เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 รักนาร์พี้... (อ่านฟรี)

ตอนที่ 130 รักนาร์พี้... (อ่านฟรี)

ตอนที่ 130 รักนาร์พี้... (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 130 รักนาร์พี้...

5 วันต่อมา ณ คฤหาสน์แม็กนัส

“ว้าว ฉันชอบเทคโนโลยีจัง แร็กเพิ่มเสียงหน่อย” แม็กนัสสะกิดรักนาร์

ในตอนนี้ทั้งคู่นั่งแช่อยู่บนโซฟาเหมือนมันฝรั่งสองหัว พวกเขากำลังเกียจคร้าน มีจานที่เต็มไปด้วยขนมวางอยู่ข้างหน้าพวกเขา และโค้กกระป๋องเปล่าสองสามกระป๋อง ขณะที่โทรทัศน์กำลังฉายภาพยนตร์

"เอิ้กก...ทำเองเดะ รีโมทมันไกล" รักนาร์ปฏิเสธ

แม็กนัสถลึงตาใส่เขา "อะไรวะ มันอยู่ตรงหน้านายเนี่ย"

“มันไกลเกินกว่าที่แขนของฉันจะไปถึงได้” รักนาร์กล่าวอย่างเกียจคร้าน

แม็กนัสโกรธ “เอ่อ แค่ 2 นิ้ว”

"สำหรับฉัน มันเหมือนสองไมล์ ใจเย็นๆ พี่ชาย ตั้งสมาธิที่หน้าจอแล้วนายจะได้ยินเสียงชัดแจ๋ว" รักนาร์กล่าว

เมื่อเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ที่ไม่สมาธิของรักนาร์ แม็กนัสก็เริ่มสงสัย “นายเป็นไรไปน่ะ? เดี๋ยวนะ... ทำไมนายตาแดง นายดื่มหรือสูบอะไรไปหรือเปล่า?”

“ไม่รู้สิ ฉันแค่ทำการทดสอบในห้องแล็บ แล้วก็สูดควันเข้าไป ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก” รักนาร์ตอบกลับ

“รักนาร์ นายพี้ยาแล้ว นี่กำลังทดลองบ้าอะไรอยู่เนี่ย?” แม็กนัสถาม

"ระเบิดยาสลบ ถ้านายโยนมันใส่ศัตรูจำนวนมาก มันจะพ่นควันไปทั่ว และใครก็ตามที่สูดดมเข้าไปจะหลับทันที" รักนาร์อธิบาย

ตอนนี้แม็กนัสมั่นใจเต็มร้อยแล้วว่ารักนาร์ได้รับสารเสพติดบางชนิด เขาไม่รู้ว่ามันจะฆ่าเขาหรือเปล่า

~เขาเป็นนักปรุงยาที่มีประสบการณ์ เขาน่าจะไม่ตายนะ~

*ติ๊ง ต่อง*

กริ่งประตูดัง มีเพียงแม็กนัสและรักนาร์ที่อยู่บ้าน เอ็บออกไปซื้อของชำ ส่วน จอร์จออกไปเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพวก IRA มาทำอันตรายต่อพ่อแม่ของเขา

แม็กนัสเดินไปเปิดประตู เขาใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด ฤดูร้อนนี้ร้อนเกินปกติ

“ใช่พิซซ่าที่ฉันสั่งหรือเปล่านะ” เขาสงสัยและเปิดประตู

เขามองอย่างเกียจคร้านแล้วชะงักไปชั่วขณะ ทันใดนั้นเขาก็กระโดดออกไปและกอดคนคนนั้น

อา น้องชายฉัน บ๊อบบี้!” แม็กนัสส่งเสียงเฮ แน่นอน วันแรกที่เขากลับถึงบ้าน เขาโทรหาบ๊อบบี้แล้ว แต่แม่ของเขาบอกว่าเขาไปที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

แม็กนัสจึงต้องคุยกับคุณนายอาร์มสตรอง เพราะเธอเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้เธอรู้สึกเหลือเชื่อแค่ไหน ตัวเธอเองเป็นครูและรู้ว่าในตอนแรกบ๊อบบี้ไม่ได้ฉลาดนัก แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นหลังจากอยู่กับแมกนัส และคุณนายอาร์มสตรองก็มีความสุขมากในเรื่องนี้

แม็กนัสกระโดดขึ้นคร่อมบ็อบบี้ และตอนนี้บ็อบบี้กำลังสะดุดล้ม พยายามยกตัวขึ้น

“เป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำไมทำตัวเป็นลิงเลย” บ๊อบบี้ถามขณะที่โยนแมกนัสออกไป

"หึ... อย่าพูดให้ร้ายพวกมันนะ ลิงน่ะเจ๋งจะตาย เคยอ่านเกี่ยวกับซุนหงอคง ครึ่งเทพครึ่งลิงที่ทรงพลังไหม ตลกจริงๆ มานี่มา ฉันจะพานายทัวร์ดูบ้านใหม่สุดเจ๋งของฉัน ฮิฮิ..." แม็กนัสลากเขาเข้ามา

ทันทีที่พวกเขามาถึงห้องนั่งเล่น รักนาร์ก็นั่งดูทีวีอยู่ห่างไปเพียง 2 ฟุต

"เขากำลังทำอะไรน่ะ?" บ๊อบบี้ถาม

“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก หมอนี่สูดดมสิ่งไม่ดีเข้าไปก่อนหน้านี้ เดี๋ยวเขาก็ดีขึ้น มาสิ ฉันจะโชว์ลานโบว์ลิ่งให้นายดู” แม็กนัสพูดแล้วพาไปเล่นโบว์ลิ่ง

...

“แล้วมหาลัยเป็นไงบ้าง บ๊อบบี้ของเราโตเร็วเกินไปนะ” แม็กนัสถาม

บ๊อบบี้ยักไหล่ “เรื่องปกติปะ มีสิ่งใหม่มากมายให้เรียนรู้ แล้วฉันก็ยังคงมองหาสมาชิกใหม่สองสามคนสำหรับเหรียญตราแห่งเมอร์ลิน ฉันได้เลือกไว้ 3 คนสำหรับตอนนี้ แต่ฉันยังตรวจสอบพวกเขาอยู่ คนหนึ่งเป็นลูกของตระกูลนักการเมือง พ่อของเขาเป็น ส.ส. จากนั้นมีนักศึกษาเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งซึ่งเขียนบทความที่ยอดเยี่ยมในนิตยสารสองสามฉบับ สุดท้ายก็มีลูกชายของผู้พิพากษาศาลฎีกา เขาเรียนกฎหมายด้วย”

*วี้วี้ว*

"นายยุ่งมาก ฉันเริ่มมองหาตัวละครที่คู่ควรด้วย แต่วันหยุดฤดูร้อนเริ่มขึ้นซะก่อน แถมฉันต้องเตรียมหยุดฮิตเลอร์เวอร์ชั่นพ่อมดอีก” แม็กนัสเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง

*ถอนหายใจ*

บ๊อบบี้ถอนหายใจด้วยความสมเพช “บางครั้งฉันก็อิจฉานายนะที่มีเวทมนตร์ แต่บางทีก็สงสารที่นายต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดตลอด”

"เฮ้ ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย และฉันเดาว่ามันคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันที่ต้องผ่านความพยายามลอบสังหาร เพราะฉันจะได้เป็นราชาองค์ต่อไป อา ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าฉันไปพบกับราชินีเมื่อไม่กี่วันก่อน” แม็กนัสเผย

“แล้วไง? เธอด่านายหรือเปล่า? อาจจะตีนายด้วยกระเป๋าหรูของเธอไหม?” บ๊อบบี้ถามติดตลก

แม็กนัสเริ่มปฏิเสท "เฮ้ย เปล่า ไม่มีอะไรแบบนั้น เธอยอมทำทุกข้อเรียกร้องของฉัน ฉันเดาว่าเธอยอมรับความพ่ายแพ้เพราะรู้ว่าการต่อสู้กับฉันจะไม่ดีสำหรับเธอแหละ พ่อจะได้รับการประกาศให้เป็นโอรสคนโตของเธอในปีนี้”

บ๊อบบี้หัวเราะ "ฮ่าฮ่า... ฉันนึกภาพออกเลยว่าลุงต้องตกใจขนาดไหน เพราะงั้นเขาเลยจะได้เป็นมงกุฎราชกุมาร"

"คงงั้นแหละ แล้วนายล่ะ FutureTek เป็นอย่างไรบ้าง?" แม็กนัสถามเขา เขาสนใจบริษัทนี้อย่างแท้จริงเพราะเขามีแผนการใหญ่มากมายสำหรับมัน

"เยี่ยมมากแหละ เราจะเริ่มผลิตคอมพิวเตอร์ในเดือนหน้า ฉันได้รับออเดอร์สองสามพันใบแล้ว ไงก็เหอะ นายซื้อตึกไครสเลอร์หรอ?" บ๊อบบี้อุทานด้วยความสงสัย

“ตึกนั้นเรียกว่าตึกไครสเลอร์เหรอ เดี๋ยวนะ… นั่นมันโรงงานผลิตรถยนต์ไม่ใช่เหรอ?” ตอนนี้แม็กนัสสับสนมาก

-_-

ทันใดนั้นบ๊อบบี้ก็นึกอะไรบางอย่างได้

"โรงงานผลิตรถยนต์หรอ? ใช่ที่ไหนเล่านั่นมันเป็นหนึ่งในตึกระฟ้าที่โดดเด่นที่สุดในแมนฮัตตัน เป็นอาคารสำนักงานเชิงพาณิชย์ที่มีชื่อเสียงมาก" บ๊อบบี้อธิบาย

"อะไรนะ?!" แม็กนัสตกใจมาก

"ต-แต่... ฉันบอกให้เท็ดซื้อรถไครสเลอร์ให้ฉัน... ฉันแค่อยากจะลงทุนในรถยนต์เฉยๆ" แม็กนัสพูดในขณะที่ค่อยๆ ตระหนักว่าเขาเป็นคนทำเรื่องเสียหาย

“ตึกนั่นคุ้มไหมเนี่ย? เงินฉันสูญไปหรือเปล่า?” แม็กนัสถามเขาด้วยความกังวล

"ไม่หรอก นายสบายใจได้ ตึกนี้มีชื่อเสียงมากและอยู่ในทำเลที่ดี เป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่คุ้มค่ามาก" คำพูดของบ๊อบบี้เพียงพอที่จะทำให้แม็กนัสรู้สึกสบายใจ

"ฉันต้องหาผู้ช่วยอย่างจริงจังซะแล้วล่ะ" แม็กนัสพึมพำอย่างเหนื่อยล้า

*ติ๊ง ต่อง*

“เมื่อกี้ใครน่ะ?” แม็กนัสและบ็อบบี้เดินไปเปิดประตู

แต่เมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาเห็นรักนาร์อยู่ที่ประตูแล้ว เขาจึงเปิดออกและตอนนี้ยืนแช่อยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น

อีกด้านหนึ่งของประตูคือซิเรียสที่สับสนซึ่งถูกรักนาร์เล่นงานอย่างประหลาด “นอนละเมออยู่เหรอ?”

“เข้ามาซิเรียส ไม่ต้องสนใจเขา” แม็กนัสพูด ซิเรียสรีบย่องเข้ามาจากด้านข้างของรักนาร์

แต่แม็กนัสเห็นว่ารักนาร์อาจทำร้ายตัวเองหากปล่อยไว้แบบนี้ จึงตัดสินใจส่งเขาเข้านอน เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วชี้ไปที่เขา

"สตูเปฟาย"

และรักนาร์ก็สลบไป จากนั้นเขาก็ยกเขาขึ้นและวางเขาไว้บนโซฟา

"เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของนายเนี่ย? ทุกอย่างแปลกมาก" ซิเรียสถามแปลกๆ

แต่แม็กนัสยักไหล่ "สำหรับฉัน ตอนนี้มันกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว มาสิ เรากำลังเล่นโบว์ลิ่งกันอยู่"

เมื่ออยู่ในห้องเด็กเล่น แม็กนัสถามซีเรียสว่า "ว่าแต่นายมานี่มีอะไรหรือเปล่า?"

"อันที่จริงฉันหนีมาน่ะ มาที่นี่เพื่อเตือนนาย ญาติผู้พี่ฉันเบลลาทริกซ์ แต่งงานอย่างเป็นทางการกับรูดอล์ฟ เลสแตรงจ์แล้ว และฉันเพิ่งเห็นเบลลาทริกซ์คลั่งหวังจะจับตูดน้อยๆ ของนายเพื่อทำให้เจ้านายของเธอประทับใจ” ซิเรียสบอกเขา

แม็กนัสเกาหัว "เธอเป็นพวกโชตะค่อนหรอ? ทำไมเธอถึงต้องการตูดฉัน? แล้วทำไมครอบครัวนายถึงปล่อยให้เธอแต่งงานกับคนพิการล่ะ? อีกอย่างนะหมอนั่นจะตายไม่ช้าก็เร็ว ไม่มีความเมตตาในบัญชีหนังหมาของฉัน โดยเฉพาะในบัญชีของรักนาร์ ถ้าทำได้ เกลี้ยกล่อมเบลลาทริกซ์ให้ออกจากเส้นทางนี้เถอะ ยังมีเวลาอยู่”

"ฮ่าๆ...อย่าล้อเล่นน่า ทั้งครอบครัวของฉันสนับสนุนความยุ่งเหยิงนี้ ถ้าฉันขัดขืนพวกเขาจะขังฉันไว้ในคุกใต้ดิน พวกเขาเป็นพวกกู่ไม่กลับแล้ว นาร์ซิสซายังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้างแม้เธอจะถูกครอบครัวผลักดันก็ตาม เรกูลัสก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ฉันกลับจากโรงเรียน เขาพูดกับฉันน้อยลง” ใบหน้าของซิเรียสเปลี่ยนเป็นเศร้า

"สไตรค์!" แม็กนัสขว้างลูกสไตรค์ที่สมบูรณ์แบบและโห่ร้อง

“ไม่ต้องห่วง เรกูลัสจะต้องประทับใจในความเท่ของฉัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ฉันจะเป็นเพื่อนกับเขา อย่าลืมเสน่ห์ของฉันสิ” แม็กนัสโอ้อวด

“ก็นะ มีแค่นายในกลุ่มเราเท่านั้นที่มีแฟนแล้ว” ซิเรียสพูดติดตลก

บ๊อบบี้หัวเราะเบาๆ “ฮิฮิ ฉันจำได้แล้ว เขาป๊อบมากในหมู่เด็กผู้หญิงแม้แต่ในโรงเรียนประถม พวกเธอจะต่อสู้กันเพื่อจับมือของเขา”

“นั่นเพราะฉันฮ็อต… เอ่อ ฉันหมายความว่าอุณหภูมิร่างกายฉันมันสูง...ช่างเหอะ” แม็กนัสพยายามชี้แจง แต่เขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อซิเรียสและบ็อบบี้ไม่หยุดหัวเราะ

...

หลังจากที่แม็กนัสและคนอื่นๆ ไปแล้ว ห้องนั่งเล่นก็เงียบลง แต่มีอาเธอร์และเมอร์ลินอยู่ในภาพเหมือนกำลังเกียจคร้านพลางมองไปที่รักนาร์ แม็กนัสได้ใส่ภาพบุคคลที่น่าหลงใหลมากมายไว้ในบ้านเพื่อให้พวกเขาเคลื่อนไหวไปมาได้รอบบ้าน

"ข้ารับรองได้ว่าเขาน่าจะสูดเถ้าขนยูนิคอร์นเข้าไป" เมอร์ลินได้ทำการวินิจฉัย

"อืม... ข้าจำได้ว่าเคยผ่านมันมาด้วยตัวเอง" อาเธอร์กล่าวเสริม

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน พวกเขาสังเกตเห็นว่าซัมเมอร์และแชดกำลังมาและมองดูรักนาร์ด้วยความสนใจ แชดกระโดดขึ้นไปบนหน้าอกของรักนาร์และตบเขา ส่วนซัมเมอร์กำลังจิกหัวของเขา

แชด ต่อยหมัดแมวตรงหว่างขาของมัน” อาเธอร์สั่งแมว

มันคุ้นเคยกับอาเธอร์มากเกินไป แชดเชื่อฟังและเข้าใกล้ความเป็นลูกผู้ชายของรักนาร์

เมอร์ลินมองไม่เห็นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น "ซัมเมอร์! หยุดแชดไว้ แสดงพลังของเจ้า สาวน้อย"

ซัมเมอร์บินอย่างรวดเร็วและจับแชดด้วยกรงเล็บของเธอแล้วโยนเขาลงบนพื้นจากที่สูง

อาเธอร์หันไปทางเมอร์ลิน "เจ้าจะสู้กับข้าเหรอ? วิชาเวทกิ๊กก็อกของเจ้าใช้ไม่ได้ที่นี่ แชดแข็งแกร่งกว่า"

"แต่เขาบินไม่ได้ ซัมเมอร์ ข้าเลือกเจ้า...เป็นแชมป์เปี้ยนของข้า เอาชนะแชดซะ" เมอร์ลินตะโกน

อาเธอร์ก็ทำแบบเดียวกันและเริ่มเทรนแชด

แต่ผลสุดท้ายของการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้แม็กนัสต้องปวดหัว

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 130 รักนาร์พี้... (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว