เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 697 เมื่อเจอสาวงาม ต้องมองส่วนไหนก่อน?(ตอนฟรี)

บทที่ 697 เมื่อเจอสาวงาม ต้องมองส่วนไหนก่อน?(ตอนฟรี)

บทที่ 697 เมื่อเจอสาวงาม ต้องมองส่วนไหนก่อน?(ตอนฟรี)


บทที่ 697 เมื่อเจอสาวงาม ต้องมองส่วนไหนก่อน?

“อาจารย์ที่สวยมาก?”

จี้เฟิงฟังเรื่องนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาทันที “พวกนายคงไม่ได้เมาขี้ตากันอยู่ใช่มั้ย? ฉันเพิ่งจะผ่านจุดรับเด็กใหม่มา ฉันยังไม่เห็นมีอาจารย์คนไหนสวยโดดเด่นจนต้องเอามาเพ้อขนาดนี้เลย และนอกจากนี้ มีอาจารย์หญิงคนไหนที่สวยสู้หยูซวนของฉันได้ด้วยเหรอ?”

“เหอะ!”

เมื่อมองไปที่ใบหน้าอันแสนภาคภูมิใจของจี้เฟิง ทั้งสามคนก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงอย่างดูถูกออกมาพร้อมๆกัน

“ดอกฟ้ากับหมาวัดชัดๆ!” ฮั่นจงขมวดคิ้ว “นายไม่คู่ควรเลย แต่ยังกล้าที่จะอวดอีก!”

“ขี้อวด!” คำพูดของจ้าวไคมักจะสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ทุกคนหัวเราะ

“พวกนายพูดกันไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ฉันพูดเลย” ตู้เส้าเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“เหลือคำด่าอีกตั้งเยอะแยะ เช่น หน้าด้าน ไร้ยางอาย ไอ้หน้าเต้าหู้ ไอ้ขี้โม้ ฯลฯ นายเลือกได้ตามใจเลย สิ่งสำคัญคือนายรู้สึกยังไงก็พูดออกไปแบนนั้น!” ฮั่นจงที่อยู่ข้างๆสอนตู้เส้าเฟิงอย่างจริงจัง “บางที... นายก็ดูซื่อบื้อเกินไปนะ!”

ตู้เส้าเฟิงตบไหล่ฮั่นจงด้วยรอยยิ้ม แต่การตบหยอกล้อของตู้เส้าเฟิงทำให้ฮั่นจงรู้สึกเจ็บจริงๆ

“ฉันแค่คิดว่าคำพูดพวกนั้นไม่เพียงพอที่จะถ่ายทอดความรู้สึกหมั่นไส้ที่ฉันมีต่อเหล่าเฟิงในตอนนี้หรอก” ตู้เส้าเฟิงยิ้ม

เมื่อเห็นสามคนนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยในการด่าเขา หน้าผากของจี้เฟิงก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน “ฉันเข้าใจว่าพวกนายอิจฉา เอาเป็นว่าฉันจะให้อภัยพวกนายก็แล้วกันนะ!”

“ก็อิจฉาน่ะสิ!” จ้าวไคพยักหน้าอย่างจริงจัง “แต่โชคดีที่ยังมีผู้หญิงที่ดีและสวยอีกหลายคนในโลกนี้... จากวันนี้เป็นต้นไป พวกเราจะไม่อิจฉาคุณอีกแล้ว เป้าหมายของเราคือทำให้คุณอิจฉาเรา!”

“มีเรื่องดีๆแบบนั้นด้วยเหรอ?” จี้เฟิงมองทั้งสามคนอย่างสงสัย “พวกนายจะทำอะไรกัน?”

“ออกเดตกับเธอ!” ฮั่นจงพูดอย่างหนักแน่น

“ฉันจะทำให้เธอหลงรักและเป็นฝ่ายตามจีบฉัน!” จ้าวไคพูดด้วยท่าทางเหมือนชนชั้นสูง แต่รอยยิ้มในแววตาของเขานั้นร้ายกาจมาก และแสดงออกมาอย่างชัดเจนเสียจนแม้แต่คนตาบอดก็สามารถมองเห็นได้

“ฉันจะให้เธอมาเป็นภรรยาของฉัน!” ตู้เส้าเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสา

จี้เฟิงมองดูทั้งสามคนที่มีสายตาเพ้อฝันราวกับว่าพวกเขากำลังมึนเมาอะไรบางอย่างแล้วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย “... พวกนายมีเป้าหมายมันก็ดีหรอกนะ แต่พวกนายแน่ใจเหรอว่ามีอาจารย์ที่สวยมากขนาดนั้นจริงๆ? เพราะถ้ามีผู้หญิงที่สวยแบบนี้จริงๆ ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เรื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำไมถึงเพิ่งมารู้เอาป่านนี้?”

“แล้วอีกอย่าง พวกนายรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นอาจารย์ไม่ใช่นักศึกษา!” จี้เฟิงเสริมอีกประโยค “เธออาจจะเป็นนักศึกษาใหม่ก็ได้!”

“เป็นไปไม่ได้!” ฮั่นจงพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่นักศึกษาใหม่อย่างแน่นอน เพราะฉันได้ยินมากับหูเลยว่าอาจารย์คนอื่นที่แผนกต้อนรับเรียกเธอว่าอาจารย์ไป๋ นามสกุลของเธอคือไป๋ อาชีพของเธอคืออาจารย์อย่างแน่นอน! ส่วนเหตุผลที่ฉันไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเธอมาก่อนมีความเป็นไปได้แค่สองอย่าง นั่นก็คือ หนึ่ง! เธอธรรมดาเกินไปไม่ได้มีความสำคัญอะไรหรือ สอง! เธอเป็นอาจารย์คนใหม่!”

“เธอชื่อว่าไป๋จู!” จ้าวไคเสริมคำพูดของฮั่นจงและในเวลาเดียวกันเขาก็ทำท่าเขียนคำว่าไป๋จูลงบนโต๊ะด้วยมือของเขา

ฟึ่บ—

สายตาสามคู่จับจ้องไปที่เขาทันที และพวกเขาก็ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “นายรู้ได้ยังไง?!”

“ดู!”

จ้าวไคชี้ไปที่แว่นตาบนใบหน้าของเขาที่บางกว่าก้นขวดแก้วเพียงเล็กน้อยและพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “บางครั้งการสวมแว่นตาก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็มองเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น!”

“แล้วนายไปเห็นชื่อเธอที่ไหน!” ฮั่นจงเกาหัวด้วยความสงสัย “เราสามคนก็เดินผ่านตรงนั้นมาด้วยกัน ทำไมฉันกับเหล่าตู้ไม่เห็นจะเห็นเลย!”

“ก็ในตอนนั้นมีนักเรียนมารายงานตัวเป็นนักศึกษาใหม่ตั้งเยอะแยะ มันจะแปลกตรงไหนถ้าคุณจะมองไม่เห็น!” จ้าวไคอธิบายอย่างคลุมเครือ

“แล้วนายเห็นได้ยังไง?” ตู้เส้าเฟิงถามโดยไม่ลังเล

ฮั่นจงหันไปมองตู้เส้าเฟิงและกล่าวเสียงเรียบว่า “นายจะเริ่มก่อนไหม?”

เมื่อเห็นชายสองคนนี้กำลังจะทำอะไรบางอย่างกับเขา จ้าวไคก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น  “ทำไม? พวกคุณสู้ผมเรื่องความฉลาดและสายตาไวไม่ได้ ก็จะใช้กำลังกับผม?”

“นั่นคือข้อได้เปรียบของเราหละ!” ฮั่นจงมองขึ้นลงบนร่างที่ผอมบางของจ้าวไคและกล่าวว่า “เราจะได้รู้ไงว่าแว่นหนาๆนั่นของนายทำให้นายรู้อะไรที่พวกเราไม่รู้ได้ยังไง!”

จี้เฟิงเองก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายให้จ้าวไค “เอาล่ะพ่อคนฉลาดหลักแหลม คนขี้อวดคนนี้ขอเตือนด้วยความหวังดีว่าถ้านายไม่อยากโดนสองคนนั้นรุมสกรัม ก็บอกพวกเขาไปดีๆเถอะ!”

จ้าวไคอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “โอเคๆ พวกคุณจิตใจโหดเหี้ยมกว่าที่ผมคิดอีกนะครับเนี่ย งั้นผมขอถามหน่อยว่าเวลาที่พวกคุณเจอสาวสวย พวกคุณจะมองส่วนไหนของเธอเป็นอันดับแรก?”

“หะ?” ตู้เส้าเฟิงชะงักไปทันที

“ส่วนไหน... ?” ฮั่นจงก็อึ้งไปเล็กน้อยเช่นกัน “แน่นอนว่าต้องเป็นใบหน้าสิ!”

“นั่นไง!” จ้าวไคดีดนิ้วและพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “การมองของผมแตกต่างจากคุณ เวลาที่ผมเจอผู้หญิงสวย สิ่งแรกที่ผมจะมองก็คือหน้าอกของเธอ... แล้ววันนี้ผมก็บังเอิญเห็นมัน... เอ่อ..ผมหมายถึงเห็นป้ายชื่อน่ะ ที่หน้าอกของเธอมีป้ายชื่อติดเอาไว้อยู่ มันเขียนเอาไว้ว่า ไป๋จู!”

จากนั้นฮั่นจงและตู้เส้าเฟิงก็ปล่อยจ้าวไค ส่วนจี้เฟิงก็เดินมานั่งลงที่โซฟา แต่ก่อนที่ฮั่นจงจะปล่อย เขาก็ถือโอกาสช่วงชุลมุนขยี้หัวของจ้าวไคไปสองสามครั้ง

“ให้ตายสิ ผมเพิ่งจะเซทผมมา!” จ้าวไคมองไปที่ฮั่นจงกับตู้เส้าเฟิงอย่างขุ่นเคืองและรีบไปที่หน้ากระจกเพื่อหวีผมของเขาให้เรียบร้อยทันที “พวกคุณสองคนระวังตัวให้ดี รอให้ผมเรียนจบก่อนเถอะ!”

“ไอ้ลามก!” ฮั่นจงมองเขาด้วยสีหน้าขยะแขยง

“เห็นด้วย!” ตู้เส้าเฟิงซึ่งนึกคำด่าไม่ออกได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับฮั่นจงเท่านั้น

“มันเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคล ผมไม่ได้ลามกอนาจารซักหน่อย!” จ้าวไคไม่เห็นด้วยกับคำพูดของพวกเขา “แต่ยังไงก็ตาม อาจารย์ผู้หญิงที่ชื่อไป๋จู เธอสวยมากจริงๆ…”

หลังจากที่ผู้ชายสองสามคนเอะอะโวยวายกันอีกครู่หนึ่ง จี้เฟิงก็โบกมือและถามด้วยรอยยิ้มว่า “แล้วพวกนายสามคน จะจีบผู้หญิงคนนั้น... เอ่ออาจารย์ไป๋...คนนั้นกันยังไง?”

“ไป๋จู!” ตู้เส้าเฟิงเสริม

“เออนั่นแหละ ไป๋จู!” จี้เฟิงพยักหน้าและยิ้ม

“พวกเราคุยกันแล้ว ในตอนแรกพวกเราจะสมานฉันท์กัน ไม่ทะเลาะหรือขัดขากันเอง โดยให้แต่ละคนได้แสดงความสามารถในสิ่งที่ตัวเองถนัดกันแบบแฟร์ๆ..” ฮั่นจงยิ้ม

“ยกเว้นนาย!” จ้าวไคจ้องตรงไปที่จี้เฟิง “นายสามารถรับชมได้ แต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้!”

จี้เฟิงยิ้มและถามทันที “ทำไม?”

“เดิมทีผู้หญิงสวยๆก็มีน้อยอยู่แล้ว แต่คุณกลับครอบครองทรัพยากรล้ำค่าเอาไว้มากมายคนเดียว และถ้ายังจะครอบครองมากเกินกว่านี้ ฟ้าจะต้องลงโทษคุณ!” จ้าวไคกล่าว

จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น และอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและกล่าวด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ “โอเคๆ ฉันไม่เข้าร่วม อันที่จริงฉันก็ไม่ได้คิดที่จะเข้าร่วมแต่แรกแล้ว แต่ตอนนี้ใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว จะไปพร้อมกันเลยมั้ย?”

ทั้งสามคนพึมพำอะไรบางอย่างอีกครั้ง จี้เฟิงได้แต่ส่ายหัวและยิ้มพร้อมกับเดิมออกจากหอพัก

“ไป๋จู...” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างลับๆ ชื่อนี้แปลกจริงๆ แมงมุมขาว... มันควรเป็นฉายาของตัวละครในนวนิยายหรือไม่ก็ตัวละครในภาพยนตร์มากกว่า

แม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกๆอยู่ในใจ แต่จี้เฟิงก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่รู้สึกว่ามันตลกดี

แน่นอน เขาไม่คิดว่าเพื่อนทั้งสามคนของเขาจะไปจีบอาจารย์หญิงที่พวกเขาบอกว่าสวยมากๆที่ชื่อว่าไป๋จูคนนี้จริงๆ ถึงแม้พวกเขาจะปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง แต่จริงๆแล้วพวกเขาก็แค่ล้อเล่น

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ตู้เส้าเฟิงยังคงเป็นผู้ชายที่ชื่นชอบในการต่อสู้และดูไม่มีทีท่าว่าจะตกหลุมรักผู้หญิงคนไหนในตอนนี้ ซึ่งเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่ยุ่งกับผู้หญิงเลย

ส่วนจ้าวไคมักจะมีสีหน้านิ่งๆราวกับเบื่อโลกอยู่เสมอ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความคิดเห็นดีๆเกี่ยวกับผู้หญิงเลย ในความคิดของเขา การได้นอนดูหนังAVของประเทศญี่ปุ่นมันง่ายและสะดวกสบายกว่าออกไปตามจีบผู้หญิงข้างนอกนั่น!

คนที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คงจะเป็นฮั่นจง แต่เมื่อมองดูรอยยิ้มและวิธีที่เขาพูด จี้เฟิงก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ซีเรียสจริงจังอะไรขนาดนั้นเช่นกัน

บางทีเหตุผลที่พวกเขาคุยกันตลกๆแบบนี้อาจจะเป็นเพราะอาจารย์หญิงที่ชื่อไป๋จูนั้นสวยมาก

เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเพื่อนของเขา จี้เฟิงจึงเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ไปและถามว่า “มหาลัยจะเปิดให้ลงเลือกวิชาเสรีได้เมื่อไหร่? ฉันจำได้ว่าถ้าขึ้นปีสองแล้วนักศึกษาจะสามารถเลือกวิชาเรียนเองได้ด้วยใช่มั้ย?”

ปีแรกจะเป็นภาคบังคับ และหลักสูตรส่วนใหญ่จะไม่ลงลึกเกี่ยวกับวิชาชีพมากเกินไป ส่วนหลักสูตรทางด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ จะเป็นแค่การปรับพื้นฐานเพื่อที่จะได้ถมช่องว่างระหว่างโรงเรียนมัธยมกับมหาวิทยาลัยได้ เพราะมันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ

แต่พอขึ้นปี 2 หลักสูตรจะเริ่มลงลึกมากยิ่งขึ้น และนักศึกษาจะมีอิสระในการเลือกเรียนมากขึ้นด้วย อย่างเช่นการเลือกหลักสูตรด้วยตัวเองรวมถึงเลือกอาจารย์ผู้สอน

ชอบอาจารย์คนไหน อาจารย์คนไหนสอนดี ก็เลือกหลักสูตรของอาจารย์คนนั้น

ในความเป็นจริง วิชาเลือกเสรีก็อยู่ในภาคบังคับเช่นกัน แต่เป็นเพียงทางเลือกของหลักสูตรที่พวกเขาชื่นชอบจากหลายหลักสูตร และที่ต้องเลือกเพราะ สหพันธ์มหาวิทยาลัยเจียงโจวเป็นระบบหน่วยกิต และถ้าหากหน่วยกิตสะสมของคุณไม่เพียงพอ คุณจะไม่สามารถรับประกาศนียบัตรได้ คุณจะไม่มีวันเรียนจบไม่ว่าคุณจะแก่หง่อมแค่ไหนก็ตาม

และวิชาเลือกประเภทนี้ แท้จริงแล้วเป็นการประเมินประเภทหนึ่งสำหรับบรรดาอาจารย์ ซึ่งส่งผลกับตำแหน่งและเงินเดือนของตัวอาจารย์เองด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าการสอนของอาจารย์ไม่ดี หรือ อุปนิสัยไม่ดี ไม่เป็นที่ชื่นชอบของนักศึกษา ก็จะมีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนที่เลือกวิชานี้ และทางมหาวิทยาลัยก็จะทำการตรวจสอบปัญหาของอาจารย์คนนี้

จี้เฟิงรู้สึกเป็นกังวลกับปัญหานี้มากทีเดียว เพราะเขากลัวว่าเขาจะพลาดในตอนที่ต้องเลือกหลักสูตร แม้ว่าเขาจะตัดสินใจที่จะเริ่มตั้งใจเรียนให้หนักตั้งแต่วันนี้ แต่ใครจะรู้ว่าวันไหนเขาจะยุ่งมากจนไม่มีเวลามามหาวิทยาลัย และถ้าเขาสอบไม่ผ่านและไม่ได้รับใบปริญญา มันคงเป็นเรื่องตลกที่เศร้ามาก

“ดูเหมือนว่าจะเริ่มในเดือนตุลาคมนะ ผมก็ยังไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าคุณต้องการทราบ เอาไว้ค่อยไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาในภายหลังก็ได้!” จ้าวไคกล่าว

จี้เฟิงพยักหน้าและพูดว่า “อืม เอาไว้จะลองไปถามดู!”

ชายหนุ่มทั้งสี่คนเดินตรงไปยังทิศทางของอาคารเรียนพร้อมกับพูดคุยและหัวเราะ อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินกันมาได้สักพักหนึ่ง จี้เฟิงก็เกิดสงสัย

“ฉันขอพูดอะไรหน่อย ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ทางไปอาคารเรียน แต่เป็นทางไปประตูทิศตะวันออกใช่มั้ย?” จี้เฟิงถาม “พวกนายจะไปไหนกัน?”

“ลานจัตุรัสด้านหน้าคนเยอะ คนของสภานักศึกษากำลังแจกจ่ายเครื่องนอนและของใช้ให้นักศึกษาใหม่ วุ่นวายไปหมด ดังนั้นฉันเลยคิดว่าเราเดินเลี่ยงไปอีกทางนึงจะดีกว่า” ฮั่นจงกล่าว

“ลานจัตุรัสด้านหน้าไม่ใช่จุดต้อนรับน้องใหม่เหรอ? ปีที่แล้วใช้ยังเป็นที่ต้อนรับนักศึกษาใหม่อยู่เลย!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “การจัดการของสภานักศึกษาไม่ค่อยเป็นระบบเลย ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แบบนี้คนที่ไม่รู้ก็งงแย่!”

“นั่นน่ะสิ!” ฮั่นจงพยักหน้าเห็นด้วย แต่แล้วเขาก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าไม่เป็นเพราะแบบนั้น เราก็จะไม่ได้เห็นอาจารย์คนสวยที่ประตู ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณสภานักศึกษา การกระทำพวกเขาต้องได้รับการสรรเสริญ!”

“นายไม่ได้ลืมอะไรไปใช่มั้ย?” จี้เฟิงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “นายเป็นผู้บริหารระดับสูงของโรงงานนะ ทำไมถึงได้สรรเสริญระบบการจัดการที่ห่วยแตกได้ล่ะ?!”

…จบบทที่ 697~❤️

จบบทที่ บทที่ 697 เมื่อเจอสาวงาม ต้องมองส่วนไหนก่อน?(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว