เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 853 ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ(ตอนฟรี)

บทที่ 853 ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ(ตอนฟรี)

บทที่ 853 ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ(ตอนฟรี)


บทที่ 853 ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

รถเก๋งสีดำจอดอยู่ด้านข้างของถนนภายใต้แสงไฟสลัว แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดนักเนื่องจากความมืดแต่ในระยะใกล้ก็มองเห็นอยู่ว่าด้านหน้าของรถเก๋งคันนี้มีรอยบุบลึกจากแรงกระแทก กันชนบิดเบี้ยวและแม้แต่ไฟหน้าดวงหนึ่งก็แตกหัก

เมื่อดูแวบแรกรถคันนี้ดูน่ากลัวมาก ถ้าไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของมันที่พอจะแยกแยะได้ว่าเป็นรถบีเอ็มดับบลิวเอ็กซ์หก จี้เฟิงก็เกือบจะไม่แน่ใจแล้วว่านี่ใช่รถของเขาเองจริงๆหรือเปล่า

อันที่จริงมันคือรถของจี้เฟิงจริงๆ และสาเหตุที่มันบุบบี้มีสภาพน่าสยดสยองจนแทบจำไม่ได้ล้วนเป็นเพราะผลงานชิ้นเอกเมื่อตอนเที่ยง

ผู้ชายหลายร้อยคนบนมอเตอร์ไซค์ถูกรถคันนี้พุ่งชนจนกระเด็นออกข้างทาง บ้างก็ตัวลอยไปในอากาศและหล่นลงในคูน้ำไม่ก็หล่นลงบนพื้นถนน พร้อมกับมอเตอร์ไซค์เหล่านั้นที่พุ่งชนสวนเข้ามาด้วยความเร็วสูง... ตอนนี้สภาพของบีเอ็มดับบลิวเอ็กซ์หกเรียกได้ว่าแย่มาก แต่นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เครื่องยนต์และภายในไม่ได้รับผลกระทบอะไรนัก ซึ่งนั่นทำให้จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของรถคันนี้ (ผู้แปล : ผู้แต่งเป็นเซลล์ขายรถป่ะนิ...)

ในขณะนี้ จี้เฟิงนั่งอยู่ในที่นั่งของคนขับรถบนรถบีเอ็มดับบลิวเอ็กซ์หกของเขาที่ด้านหน้าพังยับ และซูหยวนก็นั่งอยู่บนที่นั่งด้านข้างคนขับ ทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถอย่างเงียบๆ จ้องมองไปที่ถนนข้างหน้าโดยไม่กะพริบตา

ห่างออกไปทางด้านหลังของรถบีเอ็มดับบลิวเอ็กซ์หกประมาณ 30 ถึง 40 เมตร มีรถตู้สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ ซึ่งในนั้นมีโจวเฟยเฟยและบอดี้การ์ดหลายคนของเธอนั่งอยู่

รถของพวกเขาอยู่ด้านหนึ่งของถนน แต่ไม่ได้จอดอยู่บนถนน มันถูกซ่อนไว้ในป่าข้างๆ มีเพียงแสงไฟสลัวๆของไฟถนนส่องผ่านกิ่งไม้ผ่านมาเท่านั้นถึงจะพอมองเห็นโครงร่างของรถทั้งสองคันได้

“บอส คุณแน่ใจใช่มั้ยว่าพวกเขาจะผ่านถนนสายนี้จริงๆ?” ในความมืด เสียงของซูหยวนได้ทำลายความเงียบของค่ำคืน และดูเหมือนเธอจะมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “ถ้าพวกเขาไม่ผ่านมาทางนี้ มันจะไม่กลายเป็นว่าเราได้แต่นั่งรออยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยหรอกเหรอคะ?”

จี้เฟิงไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงจ้องมองตรงไปข้างหน้าและพูดขึ้นเบาๆ “ซูหยวน ใจเย็นๆ หนักแน่นเข้าไว้ ตอนนี้บอดี้การ์ดของเฟยเฟยกำลังติดตามซูหลงอยู่ พวกนั้นกำลังมาตามถนนสายนี้ มุ่งหน้ามาทางเรา ดังนั้นอย่ากังวล พวกนั้นจะต้องผ่านมาทางนี้อย่างแน่นอน มันเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา!”

ซูหยวนพยักหน้าเล็กน้อย แต่ในใจเธอกลับยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าเดิม เมื่อคิดถึงว่าต้องเผชิญหน้ากับคนที่ฆ่าแม่ของตัวเอง มันทำให้เธอรู้สึกประหม่าโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังมีอารมณ์ที่ซับซ้อนอื่นๆแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้ ซึ่งอารมณ์พวกนั้นมันทำให้เธอไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันยังไง จึงได้แต่หายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเอง

จี้เฟิงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามขึ้นว่า “ซูหยวน ถ้าซูหลงตกอยู่ในมือเธอจริงๆ เธอตั้งใจจะจัดการกับเขายังไง?”

“อ่า...”

ซูหยวนชะงักและนิ่งไป แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พูดว่า “ฉันจะฆ่าเขา!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม “แค่ได้ยินเธอตอบแบบนี้ ฉันก็รู้แล้วล่ะว่าเธอจะไม่ทำแบบนั้นอย่างแน่นอน เอาดีๆ เธอคิดไว้หรือยังว่าจะทำยังไง?”

ซูหยวนไม่รู้จะตอบยังไง จึงได้แต่นิ่งเงียบไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเคยคิดแค่ว่าจะหาทางจัดการกับผู้ชายคนนั้นให้ได้ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะจัดการกับเขาอย่างไร ผู้ชายที่ชื่อซูหลง ผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลยแม้แต่วันเดียว แต่เขาคือพ่อแท้ๆของเธอ!

เธอกัดฟันด้วยความโกรธแค้นนับครั้งไม่ถ้วน เฝ้ารอวันที่จะได้แก้แค้นให้แม่ของเธอ ฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้ฆ่าสัตว์ร้ายตัวนี้ด้วยมือของเธอเอง ทำให้แม่และตาของเธอได้นอนตายตาหลับ...

แต่ตอนนี้ แม้ว่าซูหยวนจะยังไม่เคยเห็นชายคนนี้ แต่หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้เมื่อนึกถึงเรื่องนี้

และเมื่อเวลาผ่านไป อารมณ์ที่ซับซ้อนและขัดแย้งกันได้ทวีคูณมากขึ้นจนทำให้เธอรู้สึกสับสน ใจหนึ่งเธอก็หวังว่าซูหลงจะผ่านถนนสายนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ต้องการให้เขาผ่านถนนสายนี้...

ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เธอต้องการให้ซูหลงตาย แต่เมื่อความจริงนั้นใกล้เข้ามา เธอกลับไม่อยากให้เขาตาย.... มันซับซ้อนและขัดแย้งกันไปหมด

ดูเหมือนว่าจี้เฟิงจะสัมผัสได้ถึงความวิตกกังวลใจของซูหยวน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เอาอย่างนี้มั้ยซูหยวน เธอกลับไปพักผ่อนที่วิลล่าก่อน...”

“ไม่!”

ซูหยวนส่ายหน้าและปฏิเสธทันที “ครั้งหนึ่งฉันเคยสาบานที่หลุมฝังศพของแม่ว่าฉันจะล้างแค้นให้เธอ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าซูหยวนคงต้องรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในการตัดสินใจแบบนี้

สำหรับซูหยวน ไม่ว่าเธอต้องการล้างแค้นให้แม่ของเธอหรือไม่ก็ล้วนเป็นทางเลือกที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง

การที่เธอต้องเผชิญหน้ากับพ่อแท้ๆของเธอแบบตัวต่อตัวเพื่อล้างแค้น มันเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะมีใครเข้าใจ

แต่ถ้าซูหยวนตัดสินใจไม่แก้แค้น ทุกครั้งที่เธอหลับตา เธอจะนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของแม่และเหตุการณ์ก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิต แล้วจะปล่อยให้แม่ของเธอตายโดยที่ผู้กระทำยังลอยนวลอยู่ได้อย่างไร?

สำหรับซูหยวน นี่เป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และไม่ว่าเธอจะเลือกวิธีไหน มันก็เป็นการกระทำที่ทำให้หัวใจสลาย!

จนกระทั่งตอนนี้ ซูหยวนก็ยังคงดิ้นรนในการเลือกเส้นทางที่ยากลำบากและเจ็บปวดนี้

แล้วจะมีสักกี่คนที่เข้าใจความเจ็บปวดเช่นนี้?

ในคืนที่มืดมิด จี้เฟิงหันไปด้านข้างและมองใบหน้าที่เป็นสีแดงเล็กน้อยของซูหยวน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร เมื่อสิบปีก่อน ซูหยวนในช่วงอายุที่ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ครอบครัวของเธอต้องถูกทำลาย ยิ่งกว่านั้นมันเป็นการทำลายจากคนในครอบครัวของเธอเอง ซ้ำร้ายยังต้องหลีกหนีจากการถูกตามล่าของพี่ชายต่างแม่...

เธอในเวลานั้น จะตกอยู่ในความรู้สึกเช่นไร? จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป? เบื้องหน้าคงเต็มไปด้วยความมืดมน...

“ซูหยวน...” จี้เฟิงมองไปที่ซูหยวนที่สวมผ้าพันคอโดยเปิดเพียงแค่ใบหน้าและเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“คะ?” ซูหยวนตอบอย่างเป็นกันเอง “มีอะไรเหรอ?”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ฉันมีอะไรที่อยากจะพูดสักสองสามคำ เอ่อ... คือ ฉันมีแฟนแล้ว ฉันคิดว่าเธอคงรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่มั้ย?”

“ฉันรู้” หัวใจของซูหยวนเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่เธอยังคงพยักหน้าด้วยสีหน้าเฉยเมย

“ดังนั้น...” จี้เฟิงลังเลเล็กน้อย และในชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และในที่สุดเขาก็ได้แต่ส่ายหัวและยิ้ม “ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแฟนฉันคนหนึ่ง เอ่อ... คนที่จดทะเบียนเป็นเจ้าของโรงงานน่ะ ก่อนหน้านี้เธอเป็นครู แต่ตอนนี้เธอลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วและอาจมาทำงานในโรงงานผลิตยาในปีหน้า”

ห๊ะ?!

ซูหยวนผงะไปทันที ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และในขณะเดียวกันก็ค่อนข้างประหม่า “บอส.. สรุปคือแฟนของคุณจะมาทำงานที่โรงงาน?”

“ใช่!”

จี้เฟิงพยักหน้าและพูดว่า “เธอเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียน แต่มีปัญหานิดหน่อยในการทำงาน เธอก็เลยลาออกและตัดสินใจที่จะเรียนรู้การบริหารโรงงานผลิตยา เมื่อถึงเวลานั้นฉันคงต้องให้เธอช่วยดูแลแล้วก็สอนงานแฟนของฉันน่ะ”

“ไม่มีปัญหา! ตราบใดที่เธอเต็มใจที่จะเรียนรู้ ฉันสามารถสอนทุกอย่างที่ฉันรู้ให้เธอได้!” ซูหยวนพยักหน้าทันทีด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าหัวใจของเธอจะรู้สึกจี๊ดๆเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้แสดงมันออกมาทางสีหน้าเลย

เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างฝืนของเธอ จี้เฟิงก็เปิดปากของเขาเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็หุบปากลงและกลืนคำพูดทุกคำลงท้องไป

เวลานี้ ไม่ว่าจะพูดอะไร ก็ดูเหมือนจะไม่สมควรไปเสียหมด...

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากวันนั้น วันที่ทั้งสองคนมีบรรยากาศที่ค่อนข้างคลุมเครือ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษระหว่างพวกเขาสองคน แต่กลับไม่มีอะไรชัดเจน มันยิ่งทำให้คำพูดที่จะพูดในวันนี้แตกต่างไปจากทุกที

ตอนแรก จี้เฟิงอยากจะถามซูหยวนว่าเธอคิดอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด จี้เฟิงอยากจะรู้ว่าในใจของเธอนั้นมองเขาในฐานะไหน เจ้านายหรือผู้ชายคนหนึ่งที่สามารถพัฒนาไปเป็นแฟนของเธอได้?

แต่เมื่อคำพูดมาถึงปากของเขา คำถามที่ถามออกไปก็เปลี่ยนไป จี้เฟิงไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามคำถามดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงเลี่ยงและเปลี่ยนเรื่องไปเป็นเรื่องของเซียวหยูซวน

แต่สำหรับจี้เฟิง ความรู้สึกในวันนั้นยังคงอยู่ในใจของเขา มันทำให้เขาค่อนข้างรู้สึกค้างคาใจเล็กน้อย

ไม่รู้ว่าซูหยวนกำลังคิดอะไรอยู่ เธอแค่นิ่งเงียบไป และตอนนี้บรรยากาศในรถก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น ไม่ว่าอะไรก็ตาม เมื่อมีความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะกลายเป็นเรื่องอึดอัดและลำบากไปในทันที ในอดีตที่มาผ่าน ระหว่างเขากับซูหยวนไม่มีความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นนี้ การพูดคุยสื่อสารเป็นไปอย่างสบายๆ ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่เคยประสบกับเหตุการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไป

“......”

“ฟืด~~!”

จี้เฟิงลดกระจกหน้าต่างลง เขาจุดบุหรี่และสูบมันอย่างสบายๆ ลมเย็นที่พัดเข้ามาจากทางหน้าต่างทำให้หัวสมองและร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายมาก

ในตอนนี้ จี้เฟิงได้ตัดสินใจแล้ว มันดีกว่าที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับซูหยวนดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการจับซูหลง และในขณะเดียวกันเขาก็ต้องเอาหลักฐานสำคัญเหล่านั้นมาให้ได้

“บรื้นนนน~~!!”

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังมาแผ่วๆ

สีหน้าของจี้เฟิงชะงักนิ่งไปทันที เขาลดหน้าต่างลงจนสุด และสูดควันหนักๆสองสามครั้งก่อนจะดับก้นบุหรี่จากนั้นก็จ้องตรงไปที่ถนนข้างหน้า

แสงจากไฟหน้ารถเป็นสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรก จี้เฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อยและมองอย่างระมัดระวัง เขาพบว่ามีรถสามคันกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา ที่ด้านหลังของรถสามคันนั้นดูเหมือนจะมีรถหลายคันตามมา ลักษณะเหมือนกำลังไล่ตามรถสามคันข้างหน้า... แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลเกินไปทำให้จี้เฟิงมองเห็นได้ไม่ชัดเจน

“Rrrrrr~!!”

ในตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของจี้เฟิงก็ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาทันทีและมองไปที่หน้าจอ และพบว่าผู้ที่โทรมาคือซูยาหยุน

เมื่อสองวันก่อน ตอนที่ร่วมโต๊ะทานอาหารกัน จี้เฟิงได้แลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กับซูยาหยุน ซึ่งมันเป็นไปตามมารยาท อันที่จริง จี้เฟิงเองก็รู้สึกได้ว่าทัศนคติของซูยาหยุนที่มีต่อเขาไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่คิดว่าจะมีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรงระหว่างพวกเขาทั้งสอง

แต่ตอนนี้ซูยาหยุนโทรหาเขาโดยตรง มันจึงทำให้จี้เฟิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้เพียงแค่แวบผ่านเข้ามาเท่านั้น จี้เฟิงกดรับโทรศัพท์และพูดขึ้นทันที “ครับหัวหน้าซู จี้เฟิงพูดสายอยู่ครับ...”

หลังจากที่จี้เฟิงพูดจบ เสียงของซูยาหยุนก็ดังขึ้น “คุณชายจี้ ซูหลงและพรรคพวกกำลังขับรถไปทางคุณ ระวังตัวให้ดีอย่างประมาทเด็ดขาด มีบอดี้การ์ดมากฝีมือและนักต่อสู้ระดับปรมาจารย์อยู่รอบตัวเขา ตัวซูหลงเองก็มีฝีมือไม่ธรรมดา เรียกได้ว่าแข็งแกร่งมาก... นอกจากนั้นพวกเขายังมีอาวุธ...”

ซูยาหยุนพูดอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงฟังดูรีบร้อนมาก เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์เร่งด่วนมากแล้ว “ว่าแต่บอดี้การ์ดของคุณตอนนี้อยู่ที่ไหน? ยังอยู่ข้างๆคุณหรือเปล่า? รีบสั่งให้เขาเตรียมตัวให้พร้อม มีแค่เขาเท่านั้นที่จะหยุดซูหลงและคนอื่นๆได้!”

“แข็งแกร่งมาก?”

จี้เฟิงพูดซ้ำคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ แต่ไม่ได้มีความกลัวแสดงออกบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันเต็มไปด้วยความสนใจ เขาเพ่งมองไปยังเบื้องหน้าที่รถเหล่านั้นกำลังขับเคลื่อนมายังทิศทางที่เขาอยู่แล้วเอ่ยถามว่า “หัวหน้าซู มีทั้งหมดประมาณกี่คน?”

“อย่างน้อยก็สิบเจ็ดสิบแปดคนที่กำลังไปทางนั้น!” ซูยาหยุนพูด “นอกจากซูหลงและลูกชายของเขาแล้ว ยังมีสมาชิกหลักของแก๊งพยัคฆ์มังกรอีกหลายคน เป็นพวกระดับหัวหน้ากับผู้คุ้มกันของพวกเขา...”

“สิบเจ็ดสิบแปดคน...” จี้เฟิงมองไปที่รถสามคันข้างหน้าแล้วพูดว่า “เข้าใจแล้ว”

.......จบบทที่ 853 ~

จบบทที่ บทที่ 853 ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว