เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 787 เกลียด!(ตอนฟรี)

บทที่ 787 เกลียด!(ตอนฟรี)

บทที่ 787 เกลียด!(ตอนฟรี)


บทที่ 787 เกลียด!

ชายวัยกลางคนที่ยืนคุยกับเซียวหยูซวนมีอายุประมาณ 50 ปี เขาเป็นคนที่ไม่ได้สูงมาก น่าจะสูงประมาณ 170 เซนติเมตร เพราะเมื่อเทียบกับเซียวหยูซวนที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้สูงกว่าเซียวหยูซวนด้วยซ้ำ

ชายคนนี้สวมชุดสูท และเสื้อโค้ตสีดำ รองเท้าหนังถูกขัดเป็นมันเงา แต่เพราะร่างกายที่อ้วนท้วมและมีพุงที่ใหญ่ ทำให้บุคลิกของเขาดูแย่ลงไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังดูเป็นผู้นำหรืออย่างน้อยก็เป็นอาจารย์หัวหน้าแผนก

ในตอนนี้ ชายวัยกลางคนกำลังพูดคุยด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วร่างของเซียวหยูซวนเป็นครั้งคราวอย่างแนบเนียน แต่จี้เฟิงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทุกครั้งที่สายตาของชายวัยกลางคนมองไปที่เรือนร่างของเซียวหยูซวน มันจะมีความปรารถนาเล็กน้อยอยู่ในแววตาของเขา

หรือว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็นพวกเฒ่าหัวงู?

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย

เมื่อเห็นเซียวหยูซวนมีท่าทีอึดอัด และนานๆทีก็มองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาเขาอยู่ จี้เฟิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบก้าวไปข้างหน้าทันที

“อะแฮ่ม...”

จี้เฟิงกระแอมไอ ซึ่งเป็นการดึงดูดความสนใจของชายวัยกลางคนและเซียวหยูซวนทันที และเมื่อเห็นทั้งสองคนหันมา เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า “อาจารย์เซียว คุณบอกว่าจะช่วยสอนการบ้านให้ผม ตอนนี้คุณพอจะมีเวลามั้ย?”

“อะไร?!”

ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วและพูดอย่างเคร่งขรึม “นักศึกษา ไม่เห็นหรือว่าผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่? จู่ๆ จะมาพูดแทรกแบบนี้ได้ยังไง ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ฉันกำลังคุยธุระอยู่ เธอคิดว่าการบ้านของเธอมันสำคัญกว่าธุระของอาจารย์รึไง?!”

“ห๊ะ?”

จี้เฟิงตกตะลึง เขามองชายวัยกลางคนด้วยความประหลาดใจก่อนจะขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า “คุณพูดอะไรของคุณ ทำไมการบ้านของผมมันจะสำคัญกว่าธุระของคุณไม่ได้?”

“นี่! นักศึกษา! ระวังน้ำเสียงด้วย ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอนะ!” ใบหน้าของชายวัยกลางคนมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เขาหายใจแรงขึ้นเล็กน้อยและพูดอย่างเย็นชา “รีบไปให้ไกลๆเลย แล้วคราวนี้ฉันจะยังไม่ถือสาอะไร ไม่อย่างนั้นละก็... ฮึ่ม!”

“รีบไปไกลๆเลย ไม่อย่างนั้นละก็...” จี้เฟิงทำเสียงล้อเลียน แต่ในใจเขารู้สึกโกรธมาก เขายิ้มเยาะและกล่าวว่า “นี่ลุง! บอกว่าตัวเองเป็นผู้นำ แต่มาทำตัวไร้ยางอายแบบนี้มันใช้ได้เหรอครับ?”

“ไอ้เด็กเวร! แกพูดว่าไงนะ?” ชายวัยกลางคนสบถด่าออกมาทันทีเมื่อได้ยินจี้เฟิงที่เป็นแค่นักศึกษาพูดกับเขาแบบนั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธ เขาจ้องมองไปที่จี้เฟิงและกัดฟัน “ถ้าเธอเก่งกล้ามากพอ ก็ลองพูดแบบเมื่อกี้นี้อีกครั้งสิ!”

“จะให้พูดสามครั้งสี่ครั้งก็ไม่มีปัญหา ฟังให้ดีนะ ฉันบอกว่า เป็นผู้นำแต่มาทำตัวไร้ยางอายแบบนี้มันใช้ได้เหรอ? คนที่ควรจะไปไกลๆน่าจะเป็นลุงมากกว่านะ!” จี้เฟิงเหยียดริมฝีปากและพูดอย่างดูถูก “ขอถามหน่อยนะ เงินเดือนที่ได้อยู่ทุกเดือนๆ เสื้อผ้าที่ใส่ บ้านที่เอาไว้ซุกหัวนอน... เอามาจากไหนเหรอ? ไม่ใช่ว่าได้มาจากค่าเทอมของนักเรียนรึไง? กล้าดียังไงมาบอกว่าธุระของคุณสำคัญกว่าของนักเรียน ต้องหน้าด้านไร้ยางอายขนาดไหนถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมา? สงสัยการศึกษาที่เรียนมาจะคืนสถาบันเก่าไปหมดแล้ว!”

ปกติแล้ว ด้วยนิสัยของจี้เฟิง เวลาที่พบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เขามักจะยิ้มบางๆและไม่สนใจมัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับเหอหงเหว่ยและโจวเฟยเฟยที่โรงแรมเหวยเซียงจูบนถนนจินหลิงเมื่อไม่นานมานี้ และได้พบกับครูผู้หญิงที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ความคิดของจี้เฟิงก็เปลี่ยนไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นท่าทางที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยงของผู้หญิงคนนั้น จี้เฟิงกัดฟันด้วยความรู้สึกเกลียดชัง และไม่เข้าใจว่าคนประเภทนี้มาเป็นครูได้อย่างไร!

จากนั้นก็ได้ยินเรื่องที่กลุ่มนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศเจี๋ยเผิงกำลังมา แล้วทางมหาวิทยาลัยก็เริ่มออกประกาศจำกัดสิ่งนั้นสิ่งนี้ ออกกฎระเบียบต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่กลุ่มนักศึกษาเจี๋ยเผิง พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่จี้เฟิงรังเกียจอย่างยิ่ง และตอนนี้ เขาได้เห็นครูอาจารย์หรือไม่ก็ผู้นำสักตำแหน่งหนึ่งในสถาบันศึกษาพูดเรื่องไร้สาระเช่นนี้ ความโกรธในหัวใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และแทบจะไม่สามารถควบคุมมันได้

คนพวกนี้เติบโตมาโดยการกินขี้เป็นอาหาร สมองถึงไม่ได้รับการพัฒนา!

“สมองคงมีแต่ขยะ ถึงได้คิดอะไรแบบนี้!” จี้เฟิงชี้ไปที่ชายวัยกลางคนและยิ้มอย่างเหยียดหยัน “ตอนนี้ออกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้ว อย่าให้ฉันเห็นหน้าคุณอีก รำคาญลูกตา!”

“จี้เฟิง! หยุดพูดเดี๋ยวนี้!” เซียวหยูซวนตกใจมาก เธอรีบห้ามจี้เฟิงทันที อะไรทำให้จี้เฟิงหงุดหงิดได้ขนาดนี้?

เธอรีบกล่าวขอโทษชายวัยกลางคน “อาจารย์เกา อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ เขายังเด็ก ยังไม่รู้อะไรควรพูดไม่ควรพูด....”

เมื่อเห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนมืดมนและน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ เซียวหยูซวนก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ดูเหมือนว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่อาจทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เธอจึงเงียบไป

“แก แก...”

ชายวัยกลางคนชี้ไปที่จี้เฟิง ริมฝีปากของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลว!”

“แม่แกสิ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะด่ากลับ เขากัดฟันและพูดว่า “ฟังไว้ให้ดี ใหญ่โตกว่าคุณ ผมก็เจอมาแล้ว ผู้นำที่เพิ่งหัดทำตัวสารเลวแบบคุณน่ะเหรอ? ยังอ่อนหัดนัก!”

เขาคว้ามือเซียวหยูซวน “ไปกันเถอะ!”

“แก! หยุด!” ชายวัยกลางคนตะโกน

กึก!

จี้เฟิงหยุดชะงักทันทีและหันกลับมาจ้องมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เย็นชา “ทำไม? ยังโดนด่าไม่พอเหรอ?”

ในขณะที่จี้เฟิงหันกลับมาจ้องมอง ชายวัยกลางคนก็หยุดชะงักโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ความรู้สึกเย็นยะเยือกแทรกซึมไปจนถึงกระดูกสันหลัง จากนั้นมันก็แพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว

การที่ถูกสายตาของจี้เฟิงจ้องมองมาอย่างเย็นชาทำให้ร่างกายของชายวัยกลางคนแข็งทื่อราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และรู้สึกเหมือนกับมีใครบางคนบีบหัวใจของเขาไว้และทำให้เขาหายใจลำบาก

การจ้องมองแบบนี้ทำให้เขาตัวสั่นเล็กน้อย และแม้แต่ความโกรธที่อยากจะระเบิดออกก็ดับลงในทันที

จี้เฟิงยกมือขึ้นและชี้ไปที่หน้าเขาจากนั้นก็ลากเซียวหยูซวนและเดินจากไป

“แฮ่ก.. แฮ่ก..” ชายวัยกลางคนมองไปที่ด้านหลังของเซียวหยูซวนและจี้เฟิงด้วยความสับสน เขารู้สึกโกรธมากจนหอบหายใจอย่างรุนแรง แต่ความกลัวที่ผุดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้

สายลมพัดกระโชกแรง ทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกขนลุกซู่และรู้สึกเย็นที่แผ่นหลัง และตอนนั้นเองเขาก็ได้รู้ว่าหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อที่เย็นยะเยือก!

“สายตาของนักเรียนคนนี้...” ชายวัยกลางคนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก และเขาก็รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นักที่จะยอมรับว่าเมื่อครู่นี้เขาหวาดกลัวสายตาของนักเรียนจริงๆ

“ไอ้เด็กนรก!”

ชายวัยกลางคนที่เซียวหยูซวนเรียกว่าอาจารย์เกากัดฟันและตะคอกด้วยเสียงต่ำ

เมื่อครู่นี้ที่เขาเรียกจี้เฟิงเอาไว้ เป็นเพราะเขาจะถามว่าจี้เฟิงเรียนปีไหนคณะอะไร แต่จู่ๆเขาก็รู้สึกกลัวสายตาของจี้เฟิง รู้ตัวอีกทีก็มองเห็นแผ่นหลังของจี้เฟิงและเซียวหยูซวนหายวับไปที่มุมตึกแล้ว

‘สงสัยฉันจะต้องไปถามอาจารย์เซียวทีหลังแล้วว่าไอ้เด็กนรกนี่มันเรียนอยู่ปีไหนคณะอะไร กล้าพูดจาหยาบคายดูหมิ่นอาจารย์แบบนี้ ต้องไล่ออกสถานเดียว!’ อาจารย์เกากัดฟันและพูดกับตัวเองในใจอย่างโกรธแค้น

………………..

ในเวลานี้ จี้เฟิงและเซียวหยูซวนไม่รู้ว่าอาจารย์เกาทั้งตกใจและโกรธมาก

พวกเขาสองคนกำลังเดินอยู่บนถนน เซียวหยูซวนบ่นอย่างไม่พอใจ “จี้เฟิง! วันนี้นายเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้หงุดหงิดอารมณ์เสียขนาดนั้น นายพูดจาหยาบคายและชี้หน้าใส่อาจารย์แบบนั้นไม่กลัวโดนทำโทษเหรอ?!”

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือพวกที่เอาเงินคนอื่นแต่ไม่ทำอะไรเลย ในฐานะครู พวกเขามีเงินเดือน แต่ก็ยังทำทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้เพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุดจากลูกศิษย์ คนที่เป็นแพทย์ ก็พยายามหาเงินจากผู้ป่วย... ถ้าพวกเขาทำงานเพื่อแลกเงิน มันก็ไม่เท่าไหร่หรอก เพราะทุกคนต้องการเงินเพื่อดำรงชีวิต! แต่สุดท้ายพวกเขากลับไม่เคยรู้จักพอ!”

“แล้วนายไม่พอใจอะไร?” เซียวหยูซวนถาม

“ก็ไอ้พวกที่ไม่ทำอะไรเลยแม้ว่าจะหาเงินได้เพิ่มมากขึ้นแล้วยังไงล่ะ! อะไรคือความแตกต่างของคนพวกนี้กับโจร?” จี้เฟิงพูดอย่างโกรธเคือง “ไม่สิ! ฉันพูดผิดไป ไม่ใช่ไม่แตกต่าง มันต่างกันมากเลยล่ะ เพราะอย่างน้อยโจรก็ยังปล้นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเปิดเผย แต่ไม่ใช่กับคนพวกนั้น!”

เซียวหยูซวนไม่ได้พูดอะไร เธอรับฟังจี้เฟิงอย่างเงียบๆ เพราะสิ่งที่จี้เฟิงพูดนั้นเป็นเรื่องจริง

“ลืมมันไปซะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์เสีย และฉันก็เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเรื่องนี้ไม่ได้ด้วย!” จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อย “ตราบใดที่ฉันไม่ต้องไปเห็นหน้ามันอีก....”

“อืม คิดมากไปก็อารมณ์เสียเปล่าๆ เอาไว้ซักวันหนึ่งเมื่อเรามีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ ค่อยมาปวดหัวกับมันอีกครั้ง!” เซียวหยูซวนบีบมือของจี้เฟิงและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไร!” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเซียวหยูซวนพยายามปลอบเขา “งั้นเราก็กลับกันเถอะ!”

เซียวหยูซวนมองจี้เฟิงด้วยหางตา “ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย!”

จี้เฟิงหัวเราะ “โอเคๆ ฉันก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน งั้นเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเถอะ!”

ระหว่างทางไปร้านอาหาร จี้เฟิงก็ถามขึ้นว่า “หยูซวน อาจารย์เกาคนเมื่อกี้เป็นใคร? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่ออาจารย์เกาอะไรนี่เลย?”

“เขาชื่อเกาต้าซง เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการของโรงเรียนภาษาต่างประเทศ ในมหาวิทยาลัยเขามีตำแหน่งเป็นรองอาจารย์ใหญ่ แต่ไม่ได้มีอำนาจอะไร มีแค่ชื่อประดับไว้เฉยๆเท่านั้น” เซียวหยูซวนอธิบาย

“เหอะ!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจ “คนแบบนี้เป็นรองอาจารย์ใหญ่ได้ด้วยเหรอ? ฉันรู้สึกได้ว่าสายตาที่เขามองเธอมันแปลกๆ ฉันว่ามันต้องคิดอะไรไม่ดีกับเธออยู่แน่ๆ ต่อจากนี้จะทำอะไรก็ระมัดระวังตัวหน่อยนะ อย่าเข้าใกล้ไอ้หมอนั่นให้มากเกินไป รู้รึเปล่า?!”

“นายพูดบ้าอะไรเนี่ย? อย่ามองทุกคนในแง่ร้ายขนาดนั้นสิ!” เซียวหยูซวนกลอกตาใส่เขาและพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า “เราคบกันมาขนาดนี้แล้ว ทำไมนายยังต้องกังวลเรื่องอะไรแบบนี้อีก?”

จี้เฟิงพ่นลมหายใจ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจหรือกังวลอะไรแบบนั้น ฉันแค่เป็นห่วงเธอ ฉันรู้ว่าเธอไม่อะไรกับใครหรอก แต่ฉันไม่ไว้ใจไอ้เกาต้าซงนั่นต่างหาก ฉันเห็นสายตาที่มันมองเธอ มันผิดปกติไม่เหมือนที่คนทั่วไปเขามองคู่สนทนาตามปกติซักนิด มันเต็มไปด้วยความปรารถนาบางอย่าง กับคนแบบนี้เราควรป้องกันตัวไว้ก่อนจะดีที่สุด!”

…จบบทที่ 787~❤️

จบบทที่ บทที่ 787 เกลียด!(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว