เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 862 การตัดสินใจของซูหยวน(ตอนฟรี)

บทที่ 862 การตัดสินใจของซูหยวน(ตอนฟรี)

บทที่ 862 การตัดสินใจของซูหยวน(ตอนฟรี)


ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้

ผ่านไปอีกปีแล้วนะคะ

ผู้แปลเปิดตอนฟรี เป็นของขวัญตอนรับวันปีใหม่

3 ตอนเล้ยยยยยย!!!!

ปล. ทยองลงนะคะ ขอหนีไปเที่ยวก่อนน แว่บ~~!!

บทที่ 862 การตัดสินใจของซูหยวน

สีหน้าของซูหยวนเปลี่ยนไปทันที ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกและหันไปมองที่จี้เฟิงโดยไม่รู้ตัว และอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนบนใบหน้าที่สวยคมได้รูปของเธอ

จู่ๆถูกถามคำถามนี้อย่างกะทันหัน ซูหยวนจึงไม่รู้ว่าจะตอบซูยาหยุนว่าอย่างไร

จี้เฟิงยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยให้กับซูหยวน มันเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจ

ไม่ว่าเธอจะทำผิดพลาดอะไร เธอจะต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน คนเราไม่สามารถหนีมันได้ตลอดไป เว้นเสียแต่ว่าหลังจากนี้จะไม่พบไม่เจอไม่ติดต่อกันอีกเลย!

แต่ในความคิดของจี้เฟิง เขาเดาว่าซูหยวนน่าจะไม่ได้ทำอะไรผิดต่อซูยาหยุนโดยตรง แต่เนื่องจากซูหลงเป็นพ่อของเธอ และเขาก็ได้ทำในสิ่งที่ซูยาหยุนไม่สามารถให้อภัยได้ ซูหลงได้ฆ่าพ่อของซูยาหยุนและฆ่าพี่สาวของเธอ ดังนั้นซูหยวนจึงรู้สึกละอายใจที่ต้องเผชิญหน้ากับซูยาหยุน และไม่อยากยอมรับตัวตนที่แท้จริงต่อหน้าเธอ

“หืม? คุณซู มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ?” ท่าทีกระอักกระอ่วนของซูหยวนไม่สามารถหลบเลี่ยงสายตาของซูยาหยุนไปได้ เธอจึงถามทันทีด้วยรอยยิ้ม “ถ้าไม่สะดวกที่จะตอบก็ไม่เป็นไรนะคะ นอกจากนี้ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด”

“ไม่ค่ะ.. ฉัน.. ฉันแค่” ซูหยวนรู้สึกประหม่าจึงพูดติดๆขัดๆ แต่พอกำลังจะพูดก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู

“ก๊อกๆๆ—!”

“เชิญเข้ามา!” ซูยาหยุนพูดเสียงเรียบ จากนั้นก็ยืนขึ้นแล้วหันไปหาจี้เฟิงกับซูหยวนแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณสองคนรอฉันสักครู่นะคะ”

เมื่อพูดเสร็จเธอก็หันหลังกลับและเดินออกจากห้องรับแขก ทิ้งให้จี้เฟิงและซูหยวนอยู่กันตามลำพัง

“ฟู่~!” ซูหยวนถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่ใบหน้าของเธอมีร่องรอยของความผิดหวังเล็กน้อย

จี้เฟิงมองซูหยวนแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดู เขาผายมือไปทางซูหยวนและหัวเราะเบาๆ “ดูคุณผู้หญิงคนนี้สิ คุณเป็นใครครับเนี่ย? ซูหยวนผู้เด็ดเดี่ยวกล้าพูดกล้าทำไปไหนแล้ว? ทำไมถึงได้อ้ำๆอึ้งๆขนาดนี้... มีอะไรอยากพูดก็พูดไปเถอะ แต่ถ้าเธอไม่อยากพูดจริงๆ ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย เราจะกลับไปที่เจียงโจวและเราจะไม่ย่างกรายเข้ามาที่หางโจวอีก... เธอจะเลือกทางไหน?”

“บอส อย่ากดดันฉันนักเลย...” ซูหยวนพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น

จี้เฟิงส่ายหัวทันทีและพูดอย่างหนักแน่น “มันไม่ใช่การกดดัน แต่มันเป็นเส้นทางที่เธอต้องเลือกและต้องเลือกเดี๋ยวนี้!”

ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะเงียบ เธอนิ่งอยู่แบบนั้นเป็นเวลานาน

จี้เฟิงไม่ได้เร่งเร้าเธอ เขาเพียงแค่ยิ้มและพูดว่า “ค่อยๆคิดได้เลยนะ เพียงแต่เธอต้องให้คำตอบก่อนที่ซูยาหยุนจะกลับมา จากนั้นไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหน ฉันจะช่วยเติมเต็มความคิดของเธอเอง!”

จี้เฟิงมั่นใจว่าเขารู้จักนิสัยของซูหยวนดี เมื่อมองจากภายนอก ผู้หญิงคนนี้มีบุคลิกที่เข้มแข็งและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน เป็นคนที่พูดจาโผงผางและมีกลิ่นอายของผู้หญิงจัดจ้าน แต่จี้เฟิงรู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการบีบบังคับของสังคม ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างซูหยวนต้องพเนจรอยู่ในสังคมตัวคนเดียว ดังนั้นเธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหาเลี้ยงชีพและเอาตัวรอด

ดังนั้นซูหยวนจึงสร้างตัวตนที่ดูแข็งแกร่งและแข็งกร้าวนี้ขึ้นมา

แต่แท้จริงแล้วหัวใจของเธอนั้นอ่อนแอมาก ไม่ต่างจากเด็กสาวคนอื่นๆ

ยกเว้นผู้หญิงที่พิเศษแตกต่างบางคน พวกเธอปรารถนาที่จะแข็งแกร่ง อยู่เหนือทุกคน นอกเหนือจากนั้นแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ล้วนต้องการมีไหล่ที่แข็งแรงไว้พึ่งพา และมือคู่หนึ่งที่คอยปกป้องเธอจากลมและฝน

ซูหยวนก็ไม่มีข้อยกเว้น

ดังนั้นหัวใจของเธอจึงไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่แสดงออกให้เห็นที่ภายนอก

ในกรณีนี้จี้เฟิงจึงต้องใช้วิธีกดดัน บีบบังคับให้เธอจนมุม เพื่อที่เธอจะได้ตัดสินใจได้เด็ดขาดกับทางเลือกของเธอ ไม่ว่าจะอยู่หรือไป ทางไหนก็ได้ แต่ต้องไม่มีคำว่า ‘ฉันจะพูดเรื่องนี้ในภายหลัง’ หรือ ‘ฉันขอเวลาคิดดูก่อน’ หรืออื่นๆ

เธอต้องถูกบังคับให้เลือก

เมื่อเห็นท่าทางคร่ำเครียดและจมอยู่กับความคิดของซูหยวน จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะแอบพยักหน้า ซูหยวนกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ

จี้เฟิงไม่รบกวนเธออีกต่อไปและปล่อยให้เธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ในขณะที่เขาเองก็ให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวภายนอกเพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

เสียงแผ่วเบาดังมาจากข้างนอก “เจ๊ใหญ่ ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นได้รับแจ้งแล้ว”

จี้เฟิงจำได้ทันทีว่าคนที่คุยกับซูยาหยุนคือจ้าวหยาฟ่าน ผู้จัดการใหญ่ของตงไห่กรุ๊ป

“อืม คนพวกนั้นยังให้ความร่วมมืออยู่หรือเปล่า” ซูยาหยุนถาม

“ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อพวกเขารับทราบ พวกเขาบอกว่าจะรีบมาทันที แต่..” จ้าวหยาฟ่านลังเลเมื่อพูดมาถึงตรงนี้

“แต่อะไร?” เสียงของซูยาหยุนตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย “มีใครพูดอะไรแปลกๆอีกแล้วงั้นเหรอ?”

“เจ๊ใหญ่ เจ๊ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ามีคนจากทางฝั่งฉีเหล่าซานที่กระด้างกระเดื่องต่อเรา แต่อย่างไรก็ตาม การที่ครั้งนี้เราจัดการซูหลงได้ ฉันเกรงว่าแม้แต่ฉีเหล่าซานก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ พวกเขาจะเอาข้ออ้างอะไรมาต่อว่าเราได้อีก?” จ้าวหยาฟ่านพูดในแง่บวก

“เฮอะ!” ซูยาหยุนแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ตาเฒ่านั่น เขาคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษของแก๊งตงไห่จริงๆหรือ? เขาชอบพูดว่าตัวเองมีสิทธิ์เต็มที่ในแก๊งตงไห่! ... หยาฟ่าน จำไว้นะ การประชุมจะเริ่มตอนหกโมงครึ่ง และใครก็ตามที่มาหลังสองทุ่ม ให้ไล่กลับไปให้หมด!”

“ครับ!” จ้าวหยาฟ่านพยักหน้าทันที

“ไปเถอะ ฉันยังมีแขกอยู่!” น้ำเสียงของซูยาหยุนผ่อนคลายลงเล็กน้อย

.....

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าแก๊งตงไห่จะไม่ได้มั่นคงดั่งหินผาอย่างที่เห็นภายนอก ฉีเหล่าซานคือใคร? ดูเหมือนว่าเขาจะมีปัญหาขัดแย้งกับซูยาหยุน ถ้าคนๆนั้นไม่ได้มีบทบาทสำคัญมากพอ ซูยาหยุนคงไม่พูดออกมาแบบนี้แน่

“บอส!”

เสียงของซูหยวนดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของจี้เฟิง

จี้เฟิงหันศีรษะทันทีและถามด้วยรอยยิ้ม “ว่าไง? คิดออกแล้วเหรอ!”

“ใช่ค่ะ!”

ใบหน้าของซูหยวนดูไม่ค่อยดีนัก เห็นได้ชัดว่าเธอได้ทำการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก “ฉันต้องการจะออกจากที่นี่และกลับไปที่เจียงโจวหลังจากดูประธานซูจัดการกับซูหลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จะไม่เหยียบย่างมาที่หางโจวอีกเลย!”

“อะไรนะ?!” จี้เฟิงตกตะลึง เขาไม่คาดคิดจริงๆว่าซูหยวนจะตัดสินใจแบบนี้ มันเกินความคาดหมายของเขาจริงๆ ตอนแรกเขาคิดว่าซูหยวนจะต้องอยากพบเจอกับซูยาหยุนในฐานะญาติแน่นอน ไม่อย่างนั้นทำไมเธอถึงเลือกมาที่ตงไห่กรุ๊ปแทนที่จะกลับไปที่วิลล่ากับโจวเฟยเฟย

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคำนวณผิด

“ไม่... แล้วทำไมเธอ...” จี้เฟิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ในขณะที่เขากำลังจะพูด เขาได้ยินเสียงเปิดประตู ทำให้เขาได้แต่กลืนคำพูดที่มาถึงริมฝีปากลงท้องไปก่อน เขาส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เขารู้สึกงงมากจริงๆ ทำไมซูหยวนถึงตัดสินใจที่จะทำแบบนี้ล่ะ?

“แกร่ก—!”

ทันทีที่เสียงเปิดประตูดังขึ้น ซูยาหยุนและจ้าวหยาฟ่านก็เดินเข้ามาพร้อมกัน ซูยาหยุนยิ้มและถามว่า “ว่าไงคะคุณชายจี้ ชานี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

จี้เฟิงพยักหน้าและยิ้ม “ก็ดีครับ จริงๆแล้วฉันเป็นแค่คนบ้านนอก ไม่รู้วิธีชิมชาดีๆเท่าไหร่ แปลกสุดที่เคยชิมก็คงเป็นเครื่องดื่มจากต่างดาว  ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างการดื่มชาทั่วไปกับชาต้าหงเผาได้!”

“อุ๊ปส์! ฮ่าๆ..”

ซูยาหยุนอดหัวเราะไม่ได้ และพูดด้วยรอยยิ้มหวาน “คนระดับคุณชายจี้นี่เหนือกว่าที่ฉันคิดไว้มากจริงๆ ถึงขนาดติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ด้วย! ถ้าวันไหนว่างๆ คุณช่วยเชิญเพื่อนมนุษย์ต่างดาวมาให้ฉันรู้จักหน่อยได้มั้ยคะ?”

จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “ได้เลย ไม่มีปัญหา!”

“คุณชายจี้ ในที่สุดผมก็ได้เห็นอารมณ์ขันของคุณแล้ว!” จ้าวหยาฟ่านก็หัวเราะเช่นกัน

“ฉันพูดจริง!” จี้เฟิงพูดอย่างจริงจัง “ฉันเคยได้ลิ้มรสเครื่องดื่มจากต่างดาวมาแล้วจริงๆ!”

ทั้งซูยาหยุนและจ้าวหยาฟ่านอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ การที่จี้เฟิงกำลังพูดจาล้อเล่นกับพวกเขา ถือว่าเป็นการแสดงความสนิทสนมในแง่ดี

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจี้เฟิงเคยดื่มเครื่องดื่มจากต่างดาวมาแล้วจริงๆ

ในพื้นที่ฝึกฝนของสมองหมายเลข 1 จี้เฟิงได้เรียนรู้มารยาทบนโต๊ะอาหารและแน่นอนว่าการแยกแยะเครื่องดื่มก็เป็นหนึ่งในทักษะของเขาเช่นกัน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จี้เฟิงจะอธิบายให้ซูยาหยุนและคนอื่นๆเข้าใจได้

“หัวหน้าซู ไม่ทราบว่าคุณวางแผนที่จะจัดการกับซูหลงยังไงเหรอครับ?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าหมาแก่ตัวนี้ทำเรื่องเลวร้ายมามากมาย ฉันอยากจะแก้แค้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พ่อของฉัน!” เมื่อพูดถึงซูหลง ใบหน้าของซูยาหยุนก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

ซูหยวนที่ยืนอยู่ใกล้ๆมีแววตาที่ซับซ้อน เธออ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“แต่ก่อนหน้านั้น ฉันต้องจัดการประชุมผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทก่อน ฉันอยากให้พวกเขาได้รู้ว่าเรากำลังจะฆ่าซูหลง!” ซูยาหยุนพูดอย่างดุดัน

“พูดถึงเรื่องนี้ ผมอยากจะถามพวกคุณสองคนพอดีเลยว่าคุณชายจี้และคุณซูพอจะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กับเราได้ไหม?” จ้าวหยาฟ่านถามขึ้น

“หืม?”

จี้เฟิงตกตะลึง แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ยิ้มและพูดว่า “มันจะดีเหรอครับที่จะให้คนนอกอย่างเราเข้าร่วมการประชุมในกลุ่มบริษัทของคุณ?”

“ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนครับ เพราะนี่เป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น!” จ้าวหยาฟ่านยิ้มและพูดว่า “คุณชายจี้ครับ ถ้าคุณเข้าร่วมประชุมในฐานะตัวแทนของเซิ่งฉีกรุ๊ป อะไรๆมันจะง่ายขึ้นมาก”

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะ?” จี้เฟิงรู้สึกงุนงงขึ้นมาทันที “คุณจ้าว จากที่คุณพูด มันเหมือนกับว่าการประชุมครั้งนี้อาจเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น?”

“เรื่องนี้...” จ้าวหยาฟ่านมองไปที่ซูยาหยุนและพบว่าเธอไม่ได้แสดงออกอะไร เขาจึงพยักหน้าและพูดต่อไปว่า “มาขนาดนี้แล้วผมก็ขอพูดตามตรงเลยแล้วกันนะครับคุณชายจี้ ภายในกลุ่มตงไห่ของเรา มีบางอย่างที่... จะเรียกว่าไงดี.. บางอย่างที่ยังไม่ค่อยปรองดองกันนักน่ะครับ ดังนั้น ในกรณีที่มีคนไม่เชื่อ ผมเลยต้องการเชิญคุณชายจี้เข้าร่วมประชุมในฐานะพยานของเรา!”

“ปัญหาภายใน?”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม “ฉันเคยได้ยินมาตลอดว่าความแข็งแกร่งของแก๊งตงไห่หลักๆแล้วอยู่ที่ความปรองดองและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าแก๊งตงไห่ก็มีปัญหาความขัดแย้งภายในเช่นกัน”

“ฮึ่ม!” ซูยาหยุนแค่นเสียงอย่างเย็นชา “มันมีแค่บางคนเท่านั้นแหละค่ะ! เป็นตาแก่ที่มีแต่ความทะเยอทะยาน อาศัยบารมีเก่าและฝันสูงเกินจริง!”

“อ่า.. ฮะฮะ” จี้เฟิงได้แต่หัวเราะแห้งๆ เพราะมันคงไม่เหมาะสมนักที่จะถามรายละเอียดไปมากกว่านี้

“มีคนในแก๊งไม่พอใจคุณเหรอคะ?” จู่ๆซูหยวนก็ถามขึ้น

ซูยาหยุนตะคอก “ก็แค่ตัวตลกที่อยากมีบท ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจหรอกค่ะ!”

แต่จ้าวหยาฟ่านรีบอธิบายทันที “คุณชายจี้ คุณซู อย่าเพิ่งเข้าใจเราผิดนะครับ เจ๊ใหญ่ของเราไม่ได้ใส่อารมณ์กับพวกคุณ แล้วก็ไม่ได้จะลากพวกคุณมาเกี่ยวข้องกับปัญหาของเรา มันมีใครบางคนในแก๊งคอยจ้องแต่จะขโมยเก้าอี้เจ๊ใหญ่ของเราในฐานะ...”

“หยาฟ่าน!” ซูยาหยุนขัดจังหวะเขา “ไม่จำเป็นต้องพูด เรื่องไร้สาระพวกนี้มันจะไปรบกวนคุณชายจี้และคุณซูเสียเปล่าๆ!”

จ้าวหยาฟ่านพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ถ้าเจ๊ใหญ่ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ มันจะดีกว่าถ้าเราจะอธิบายให้คุณชายจี้กับคุณซูเข้าใจอย่างชัดเจน เพราะเมื่อฉีเหล่าซานมาถึง มันอาจจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น”

ซูยาหยุนไม่ได้พูดอะไรอีก

“คุณชายจี้ ความจริงแล้วเรื่องมันเป็นแบบนี้...” จ้าวหยาฟ่านยิ้มอย่างเกรงใจให้กับจี้เฟิง จากนั้นก็อธิบายรายละเอียด

จากการเล่าและอธิบายอย่างคร่าวๆของจ้าวหยาฟ่าน ในที่สุดจี้เฟิงก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด!

.....จบบทที่ 862 ~

จบบทที่ บทที่ 862 การตัดสินใจของซูหยวน(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว