เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 781 ผีหลอกตอนกลางวัน(ตอนฟรี)

บทที่ 781 ผีหลอกตอนกลางวัน(ตอนฟรี)

บทที่ 781 ผีหลอกตอนกลางวัน(ตอนฟรี)


บทที่ 781 ผีหลอกตอนกลางวัน

“วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญกัน...”

บนแท่นบรรยายในห้องเรียน ในที่สุดอาจารย์ก็พูดถึงการสรุปบทเรียนของตลอดภาคการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนชอบฟังมากที่สุด เพราะนี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้การสอบของพวกเขาง่ายขึ้น

นักเรียนหลายคนนั่งตัวตรงทันทีด้วยความกระตือรือร้นและเริ่มจดตามที่อาจารย์พูด พร้อมกับท่องจำประเด็นสำคัญๆ แน่นอนว่านี่คือช่วงเวลาที่จริงจังที่สุดสำหรับทั้งภาคการศึกษา พวกเขาจะได้ทราบอย่างแน่ชัดว่าแนวโน้มของข้อสอบที่อาจารย์จะออกคือจุดไหน

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเรียนอีกจำนวนมากที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ แม้ในช่วงนี้จะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ดังนั้นเกือบทุกมหาวิทยาลัยจึงมีการคัดออกที่แน่นอน

การพูดบรรยายและสรุปประเด็นสำคัญดำเนินไปอยู่พักหนึ่ง เหล่านักเรียนที่เปิดหนังสือตามพร้อมกับจดบันทึกเริ่มหมดความอดทน

พวกเขาสงสัยว่าการสรุปประเด็นสำคัญที่อาจารย์พูดถึงคืออะไร? ยกเว้นวิชาที่เลือกไว้ เนื้อหาในบทอื่นๆมารวมอยู่ในประเด็นสำคัญทั้งหมด!

ความกระตือรือร้นของนักเรียนด้านล่างลดลงอย่างมาก พวกเขาบางคนถึงกับบ่นออกมาเบาๆ แต่อาจารย์ที่ยืนอยู่บนแท่นบรรยายก็ยังคงทำต่อไปเหมือนเดิม เขาพูดถึงเอกสารการทดสอบอย่างรวดเร็ว แต่ในจุดที่สำคัญเกี่ยวกับเนื้อหามากที่สุด กลับกลายเป็นว่าหนังสือทั้งเล่มคือสิ่งที่นักเรียนควรทบทวน

จี้เฟิงก็เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ ที่ฟังและจดบันทึกในหนังสือเรียนตามที่อาจารย์พูด แต่เป็นเพียงแค่การร่างขอบเขตอย่างคร่าวๆ แต่ในไม่ช้าเขาก็หัวเราะ ขอบเขตหลักอยู่ที่ไหน? สุดท้ายแล้วก็ให้นักเรียนทบทวนหนังสือเรียนทั้งเล่มอีกครั้ง!

แล้วยิ่งเอกของพวกเขาคือเศรษฐศาสตร์และการจัดการ หนังสือทั้งเล่มเต็มไปด้วยทฤษฎี หากคุณต้องการจำประเด็นสำคัญเหล่านี้ คุณก็เพียงแค่ท่องจำหนังสือทั้งเล่ม!

“อาจารย์ท่านนี้น่าสนใจสุดๆไปเลย!” จี้เฟิงพูดพลางหัวเราะเบาๆ บางทีนี่อาจเป็นปรากฏการณ์หนึ่งของการศึกษาในมหาวิทยาลัย

“มันควรเป็นตลกร้ายมากกว่า! บอกว่าจะสรุปประเด็นสำคัญ แต่สุดท้ายมันคือการท่องจำหนังสือทั้งเล่ม! เทอมมีนี้ทั้งหมด 8 วิชา ถ้าอาจารย์ทุกคนเป็นเหมือนอาจารย์คนนี้ เราจะใช้ชีวิตกันยังไง!” นักเรียนชายที่นั่งข้างๆจี้เฟิงพูดอย่างโกรธเคือง

“นั่นเป็นเพราะนายไม่ตั้งใจเรียนเองหรือเปล่า ก็แค่อ่านหนังสือให้มากขึ้น และท่องจำมันให้ได้สิ!” นักเรียนหญิงใส่แว่นที่นั่งอยู่แถวหน้าของจี้เฟิงพูดกลับ

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย  สำหรับสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มีนักศึกษามากกว่า 1 ห้อง แต่ครั้งนี้ นักศึกษาวิชาเอกเศรษฐศาสตร์และการจัดการทั้งหมดอยู่ในคลาสใหญ่ด้วยกัน และมีนักศึกษาหลายคนที่จี้เฟิงไม่รู้จัก

เช่นเดียวกับนักศึกษาชายและหญิงที่พูด เขาเคยเห็นหน้า แต่ไม่เคยรู้จักชื่อ

ในขณะที่สองคนนั้นคุยกัน จี้เฟิงก็ฟังเพียงแค่ผ่านๆและไม่ได้ใส่ใจอะไร ส่วนการสรุปประเด็นสำคัญที่อาจารย์บนแท่นบรรยายเขียนไว้บนกระดาน มันไม่มีความหมายสำหรับจี้เฟิงเลย เขาสามารถจดจำหนังสือทั้งเล่มได้ ดังนั้นการสรุปประเด็นสำคัญที่บอกให้ทบทวนหนังสือทั้งเล่มก็เท่ากับว่าเขาไม่ต้องทำอะไรแล้ว

จี้เฟิงที่ได้แต่นั่งว่างๆก็รู้สึกเบื่อ เขาหมุนปากกาในมือเล่นโดยไม่รู้ตัว แต่ในใจกำลังคิดถึงการฝึกใช้พลังงานกระแสชีวภาพเมื่อคืนนี้อยู่ ลูกบอลโลหะลูกเล็กๆนั่นทำเขารู้สึกเจ็บปวดมาก แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังคงรู้สึกปวดไปทั้งตัว

นี่เป็นประสบการณ์ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในการฝึก!

เมื่อก่อนนี้ ตอนที่เขาฝึกฝนยิมนาสติกชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ไม่ว่ามันจะหนักหนาสาหัสหรือเหนื่อยยากแค่ไหน แต่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเขาจะกลับมารู้สึกสดชื่นอีกครั้ง ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนปกติ ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่ยังคงรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปหมด

‘มีเพียงวิธีเดียวคือต้องฝึกฝนให้มากขึ้น! ในอนาคตมันจะยิ่งยากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน ถ้าอยากจะเจ็บปวดน้อยลง ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด!’ จี้เฟิงกล่าวกับตัวเองในใจอย่างมุ่งมั่น

ความเจ็บปวดที่เขาได้สัมผัสมันเมื่อคืนนี้ในพื้นที่ฝึกซ้อม เขาไม่อยากจะสัมผัสกับมันอีก และเขาก็ได้รู้แล้วว่าความเจ็บปวดนั้นมันจะไม่หายหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงครั้งแรกที่เขาได้เห็นม่านแสงในจิตใต้สำนึกของเขา และภาพที่เล่นในนั้นมันทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก

ในภาพนั้นมีการต่อสู้กันระหว่างคนสองคน หมัดเพียงหมัดเดียวสามารถทำลายภูเขาได้! พลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวนั้นมันมากเกินกว่าจะจินตนาการ

จี้เฟิงแอบเปรียบเทียบตัวเองกับสองคนนั้น เขาพบว่าช่องว่างของความแข็งแกร่งระหว่างเขากับสองคนนั้นเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์และนรกใต้ดินเลยก็ว่าได้ อันที่จริง ความแข็งแกร่งของเขาไม่ดีพอที่จะยกขึ้นมาเปรียบเทียบได้เลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสมองหมายเลข 1 สองคนนี้คือสายลับตัวจริง! และพวกเขากำลังพัฒนาไปสู่สุดยอดสายลับ!

แล้วแบบนี้มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องไปถึงระดับเดียวกับสองคนนั้นก่อนถึงจะถูกเรียกว่าสุดยอดสายลับได้?

ความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญในกระบวนการนี้มันเจ็บปวดและยากกว่าการฝึกยิมนาสติกก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

ดังนั้นจี้เฟิงจึงมั่นใจได้ว่าความเจ็บปวดที่เขาได้รับในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นแค่ละอองฝนเท่านั้น

จี้เฟิงอดสั่นสะท้านไม่ได้เมื่อคิดว่าเขาจะต้องเจ็บปวดอีกนานแค่ไหนนับจากนี้จนกว่าจะฝึกสำเร็จ มันยากลำบากมากที่จะทน ดังนั้นเขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก!

ตุ้บ—!

ในขณะที่จี้เฟิงกำลังคิดฟุ้งซ่าน ปากกาที่เขาหมุนเล่นบนมือก็หล่นลงบนโต๊ะ

วินาทีถัดมาจี้เฟิงก็ยื่นมือไปโดยเหยียดมือออกเล็กน้อยและงอนิ้วเพื่อที่จะหยิบปากกาบนโต๊ะ

และในขณะนั้นก็เกิดเรื่องน่าตกใจขึ้น!

จี้เฟิงมองเห็นอย่างชัดเจนว่ามือของเขายังคงอยู่ห่างจากปากกาบนโต๊ะกว่าสิบเซนติเมตร แต่ปากกากลับค่อยๆลอยขึ้นอย่างช้าๆราวกับถูกดึงดูดโดยบางสิ่ง

จี้เฟิงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น มือของเขายังอยู่ห่างจากปากกามากกว่าสิบเซนติเมตร ทำไมเขาถึงควบคุมมันได้?

ระยะมันห่างมาก!

เขาจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ที่เขาใช้พลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพเพื่อฝึกจับบอลแฮนด์ดี้แคปในพื้นที่ฝึก ในตอนแรก พลังงานชีวภาพไม่สามารถแยกออกจากมือของเขาได้เลย

ไม่รู้ว่าเขาถูกไฟฟ้าช็อตไปกี่ครั้งถึงพอจะทำให้กระแสไฟฟ้าชีวภาพออกจากร่างกายได้เล็กน้อย แต่มันขยายออกไปได้มากที่สุดก็แค่หนึ่งถึงสองมิลลิเมตรเท่านั้น และหลังจากพยายามต่อไปอีกนับสิบครั้งมันก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย

แต่ตอนนี้พลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพสามารถขยายไปไกลได้ถึงสิบเซนติเมตร มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ!

‘เป็นไปได้มั้ยว่านี่คือเอฟเฟกต์จากการฝึกกับบอลแฮนด์ดี้แคป!’ จี้เฟิงมองไปที่ปากกาที่เขาควบคุมมันได้จากระยะที่ห่างออกไปมากกว่าสิบเซนติเมตรและเปิดใช้งานกระแสชีวภาพต่อไป ทำให้มันหมุนไปเรื่อยๆราวกับลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ‘คิดว่าการฝึกกับบอลแฮนด์ดี้แคปอะไรนั่นจะช่วยให้สามารถควบคุมพลังงานชีวภาพได้เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับพลังงานชีวภาพด้วย...”

ปากกาที่ลอยอยู่หมุนไปมาราวกับว่ามันถูกติดตั้งด้วยมอเตอร์ มันเป็นอะไรที่แปลกมาก และจี้เฟิงก็รู้สึกสนใจสิ่งนี้มากเช่นกัน

เขาอดคิดไม่ได้ว่าการฝึกด้วยลูกบอลโลหะเหล่านั้นช่างน่าทึ่งจริงๆ ถ้าสมมติว่าเขาฝึกต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง แล้วพลังงานชีวภาพสามารถยืดออกจากร่างกายเขาไปได้ไกลกว่านี้ มันจะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะสามารถควบคุมหรือเคลื่อนย้ายวัตถุอื่นๆจากระยะไกล?

ไม่เพียงแค่นั้น

จิตใจที่ตื่นเต้นของจี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะนึกภาพบางอย่างขึ้นมา หากเขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรู และในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สังเกต พลังงานชีวภาพของเขาได้ขยายออกไปแล้ว และแทบจะไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องไปแตะต้องอีกฝ่ายด้วยตัวเอง เขาสามารถกำหนดชีวิตความเป็นความตายของอีกฝ่ายได้ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ... มันร้ายกาจกว่าปืนเสียอีก!

ไม่ต้องรีบๆ ค่อยๆคิดหาวิธีใช้งาน.. จี้เฟิงคิดกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้นมาก

เขาคาดไม่ถึงจริงๆว่าพลังงานชีวภาพจะมีวิธีการใช้ที่ไม่เหมือนใคร นี่มันไม่ต่างจากอาวุธร้ายแรงที่ใช้ในการฆาตกรรมสังหารและลอบวางเพลิงเลย!

‘สุดยอดสายลับ...’ จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง ภาพที่คนทั้งสองต่อสู้กันที่เขาเห็นในม่านแสงเมื่อตอนนั้น ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของสุดยอดสายลับแน่ๆ! และถ้าหากพวกเขาใช้ความสามารถทั้งหมด พวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?!

ฟึ่บ—!

นิ้วของจี้เฟิงขยับเล็กน้อย และปากกาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เคลื่อนที่มายังมุมโต๊ะในชั่วพริบตา เขาขยับนิ้วอีกครั้งและปากกาก็ขยับไปอีกฝั่งของมุมโต๊ะอย่างรวดเร็ว ในท้ายที่สุด เป็นเพราะความเร็วนั้นเร็วเกินไป เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงแค่เงาที่เคลื่อนที่ไปมาบนโต๊ะ

หวือ~!

นิ้วของจี้เฟิงงอเล็กน้อย และทันใดนั้นปากกาก็หมุนวนไปรอบๆโต๊ะราวกับเฮลิคอปเตอร์

“ไม่เลว ไม่เลว!” จี้เฟิงกำลังสนุกสนาน เขาขยับมืออย่างรวดเร็ว บังคับให้ปากกาเคลื่อนไหวหลายๆแบบด้วยสีหน้าตื่นเต้น ราวกับว่าเขาได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่แสนถูกใจ

ทันใดนั้น หางตาของจี้เฟิงก็เป็นประกาย มือทั้งสองสั่น

ตุ้บ—!

ปากกาตกลงบนโต๊ะอีกครั้ง มันกลิ้งไปมาสองสามครั้งก่อนจะหยุดลง

จี้เฟิงเงยหน้าขึ้นทันทีและเห็นนักศึกษาสาวสวมแว่นตาที่นั่งอยู่แถวข้างหน้าเขาและนักศึกษาชายที่นั่งอยู่ข้างๆเขา พวกเขาสองคนแสดงสีหน้าและท่าทางเหมือนกันเป๊ะๆ!

หากจะแตกต่างก็คงมีเพียงริมฝีปากของนักศึกษาสาวและฟันของเธอที่ขยับกระทบกันด้วยความหวาดกลัว

สีหน้าของนักศึกษาชายดูไม่ค่อยดีนัก เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบากด้วยอาการตกใจ

‘แย่แน่! ตื่นเต้นมากไปหน่อยจนลืมว่าตอนนี้ยังอยู่ในห้องเรียน!’ จี้เฟิงบ่นโอดครวญอยู่ในใจ ‘ฉากนี้มันค่อนข้างแปลกจริงๆ ฉันจะอธิบายยังไงดี?’

“ปากกาของคุณ... มันขยับได้เองเหรอ?!” นักศึกษาสาวใส่แว่นถามอย่างตกตะลึงและมีทีท่าระแวดระวัง

“คงไม่ใช่ผีหลอกใช่มั้ย?!” นักศึกษาชายอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาและถามด้วยท่าทางหนาวสั่นไปทั้งตัวในขณะเดียวกันเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ เขาลูบแขนตัวเองและรู้สึกเหมือนกับว่าอากาศหนาวมันวูบผ่านเข้ามา!

“แค่กๆ...”

จี้เฟิงไอเบาๆแล้วยิ้มให้กับทั้งสองคน และพูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบาว่า “อย่าเอ็ดไป มันเป็นแค่ทริคมายากลเล็กๆน้อยๆ ฉันกำลังฝึกอยู่ แต่ถ้าพวกคุณสนใจ ไว้คราวหลังฉันจะโชว์ให้ดู!”

…จบบทที่ 781~❤️

จบบทที่ บทที่ 781 ผีหลอกตอนกลางวัน(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว