เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 835 ลองของสักหน่อยดีไหมนะ?(ตอนฟรี)

บทที่ 835 ลองของสักหน่อยดีไหมนะ?(ตอนฟรี)

บทที่ 835 ลองของสักหน่อยดีไหมนะ?(ตอนฟรี)


บทที่ 835 ลองของสักหน่อยดีไหมนะ?

“ที่ดึงแก๊งตงไห่เข้ามา ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ซูหยวนกับซูยาหยุนได้มาเจอได้มารู้จักกัน ฉันเคยบอกแล้วไง ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวระหว่างพวกเธอ และฉันก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ด้วย” จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการบางอย่างไว้อยู่แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ เพราะถ้าเกิดพังขึ้นมาตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องดี”

“พ่อคนความลับเยอะ!”

โจวเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองจี้เฟิง แต่ทันทีจากนั้นเธอก็ถามอีกครั้ง “คุณชายจี้ บอกฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?”

“บอกไม่ได้จริงๆ!” จี้เฟิงหัวเราะ

“คุณคิดว่าฉันโง่มากเลยสินะ?” โจวเฟยเฟยถามอย่างโกรธเคือง “แล้วพอคุณคิดว่าฉันโง่ คุณก็เลยรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งที่คุณคิดไว้ให้ฉันฟัง เพราะฉันก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไร!”

ห๊ะ?

จี้เฟิงอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นโจวเฟยเฟยโกรธ แต่แล้วเขาก็หัวเราะและพูดว่า “เฟยเฟย เธอไม่ได้โง่ แค่เราสองคนยืนกันอยู่คนละจุด ดังนั้นความคิดและมุมมองของเราค่อนข้างจะแตกต่างกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอโง่!”

“จริงเหรอ?!” โจวเฟยเฟยถาม

“เธอคิดว่าฉันพูดปลอบเพื่อเอาใจเธออยู่หรือไงล่ะ?” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเซ่อๆ

จากนั้นใบหน้าที่สวยงามของโจวเฟยเฟยก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและจ้องจี้เฟิงเขม็ง แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด... ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ปกติแล้วโจวเฟยเฟยเป็นผู้หญิงที่ฉลาด อย่างน้อยก็ในการดำเนินธุรกิจบางอย่าง หลังจากที่ศึกษามาปีสองปี ตอนนี้เธอสามารถควบคุมกลุ่มบริษัทเซิ่งฉีได้ทั้งหมด และจัดการได้อย่างดีเยี่ยม

แม้ว่าจะมีผู้จัดการมืออาชีพคอยช่วยเหลือในระหว่างกระบวนการนี้ แต่การทำงานพื้นฐานเหล่านั้นก็อยู่ในสายตาเธอทั้งหมด เธอสามารถค้นหาปัญหาในการดำเนินงานของบริษัทได้จากตัวเลขและรายงานจำนวนมาก ทำให้รู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ด้านล่างมีการโกงหรือไม่

สิ่งเหล่านี้ต้องการมากกว่าแค่ประสบการณ์ ความเฉลียวฉลาด สายตาและจิตใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ต่อหน้าจี้เฟิง โจวเฟยเฟยรู้สึกว่าสมองของเธอไม่เพียงพอ ตัวอย่างเช่นแผนการขั้นแรกของเขาเมื่อคืนนี้ มันทำให้เธอพยายามคิดและตีความอยู่นานสุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ จนกระทั่งเธอกลับถึงบ้าน ได้คำอธิบายจากคุณปู่ เธอถึงจะเข้าใจเหตุและผลต่างๆที่ซ่อนอยู่ในความตั้งใจของจี้เฟิง

มาคิดดูตอนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอโง่เกินไปแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?!

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินจี้เฟิงพูดแบบนั้น โจวเฟยเฟยก็รู้สึกได้ทันทีว่าเมื่อเธออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้เธอกลายเป็นคนโง่เง่า....

โจวเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโหวงๆในใจ นี่เธอตกหลุมรักผู้ชายคนนี้จริงๆหรือ?

“คุณชายจี้ ฉันยังมีคำถามที่จะถามคุณ!” หลังจากหยุดไปชั่วคราว โจวเฟยเฟยก็พูดทันที

“มีอะไรก็พูดมาได้เลย!” จี้เฟิงหัวเราะ

“ที่ฉันอยากถามก็คือ ถ้าคุณมีแฟนอีกคน แล้วแฟนคนปัจจุบันรู้ เธอจะไม่ต่อว่าคุณเหรอ?” โจวเฟยเฟยถามด้วยท่าทางแปลกๆ

“ห๊ะ?!”

เมื่อจี้เฟิงได้ยินคำถามนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจและไม่ทันได้สังเกตท่าทางของโจวเฟยเฟย “ยังไงดีล่ะ.. เออ! กี่โมงแล้วเนี่ย เฟยเฟย! ฉันว่าเราสั่งอาหารกันก่อนดีกว่า ซูยาหยุนน่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ!”

โจวเฟยเฟยระงับความคิดเพ้อเจ้อของเธอลงทันทีก่อนจะยิ้มและพูดว่า “ได้สิ แล้วคุณชายจี้ชอบทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้าให้ฉันแนะนำ ปูขนของที่นี่ดีที่สุดในย่านนี้เลย แต่ไม่รู้ว่าคุณชายจี้จะชอบหรือเปล่า หรือทานจนเบื่อแล้วก็ไม่รู้”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม “ลืมเรื่องปูขนไปได้เลย ฉันไม่สั่งอาหารตามเทรนด์แน่นอน เอาพวกอาหารเป็นจานๆมาดีกว่า สั่งมาเท่าที่เราจะกินก็พอ!”

สำหรับสิ่งที่เรียกว่าปูขน จี้เฟิงไม่กล้าที่จะเชยชมมันด้วยซ้ำ

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปูขนเหมือนกำลังแผ่ขยายอิทธิพล มันฮอตฮิตไปทั่วตลาดประเทศจีน!

และด้วยความนิยมที่เฟื่องฟูนี้ ราคาของปูขนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นราคาที่โอเวอร์เกินไปมาก แต่ราคายิ่งแพง คนก็ยิ่งซื้อมากขึ้น จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวให้กับค่านิยมแบบนี้ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!

ในความเป็นจริง เขาเชื่อว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงการยืนยันประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า “สินค้าฟุ่มเฟือยเอาไว้ขายคนจน!”

อีกอย่าง ของพวกนี้ส่วนใหญ่ คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ... และแน่นอน แม้ว่าจะเป็นประโยคแดกดันแต่มันก็เป็นความจริง

ดังนั้นเมื่อพูดถึงปูขนตัวนี้ จี้เฟิงก็ส่ายหัวทันที เทรนด์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่จะต้องทำตาม มิฉะนั้นแม้ว่าคุณจะมีเนื้อมังกรอยู่ในปากก็คงไม่อร่อยอยู่ดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสั่งปูขนในนัดที่มีการพูดคุยเป็นหลัก อาหารไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญตัวนี้มันเท่ากับค่าครองชีพของเขาหลายเดือน!

“ไม่ได้เสียเงินสักหน่อย จะกลัวอะไร?” โจวเฟยเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

จี้เฟิงยิ้มแหยๆ “ไม่อยากคุ้นเคยกับการกินอยู่อะไรที่มันแพงๆน่ะ พยายามอยู่ให้ไกลกับอะไรพวกนี้ให้ได้มากที่สุด เป็นสามัญชนตัวน้อยๆตามแบบฉบับของฉันเหมือนเดิมดีกว่า!”

“ใครเป็นสามัญชนตัวน้อยๆนะ?!” โจวเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เธอไม่รู้จะพูดยังไงเลยจริงๆ ถ้าอย่างจี้เฟิงเป็นสามัญชนตัวน้อยๆ แล้วเธอจะเรียกว่าเป็นอะไร?

“ฉันไง ไม่ว่าภายนอกจะเป็นยังไง แต่หัวใจของฉันก็คือสามัญชนคนทั่วไป นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!” จี้เฟิงยิ้ม

โจวเฟยเฟยยิ้มและพูดว่า “โอเคๆ อยากเล่นบทคนจนก็ตามสบาย แต่ฉันคิดว่าคนอย่างคุณชายจี้คงไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าชีวิตคนทั่วไปเป็นอย่างไร... อยากทานอะไรก็สั่งเลยแล้วกันนะคะ!”

“ฉันเนี่ยนะไม่เคยเห็นว่าชีวิตคนธรรมดาเป็นยังไง?” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและหัวเราะ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทำงานหนักของคนยากจนเป็นยังไงมากกว่าตัวเขา? แม้ว่าเขาจะคิดแบบนี้อยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้ง บางสิ่งบางอย่างแค่รู้ดีอยู่แกใจก็พอ ไม่จำเป็นต้องบอกเล่าเก้าสิบให้ทุกคนได้รู้

ความลำบากในอดีตยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจและนึกถึงมันอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยพลัง ปกติแล้วคนเช่นนี้จะมีปมด้อยอยู่ในใจ ทำให้ดูแคลนคนยากจนเหล่านั้น คิดว่าตัวเองสูงส่งและมีรสนิยมที่ดีเลิศ แต่แท้จริงแล้วพวกเขานั้นมีจิตใจที่ว่างเปล่า

ความสงบที่แท้จริงคือการเปิดใจ ไม่อับอายอดีตที่เคยยากจนและไม่หลงมัวเมาไปกับความร่ำรวย

นี่คือเหตุผลที่จี้เฟิงคนปัจจุบันเข้าออกโรงแรมระดับไฮเอนด์และขับรถดีๆอาศัยอยู่ในวิลล่าราคาแพง แต่แนวคิดของเขายังคงเป็นคนสบายๆ ไม่เน้นย้ำการใช้ชีวิตตามเทรนด์ที่ฟุ่มเฟือยโดยเปล่าประโยชน์

ใช้แค่ของที่จำเป็นและหาซื้อได้ทั่วไป

ส่วนวัตถุภายนอกที่ฟุ่มเฟือยเหล่านั้น จี้เฟิงแทบไม่มองด้วยซ้ำไปและมันก็ไม่ใช่รสนิยมของเขา!

..........

ในขณะที่จี้เฟิงและโจวเฟยเฟยกำลังพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ซูยาหยุนซึ่งสวมเสื้อโค้ตขนสัตว์สีขาวและกางเกงสแล็คอย่างมีสไตล์ได้เดินเข้ามาในโรงแรมพร้อมกับผู้ติดตามอีกหลายคน

ทันใดนั้นพนักงานต้อนรับได้นำทางพวกเขามายังห้องอาหารส่วนตัวที่จี้เฟิงและโจวเฟยเฟยอยู่

และเมื่อพวกเขาเดินมาถึงประตู จู่ๆหลิวเจ๋อจุนก็ยื่นมือออกมาขวางซูยาหยุนและคนอื่นๆไว้ “พวกคุณเป็นใคร?!”

ทันใดนั้นหัวใจของซูยาหยุนและคนอื่นๆก็เต้นเร็วขึ้น ความหนาวเย็นแผ่ซ่านจากปลายมือและเท้าไล่ขึ้นไปที่สันหลังอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาก็รู้สึกขนหัวลุก

แรงกดดันที่ทำให้ขนลุกขนาดนี้นี่มันอะไรกัน!

ซูยาหยุนและคนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะอุทานอยู่ในใจ

“ฟึ่บ!”

หลิว ฉีชางรีบก้าวไปขวางหน้าซูยาหยุนทันที คนอื่นๆ ก็ขยับตัวและยืนล้อมซูยาหยุนเช่นกัน กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของพวกเขาตึงเครียดและมองไปที่หลิวเจ๋อจุนด้วยความระแวดระวัง “พี่ชาย บอสของเรามาที่งานเลี้ยงตามคำเชิญของคุณโจว มีปัญหาอะไรหรือไม่?”

“ชื่อ?” หลิวเจ๋อจุนถามเบาๆ

ซูยาหยุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ เธอผลักหลิว ฉีชางออกไปและพูดกับหลิวเจ๋อจุนอย่างสุภาพ “พี่ชาย ฉันชื่อซูยาหยุน เป็นหัวหน้าของกลุ่มตงไห่”

“ปรากฏว่าเป็นคุณซู เชิญครับ คุณโจวและเจ้านายของเรากำลังรอคุณอยู่ข้างใน” หลิวเจ๋อจุนพยักหน้าเล็กน้อย

“ขอบคุณมากพี่ชาย!” ซูยาหยุนมองหลิวเจ๋อจุนอย่างลึกล้ำจากนั้นก็เปิดประตูและเดินเข้าไป แต่ในใจของเธอมีความเคร่งเครียด ‘คนผู้นี้คือบอดี้การ์ดของโจวเฟยเฟยงั้นหรือ?!’

หลิว ฉีชางยืนอยู่ข้างนอกใกล้กับประตูพร้อมกับผู้ติดตามของซูยาหยุนอีกสองคน เพื่อคอยดูแลความเรียบร้อย

..........

“คุณโจว สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบนะคะ!” เมื่อเธอเดินเข้ามาข้างใน ซูยาหยุนก็เห็นโจวเฟยเฟยกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เธอพูดคุยและหัวเราะกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซูยาหยุนแอบรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่สุภาพและเป็นกันเองพร้อมกับเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

“หัวหน้าซู ถ้าคุณไม่ว่าอะไร เรียกฉันว่าเฟยเฟยหรือน้องสาวก็ได้ค่ะ!” โจวเฟยเฟยยืนขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง

“งั้นฉันจะเรียกคุณว่าเฟยเฟย ส่วนคุณก็เรียกฉันว่ายาหยุนก็แล้วกันนะคะ!” ซูยาหยุนหัวเราะเบาๆ

ผู้หญิงสองคนที่มีความงามที่หาได้ยากและมีเสน่ห์พอๆกันมายืนอยู่ด้วยกันทำให้ห้องอาหารแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาก ดวงตาของจี้เฟิงสว่างสดใสและตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่งดงามนี้ทันที

เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างลับๆ ด้วยคำทักทายง่ายๆไม่กี่คำ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงสองคนก็ใกล้ชิดกันขึ้นมาก วิธีการสื่อสารเช่นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้หญิงจริงๆ และเขาก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้ถึงแม้ว่าจะต้องการก็ตาม แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีนี้มีประโยชน์มากทีเดียว

“พี่ยาหยุน ให้ฉันแนะนำก่อนนะคะ นี่คือคุณชายจี้ เป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ” โจวเฟยเฟยผายมือไปทางจี้เฟิง

ซูยาหยุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ยังคงมีรอยยิ้มที่สุภาพอยู่บนใบหน้าของเธอ “สวัสดีค่ะคุณชายจี้”

จี้เฟิงยิ้มและพยักหน้าเป็นการทักทาย เป็นเพราะว่าตัวเอกในวันนี้คือโจวเฟยเฟย แม้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วยแต่ก็มีฐานะเป็นเพียงแค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ

แต่หารู้ไม่ว่าท่าทางของเขาในสายตาของซูยาหยุน มันเป็นสไตล์ของพวกคุณชาย

จากมุมมองของซูยาหยุน นี่อาจเป็นคุณชายจากตระกูลใดสักตระกูลหนึ่งที่กำลังทำคะแนนเพื่อตามจีบโจวเฟยเฟย หรือไม่ก็เป็นนายน้อยจากตระกูลโจว สำหรับคนประเภทนี้ ซูยาหยุนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ดังนั้นหลังจากทักทายตามมารยาทแล้ว เธอก็ไม่คิดจะเสวนากับจี้เฟิงอีก

“พี่ยาหยุน แล้วคนนี้คือ...” โจวเฟยเฟยชี้ไปที่ชายหนุ่มหน้าตาสุภาพที่เดินมาพร้อมกับซูยาหยุนและถามด้วยรอยยิ้มว่า “แฟนของพี่หรือเปล่าคะ?”

“อ๋อ ไม่ใช่ค่ะ เขาชื่อจ้าว หยาฟ่าน เป็นผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มเรา” ซูยาหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

........

ที่ด้านนอกห้องอาหารส่วนตัว หลิว ฉีชางที่ใบรอยแผลเป็นบนใบหน้ายืนอยู่ใกล้กับประตู กำลังมองไปที่หลิวเจ๋อจุนที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆทางสีหน้า และอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ ‘ถ้ามองจากภายนอก ผู้ชายคนนี้ถือได้ว่าน่ากลัวไม่เบา ดูแล้วทำให้รู้ได้เลยว่าเขาคือผู้ชายที่มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา!’

แต่สิ่งที่เขารู้สึกโมโหขึ้นมาก็คือหลังจากที่เขาถูกสายตาของหลิวเจ๋อจุนมองมา เขากลับรู้สึกกลัวขึ้นมาในใจจริงๆ!

สิ่งนี้ทำให้หลิว ฉีชางผู้ซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองรู้สึกหงุดหงิดเอามากๆ กี่ครั้งแล้วที่เขาเลียเลือดจากคมมีดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วคนอย่างเขาจะกลัวเด็กหนุ่มที่ทำท่าน่าเกรงขามคนนี้เนี่ยนะ?!

“จะลองของกับไอ้หมอนี่ดีมั้ยนะ..” หลิวฉีชางลูบแผลเป็นที่คางของเขาด้วยท่าทางครุ่นคิด ใจของเขาเรียกร้องให้สั่งสอนบทเรียนให้กับหลิวเจ๋อจุนที่กล้าทำให้เขาตกใจกลัวโดยไม่ทันตั้งตัวเพื่อกู้คืนหน้ากลับมา

.....จบบทที่ 835 ~

จบบทที่ บทที่ 835 ลองของสักหน่อยดีไหมนะ?(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว