เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 747 ซุปตาร์ว่านหลาน(ตอนฟรี)

บทที่ 747 ซุปตาร์ว่านหลาน(ตอนฟรี)

บทที่ 747 ซุปตาร์ว่านหลาน(ตอนฟรี)


บทที่ 747 ซุปตาร์ว่านหลาน

จี้เฟิงลงจากรถและเดินมาที่รถของพี่รองจี้ช่าวเหลย และพบว่าจี้ช่าวเหลยกำลังสูบบุหรี่ขณะดูทีวีอยู่ในรถ เขายกมือขึ้นเพื่อดูเวลาเป็นครั้งคราว

ไม่รู้ว่าจี้ช่าวเหลยกำลังดูรายการอะไรอยู่ถึงได้หัวเราะออกมาเป็นระยะๆ

“ก๊อก ก๊อก!”

จี้เฟิงหัวเราะและเคาะกระจก “พี่รอง ดูอะไรอยู่ สนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“น้องสาม?!”

พอเห็นว่าเป็นจี้เฟิง จี้ช่าวเหลยก็ผ่อนคลายและลดกระจกหน้าต่างลงก่อนจะพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ดูหนังตลกน่ะ แต่พูดก็พูดเถอะ ฉันล่ะชอบการแสดงของซุปตาร์ว่านหลานคนนี้จริงๆ เธอเล่นได้ตลกเป็นธรรมชาติมาก การแสดงก็ไม่เลวเลย เฮ้อ...”

“มันคืออะไร?” จี้เฟิงเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มว่า “อะไรคือซุปตาร์ว่านหลาน?”

“น้องสาม... นายไม่รู้จักว่านหลานเหรอ? สาวสวยว่านหลานที่เป็นซุปตาร์อยู่ในตอนนี้น่ะ? ... ดูเหมือนว่าช่วงนี้นายจะยุ่งมากเลยใช่มั้ย?” จี้ช่าวเหลยมองไปที่จี้เฟิงอย่างแปลกใจ “ปกตินายไม่สนใจข่าวอะไรพวกนี้เลยเหรอ?”

จี้เฟิงส่ายหัวและพูดว่า “ช่วงนี้ผมยุ่งมากจริงๆ แล้วสรุปว่าผู้หญิงคนนี้เธอเป็นใคร เธอออกข่าวด้วยเหรอ?”

“ให้ตายสิ!”

จี้ช่าวเหลยส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข่าวที่ฉันพูดถึงไม่ใช่ข่าวตามหนังสือพิมพ์หรือข่าวในทีวีอย่างที่นายคิด แต่ฉันหมายถึงพวกข่าวซุบซิบวงในอะไรแบบนี้ต่างหาก แต่ถึงจะบอกว่าเป็นข่าววงใน ถ้าเป็นเรื่องที่คนสนใจ ฉันให้ไม่เกินหนึ่งวัน เดี๋ยวก็รู้กันไปทั่วน่ะแหละ!”

จี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าวงในที่จี้ช่าวเหลยพูดถึง คือวงในของพวกเพลย์บอยเหล่านั้น เป็นพวกลูกคนรวยที่วันๆไม่มีอะไรทำได้แต่ผลาญเงินไปกับเหล้าและผู้หญิง ซึ่งปกติด้วยนิสัยของจี้เฟิงเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเรื่องที่คนเหล่านี้ทำ เขาไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย เขาไม่ได้อยากจะเป็นเพลย์บอย!

“งั้นฉันจะอัปเดตข่าวสารให้นายเอง!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะ “อ่ะ ดูเธอคนนั้น!”

จี้ช่าวเหลยชี้ไปที่หน้าจอทีวีของรถ

จี้เฟิงมองไปยังทิศทางที่จี้ช่าวเหลยชี้แล้วเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดโบราณถือดาบและกำลังร่ายรำอยู่

พูดได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้สวยมากจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเทคนิคการถ่ายทำหรือเพราะว่าผู้หญิงคนนี้ดูเปล่งประกายมีออร่ามากเกินไป เพียงแค่เห็นจากในจอทีวีก็รู้สึกเหมือนกับว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ เธอดูสง่างามมาก

ที่สำคัญกว่านั้น เมื่อจี้เฟิงเห็นเธอร่ายดาบ ทุกการเคลื่อนไหวนั้นดูดีมาก มันแข็งแรงและลื่นไหลในเวลาเดียวกัน ให้ความรู้สึกที่พิเศษมาก

เธอเป็นกังฟู!

นี่เป็นความรู้สึกแรกที่จี้เฟิงมีต่อเธอ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนี้จะต้องเคยฝึกดาบมาก่อน และทักษะของเธอก็น่าจะดีทีเดียว ไม่อย่างนั้นคนที่ไม่มีพื้นฐานจะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้เลย และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าแววตาของผู้หญิงคนนี้เฉียบแหลมมาก

“จริง! ผู้หญิงคนนี้สวยมากจริงๆ!” จี้เฟิงพยักหน้าอย่างจริงจังและกล่าวว่า “เธอให้อารมณ์ที่พิเศษมาก ดีๆ!”

“นั่นไงล่ะ! นายก็คิดว่าเธอสวยเหมือนกันใช่มั้ย?” จี้ช่าวเหลยหัวเราะและพูดว่า “ถ้าไม่สวยจริง เธอคงไม่ถูกเรียกว่าซุปตาร์สาวสวยหรอกจริงมั้ย?!”

“เธอเป็นนักแสดงศิลปะการต่อสู้ด้วยหรือเปล่า? ไม่สิ เขาเรียกกันว่าไงนะ ... ดาราบู๊? นักแสดงแอ็กชันใช่มั้ย?!” จี้เฟิงกล่าว

“โนๆๆ เธอไม่ใช่ดาราอย่างมิเชล โหย่ว ที่มีฝีมือด้านกังฟูจริงๆ ท่ารำดาบนี่เป็นท่าเต้นที่ผู้กำกับแอ็กชันออกแบบให้เธอ แล้วเธอก็เรียนรู้ฝึกฝนมันและแสดงออกมา!” จี้ช่าวเหลยกล่าวว่า “แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ฉันจะพูด เธอคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกังฟูเลย แล้วฉันไม่ได้อยากจะพูดเกี่ยวกับกังฟูเลยด้วย โอเค๊?”

จี้เฟิงหัวเราะ แต่เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า ฝีมือในวิชากังฟูของดาราที่ชื่อว่านหลานคนนี้ก็ไม่ได้แย่นัก ถึงแม้เธอจะไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านนี้ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่พวกเขาจะตัดข้อดีตรงนี้ข้อเธอทิ้งไป

แต่หลังจากคิดดูดีๆแล้ว จี้เฟิงก็โล่งใจ เพราะแค่รูปลักษณ์ที่สวยงามและมีเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอโด่งดังไปทั่วประเทศได้ในระยะเวลาอันสั้น!

“ขอฉันเม้าท์หน่อยเถอะ มีเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน... หนังที่นายดูอยู่ตอนนี้ ได้รับความนิยมโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเมื่อสองวันก่อนมีงานเลี้ยงฉลอง ในตอนนั้นมีนักแสดงผู้หญิงอีกคนพยายามจะจับคู่ให้เด็กหนุ่มคนหนึ่ง แต่ถูกว่านหลานปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า”

จี้ช่าวเหลยพูดอย่างกระตือรือร้น “ไอ้หนุ่มนั่นพยายามจะลวนลามเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเธอเอาดาบมาในงานฉลองด้วย เธอชักดาบออกมาแล้ววางพาดลงบนคอของไอ้หนุ่มคนนั้น เกือบจะฆ่าเขาแหนะ ไอ้หมอนั่นคงกลัวมากจริงๆ ถึงขนาดฉี่ราดกางเกงเลย ฮ่าๆๆ~!”

“ไอ้หนุ่มไหน?” จี้เฟิงถามด้วยความสงสัย

“เป็นรุ่นน้องที่หยานจิง พี่ชายของเขาเคยสอนบทเรียนให้ฉันมาก่อน!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะ “ฉันล่ะทึ่งจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะแข็งแกร่งและใจเด็ดขนาดนี้ ถ้าดูจากภายนอกนี่ไม่รู้เลยจริงๆ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า “ผมคิดว่านี่เป็นความเมตตาของว่านหลาน ไม่อย่างนั้นเด็กหนุ่มที่พี่รองรู้จักของไปนอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บศพแล้ว!”

“เธอเป็นกังฟูจริงๆน่ะเหรอ?!” จี้ช่าวเหลยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความตกใจ

จี้เฟิงพยักหน้าและพูดว่า “อย่างน้อยเธอก็ต่อสู้เป็น แต่ผมคิดว่าเธอจะต้องเก่งกังฟูแน่นอน แต่มันยากที่จะบอกว่ากังฟูของเธอมันทรงพลังแค่ไหน เพราะผมยังไม่ได้เห็นกับตา!”

“ไม่แปลกใจเลย.. เพราะเธอดูเป็นผู้หญิงที่มีความกล้าหาญมากจริงๆ ส่วนไอ้เด็กนั่น ว่ากันว่ามันกลัวจนไม่กล้าสร้างปัญหาอีกเลย!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะ

“เป็นไปได้ด้วยเหรอที่เขาจะไม่เอาคืนเพียงเพราะว่ากลัว? นี่ยังถือว่าเป็นคุณชายเพลย์บอยได้อยู่อีกเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม “แต่ผมว่านะ มันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่พี่ยังไม่รู้หรือรู้มาไม่หมดแน่ๆ!”

“ก็พูดยาก เพราะฉันก็อยู่ที่เจียงโจว อาจทำให้ไม่รู้รายละเอียดลึกๆ!” จี้ช่าวเหลยพยักหน้าเห็นด้วย และจู่ๆก็ถามขึ้นอีกครั้ง “หรือนายคิดว่าไง? เพราะมาคิดๆดู ก็น่าจะเป็นอย่างที่นายว่า อับอายต่อหน้าประชาชีขนาดนั้น ไอ้พวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อที่ใช้อิทธิพลกับเงินของพ่อแม่จนชินจะไม่เอาคืนได้ยังไง... เป็นไปได้มั้ยที่ว่านหลานจะมีแบ็คดี?!”

จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ! พี่รอง พี่เป็นคนขอให้ผมมาที่นี่เพื่อแนะนำว่านหลานคนนี้ให้ผมรู้จักเมื่อกี้นี้เองนะ!”

“ไม่ใช่ๆ!”

จี้ช่าวเหลยโบกมือและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ที่ฉันให้นายมาที่นี่ไม่ได้จะพูดเรื่องนี้ เพียงแต่เม้าท์มอยแล้วมันหยุดไม่ได้น่ะ ฮ่าๆๆๆ ... เอาล่ะๆ มาเข้าเรื่อง ที่ฉันให้นายมาที่นี่ก็เพราะเซียงหยงซานต้องการให้นายช่วยแมงมุมขาว แต่เขาไม่สามารถมาพูดกับนายได้ ก็เลยขอผ่านฉัน!”

“เขาเป็นอะไรมาคุยกับผมไม่ได้?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม

“ไอ้หนู นายถามเพราะไม่รู้จริงๆหรือกวนตีน? ก็ตั้งแต่ที่แมงมุมขาวถูกไล่ฆ่าจากคนของหวางฉาว และได้นายช่วยไว้ เซียงหยงซานไม่ได้ให้ข้อมูลที่พอจะช่วยอะไรนายได้เลย แล้วเขาจะมีหน้ามาคุยกับนายได้ยังไง ไม่ต้องพูดถึงว่าเขายังต้องการให้นายช่วยแมงมุมขาวไว้อีก!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะ

จี้เฟิงพ่นลมหายใจและพูดว่า “เขาก็ช่างกล้าเนอะ ยังจะให้ผมช่วยแมงมุมขาวอีก... แล้วจะให้ผมไปช่วยอะไรเธออีก?”

“ถ้าอย่างนั้น... เราจะกลับกันตอนนี้เลยมั้ย?” จี้ช่าวเหลยถาม “ฉันไม่ได้บอกเซียงหยงซานเรื่องที่ให้นายมาที่นี่ ฉันอยากฟังความคิดเห็นของนายก่อน”

“อย่าเพิ่งกลับ” จี้เฟิงส่ายหัวและกล่าวว่า “พาผมไปหาเซียงหยงซาน!”

เนื่องจากเซียงหยงซานได้ตรวจสอบแมงมุมขาวกับพวกมนุษย์ดัดแปลงและสืบข่าวของคนที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ ดังนั้นจี้เฟิงจึงต้องการถามว่าใครที่กำลังโจมตีเขา!

คนในหวางฉาวรู้แล้วว่าเขามีส่วนร่วมในการทำลายสาขาที่ต้าเซี่ย ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น! และเซียงหยงซานก็มีหน้าที่ในการสืบสวนเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเนื่องจากอีกฝ่ายรู้ข่าว ก็หมายความว่าจะต้องมีคนของหวางฉาวแทรกซึมอยู่ในระดับสูงของจีน อันที่จริงประเด็นนี้จี้เฟิงและเซียงหยงซานมั่นใจมานานแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่จี้เฟิงอยากรู้คือคนระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังนี้คือใคร!

จี้เฟิงไม่เคยกลัวหวางฉาว ไม่ว่าองค์กรนี้จะอาละวาดแค่ไหน ก็ไม่มีอำนาจเท่าประเทศจีนทั้งประเทศ! และเพราะแบบนั้นพวกหวางฉาวถึงได้ทำอะไรอย่างลับๆ

ดังนั้นสิ่งที่จี้เฟิงต้องทำคือตัดกำลังของอีกฝ่ายที่อยู่ในจีนออกไปให้หมด เปลี่ยนให้เป็นเสือที่ไร้เขี้ยวเล็บ แม้ว่าพลังของหวางฉาวจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะส่งสายเข้ามาในจีน หรือต่อให้ส่งมาได้ แล้วอยากจะลงมือ มันก็ไม่ง่ายที่จะหลบสายตาของหน่วยข่าวกรองไปได้

ดังนั้นกุญแจสำคัญในตอนนี้คือค้นหาผู้กระทำความผิดที่อยู่เบื้องหลังและกวาดล้างพวกเขาออกไปให้หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ดัดแปลงขั้นสูงพวกนั้น พวกเขาอันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้นานๆ ต้องทำให้มนุษย์ดัดแปลงเหล่านั้นเป็นภัยต่อถงเล่ยและเซียวหยูซวนไม่ได้อีก

นี่คือเป้าหมายสูงสุดของจี้เฟิง

ส่วนวิธีการจัดการกับองค์กรหวางฉาวในอนาคตมันชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ที่เกิดความแค้นต่อกัน ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดอีก และมีทางเดียวที่จะทำได้คือสู้ให้ถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น จี้เฟิงไม่เคยคิดที่จะญาติดีกับองค์กรหวางฉาว สำหรับองค์กรใต้ดินนี้ เป็นการดีที่สุดที่เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนร่วมใดๆ เพียงแต่ตอนนั้นมันเกี่ยวข้องกันไปแล้ว เขาจึงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำลายมัน

จากเด็กยากจนไร้ค่า จี้เฟิงได้ก้าวไปทีละก้าว และเขาก็ไม่ได้เป็นคนใจอ่อนอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่แมงมุมขาวตั้งใจจะปองร้ายเซียวหยูซวน จี้เฟิงรู้สึกตกใจมาก เหงื่อเย็นๆไหลออกมาท่วมตัวในเวลานั้น มันทำให้หัวใจของเขาชา เพราะถ้าหากแมงมุมขาวต้องการจะจัดการเซียวหยูซวนในเวลานั้นจริงๆ ด้วยทักษะของเซียวหยูซวนในเวลานั้น เธอไม่สามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน และมันจะเกิดเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากจะนึกภาพเลย

และถ้ามันเป็นแบบนั้น จี้เฟิงจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลยตลอดชีวิต!

“ผมต้องถามให้ชัดเจนว่าคนเบื้องหลังที่คิดจะโจมตีผมกับคนรอบตัวเป็นใครกันแน่!” จี้เฟิงพูดเบาๆ แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร!

จี้ช่าวเหลยก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่เย็นชาในใจของจี้เฟิง เขาพยักหน้าทันทีและกล่าวว่า “โอเค ฉันจะติดต่อเซียงหยงซานเดี๋ยวนี้ เขาน่าจะอยู่ในเขตทหารแล้ว”

.......

ผ่านไปสิบนาที จี้เฟิงและจี้ช่าวเหลยก็เห็นเซียงหยงซานในเครื่องแบบทหาร

จี้เฟิงสังเกตได้ว่าท่าทีของเซียงหยงซานนั้นดูเขินอายเล็กน้อย แต่เพราะใบหน้าของเขามืดครึ้มไปหน่อย ดังนั้นถ้าไม่ดูให้ดีๆ มันก็ยากที่จะบอกได้

“พี่เขย ฉันชวนน้องสามมาให้แล้ว จะทำยังไงก็แล้วแต่พวกคุณแล้ว ไม่ใช่ธุระของฉันอีกต่อไป!” จี้ช่าวเหลยพูดด้วยรอยยิ้ม “ยี่โหรวอยู่ข้างในใช่มั้ย ฉันจะไปหาเธอ!”

.....จบบทที่ 747 ~

จบบทที่ บทที่ 747 ซุปตาร์ว่านหลาน(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว