เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 856 เดจาวู(ตอนฟรี)

บทที่ 856 เดจาวู(ตอนฟรี)

บทที่ 856 เดจาวู(ตอนฟรี)


บทที่ 856 เดจาวู

เมื่อเห็นว่าสมาชิกของแก๊งพยัคฆ์มังกรถูกปราบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เห็นซูหลงและลูกชายของเขา หัวใจของซูยาหยุนก็จมดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ความไม่สบายใจในใจของเธอก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ไม่จริง! ผลลัพธ์มันคงไม่ออกมาในแบบที่เลวร้ายที่สุดหรอกใช่มั้ย?!

“ฉันจะไปดู!” ซูยาหยุนตะคอก เธอถอดผ้าพันคอออกแล้วโยนเข้าไปในรถก่อนจะเดินเข้าไปในกลุ่มสมาชิกของแก๊งพยัคฆ์มังกร เธอมองซ้ายมองขวาด้วยความโมโห ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เธอก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกับม้วนแขนเสื้อของเธอขึ้น การเคลื่อนไหวง่ายๆไม่กี่อย่างเหล่านี้ทำให้ท่าทางของเธอเปลี่ยนไป จากผู้หญิงที่สง่าและมีเสน่ห์กลายเป็นสาวเก่งที่มีความคล่องแคล่วได้ในพริบตา

“เจ๊ใหญ่!”

หลิวฉีชางและจ้าวหยาฟ่านที่อยู่ข้างๆเธอร้องอุทานออกมา แต่ก่อนที่เขาจะห้ามได้ทัน ซูยาหยุนก็วิ่งไปด้านหน้าแล้ว

“มัวงงอะไรอยู่เล่า! รีบไปเอาตัวเจ๊ใหญ่กลับมาเร็วเข้าสิ!” จ้าวหยาฟ่านคำรามเสียงต่ำแล้ววิ่งก้าวยาวๆไปอย่างรวดเร็วพยายามดึงตัวซูยาหยุนกลับมา แต่ก็ตามไม่ทันสักที

หลิวฉีชางที่กำลังตกตะลึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก็รีบวิ่งตามไปทันที “เจ๊ใหญ่ อย่าเพิ่งเข้าไป! ข้างหน้ามันอันตราย รอทุกอย่างเรียบร้อยก่อนค่อยเข้าไปก็ได้!”

ซูยาหยุนทำเป็นไม่ได้ยิน ในเวลานี้เธอคงอยู่เฉยๆไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่เห็นซูหลงด้วยตาของเธอเอง

“ฟึ่บ—!”

ในตอนนั้นเอง สมาชิกของแก๊งพยัคฆ์มังกรคนหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกับไม้ในมือและกำลังจะฟาดมันลงบนหัวของซูยาหยุน

“ระวัง!” หลิวฉีชางและจ้าวหยาฟ่านตะโกนออกไปพร้อมกัน และแม้ว่าพวกเขาต้องการจะเข้าไปช่วย พวกเขาก็ยังอยู่ห่างจากซูยาหยุนออกไปหลายก้าว และมันก็สายเกินไปที่จะช่วยเหลือ ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่มองดูอย่างหมดหนทางในขณะที่อันธพาลจากแก๊งพยัคฆ์มังกรใช้ไม้ฟาดหัวซูยาหยุน เจ๊ใหญ่ของพวกเขา

แต่ทันใดนั้น แสงที่เย็นชาฉายวาบออกมาจากดวงตาของซูยาหยุน เธอหันกลับมาอย่างกะทันหัน ท่อนไม้พลาดจากศีรษะแล้วเฉียดไหล่ของเธอไป วินาทีต่อมาซูยาหยุนยกขาขึ้นสูงเตะไปที่ปลายคางของอันธพาล

“เปรี้ยง—!”

อันธพาลถูกเตะเข้าเต็มๆคางและหน้าหงายล้มลงไปกับพื้นทันที ร่างกายของเขากระตุกสองสามครั้งแล้วสลบไป

ทั้งหลิวฉีชางและจ้าวหยาฟ่านถึงกับตกตะลึง ในดวงตาของเขาอดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจและหันมองหน้ากันโดยไม่รู้ตัวก่อนจะพูดออกมาพร้อมกันว่า “เจ๊ใหญ่เก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ในเวลานี้ซูยาหยุนได้ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ที่อันธพาลทำหล่นขึ้นมาจากพื้นแล้วก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับตะโกนอย่างท้าทาย “ซูหลง ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

แต่นอกจากเสียงเอะอะจากการต่อสู้ที่ยังคงมีอยู่เล็กน้อยก็ไม่มีใครตอบโต้เธออีกเลย

ใบหน้าของซูยาหยุนน่าเกลียดมาก เธอกัดริมฝีปากแน่น แสงเย็นฉายออกมาจากดวงตาที่สวยงามของเธอ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่พบร่างของซูหลง

ภายใต้แสงไฟสลัวๆของโคมไฟจากถนน ใบหน้าของซูยาหยุนแทบจะเป็นสีขาวซีด

แต่ในเวลานี้ ซูหยวนซึ่งกำลังนั่งอยู่ในรถในป่าอีกฟากของถนน เห็นซูยาหยุนผู้สง่างาม ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

“....เล็ก” ซูหยวนพึมพำเบาๆ แต่ไม่สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ได้

“ซูหยวน คุณโอเครึเปล่า?” โจวเฟยเฟยที่นั่งอยู่ข้างๆเธอถามเสียงเบา เธอรู้โดยธรรมชาติว่าทำไมซูหยวนถึงประหม่า เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างซูหยวนและซูยาหยุนมาก่อนแล้ว แต่ในสถานการณ์แบบนี้เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของซูหยวน และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างซูหยวนและซูยาหยุนนั้นดีหรือไม่ดี

“ฉันโอเค” ซูหยวนฝืนยิ้ม

“ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะต่อสู้เก่งขนาดนี้!” โจวเฟยเฟยพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ซูยาหยุนทำในตอนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกทึ่งจริงๆ ผู้หญิงที่มีทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจเช่นนี้ได้ มันทำให้โจวเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา

“เมื่อก่อนเธอไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้..” ดวงตาของซูหยวนแสดงให้รู้ว่าเธอกำลังนึกถึงความทรงจำในอดีต

ในขณะเดียวกัน จี้ยูเหวินที่นั่งอยู่บนรถอีกคันก็อดไม่ได้ที่ชื่นชมอยู่ในใจ ‘ท่าสวย! แข็งแกร่งไม่เบา!’

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเธอจะได้รับความชื่นชมมากเพียงใด แต่อารมณ์ของซูยาหยุนในเวลานี้ก็คุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชัง เธอยังคงกวาดสายตามองไปยังสมาชิกของแก๊งพยัคฆ์มังกร ในเวลานี้คนเหล่านั้นถูกจัดการจนหมอบราบคาบแล้ว เธอจึงเพ่งมองหาอย่างละเอียดอีกครั้ง

แต่สุดท้าย ซูยาหยุนก็คงไม่พบอะไร เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของซูหลงกับลูกชายรวมถึงผู้ติดตามคนอื่นๆของเขา

“จับพวกมันมัดเอาไว้ คนอื่นๆที่เหลือไปตามหาซูหลงและลูกของมันทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน จะต้องหามันให้เจอแล้วลากตัวมันออกมาให้ได้!” ซูยาหยุนกัดฟันของเธอและพูดด้วยความโกรธ

“ครับ!”

ทุกคนขานรับเสียงดัง

“ทุกคน! แบ่งออกเป็นห้าทีม ค้นหาตลอดสองข้างทางของถนน เร็วหน่อย ถนนมืดๆแบบนี้ พวกมันคงยังหนีไปได้ไม่ไกลแน่!” หลิวฉีชางตะโกน

“ครับ!”

หลิวฉีชางโบกมือ “ตามฉันมา!”

เมื่อเห็นหลิวฉีชางนำคนหลายสิบคนเริ่มการออกค้นหาตัวซูหลงและคนอื่นๆ ซูยาหยุนก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความโกรธ “แม้ว่าพวกนายจะเอาชนะคนของแก๊งพยัคฆ์มังกรได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่สามารถจับไอ้หมาแก่ซูหลงกับลูกชายของมันได้ ก็เท่ากับความพยายามก่อนหน้านี้ทั้งหมดมันสูญเปล่า!”

จ้าวหยาฟ่านที่อยู่ด้านข้างเอ่ยด้วยเสียงต่ำเพื่อพยายามทำให้ซูยาหยุนใจเย็นลง “เจ๊ใหญ่ ไม่ต้องกังวล หลิวฉีชางนำคนไปค้นหาด้วยตัวเองแบบนี้ ฉันเชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน คนอย่างซูหลงก่อเวรสร้างกรรมไว้มากมาย นี่คือคราวเคราะห์ของเขา สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถหลีกหนีชะตากรรมของเขาพ้น ดังนั้นเจ๊ใหญ่อย่าเพิ่งวิตกกังวล พระเจ้าจะลงโทษมันอย่างแน่นอน!”

“เวรกรรมจะช่วยอะไรได้!”

ซูยาหยุนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและถอนหายใจ “หากเวรกรรมหรือพระเจ้ามีจริง คนอย่างมันก็ต้องถูกลงโทษไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้ว! แต่ไอ้หมาแก่ซูหลงมันก็ยังใช้ชีวิตได้ดิบได้ดีมาโดยตลอด แม้ว่าเราจะวางแผนและบุกเข้าโจมตีมันหลายครั้ง แต่มันก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เหมือนกับว่าฉันไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย...”

“แล้วเวลานี้เขาไม่ได้กำลังถูกลงโทษอยู่หรือ?” จ้าวหยาฟ่านกล่าว “เจ๊ใหญ่ ซูหลงเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงมาก ในตอนที่เขาอยู่แก๊งตงไห่ เขาอยากขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง สุดท้ายก็ถูกเจ๊ใหญ่แย่งชิงอำนาจคืนมาไปสร้างแก๊งของตัวเอง ถึงแม้เขาจะเคยยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้เขาก็ได้สูญเสียมันไปแล้ว การครอบครองสิ่งที่เป็นของคนอื่นแล้วถูกยึดสิ่งที่ตัวเองสร้างมา มันก็เหมือนกับเป็นเวรกรรมแล้วไม่ใช่หรือ? ซูหลงในเวลานี้จะต้องรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และทรมานเสียยิ่งกว่าที่จะต้องตายเสียอีก!”

“ฮึ!”

ซูยาหยุนแค่นเสียงอย่างเย้ยหยัน “ฉันไม่ยอมให้มันได้รับเวรรับกรรมไปเพียงแค่นี้แน่! พ่อของฉันถูกมันฆ่าตาย น้องสาวของฉันก็ถูกบีบบังคับจนสุดท้ายก็หายตัวไป ฉันสงสัยว่าเธอเองก็... คนสองคนจากตระกูลซูของฉันต้องมาตายด้วยน้ำมือของไอ้สารเลวซูหลง เลือดของพี่น้องในแก๊งตงไห่ของเราที่เสียไปก็มีสาเหตุมาจากมันทั้งสิ้น แล้วจะปล่อยให้เวรกรรมทำงานโดยที่ฉันยืนอยู่เฉยๆได้ยังไง!”

จ้าวหยาฟ่านพยักหน้าและพูดว่า “เจ๊ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อไหร่ที่หลิวฉีชางจับตัวซูหลงมาได้ ฉันจะทำทุกอย่างที่เจ๊ใหญ่ต้องการ! นอกจากนี้ยังมีซูจุนไช่ ลูกชายคนเล็กของซูหลง ซึ่งยังคงอยู่ในมือของตระกูลโจวกับคุณชายจี้อีก... แล้วเมื่อไหร่ที่แก๊งพยัคฆ์มังกรล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์ ซูจุนไช่ก็จะไม่มีประโยชน์กับพวกเขา และควรจะส่งมอบให้เราในเวลานั้น!”

“อืม!” ซูยาหยุนพยักหน้าและพูดอย่างดุร้าย “ไอ้หมาแก่ซูหลงมันเป็นเหมือนกับสัตว์ร้าย และลูกชายของมันก็ได้เลือดพ่อมันมาเต็มๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาลูกชายของมันทั้งสองคนก็ทำสิ่งเลวร้ายไว้มากมายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพ่อของพวกมันเลย! ถ้าหากเราฆ่าพวกมัน ไม่เพียงแต่ฟ้าดินจะไม่ลงโทษแล้ว แต่ยังจะยินดีกับพวกเราเสียด้วยซ้ำ!”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ซูยาหยุนก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถามว่า “ว่าแต่ทำไมฉันถึงยังไม่เห็นคนแซ่จี้กับคนของตระกูลโจวเลยล่ะ?”

“เจ๊ใหญ่ครับ!”

ในเวลานี้ มีคนตะโกนมาจากฝั่งตะวันตกของถนน ซูยาหยุนและจ้าวหยาฟ่านจึงหันศีรษะไปมองทันที และเห็นลูกน้องในแก๊งของพวกเขาสองสามคนกำลังตั้งท่าต่อสู้ด้วยความระแวดระวัง ในขณะที่โจวเฟยเฟยและคนอื่นๆ กำลังเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“พวกเดียวกัน ให้พวกเขาเข้ามา!” จ้าวหยาฟ่านพูดทันที และลูกน้องเหล่านั้นก็ปล่อยให้โจวเฟยเฟยและคนอื่นๆเดินเข้ามา

“พี่ยาหยุน เมื่อครู่นี้ฉันเห็นแล้ว เตะได้สวยมากเลย!” โจวเฟยเฟยที่เดินเข้ามาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มทันทีที่มาถึง จากนั้นเธอก็ทำหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อยและกล่าวว่า “แล้วช่วงชุลมุนก่อนหน้านี้ มันมืดเกินไป ฉันกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดระหว่างเราทั้งสองฝ่าย ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ให้คนของฉันเข้าไปแทรกแซง โปรดยกโทษให้ฉันด้วย!”

แม้ว่าซูยาหยุนจะไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดคุยตามมารยาท เพราะเธอยังหาตัวซูหลงไม่เจอ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความหงุดหงิดออกไป เธอยังคงยิ้มและพูดว่า “เฟยเฟย คุณกำลังพูดถึงอะไร แค่คุณมาได้ คุณก็ช่วยฉันได้มากแล้ว... ว่าแต่คุณชายจี้ไม่อยู่เหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นเขาเลย”

“คุณชายจี้?”

โจวเฟยเฟยตกใจและพูดว่า “ก่อนหน้านี้เราอยู่รถคนละคัน เขาน่าจะอยู่ในรถของเขา แต่...”

“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไล่ตามคนที่หลบหนีไป” จู่ๆซูหยวนก็พูดขัดจังหวะโจวเฟยเฟยที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

ซูยาหยุนขมวดคิ้วทันที “คุณคือ...”

“อ่า... ฉันแซ่ซู” ซูหยวนลังเลเล็กน้อยแต่แล้วก็พูดนามสกุลของเธอออกไป

“อ้อค่ะ คุณซู เมื่อครู่คุณเพิ่งบอกว่าคุณชายจี้อาจจะกำลังไล่ตามคนที่หนีไปงั้นเหรอคะ? คุณพอจะรู้ไหมว่าเขาตามใครไป?” ซูยาหยุนแอบสังเกตรูปร่างหน้าตาของซูหยวนอย่างลับๆ และรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แต่นึกอย่างคร่าวๆแล้วก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เธอจึงไม่ได้สนใจ เพราะเธอยังมีสิ่งที่กังวลมากอยู่ในเวลานี้ นั่นก็คือซูหลง หมาแก่ตัวนั้นไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!

“ฉันไม่รู้ว่าคนที่เขาไล่ตามไปเป็นใคร แต่คนที่เจ้านายของเราถึงกับไล่ล่าด้วยตัวเองแบบนี้ เขาคงไม่ใช่พวกลูกกระจ๊อกตัวเล็กๆแน่” ซูหยวนกล่าว “ถ้าให้ฉันเดา ฉันคิดว่าน่าจะเป็นไอ้ซูหลง ไอ้สารเลวนั่น!”

“คุณซูก็เกลียดซูหลงงั้นหรือ?” ซูยาหยุนตกใจ จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “แล้วเจ้านายที่คุณพูดถึงก็คือ... คุณชายจี้? เขาไล่ตามไปคนเดียวหรือเปล่า? ถ้าเป็นแบบนั้น...  ลำพังตัวซูหลงเอง มันเป็นคนที่มีฝีมือด้านการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเลย แต่บอดี้การ์ดสามคนที่อยู่รอบตัวมันเรียกได้ว่าระดับปรมาจารย์ หนึ่งในนั้นได้รับเชิญจากเวทีประลองใต้ดิน ดังนั้นต่อให้คุณชายจี้ไล่ตามพวกมันได้ทัน... แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ทำไมเขาถึงไม่เอาบอดี้การ์ดของเขาไปด้วย”

“คุณซู.. ประธานซูไม่ต้องเป็นกังวล ยังไงซูหลงและบอดี้การ์ดของมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้านายของเราอย่างแน่นอน!” ซูหยวนพูดด้วยความมั่นใจ แต่ในใจของเธอก็อดเป็นกังวลไม่ได้ คนเหล่านั้นมีปืนอยู่ในมือ เมื่อครู่นี้ที่เธอได้ยินเสียงปืนก็ตกใจแล้ว แล้วจี้เฟิงตามไปเพียงลำพังแบบนั้น...

ซูยาหยุนได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเท่าไหร่นัก กับผู้ชายขี้เก๊กชอบอวดเก่งคนนั้น เขาจะสามารถจัดการกับไอ้สารเลวซูหลงที่มีบอดี้การ์ดรอบตัวได้จริงๆน่ะหรือ?

นี่ไม่ใช่เวลามาทำตัวเป็นฮีโร่เลย... น่าจะหัดดูสถานการณ์บ้าง ถ้าซูหลงหนีไปได้เพราะเขาละก็...

ซูยาหยุนต้องการจะส่งคนไล่ตามไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่เธอก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจี้เฟิงนั้นไปทางไหน ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่เพียงอดทนรอ!

ในช่วงเวลาหนึ่ง นอกจากเสียงร้องโอดโอยและเสียงคร่ำครวญของสมาชิกแก๊งพยัคฆ์มังกรแล้ว บนถนนก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก

ซูหยวนไม่มีอารมณ์ที่จะพูดคุยใดๆอีก เพราะเธอกังวลเกี่ยวกับจี้เฟิง ส่วนซูยาหยุนเองก็ไม่มีอารมณ์คุยเหมือนกัน เพราะเธอกังวลเรื่องการหลบหนีของซูหลง ส่วนโจวเฟยเฟยและจี้ยูเหวินก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก พวกเธอรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูยาหยุนและซูหยวน แต่พวกเธอไม่รู้ว่าทั้งสองมีความรักใคร่ต่อกันหรือเกลียดชังมากกว่ากัน

การหลุดปากพูดเรื่องแบบนี้ออกไป....

ทั้งโจวเฟยเฟยและจี้ยูเหวินต่างก็เป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาก ดังนั้นพวกเธอจึงรู้โดยธรรมชาติว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำในเวลานี้!

แต่ในเวลานี้ จู่ๆซูยาหยุนก็ถามว่า “คุณซู เราเคยพบกันมาก่อนไหม?!”

ทุกครั้งที่เธอมองไปที่ซูหยวน เธอก็รู้สึกเหมือนเดจาวูอยู่เสมอ!

....จบบทที่ 856 ~

จบบทที่ บทที่ 856 เดจาวู(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว