เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 913 ตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น (34) (ตอนฟรี)

บทที่ 913 ตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น (34) (ตอนฟรี)

บทที่ 913 ตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น (34) (ตอนฟรี)


บทที่ 913 ตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น (34)

“บอสคะ สถานที่ที่หรงซูเยี่ยนนัดเราไปพบเป็นโรงแรมติดดาวแห่งหนึ่งที่อยู่บนถนนจินหลิง” ซูหยวนกล่าว “ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มาร้ายนะคะ”

“ธรรมดา!”

จี้เฟิงหัวเราะเบาๆ “หรงเป่ากัง น้องชายของเธอเพิ่งจะก่อปัญหาให้เรา ไม่แปลกที่หรงซูเยี่ยนจะพูดคุยกับเราดีๆ เพราะถ้ามาด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด เธอคงไปโวยวายถึงที่โรงงานตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเจียงโจวแล้วละมั้ง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เธอจะโมโหหลังจากที่เราตกลงกันไม่ได้ในวันนี้!”

“งั้นเธอก็คงโกรธและเกลียดเรามาก โดยที่เราไม่ต้องสังเกตพฤติกรรมของเธอแล้วล่ะ” ซูหยวนยิ้มจางๆและส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

ตอนนี้หรงเป่ากังอยู่ในมือของตำรวจ การที่จะปล่อยตัวเขาหรือไม่ปล่อย ไม่ว่าเขาควรจะรับผิดชอบในความผิดหรือไม่ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเขาที่จะตัดสินใจ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องพูด ผลของการนัดคุยกันครั้งนี้จะไม่มีข้อตกลงใดๆอย่างแน่นอน

“เรามาเพื่อทำความรู้จักกับศัตรูให้มากขึ้น แล้วยังจะต้องกลัวเธอโกรธอีกเหรอ?” จี้เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สิ่งที่ฉันกลัว คือกลัวว่าเธอจะเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่งเกินไป ไม่แสดงอะไรออกมาให้เราเห็นเลย นั่นแหละปัญหา”

หากหรงซูเยี่ยนเป็นคนที่มีบุคลิกอันลึกล้ำจนผู้คนมองไม่เห็นอารมณ์ที่แท้จริงของเธอ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะตัดสินว่าเธอจะจัดการกับโรงงานเซียวอย่างไร แบบนั้นก็ต้องคอยเฝ้าระแวดระวังทั้งวัน เป็นอะไรที่น่ารำคาญยิ่งกว่า!

“บอสคะ ฉันมีความเห็น ทำไมคุณไม่ลองจีบหรงซูเยี่ยนดูล่ะ? เราจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการแก้แค้นของเธอ” ซูหยวนเสนอความคิดเห็น “บางทีหรงเผิงกรุ๊ปของเธออาจตกเป็นของคุณก็ได้ มันเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอที่จะยิงปืนนัดเดียวแล้วได้นกสองตัว”

ห๊ะ?!

เส้นเลือดสีดำสองเส้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของจี้เฟิงทันที เขาจ้องมองไปที่ซูหยวนและพูดอย่างตกตะลึง “เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย จะให้ฉันไปจีบหรงซูเยี่ยนเนี่ยนะ...”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเล็กน้อย เธอคิดว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงหรือยังไงกันนะ!

นอกจากนี้ ผู้หญิงอย่างหรงซูเยี่ยน ถ้าคิดอยากจะจีบก็เข้าไปจีบได้ง่ายขนาดนั้นเลย?

ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอเป็นคนรักของอู๋จื้อเหอ เอาแค่ครั้งนี้ หรงเป่ากังและตระกูลอู๋ต้องตกที่นั่งลำบากเพียงเพราะโรงงานเซียว แค่หรงซูเยี่ยนไม่เกลียดเขาจนเข้ากระดูกดำก็ดีมากแล้ว และยังต้องการให้เขาไปจีบเธอมาเป็นแฟนอีกงั้นเหรอ...

“คิกคิก..” เมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆของจี้เฟิง ซูหยวนก็หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “ระดับคุณชายจี้ ไม่น่าเชื่อว่ายังมีเรื่องที่คุณชายจี้จัดการไม่ได้”

จี้เฟิงพูดอย่างจนปัญญา “มันไม่ใช่ปัญหาที่ฉันจัดการไม่ได้! แต่ข้อเสนอของเธอมันไร้สาระ!”

โทษเขาไม่ได้เลยถ้าเขาจะไม่มีความคิดเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่มีแฟนหลายคนก็ตาม แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะจีบหรงซูเยี่ยน ผู้หญิงคนนี้ไม่ง่ายที่จะเข้าหาในเรื่องแบบนั้น ถ้าจีบไม่ติด ก็อาจถูกเยาะเย้ย แต่ถ้าเธอยอมตกลงเข้าจริงๆ เขาไม่ต้องคอยกังวลทั้งวันเลยหรือ ใครจะรู้ว่าเธอยอมเป็นแฟนเขาเพราะต้องการจะแก้แค้นให้น้องชายของเธอรึเปล่า?

พูดได้คำเดียวว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ!

“เธอตรวจสอบข้อมูลของหรงเผิงกรุ๊ปมาแล้วหรือยัง?” จี้เฟิงถาม

“ค่ะ! หรงเผิงกรุ๊ปทรงพลังมาก!” ซูหยวนหยุดล้อเล่น เธอพยักหน้าเล็กน้อยและพูดอย่างจริงจัง “ฉันตรวจสอบข้อมูลที่หาได้ทั่วไปและพบว่าหรงเผิงกรุ๊ปเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ติด 1 ใน 100 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 80 เมื่อปีที่แล้ว และมีส่วนร่วมธุรกิจในทางอสังหาริมทรัพย์ เภสัชกรรม อุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมอื่นๆอีกเล็กน้อย ด้วยความแข็งแกร่งนี้ หรงเผิงกรุ๊ปได้ชื่อว่าเป็นองค์กรชั้นนำอันดับต้นๆในหนานเยว่”

“นอกจากมีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งหมื่นล้าน ยังเป็นองค์กรชั้นนำในหนานเยว่อีกหรือ?!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะตกใจ หนานเยว่คืออะไร? ที่นั่นถือได้ว่าเป็นมณฑลในด้านเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่จี้เฟิงรู้ มีกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่มากมายที่มีชื่อเสียงอยู่ในหนานเยว่ แล้วหรงเผิงกรุ๊ปที่ถูกจัดให้เป็นองค์กรชั้นนำในหนานเยว่จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน?

“บอส.. จำนวนทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านที่คุณพูดถึง เป็นเพียงทรัพย์สินที่จับต้องได้ของหรงเผิงกรุ๊ป อันที่จริงยังมีทรัพย์สินที่หาที่มาที่ไปไม่ได้อีกมากมาย ยังไม่นับทรัพย์สินที่มาจากช่องทางอื่นๆที่ไม่สามารถพูดได้อีก ฉันประมาณคร่าวๆคาดว่าน่าจะมีอย่างน้อยก็สามหมื่นล้านขึ้นไป” ซูหยวนกล่าวว่า “และถ้าพูดถึงมูลค่าทางการตลาด มันอาจจะมีมูลค่าหลายแสนล้าน…”

“แม่เจ้า! มันมากขนาดนั้นเลยหรือ?!”

จี้เฟิงตกใจมาก แต่ไม่ใช่ว่าเขาตกใจกับมูลค่าทางการตลาดของหรงเผิงกรุ๊ปที่มีมูลค่าหลายแสนล้าน แต่เป็นเพราะทรัพย์สินที่แท้จริงของหรงเผิงกรุ๊ปนั้นมากกว่าสามหมื่นล้านต่างหาก...

ในความเป็นจริง มูลค่าทางการตลาดและอื่นๆเหมือนกับเป็นเมฆลอยๆ ตราบใดที่ตลาดหุ้นผันผวน มูลค่าทางการตลาดเหล่านั้นก็จะตกฮวบทันที ดังนั้นโดยทั่วไปจะมีการกล่าวถึงมูลค่าการตลาดในการประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญจริงๆจะมองในแง่มุมอื่นๆของบริษัท

สิ่งที่ทำให้จี้เฟิงประหลาดใจคือทรัพย์สินที่แท้จริงของหรงเผิงกรุ๊ป ซึ่งนั่นมันยังหมายถึงเบื้องหลังของตระกูลอู๋มีเงินมากกว่า 3 หมื่นล้านด้วย!

ชวนให้นึกถึงคำพูดของอารองจี้เจิ้นกั๋วที่บอกว่าถ้าตระกูลอู๋ต้องการจะโจมตีพ่อของเขา พวกเขาก็สามารถทำได้อย่างลับๆเท่านั้น ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าถ้าพวกเขามีความสามารถแค่นั้นจริง ทำไมตระกูลอู๋ถึงได้เป็นหนึ่งในตระกูลแห่งหยานจิง แท้จริงแล้วความแข็งแกร่งของตระกูลอู๋เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเพิกเฉยได้

ลองนึกดูว่าหากกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างหรงเผิงกรุ๊ปเปลี่ยนโฟกัสและมุ่งเป้าไปที่ผู้ใต้บังคับบัญชาคนเก่าคนหนึ่งของพ่อของเขาโดยตรง คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ

ตัวอย่างเช่น พ่อของเขาที่กำลังก้าวขึ้นสู่ที่สูงไปทีละก้าว และแน่นอนว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนเก่าของเขาจะต้องเข้ามาดูแลแทน หากในจังหวะนี้ หรงเผิงกรุ๊ปเข้ามาในเมืองที่ปกครองโดยผู้ใต้บังคับบัญชาคนเก่าของพ่อ มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เศรษฐกิจของเมืองเข้าสู่ความโกลาหล

แน่นอนว่าหรงเผิงกรุ๊ปจะต้องได้รับผลกระทบที่เลวร้ายไปด้วยอย่างแน่นอน แล้วผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของพ่อล่ะ?

คุณเป็นผู้นำ แต่ทำให้เศรษฐกิจของเมืองมีลักษณะเช่นนี้ได้อย่างไร? คุณช่างไร้ความสามารถ!

สำหรับพ่อของเขา จะต้องถูกตัดสินโดยผู้นำจากเบื้องบนอย่างแน่นอนว่าเขาเป็นผู้ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ และมอบหมายหน้าที่ให้กับคนที่ไม่เหมาะสม!

[ “คนที่จี้เจิ้นหัวเลื่อนตำแหน่งให้สร้างความพังพินาศให้แก่เศรษฐกิจของเมือง!” ]

ประสิทธิภาพการทำงานของพ่อเขาจะกลายเป็นที่กังขาในทันที

ต่อให้เป็นคนที่ไร้ความสามารถแค่ไหนก็ไม่มีวันทำให้เศรษฐกิจแย่ได้ขนาดนี้หรอกจริงไหม? แล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าเป็นคนที่ขาดความรู้ความสามารถและขาดวิสัยทัศน์ในการมอบหมายหน้าที่ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือ?

ด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ปลายทางอันรุ่งโรจน์ในการเลือกตั้งอีกสองปีข้างหน้าดับมืดลง ถ้าพ่อของเขาถูกนักธุรกิจลอบโจมตีแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ มันคงเป็นเรื่องยากที่จะสลัดความโกรธแค้นแม้ว่าจะเอาหัวโขกกำแพงก็ตาม!

ผู้นำระดับสูงคนหนึ่ง ถูกฝ่ายตรงข้ามลอบโจมตีเพราะต้องการจะแก้แค้น นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าเสียยิ่งกว่าการสิ้นสุดชีวิตทางการเมืองของผู้นำตระกูลอู๋ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำสิ้นคิดของลูกหลาน!

“หรงเผิงกรุ๊ปน่ากลัวกว่าที่คิด!” จี้เฟิงแสดงสีหน้าหวาดหวั่น เขาไม่สามารถทนกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้าจากการมโนภาพของเขาเมื่อครู่ได้

จะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!

“จริง!” ซูหยวนพยักหน้าเล็กน้อย “อันที่จริง การจะเป็นบริษัทชั้นนำได้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพและความเร็วในการพัฒนา ฯลฯ ในด้านเหล่านี้ หรงเผิงกรุ๊ปทรงพลังจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเร็วในการพัฒนาของพวกเขานั้นเร็วขึ้นมาก”

“ไม่ว่าหรงเผิงกรุ๊ปจะพัฒนาเร็วแค่ไหน เราก็ไม่สนใจ!” ใบหน้าของจี้เฟิงเคร่งขรึม เขาพูดอย่างหนักแน่น “สิ่งที่เราต้องทำมีเพียงอย่างเดียวคือพัฒนาโรงงานผลิตยาของเราให้ได้มากที่สุด หลังปีใหม่นี้กำลังผลิตของเราจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า... ซูหยวน ภาระที่อยู่บนบ่าของคุณจะหนักขึ้นอีกมาก!”

ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงความจริงจังจากน้ำเสียงของจี้เฟิง ซูหยวนพยักหน้าเบาๆและพูดว่า “บอสไม่ต้องเป็นกังวล ฉันจะทำให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

จี้เฟิงจับพวงมาลัยแน่นขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง และหลังจากที่คิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “ซูหยวน คงจะยากสำหรับเธอที่จะจัดการแผนธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยตัวเองคนเดียว ถ้าเธอตกลง ฉันวางแผนที่จะให้หยูซวนเข้ามาเรียนรู้กับเธอซักพักก่อน จากนั้นพวกเธอสองคนจะร่วมกันดูแลและบริหารโรงงานเซียว เธอคิดเห็นยังไง?”

“ยังไม่ทันไรก็จะให้บ้านหลักมาดูแลบ้านเล็กแล้วเหรอ?” ซูหยวนถามติดตลก

“....” จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น

“ฉันล้อเล่น!” ซูหยวนเม้มริมฝีปากและหัวเราะเบาๆ “นี่! ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆ ระวังจะมีริ้วรอยก่อนวัยอันควรนะ! ... อันที่จริงฉันอยากจะขอให้เธอมาศึกษางานนานแล้ว ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะเธอลาออกจากการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยใช่มั้ย? ถ้าตอนนี้เธอยังไม่มีอะไรทำ ก็ให้เธอเข้ามาเลย”

“เธอโอเคเหรอ?” จี้เฟิงยังคงไม่แน่ใจเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าภรรยาในบ้านกับคนรักนอกบ้านเข้ากันได้ดี แม้แต่ในสมัยโบราณก็ยังไม่ค่อยมีตัวอย่างแบบนี้มากนัก..

“อย่ากังวล ฉันแยกแยะได้ คุณแค่ทำตัวเป็นคุณชายเพลย์บอยของคุณอย่างสบายใจก็พอ” ดวงตาคู่สวยของซูหยวนเหลือบมองจี้เฟิงด้วยรอยยิ้ม

จี้เฟิงเกาหัวเล็กน้อย เขาคิดกับตัวเองว่าถ้าพี่รองอยู่ที่นี่ คงด่าว่าเขางี่เง่าคิดมากไม่เข้าเรื่อง อ่อนไหวมากเกินไปอีกแล้วสินะ?

เขามั่นใจว่าถ้าเป็นจี้ช่าวเหลย เขาจะไม่จัดการแบบนี้แน่นอน!

“บอสคะ จริงๆแล้วฉันคิดว่าเราไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้ของหรงเผิงกรุ๊ปหรอกค่ะ ตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ พวกเราก็แค่ทำธุรกิจ พวกเขาจะไม่ได้อะไรจากการแก้แค้นนอกจากความสะใจ” ซูหยวนพูดปลอบ

จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม “มันไม่ง่ายอย่างนั้น! ยังไงก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะตอบโต้อย่างไร ฉันก็จะชนกับพวกเขาซึ่งๆหน้า และการจะสู้กับพวกเขา เราต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ โรงงานของเราต้องพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว ฉันถึงได้บอกไงว่างานนี้จะตกหนักมาที่เธอ”

“และฮูหยินบ้านใหญ่” ซูหยวนกล่าวเสริม

“....” จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น

สถานที่นัดพบทางฝ่ายหรงซูเยี่ยนเป็นผู้เสนอ แต่เมื่อจี้เฟิงได้ยินซูหยวนบอกตำแหน่ง เขาก็พบว่าโรงแรมนี้อยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรมเหวยเซียงจู!

ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้!

ครั้งแรกที่จี้เฟิงนัดพับกับเหอหงเหว่ย ประธานของเทียนเหยากรุ๊ป คือที่โรงแรมเว่ยเซียงจูซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่เขานัดพบกับหรงซูเยี่ยนในวันนี้

ความบังเอิญแบบนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

ทันทีที่จี้เฟิงและซูหยวนเข้าไปในโรงแรม ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและพูดอย่างสุภาพว่า “คุณซูและสุภาพบุรุษท่านนี้ โปรดตามฉันมา”

ซูหยวนกระซิบที่ข้างหูของจี้เฟิง “ตอนที่หรงเผิงกรุ๊ปติดต่อขอซื้อโรงงานของเราครั้งแรก บุคคลที่มาติดต่อคือคนนี้แหละ เขาชื่อหวังซั่วเซิง”

จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่น่าแปลกใจที่ชายคนนี้รู้จักซูหยวน

เมื่อจี้เฟิงและซูหยวนพบกับหรงซูเยี่ยน พวกเขาก็ตกใจเล็กน้อย

ที่จี้เฟิงตกใจไม่ใช่เพียงเพราะความงามของเธอ แต่เป็นเพราะเสน่ห์ของผู้หญิงมากด้วยสติปัญญา มันทำให้นึกถึงบรรยากาศของห้องสมุด ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นแห่งความรู้ ซึ่งทำให้หรงซูเยี่ยนผู้นี้ที่มีความสวยงามจากรูปลักษณ์ภายนอกมากอยู่แล้ว กลายเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบ

เธอเป็นผู้หญิงที่แตกต่างจากซูหยวนอย่างสิ้นเชิง!

ไม่ใช่ว่าหรงซูเยี่ยนสวยกว่าซูหยวน แต่เป็นเพราะเสน่ห์ของพวกเธอนั้นแตกต่างกัน

ผู้หญิงสองคนที่สวยพอๆกันแต่มีบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมายืนอยู่เคียงข้างกันช่างเป็นภาพที่น่าทึ่งจริงๆ

“คุณคือซูหยวน ผู้จัดการใหญ่จากเซียวฟามาซูติคอลใช่มั้ยคะ?” หรงซูเยี่ยนเอ่ยขึ้นก่อนพร้อมกับยื่นมือออกมาด้วยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ “ฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อหรงซูเยี่ยน เป็นผู้จัดการใหญ่ของหรงเผิงกรุ๊ป ฉันรู้สึกยินดีมากที่ได้พบคุณค่ะคุณซู”

กับสถานการณ์เช่นนี้ ซูหยวนรับมือได้อย่างสบายๆและเป็นธรรมชาติ เธอยื่นมือออกไปจับมือของหรงซูเยี่ยนและเขย่าเบาๆพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับผู้นำของบริษัทที่ติดหนึ่งในร้อยของบริษัทชั้นนำ!”

หรงซูเยี่ยนยิ้มอย่างอ่อนหวาน ดวงตาที่สวยงามของเธอหันไปหาจี้เฟิงและกล่าวว่า “สุภาพบุรุษท่านนี้คือ...”

.....จบบทที่ 913 ~

จบบทที่ บทที่ 913 ตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น (34) (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว