เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 754 โรงงานยาเกิดเรื่อง!(ตอนฟรี)

บทที่ 754 โรงงานยาเกิดเรื่อง!(ตอนฟรี)

บทที่ 754 โรงงานยาเกิดเรื่อง!(ตอนฟรี)


บทที่ 754 โรงงานยาเกิดเรื่อง!

“ก็ถ้าไป๋จูยังไม่ตายภายในสองเดือนนี้ การกู้ระเบิดชีวภาพในร่างกายเธอก็อาจจะมีโอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้นถึง 50 %” จี้เฟิงพูดเบาๆ

พรึ่บ—!

ดวงตาของเซียงหยงซานและแมงมุมขาวเบิกกว้างเป็นประกายพร้อมๆกัน

“จริงเหรอ?!”

“ถ้าไม่มีเรื่องที่เหนือความคาดหมายก็ไม่น่าจะมีปัญหา!” จี้เฟิงไม่ได้ให้คำตอบในเชิงบวก เพราะระยะเวลาสองเดือนจะว่านานก็นาน และก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ จี้เฟิงก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้

แม้ว่ามันจะเป็นคำตอบที่ค่อนข้างคลุมเครือ แถมยังต้องรออีกสองเดือน และความมั่นใจก็มีเพียง 50 % เท่านั้น แต่สำหรับเซียงหยงซานและแมงมุมขาวนับว่าเป็นอะไรที่ดีมากแล้ว

อันที่จริง มันก็เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่แมงมุมขาวยอมจำนนและมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนในเขตทหารที่สามารถจัดการระเบิดชีวภาพในร่างกายของเธอได้ พวกเขาต่างหมดหนทางและทำอะไรไม่ถูก แต่ตอนนี้จี้เฟิงได้กล่าวว่าภายในเวลาไม่เกินสองเดือน เขามีความมั่นใจถึง 50 % ที่จะกู้ระเบิดชีวภาพในร่างกายของแมงมุมขาวได้ แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้เซียงหยงซานและแมงมุมขาวแปลกใจได้อย่างไร

เซียงหยงซานอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเงียบๆ โชคดีที่ตอนนั้นเขาเชื่อลางสังหรณ์ตัวเอง เขาคิดว่าจี้เฟิงจะต้องมีความสามารถพิเศษอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่มี เขาจึงทู่ซี้ต่อไป แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังเอาไว้มากนักว่าการคาดเดาของเขาจะเป็นจริงและจี้เฟิงจะทำได้จริง แต่ในขณะที่เขารู้สึกประหลาดใจ เขาก็ตกใจมากเช่นเดียวกัน

ความสามารถพิเศษของจี้เฟิงมาจากไหน?

เซียงหยงซานเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะต่างๆที่จี้เฟิงเคยแสดงออกมา และคาดเดาเอาเองว่าจี้เฟิงต้องมีความสามารถพิเศษบางอย่าง  และเขาก็เชื่อในการคาดเดาของตัวเองมาโดยตลอด และในที่สุดตอนนี้มันก็ได้รับการยืนยันแล้ว

ถ้าจี้เฟิงรู้รายละเอียดของคนในแวดวงชั้นสูง เขาต้องรู้สึกกลัวอย่างแน่นอน ต้องยอมรับตามตรงว่าในบรรดาลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์เหล่านี้ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเพลย์บอยหรือพวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เพราะมีหลายคนที่เป็นคนเก่งและมากความสามารถ

อันที่จริง แม้ว่าจะมีคนขี้โกงและเจ้าชู้มากมายในหมู่ลูกหลานของตระกูลผู้สูงศักดิ์ แต่ในกรณีส่วนใหญ่ คนเหล่านั้นมีชีวิตที่แตกต่างเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเทียบได้ ด้านหนึ่งเป็นเพราะลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์เหล่านั้นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คนธรรมดาไม่สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นความรู้หรือวิสัยทัศน์ล้วนกว้างขวางกว่าเด็กทั่วไปมาก

ในทางกลับกัน แม้ว่าลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์เหล่านี้จะไร้ความสามารถ แต่การฝึกอบรมที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นสิ่งที่เด็กธรรมดาไม่อาจเทียบได้แน่นอน

ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทรัพยากรที่ลูกหลานของตระกูลใหญ่ครอบครองนั้นสูงกว่าเด็กธรรมดามาก เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะเป็นคนโง่เข้าขั้นปัญญาอ่อน ไม่อย่างนั้นเหล่าลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์ก็ต้องซึมซับความรู้จากสภาพแวดล้อมชั้นเยี่ยมไว้ไม่มากก็น้อย และเพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะมีความรู้แซงลูกหลานครอบครัวธรรมดาไปแล้ว ดังนั้นหากจะบอกว่าลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์เป็นพวกโง่เขลาหรือขี้ขลาดก็เป็นเพียงการเปรียบเทียบกับลูกหลานที่โดดเด่นของตระกูลสูงศักดิ์ด้วยกันเท่านั้น

เหตุผลที่พวกเขาเสเพลและดูชั่วร้ายมากนั่นก็เป็นเพราะพวกเขามีต้นทุนมากพอที่จะให้ทำแบบนั้น พวกเขาไม่ต้องทำงานหนักเหมือนคนทั่วไป และแทบไม่รู้สึกถึงวิกฤตในการใช้ชีวิตเลย จนทำให้พวกเขาค่อยๆกลายเป็นลูกหลานคนรวยที่ใช้ชีวิตเพลย์บอยของจริง

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่จนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

แน่นอนว่าแม้ลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์เหล่านี้จะครอบครองทรัพยากรมากมายรวมถึงมีความรู้ที่ถูกปลูกฝังมาเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มีแรงจูงใจที่จะก้าวไปข้างหน้า จึงทำให้พวกเขาเหมือนกับเป็นดอกไม้ในเรือนกระจกที่ไม่สามารถต้านทานลมและฝนได้ ความอดทนในความยากลำบากจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าคนธรรมดาหรือเด็กยากจน

ลองนึกภาพดูว่าถ้าลูกหลานตระกูลใหญ่เหล่านั้นมีแรงจูงใจที่จะก้าวไปข้างหน้าและผ่านการฝึกฝนมาเพียงพอแล้ว พวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน?

เซียงหยงซานก็เป็นคนประเภทนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ในฐานะผู้นำรุ่นที่สามของตระกูลเซียงแห่งหยานจิง ทรัพยากรที่เขาได้รับนั้นมากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาทั่วไปจะจินตนาการได้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เสาะแสวงหาความสุขสำราญเหมือนคุณชายเพลย์บอยคนอื่นๆ แต่เขาได้เดินตามรอยผู้อาวุโสของเขาโดยการเข้าสู่กองทัพและเริ่มต้นจากระดับรากหญ้า ผ่านประสบการณ์ต่อสู้ที่ดุเดือดมานับครั้งไม่ถ้วน ก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นด้วยตัวเองไปทีละขั้นจนกลายมาเป็นหัวหน้าทีมของกองพลปฏิบัติการพิเศษในปัจจุบัน

ลองนึกดูสิว่าคนเช่นนี้จะมีพลังขนาดไหนกัน?

เกรงว่าคงจะมีแค่คนที่เคยเผชิญหน้ากับเขาอย่างจริงจังเท่านั้นถึงจะรู้ได้ว่าเซียงหยงซานนั้นมีพลังและแข็งแกร่งมากแค่ไหน

แต่จี้เฟิงในตอนนี้ไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ สิ่งที่เขาคิดคือถ้าหากเขาจัดการกับระเบิดชีวภาพในร่างกายของแมงมุมขาวได้แล้ว เขาควรจะเสนอเงื่อนไขอะไรให้เซียงหยงซานดี?

เนื่องจากภารกิจที่คอยจับตาดูแมงมุมขาวในฐานะอาจารย์ของสหพันธ์มหาวิทยาลัยได้จบลงแล้ว ตอนนี้ฮุ่ยอี้ หลิวซินและคนอื่นๆ ได้กลับไปที่กองทัพแล้ว มีเพียงเสี่ยวอิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่กับจี้เฟิง แต่จี้เฟิงยังคงไม่สามารถวางใจได้ อย่างไรก็ตาม เซียวหยูซวนและถงเล่ยไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอดเวลา พวกเธอจำเป็นจะต้องมีบอดี้การ์ดอย่างน้อยอีกหนึ่งคน

ดังนั้นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ต้องกล่าวถึงคือการขอทหารหญิงที่เกษียณแล้วจากเซียงหยงซาน

ส่วนที่เหลือจี้เฟิงยังคงมีเวลาให้คิดถึงมันอย่างจริงจังในภายหลัง ตอนนี้ยังมีเรื่องอื่นให้ต้องคิดอย่างหนัก เพราะถึงแม้การฝึกของจี้เฟิงจะเข้าสู่ขั้นที่สามแล้ว แต่อัตราความสำเร็จในการกู้ระเบิดชีวภาพก็ยังอยู่ที่ 50% แม้ว่าตัวเลขนี้จะพูดไม่ได้ว่าเป็นการเดิมพันด้วยชีวิต แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากอยู่ดี จึงไม่แปลกที่จี้เฟิงจะไม่รับความเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผล ไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่ได้รับการช่วยชีวิตคือแมงมุมขาว ผู้หญิงที่เคยมีเจตนาร้ายต่อเซียวหยูซวน ดังนั้นจี้เฟิงจึงต้องไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี

“งั้นวันนี้ก็แค่นี้แล้วกัน!”

จี้เฟิงขยี้บุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่แล้วลุกขึ้นยืน “เมื่อผมสามารถจัดการเรื่องระเบิดชีวภาพได้แล้วผมจะติดต่อมา!”

“โอเค ฉันจะไปส่ง!” เซียงหยงซานพยักหน้าและหันไปมองหน้าแมงมุมขาวเพื่อให้เธอรู้สึกมั่นใจ แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับจี้เฟิง

ทันทีที่ชายหนุ่มทั้งสองเดินออกจากห้องไป ประตูห้องของแมงมุมขาวก็ปิดลงอย่างช้าๆโดยอัตโนมัติ แต่ก่อนที่มันจะปิดสนิท แมงมุมขาวเหลือบมองไปที่ด้านหลังของจี้เฟิงและเซียงหยงซาน ด้วยสีหน้าและแววตาที่ซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจของเธอรู้สึกถึงความสั่นไหวแปลกๆ จากนั้นประตูก็ปิดสนิท

………………..

“จี้เฟิง สุขภาพร่างกายของแมงมุมขาวเป็นยังไงบ้าง?” เซียงหยงซานถามขึ้นในขณะที่อยู่ในลิฟต์

“ไม่รู้” จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม

“อะไรนะ? นายไม่รู้?!” เซียงหยงซานตกใจ “เมื่อกี้นายจับข้อมือแมงมุมขาวตั้งนาน นายทำอะไรอยู่?”

“ผมแกล้งทำไปงั้นแหละ!” จี้เฟิงยิ้มและพูดอย่างตรงไปตรงมา “อย่างที่บอก เรื่องของระเบิดชีวภาพผมแทบไม่รู้อะไรเลย แต่เรื่องการตรวจจับชีพจรก็พอรู้อยู่ ดังนั้นก็เลยใช้การจับชีพจรเพื่อแสร้งทำเป็นตรวจสอบระเบิดชีวภาพ”

“เจ้าหนู...” เซียงหยงซานถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาไม่รู้จะพูดอะไรไปครู่ใหญ่

หลังจากนั้นไม่นาน เซียงหยงซานก็ถามขึ้นอีกครั้ง “ในเมื่อนายไม่ได้ตรวจร่างกายของแมงมุมขาว แล้วนายกล้ารับประกันได้ยังไงว่าไม่เกินสองเดือนระเบิดชีวภาพในร่างกายของแมงมุมขาวจะได้รับการแก้ไข และมีโอกาสสำเร็จถึง 50 % ! จี้เฟิง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ถ้านายไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรแบบนั้น ก็อย่ารับปากมั่วซั่ว เพราะถ้าถึงเวลานั้นแล้วระเบิดมันเกิดระเบิดขึ้นมา....”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ผมเป็นคนที่จัดการเรื่องระเบิด คุณจะกังวลอะไร?”

“ฉันจะไม่กังวลได้ยังไง!” เซียงหยงซานพูดอย่างโกรธจัด “นายได้รับการเชิญจากฉัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายที่นี่ คนในตระกูลของนายจะไม่มาเล่นงานฉันก็ให้มันรู้ไป โดยเฉพาะผู้อาวุโสจี้ ปู่ของนายคงฟาดฉันให้ตายคาไม้เท้า!”

ล้อกันเล่นหรือไง!

หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับจี้เฟิงจริงๆในระหว่างกระบวนการจัดการระเบิดชีวภาพ แม้ว่าจะเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเซียงก็ไม่สามารถรับผิดชอบไหว จี้เฟิงเป็นหลานชายคนโตของตระกูลจี้ หากเขาต้องมาตายที่นี่โดยมีเซียงหยงซานมาเกี่ยวข้อง ก็คงจะแปลกแล้วถ้าตระกูลจี้จะนิ่งเฉย

ความโกรธของผู้อาวุโสจี้ไม่ใช่อะไรที่ใครจะต้านทานได้!

จี้เฟิงไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาแค่ยิ้มบางๆ “ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีของผม และผมก็ไม่ได้โง่พอที่จะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง”

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็วางใจ แต่ระหว่างสองเดือนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจสำหรับแมงมุมขาว ฉันเลยหวังว่านายจะประสบความสำเร็จภายในสองเดือนจริงๆอย่างที่นายบอก!” เซียงหยงซานพยักหน้าและพูดอย่างหนักแน่น

“งั้นช่วงสองเดือนนี้ คุณก็ไปคัดเลือกทหารหญิงที่เกษียณแล้วมาให้ผมซักคนเป็นไง?” จี้เฟิงถาม “เพราะหลังจากผ่านสองเดือน ผมมาจัดการเรื่องระเบิดชีวภาพให้แมงมุมขาว จะได้พาคนกลับไปทีเดียวเลย”

“ไม่ต้องห่วงหรอกหน่า คนอย่างเซียงหยงซานไม่ผิดสัญญาอยู่แล้ว!” เซียงหยงซานหัวเราะ

“ก็ดี..” จี้เฟิงพึมพำ “ผมหวังว่าคุณจะไม่ปล่อยให้ผมรอเก้อไปสองสามเดือนเหมือนอย่างคราวที่แล้ว จนผมต้องมาถามด้วยตัวเองถึงจะได้ข่าวอะไรบ้าง!”

ในขณะที่พูด จี้เฟิงไม่ได้สนใจเลยว่าเซียงหยงซานจะรู้สึกอับอายขายหน้าหรือไม่ เพราะเมื่อทันทีที่ลิฟต์มาถึง เขาก็เดินนำออกไปก่อนโดยไม่รีรอ

“ไอ้เด็กนี่...” ในขณะที่มองไปยังแผ่นหลังของจี้เฟิง เซียงหยงซานก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและก่นด่า

จี้เฟิงที่เดินออกมาจากห้องใต้ดินอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าฉันยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ...”

จากคำพูดของสมองหมายเลข 1 เหมือนกับว่าการฝึกขั้นที่ 3 นี้ดูแตกต่างไปจากสองขั้นแรก คิดดูดีๆมันอาจจะเป็นสิ่งใหม่

“ตื้ด~~! ตื้ด~~!”

โทรศัพท์มือถือของจี้เฟิงสั่น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที แต่ก็ต้องตกใจเล็กน้อย นี่เป็นข้อความจากพี่ชายคนรองจี้ช่าวเหลย เขาส่งมาบอกว่าเขาจะกลับไปคนเดียวก่อนและจะไม่รอจี้เฟิง เห็นได้ชัดว่าเขาคงพาเซียงยี่โหรวไปพลอดรักกันที่ไหนสักที่หนึ่ง แล้วทิ้งจี้เฟิงไว้ข้างหลัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้จี้เฟิงตกใจก็คือข้อความนั้นถูกส่งมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่เขาเพิ่งได้รับในตอนนี้

“ตอนอยู่ที่ชั้นใต้ดิน.. โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณเลยงั้นเหรอ?” จี้เฟิงหันกลับมาถามเซียงหยงซาน

“อืม!” เซียงหยงซานพยักหน้าเล็กน้อยด้วยใบหน้านิ่งๆและกล่าวว่า “แม้แต่ในเขตทหาร ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถพูดได้!”

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอตัวออกจากเขตทหารนี้ก่อนดีกว่า อ้อ! ไม่ต้องไปส่งนะ ผมกลับเองได้!” ในขณะที่เขาเดินเขาก็โบกมือโดยไม่หันกลับมามองและเดินจากไปทั้งแบบนั้น

“ผู้ชายคนนี้มีความลับซ่อนอยู่มากมาย...” เซียงหยงซานลูบคางของตัวเองอย่างครุ่นคิด “ดูเหมือนว่าที่เหอหงเหว่ยสนใจเขาจะมีเหตุผลอะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ”

………………..

“เซียงหยงซาน... ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงคิดที่จะให้ฉันมาช่วยไป๋จู เขารู้ได้ยังไงว่าฉันน่าจะสามารถทำได้? เขาแค่เดาเอาส่งๆหรือกำลังสืบสวนอะไรอยู่กันแน่?”

หลังจากออกมาจากเขตทหาร ใบหน้าของจี้เฟิงก็เคร่งขรึมทันที และหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เปิดประตูรถและกำลังจะขับรถกลับบ้าน

Rrrrrr~!

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่จี้เฟิงสตาร์ทรถ เขาสวมหูฟังที่ใช้คุยโทรศัพท์ขณะขับรถและกดรับสายทันที “จี้เฟิงพูด นั่นใครครับ?”

“ผมกัวเถาเองครับบอส! ตอนนี้ที่โรงงานเกิดเรื่องขึ้นแล้วครับ บอสรีบกลับมาจัดการด่วนเลยครับ!” เสียงของกัวเถาดังขึ้นทันที

......จบบทที่ 754~

จบบทที่ บทที่ 754 โรงงานยาเกิดเรื่อง!(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว