไป

แต่ตอนนี้ ชายหัวล้านได้ข่มขู่โดยพูดชื่อของหูอี้กุ้ยออกมา มันทำให้จี้เฟิงกลับมานึกขึ้นได้อีกครั้ง

“เจ้าบ้า นายกำลังคิดอะไรอยู่ รีบสมัครสิ!” จางเล่ยเห็นว่าจี้เฟิงมัวแต่ยืนนิ่ง ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะสะกิดจี้เฟิง “อย่ามัวแต่ยืนงง!”

จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม “ฉันกำลังคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ชายหัวล้านพูดเมื่อกี้!”

“ไอ้หัวล้านนั้นพูดแต่เรื่องไร้สาระ แพร่มไปเรื่อย” จางเล่ยหน้าบึ้ง “นายจะไปสนใจคำพูดมันทำไม?”

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าฉันสนใจคำพูดเพ้อเจ้อของเขา แต่ฉันสนใจคนที่เขาพูดถึงต่างหาก หูอี้กุ้ยน่ะ เขาเป็นรองคณบดีของโรงพยาบาลเฟิร์สพีเพิลแห่งนี้ มันทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่ฉันวางแผนจะมาโปรโมตยาลดความอ้วนคังหยวนที่โรงพยาบาลนี้ ปรากฏว่าคนที่ชื่อหูอี้กุ้ยกับผู้ชายอีกคนนี้เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของฉัน จนทำให้ฉันต้องล้มเลิกแผนการนี้ไป”

จางเล่ยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “โลกมันแคบไปมั้ยเนี่ย?”

“ก็ถ้าผู้ชายหัวล้านไม่พูดถึง ฉันคงลืมชื่อหูอี้กุ้ยไปแล้ว...” จี้เฟิงส่ายหัว “อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย เนื่องจากลุงเซียวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนี้ ไม่ช้าก็เร็วเราคงได้พบกับเขา และถ้าผู้ชายคนนี้กล้ายืนหยัดเพื่อผู้ชายหัวล้านคนนั้น ฉันจะทำให้เขาได้รู้ว่าจุดจบของการทำตัวเป็นผู้นำพวกโง่เง่ามันเป็นยังไง!”

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกันอยู่แล้ว จี้เฟิงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงความเมตตาหรือใจอ่อนเลย หากไม่ใช่เพราะยาลดน้ำหนักคังหยวนมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ความล้มเหลวในการโปรโมตกับโรงพยาบาลเฟิร์สพีเพิลแห่งเดียวอาจจะทำให้แผนการส่งเสริมการตลาดของเขาต้องพังทลาย

“คุณพยาบาล ตอนนี้พอจะมีห้องว่างมั้ยครับ?” จี้เฟิงมาที่เคาน์เตอร์และถามอย่างสุภาพ

“ขออภัย ตอนนี้ห้องพักสำหรับผู้ป่วยทั่วไป ทั้งแบบรวมและแบบเดี่ยวไม่ว่างเลยค่ะ ไม่ทราบว่าแพทย์เจ้าของไข้ได้เตรียมการใดๆไว้หรือเปล่าคะ?” พยาบาลถาม

จี้เฟิงส่ายหัว ตามระเบียบแล้วโรงพยาบาลจะจัดหอพักทั่วไปให้แก่ผู้ป่วย แต่เนื่องจากห้องทั่วไปเต็มหมดแล้วและหมอก็แจ้งมาอย่างชัดเจนแล้วว่าเขาจัดหาได้แค่เพียงห้องพักที่เป็นโถงรวมเท่านั้นในตอนนี้ ไม่มีห้องพักเดี่ยวเหลือเลย เขาจึงไม่สามารถจัดการให้ได้

“ผมต้องการสมัครห้องพักสำหรับผู้ป่วยหนัก ไม่ทราบว่ามันพอจะเป็นไปได้มั้ย?” จี้เฟิงถาม

จากที่หมอแอบบอกเขา ห้องพักผู้ป่วยหนักมีไว้สำหรับผู้ป่วยอาการหนักและบุคคลพิเศษเท่านั้น

“ขออภัย ห้องผู้ป่วยหนักก็เต็มเช่นกัน” พยาบาลกล่าว “ช่วงนี้มีผู้ป่วยเยอะมาก ไม่ว่าจะห้องพักแบบไหนก็เต็มหมดเลย ขอโทษด้วยค่ะ”

จี้เฟิงขมวดคิ้ว แน่นอนว่าสำหรับห้องพักผู้ป่วยหนัก คนทั่วไปไม่สามารถสมัครได้

“เจ้าบ้า! แล้วเราจะเอายังไง? ให้ฉันโทรหาลุงรองของฉันมั้ย? เผื่อว่าเขาพอจะมีคนรู้จักอยู่ที่นี่....”

“ไม่ว่าห้องพักแบบไหนพวกแกก็หาไม่ได้หรอก!” จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ขัดจังหวะคำพูดของจางเล่ย

จี้เฟิงและจางเล่ยหันหน้าไปมองทันทีและเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมาทางพวกเขาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ผู้ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่รูปร่างค่อนข้างท้วม เขาหวีผมเรียบแปล้เสยไปด้านหลังสวมชุดสูทดูเหมือนผู้นำที่น่านับถือ คนที่เดินตามหลังเขามาติดๆเป็นชายวัยกลางคนที่ผอมกว่าเขาเล็กน้อย

“คุณเป็นใคร?” จางเล่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้วเมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงไม่ดีของอีกฝ่าย

“รองคณบดีหู!” ก่อนที่ชายคนนั้นจะทันได้ตอบ พยาบาลสาวที่เคาน์เตอร์ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและร้องเรียก

จี้เฟิงและจางเล่ยรู้ทันทีว่าบุคคลที่อยู่ข้างหน้าเขาในเวลานี้เป็นเพื่อนที่ชายหัวล้านเคยกล่าวอ้าง เขาคือ หูอี้กุ้ย รองคณบดีของโรงพยาบาลเจียงโจวเฟิร์สพีเพิล

“พวกคุณคือคนที่ทำให้คุณหลิวบาดเจ็บใช่มั้ย?” หูอี้กุ้ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร

จี้เฟิงยิ้มเยาะ “ตาข้างไหนของคุณที่เห็นว่าพวกเราทำให้คุณหลิวอะไรนั่นบาดเจ็บ? คุณเป็นถึงรองคณบดี พูดอะไรออกมาต้องรับผิดชอบสิ่งที่คุณพูดด้วยนะครับ!”

“ฮึ่ม!”

หูอี้กุ้ยแค่นเสียงอย่างเย็นชา แต่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก เขาได้เห็นบันทึกจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแล้วก่อนที่เขาจะมาที่นี่ จู่ๆเตียงผู้ป่วยก็ลอยขึ้น มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก!

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหูอี้กุ้ยจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันจะต้องเกี่ยวข้องกับชายหนุ่มสองคนนี้แน่นอน!

ประกอบกับความสัมพันธ์ของเขากับนายหลิว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแล้วว่าต้องจัดการชายหนุ่มสองคนนี้!

“คุณสองคนเป็นญาติของผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่นี่ใช่มั้ย?” หูอี้กุ้ยถามเสียงทุ้ม “ผู้ป่วยชื่ออะไร?”

“คุณจะรู้ไปทำไม?” จางเล่ยเย้ยหยัน

“นี่!” หูอี้กุ้ยตะคอกอย่างเย็นชา “ฉันมาที่นี่เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าห้องพักทั้งหมดเต็มแล้ว และจะไม่มีห้องไหนว่างเลยภายในครึ่งปี นอกจากนี้เราไม่สามารถรักษาญาติของคุณที่นี่ได้ คุณควรย้ายเขาไปที่โรงพยาบาลอื่นทันที!”

“อา...”

แทนที่จะโกรธ จี้เฟิงกลับยิ้ม “หูอี้กุ้ย คุณกระโดดออกมาเองนะ...”

การแสดงออกของหูอี้กุ้ยเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “คุณหมายความว่าไง?”

“หมายความว่าไงเหรอ?” จางเล่ยเย้ยหยัน “อีกไม่นานเดี๋ยวก็รู้!”

จบบทที่ 749~

จบบทที่ บทที่ 949 (70) โลกมันแคบ(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว