เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 735 เป็นไปได้มั้ย?(ตอนฟรี)

บทที่ 735 เป็นไปได้มั้ย?(ตอนฟรี)

บทที่ 735 เป็นไปได้มั้ย?(ตอนฟรี)


บทที่ 735 เป็นไปได้มั้ย?

ในเวลานี้ จี้เฟิงกำลังคิดเกี่ยวกับการโปรโมตทางออนไลน์ เพราะจี้เฟิงไม่ได้คาดหวังมากนักเรื่องที่ผู้ค้าเหล่านั้นจะลองยาลดความอ้วนด้วยตัวเอง

ในสายตาของจี้เฟิง ผู้ค้าเหล่านั้นอาจจะไม่ได้ใช้คังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์ด้วยตัวเอง แต่ก็คงจะช่วยโปรโมตอยู่แล้ว เพราะพวกเขาได้รับผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนไปฟรีๆ และถ้าหากพวกเขาต้องการทำให้คังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์ให้กลายเป็นเงิน พวกเขาก็ต้องโปรโมตมัน

ดังนั้น สิ่งที่จี้เฟิงรอคอยจริงๆก็คือหลังจากที่ผู้ค้าเหล่านั้นขายยาลดน้ำหนักออกไปแล้ว การตอบรับของผู้บริโภคที่ทานมันเข้าไปและการประชาสัมพันธ์ของพวกเขาเองในทุกๆช่องทาง นี่ต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญและคาดหวังได้มากที่สุด

ด้วยผลตอบรับของผู้บริโภค จี้เฟิงเชื่อว่าผู้ค้าเหล่านั้นจะต้องได้รับคำติชมโดยตรงจากลูกค้าอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นพวกเขาถึงจะเริ่มคิดหาวิธีมาซื้อสินค้าที่โรงงานต่อไป

ตอนนี้จี้เฟิงรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากผู้บริโภคเหล่านั้นดี ผู้บริโภคเหล่านั้นสามารถสร้างกระแสบนอินเทอร์เน็ตได้ และทั้งหมดนี้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน...

บางทีสิ่งที่วางไว้ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมันทุกสถานการณ์ แค่อาศัยภาพรวมและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการก็เพียงพอแล้ว

คำพูดเหล่านั้นล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น จี้เฟิงผู้เป็นคนที่วางแผนด้วยตัวเองไม่เคยคิดว่าการโปรโมตคังหยวนสลิมมิ่งโดยพึ่งพาแค่ผู้ค้าไม่กี่คนเหล่านั้นจะประสบผลสำเร็จอย่างท่วมท้น เขาเป็นคนที่ไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้นอยู่แล้ว

และเป็นเพราะปัจจัยที่ไม่แน่นอนเหล่านี้เอง จี้เฟิงจึงได้เตรียมการต่างๆสำรองเอาไว้ หากผู้ค้าเหล่านี้ไม่สามารถโปรโมตได้จริงๆ จี้เฟิงก็ตัดสินใจที่จะจัดจำหน่ายสินค้าไปก่อน

ตามแผนเดิมของจี้เฟิง หากการประชุมส่งเสริมการลงทุนไม่ประสบความสำเร็จและการโปรโมตไม่บรรลุผลตามที่หวัง ขอแค่เพียงยังมีผู้ค้าที่มาติดต่อทำธุรกิจร่วมกันกับโรงงานยาเซียว รวมถึงบริษัทยาฉางเหอด้วย จี้เฟิงจะให้ยาแก่พวกเขาในปริมาณมากไปฟรีๆ ก่อน มุ่งเน้นไปที่การกระจายสินค้าให้ได้ในวงกว้าง เพราะถ้าตะวันออกไม่ได้ผล ตะวันตกอาจจะดีก็ได้ ผู้คนของแต่ละพื้นที่อาจมีความชื่นชอบที่ไม่เหมือนกัน

ตราบใดที่มีการบอกกันปากต่อปาก ความนิยมก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเอง เพียงแค่มันอาจจะเห็นผลช้าว่าการโปรโมตด้วยแผนปัจจุบัน แต่ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

ในความเป็นจริง เนื่องจากจางฉงจินปรากฏตัวขึ้นที่การประชุมส่งเสริมการลงทุน ทำให้ผู้ค้าส่วนใหญ่ต่างพากันออกไป เมื่อมองกลับไปที่จุดนั้น มันจึงทำให้จี้เฟิงตระหนักได้ว่าการประชุมส่งเสริมการลงทุนอาจล้มเหลว

และต่อให้ยังมีผู้ค้าคนอื่นๆเหลืออยู่ พวกเขาอาจจะไม่ได้สนใจในตัวยาลดน้ำหนักคังหยวนจริงๆ ความน่าจะเป็นของความสำเร็จจึงเป็นอะไรที่น้อยมาก

ดังนั้นจี้เฟิงจึงเตรียมการต่างๆ

จี้เฟิงไม่ได้ใช้เวลานานมากในการคาดเดาว่าผู้ค้าเหล่านั้นจะยอมทดลองใช้ยาจริงๆหลังจากที่พวกเขากลับไปแล้วหรือไม่ แทนที่จะเสียเวลากับมัน จะเป็นการดีกว่าที่จะคิดว่าจะทำยังไงให้ผงยาลดน้ำหนักคังหยวนได้รับการโปรโมตที่ดี และวิธีการสร้างกระแสชักจูงผู้คนให้เข้ามาทดลองใช้ยาให้ได้ เพราะถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ มันจะช่วยขยายความนิยมให้ไปจนถึงระดับสูงสุดได้เลย!

ในฐานะผู้นำเบื้องหลังของโรงงานผลิตยาเซียวฟามาซูติคอล จี้เฟิงไม่สามารถปล่อยให้หยางเต๋อจ้าวและซูหยวนยุ่งกับทุกสิ่งทุกอย่างได้

โรงงานยาเซียวในปัจจุบันแตกต่างอย่างมากจากตอนที่ฮั่นจงดูแลอยู่

ในตอนที่ฮั่นจงอยู่ จี้เฟิงไม่จำเป็นต้องควบคุมดูแลอะไรมาก การโปรโมตยาก็ไม่ใช่เรื่องยาก มันไม่จำเป็นต้องมีการโปรโมตด้วยซ้ำ ยากระแสไฟฟ้าพิเศษเป็นที่รู้จักอยู่แล้วในตอนที่มันถูกใช้ในหยานจิง นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือโดยตรงจากเทียนเหยากรุ๊ป ดังนั้นการโปรโมตจึงไม่จำเป็นเลยสำหรับยากระแสไฟฟ้าพิเศษ

นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าของยากระแสไฟฟ้าพิเศษในปัจจุบันยังเป็นกลุ่มทหาร ซึ่งแตกต่างจากผงยาลดน้ำหนักคังหยวนอย่างมาก

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงงานยาเซียวมันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มันแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากลูกค้าที่เคยมีความสัมพันธ์การด้านธุรกิจเพียงไม่กี่รายสำหรับร้านขายยาทั่วไป

หากคุณต้องการเงินแต่ปราศจากเงิน หากคุณต้องการได้รับความนิยมแต่ปราศจากชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรค

ดังนั้นจี้เฟิงจึงต้องลงมือด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น คังหยวนสลิมมิ่งพาวเดอร์เป็นโครงการแรกที่เขาทำธุรกิจอย่างจริงๆจังๆ เขาต้องผลักดันมันให้กลายเป็นแบรนด์ระดับประเทศและระดับโลกที่มีชื่อเสียง นี่คือเป้าหมายของจี้เฟิง!

………………..

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อสัปดาห์ใหม่เริ่มต้นขึ้น จี้เฟิงนั่งอยู่ในห้องสำนักงานของโรงงานยาเซียว เขากำลังรออะไรบางอย่างอยู่อย่างเงียบๆ

แม้ว่าในใจของจี้เฟิงจะไม่ได้คาดหวังเกี่ยวกับผู้ค้าเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องตัดใจยอมแพ้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลของมันจะออกมาดีหรือไม่ดี เขาก็จะรอรับฟังจนถึงวินาทีสุดท้าย!

ที่ด้านตรงกันข้ามของจี้เฟิง ซูหยวนและหยางเต๋อจ้าวนั่งเคียงข้างกันบนโซฟาและรอการตอบรับจากผู้ค้าเหล่านั้น ทั้งสองต่างรู้สึกเป็นกังวลและไม่สบายใจพอๆกันอยู่ในใจ โดยไม่รู้ว่าผู้ค้าจะมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไรบ้าง

พวกเขาจะตัดความสัมพันธ์และยุติความร่วมมือทุกอย่างกับโรงงานเซียวไปเลยหรือเปล่าถ้าผงยาคังหยวนมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ?

หรือมันจะเป็นการนำพาทุกสิ่งทุกอย่างให้พังทลายลงไปอย่างเงียบๆ?

ทั้งสองคนรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอ

“บอสคะ คุณกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะคะ ฉันกับผู้อำนวยการหยางสามารถอยู่รอและจัดการเรื่องที่เหลือได้ค่ะ!”

เมื่อเห็นจี้เฟิงนั่งหลับตาและพักผ่อน ซูหยวนก็คิดว่าจี้เฟิงคงเป็นกังวล เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสเพื่อเป็นการปลอบโยนว่า “มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ค้าเหล่านั้นจะใช้ผงลดความอ้วนของเรา เพราะถ้าฉันเป็นตัวแทนจำหน่าย ต่อให้ฉันไม่อยากลองเอง ฉันก็จะต้องให้คนอื่นลองอย่างแน่นอน... พวกนั้นหัวหมอจะตาย เพราะสุดท้ายแล้วถ้าผงยาลดความอ้วนคังหยวนไม่ได้ดีอย่างที่เราพูดไว้ มันก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขาในการกดดันโรงงานยาของเราในเรื่องอื่นๆ และเพื่อปกปิดบาดแผลนี้ เราจะต้องยอมแพ้ส่วนหนึ่งของผลกำไรในด้านอื่นๆอย่างแน่นอน!”

จี้เฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องที่ว่าผู้ค้าและตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้นจะใช้ผงยาลดความอ้วนหรือเปล่า แต่กังวลว่าพวกเขาจะไม่จริงจังกับเรื่องนี้เลยต่างหาก เพราะโรงงานผลิตยาของเรา ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือประเภทของผลิตภัณฑ์ มันยังห่างไกลหากจะนำไปเปรียบเทียบกับโรงงานขนาดใหญ่เหล่านั้น และเรื่องของผลประโยชน์ในตอนนี้ มันเป็นสิ่งที่เราแค่พูดไป ผู้ค้าและตัวแทนเหล่านั้นอาจไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้ก็ได้!”

“ประธานจี้ คุณยังรู้จักพ่อค้าหัวหมอพวกนั้นดีไม่พอนะ!” หยางเต๋อจ้าวยิ้มและพูดว่า “สิ่งแรกที่นักธุรกิจจะมองหาคือผลกำไร ประโยคนี้เหมาะสมกับพ่อค้าพวกนั้นมากจริงๆ!”

“ลุงหยางหมายความว่ายังไง?” จี้เฟิงถามทันที

“สำหรับนักธุรกิจรายใหญ่ วิสัยทัศน์ของพวกเขาจะมองในระยะยาวเป็นหลักและพวกเขาก็จะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตมากขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันพวกเขาจะไม่สนใจกำไรและการขาดทุนในทันที... อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าและตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมงานกับโรงงานผลิตยาของเราเป็นพวกมองระยะสั้น พวกเขาจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่จะได้รับในทันที!”

หยางเต๋อจ้าวยิ้มและพูดอย่างมั่นใจ “ฉันกล้าพูดได้เลยว่าคนเหล่านั้นจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำกำไรจากเราให้ได้มากที่สุด และผงยาลดความอ้วนก็นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขาในตอนนี้!”

“มีเหตุผลๆ!” จี้เฟิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันที แม้ว่าหยางเต๋อจ้าวจะเป็นคนอารมณ์ร้อนและอาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่จี้เฟิงต้องชื่นชม นั่นก็คือหยางเต๋อจ้าวเป็นคนที่ผ่านอะไรมามากและมีประสบการณ์มามากมาย มันทำให้เขาสามารถมองคนออกและตัดสินคนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จี้เฟิงไม่อาจเทียบได้ในตอนนี้

อายุหลายสิบปีเหล่านี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์และประสบการณ์ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างขึ้นได้อย่างการฝึกฝนร่างกายหรือศึกษาหาความรู้ มันเป็นการใช้ชีวิตที่ต้องผ่านผู้คนที่แตกต่างมากมายและค่อยๆสะสมประสบการณ์จนกว่ามันจะมากพอที่จะมองเห็นผู้คนได้แม่นยำมากขึ้น

แม้ว่าจี้เฟิงจะมีสมองหมายเลข 1 ซึ่งเป็นสมองอัจฉริยะจากต่างดาวคอยช่วยเหลือ แต่เขาก็ยังคงขาดบางสิ่งในเรื่องนี้

ทั้งสามคนพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอการติดต่อจากพวกผู้ค้า

แม้ว่าปากที่พูดจะดูผ่อนคลายมาก แต่ทั้งสามคนต่างก็มีความกังวลในใจ เพราะการประชุมส่งเสริมการลงทุนจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับของผู้ค้าเหล่านั้น  นอกจากนี้มันยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของทั้งสามคน ตลอดจนทิศทางของแผนในอนาคตของโรงงานผลิตยา มันจึงเป็นสิ่งที่ทั้งสามคนต้องให้ความสนใจอย่างมาก

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ และแล้วช่วงเช้าก็ได้ผ่านไป แต่โทรศัพท์ในห้องสำนักงานก็ยังไม่ดังขึ้นเลย จะมีก็แต่เสียงพูดคุยของทั้งสามคนที่ดังขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกว่าความเงียบมันจะยิ่งทำให้ความกังวลเพิ่มมากขึ้น

จี้เฟิงมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงครึ่ง พวกเขามารอกันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อใดๆกลับมา สถานการณ์ในปัจจุบันดูเหมือนจะแย่ลงเล็กน้อย ทุกคนเริ่มตระหนักว่าการประชุมส่งเสริมการลงทุนในครั้งนี้จะไม่ได้มีผลอะไร

ยิ่งรอกันนานขึ้นเท่าไหร่ อารมณ์ของหยางเต๋อจ้าวก็ยิ่งร้อนรุ่มมากขึ้นเท่านั้น เขาเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังอยู่บ่อยครั้ง สลับกับดื่มน้ำบ่อยๆ บางครั้งเขาก็ลุกไปเติมน้ำให้กับจี้เฟิงและซูหยวน แต่การกระทำของเขามันดูกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด

“ผู้อำนวยการหยาง อย่าใจร้อน ตราบใดที่เราไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาด ฉันเชื่อว่ามันจะไม่เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน!” ซูหยวนปลอบโยน

หยางเต๋อจ้าวพยักหน้าเล็กน้อย แต่ความกังวลของเขาเป็นเรื่องที่ยากจะยับยั้ง

“ไอ้คนพวกนี้ เวลาที่จะต่อรองกับเรา กระตือรือร้นยิ่งกว่าใคร แต่พอตอนนี้รู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ กลับเงียบเป็นเป่าสาก!” หยางเต๋อจ้าวรอด้วยความกังวลใจ เขาอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจและบ่นออกมา

ซูหยวนยิ้มเล็กน้อย “คนพวกนี้ก็มีนิสัยแบบนี้แหละค่ะ อย่าไปใส่ใจมากนักเลย เราจะหงุดหงิดเองเปล่าๆ!”

“เฮ้อ!” หยางเต๋อจ้าวอดไม่ได้ที่จะส่ายศรีษะเล็กน้อยและถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

“พวกคุณคิดว่าจะมีความเป็นไปได้มั้ยที่จางฉงจินจะหาเรื่องขัดขวางผู้ค้าเหล่านั้นไม่ให้ติดต่อพวกเรา?” จู่ๆจี้เฟิงก็ถามขึ้น

“อะไรนะ?”

ซูหยวนและหยางเต๋อจ้าวอึ้งและชะงักไปทันที พวกเขายังตามไม่ทันความคิดของจี้เฟิง

จี้เฟิงแตะต้นขาของตัวเองเบาๆและพูดอย่างครุ่นคิด “ตั้งแต่จางฉงจินประกาศว่าจะแก้แค้นโรงงานของเรา ครั้งแรกที่เขาโผล่มาก็คือวันที่โรงงานของเราจัดการประชุมส่งเสริมการลงทุน เขาโผล่มาได้พอดิบพอดีในนามของคนในซันไชน์กรุ๊ป ผมก็เลยกำลังคิดว่าถ้าเขาจะแก้แค้นเราจริงๆ ก็คงจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น และอาจไปสกัดกั้นผู้ค้าเหล่านั้นกลางทางก็ได้ไม่ใช่เหรอ? เพราะต่อให้ผู้ค้าเหล่านั้นไม่ได้ทดลองใช้ยา แต่อย่างน้อยพวกเขาก็น่าจะติดต่อมาเพื่อปฏิเสธหรือต่อรองอะไรซักอย่าง! แต่จนตอนนี้พวกเรากลับไม่ได้ข่าวอะไรจากพวกเขาเลย”

“นี่....” หยางเต๋อจ้าวและซูหยวนมองหน้ากัน พวกเขาต่างรู้สึกตกใจในเวลาเดียวกัน จากนั้นก็พูดพร้อมกันว่า “มีความเป็นไปได้จริงๆด้วย!”

โรงงานผลิตยาเซียว เป็นโรงงานขนาดเล็กที่มีทรัพย์สินไม่กี่สิบล้าน และไม่เพียงพอที่จะเปรียบเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่างซันไชน์ฟามาซูติคอลกรุ๊ป

และถ้าครั้งนี้จางฉงจินมาขวางทางหรือก่อปัญหาอีกจริงๆ ก็เกรงว่ามันจะไม่ใช่แค่จังหวะเวลาที่บังเอิญอย่างแน่นอน!

จากการประชุมส่งเสริมการลงทุนเมื่อสัปดาห์ก่อน จะเห็นว่าซันไชน์ฟามาซูติคอลกรุ๊ปดึงตัวผู้ค้ายาเหล่านั้นอย่างไร พวกเขาสามารถดึงดูดผู้ค้ายาจำนวนมากได้เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ และตอนนี้หากการดำเนินการที่พวกเขารอเพิ่งผ่านไปได้เพียงครึ่งทาง กลับถูกขัดขวางขึ้นมาอีกครั้ง ผลลัพธ์ของมันจะเลวร้ายขนาดไหน

“แล้วเราควรทำยังไงดี?” หยางเต๋อจ้าวมองไปที่จี้เฟิง เพราะเขารู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของจี้เฟิง หากจี้เฟิงเอ่ยปาก เขาเชื่อว่าซันไชน์ฟามาซูติคอลกรุ๊ปจะไม่กล้าเข้ามาสร้างปัญหาและอาจจะไล่จางฉงจินออกทันทีเลยก็ได้!

จี้เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา “กัวเถา พาคนออกไปตรวจสอบทางเข้าโรงงานและบริเวณใกล้ๆเคียงซักสามสี่คน...”

...จบบทที่ 735~❤️

จบบทที่ บทที่ 735 เป็นไปได้มั้ย?(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว