เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 601 การพนัน(ตอนฟรี)

บทที่ 601 การพนัน(ตอนฟรี)

บทที่ 601 การพนัน(ตอนฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 601 การพนัน

“หยุด!”

ฉินซูเจี๋ยตะคอกอย่างเย็นชา ใบหน้าของเธอแสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง “หวงกุ้ยหยาง ฉันคิดว่าคุณลืมสิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้นี้!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหวงกุ้ยหยางหายวับไปทันที เขากล่าวด้วยความหงุดหงิดว่า “ประธานฉิน คุณต้องการไล่ฉันออกเพียงเพราะผู้ชายหลอกลวงคนนี้น่ะเหรอ?”

“หวงกุ้ยหยาง ช่วยระวังคำพูดของคุณด้วย” หวงกุ้ยหยางพูดจาเสียดสีประชดประชันจี้เฟิงหลายต่อหลายครั้ง มันทำให้เธอใกล้จะหมดความอดทนเต็มทีแล้ว “เซียนเหมา ช่วยดูแลลูกศิษย์ของคุณด้วยนะคะ!”

อย่างไรก็ตาม เซียนเหมาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง และพูดอย่างเฉยเมย “ประธานฉิน ชายหนุ่มผู้นี้คือเพื่อนของคุณ ฉันเลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่ยังไงก็ตาม การที่คุณเชื่อใจคนที่อาศัยแค่โชคในการเล่นพนันหิน มันแสดงว่าคุณไม่ไว้วางใจเรา...”

“เซียนเหมา คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?!” ฉินซูเจี๋ยถามด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

“อย่าสนใจเลย ฉันก็แค่แสดงความคิดเห็นเฉยๆเท่านั้น!” เซียนเหมาถอนหายใจเบาๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ประธานฉิน ฉันแค่หวังว่าคุณจะเข้าใจว่าโชคสำหรับการพนันหินนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพึ่งพาสายตาและประสบการณ์!”

“เซียนเหมา ฉันรู้ดีว่าเซียนเหมามีสายตาที่ดีและผ่านประสบการณ์การดูหินมามากมาย แต่สิ่งนี้มันไม่ได้ทำให้ความเชื่อใจที่ฉันมีต่อเพื่อนของฉันลดลง!” ฉินซูเจี๋ยพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ฉันขอพูดอีกครั้ง ฉันไม่ต้องการได้ยินคำพูดประชดประชันเกี่ยวกับเพื่อนของฉันอีก!”

“ประธานฉิน!” หวงกุ้ยหยางกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “อาจารย์และฉันก็แค่พยายามช่วยให้ประธานฉินไม่โดนหลอก! แต่ในเมื่อประธานฉินไม่เชื่อ ดังนั้นฉันจะพิสูจน์ให้ประธานฉินเห็นเองว่าโชคมันไม่น่าเชื่อถือขนาดไหนในการพนันหิน!”

“คุณจะพิสูจน์มันยังไง?” ฉินซูเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามด้วยน้ำเสียงที่ล้ำลึก

หวงกุ้ยหยางเชิดหน้าและกล่าวอย่างภาคภูมิใจทันทีว่า “เนื่องจากเพื่อนของประธานฉินสามารถเดิมพันหินด้วยโชคได้ ดังนั้นฉันจะเปรียบเทียบให้ดูว่าการใช้สายตาและประสบการณ์ในการดูหินมันแตกต่างกับการใช้โชคยังไง โดยการใช้หินที่เพื่อนของประธานหินเล่นพนันนี่แหละเป็นตัวพิสูจน์ ในสายตาของฉัน มันมีความเป็นไปได้น้อยมากที่หินก้อนนี้จะมีสีเขียว หรือต่อให้มีก็คงจะมีน้ำหนักแค่ไม่กี่ปอนด์ แต่ถ้าเพื่อนของคุณแก้หินออกมาได้หยกก้อนใหญ่ ฉันจะเป็นคนจ่ายค่าหินหยาบให้ทั้งหมด แต่ถ้าผ่าแก้หินออกมาแล้วไม่เจอ...”

ฉินซูเจี๋ยกล่าวแทรกขึ้นมาทันที “ถ้าผ่าแก้หินออกมาแล้วไม่มีสีเขียวหรือมีหยกน้อยกว่าสิบปอนด์ ฉันจะเพิ่มค่าจ้างให้คุณกับเซียนเหมาเพิ่มขึ้นสามเท่า! และจะเซ็นสัญญาจ้างเป็นเวลาห้าปีทันที! นอกจากนี้ฉันจะขอลงเงินเดิมพันตามราคาของหินหยาบก้อนนี้! แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูด มันจะไม่ง่ายแค่การจ่ายค่าหิน ฉันต้องการให้พวกคุณจ่ายมาคนละสี่แสนหยวน! และในขณะเดียวกัน พวกคุณก็เตรียมตัวหาบริษัทใหม่ไว้ได้เลย เพราะพวกคุณต้องลาออกจากบริษัทของฉัน!”

จากคำพูดทั้งหมด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉินซูเจี๋ยโกรธมาก แม้ว่าการมีอยู่ของเซียนเหมาจะจำเป็นต่อบริษัท แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถพูดจาดูถูกจี้เฟิงตามต้องการได้!

แม้จะต้องเสียเงินก้อนใหญ่และต้องเสียทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะความรู้เรื่องหิน แต่ฉินซูเจี๋ยจะไม่ยอมให้ใครมาพูดจาดูถูกจี้เฟิงซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าคำพูดเยาะเย้ยถากถางเหล่านั้นของหวงกุ้ยหยางและเซียนเหมาจะพูดถึงจี้เฟิง แต่หัวใจของฉินซูเจี๋ยกลับรู้สึกอึดอัดมาก ราวกับว่าสองคนนั้นกำลังพูดถึงญาติสนิทของเธอเอง!

เซียนเหมาและหวงกุ้ยหยางอดไม่ได้ที่จะหน้าเปลี่ยนสี ลำพังเงินจำนวนสี่แสนพวกเขาพอจะกัดฟันวางเดิมพันได้ แต่ถ้าจะให้เอาออกมาอีกสี่แสน สำหรับหวงกุ้ยหยางแล้วแม้ว่าจะรีดเค้นออกมาหมดทุกบัญชีเขาก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น ส่วนเรื่องที่วางเดิมพันในตอนแรก เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนโดยอาจารย์เหมา เขาถึงได้กล้าพูดออกมา แต่ตอนนี้ฉินซูเจี๋ยกลับขึ้นราคาอีกเท่าตัวกลายเป็นแปดแสนหยวน...

เซียนเหมาก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน เงินจำนวนแปดแสนเขาก็พอมี แต่เป็นเงินที่เขาเก็บออมจากการทำงานมาตลอดชีวิต ถ้าหากเขาแพ้การเดิมพันนี้ ก็เท่ากับว่าเขาสูญเสียทุกอย่างและไม่เหลืออะไรเลย แต่ถ้าเขาผิดคำพูดไม่ยอมวางเดิมพัน เขาก็จะไม่สามารถอยู่ในวงการพนันหินหยาบได้อีกเลยเช่นกัน...

“เซียนเหมา ถ้าหากคุณมั่นใจในสายตาและประสบการณ์ของคุณในการเล่นพนันหินก้อนนี้มาก แล้วทำไมคุณถึงได้มีท่าทีลังเลและไม่ยอมรับการเดิมพันนี้เสียทีล่ะ?” ฉินซูเจี๋ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“อะแฮ่ม!”

เซียนเหมากระแอมไอและเชิดหน้าขึ้นก่อนจะพูดเสียงเข้ม “ทำไมฉันจะไม่กล้า เอาสิ! วางเดิมพันตามที่ประธานฉินว่ามาได้เลย! ให้เด็กมาขนย้ายหินไปเครื่องตัดหินเดี๋ยวนี้ แล้วคุณจะได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร!”

ฉินซูเจี๋ยหันหน้าไปด้านข้างและพูดขึ้นว่า “จี้เฟิง ไปที่เครื่องตัดหินกันเถอะ!”

“หืม..”

จู่ๆจี้เฟิงก็หัวเราะ “พนันกับพวกเขา ทำไมต้องใช้หินหยาบก้อนใหญ่ขนาดนี้ด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ ใช้นี่ดีกว่า!”

เขาเตะม้านั่งหินด้วยเท้าของเขา “ใช้แค่ม้านั่งหินตัวนี้ก็พอแล้ว การพนันน่าจะสนุกขึ้นเยอะ! และฉันก็เชื่อว่าในม้านั่งหินตัวนี้จะมีหินหยกก้อนใหญ่อยู่ ดังนั้นแค่ม้านั่งหินตัวนี้ก็เพียงพอแล้ว!”

“นาย...!”

ใบหน้าของหวงกุ้ยหยางเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เขาชี้ไปที่หน้าจี้เฟิงด้วยความโมโห “นายเอาเศษหินหยาบที่ถูกตัดทิ้งแล้วมาเล่นพนันกับเราเนี่ยนะ? มันจะไม่ดูถูกกันมากเกินไปหน่อยเหรอ? นายมันก็แค่...”

“กุ้ยหยาง!” ใบหน้าของเซียนเหมามืดครึ้มลงทันที “เขาจะใช้หินหยาบก้อนไหนในการเล่นพนันมันก็เป็นสิทธิของเขา และนอกจากนี้ม้านั่งหินนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งในราคาสี่แสน เจ้าไม่ต้องไปยุ่ง!”

หวงกุ้ยหยางสะดุ้งตกใจ แต่ก็คิดได้ในทันที และความรู้สึกยินดีก็เข้ามาแทนที่ความโมโห ชิ้นส่วนหินหยาบที่คนอื่นตัดทิ้งแล้วไม่สามารถผลิตสีเขียวได้ และความเป็นไปได้ที่จะมีเนื้อหยกอยู่ภายในก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าหินหยาบธรรมดาเสียอีก! แต่จี้เฟิงกลับใช้ม้าหินที่ทำมาจากเศษหินหยาบที่ถูกตัดทิ้งมาวางเดิมพันกับพวกเขา ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายตัวเองและประธานฉิน  แต่มันจะยิ่งเพิ่มอัตราความชนะให้กับพวกเขามากขึ้นด้วย!

คนโง่เท่านั้นที่จะคัดค้านเรื่องนี้!

หวงกุ้ยหยางเม้มริมฝีปากและแอบเหลือบมองไปที่อาจารย์ของเขา และเมื่อเห็นว่าอาจารย์พยักหน้าเล็กน้อย ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

หวงกุ้ยหยางเข้าใจทันทีและแอบสะใจอย่างลับๆ เขาสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะตีหน้าขรึมและพูดว่า “ฉินซูเจี๋ย! ฉันต้องการให้คุณรู้ว่า หากซูเหยาจิวเวลรี่ของคุณขาดฉันและอาจารย์ การดำเนินงานภายในบริษัทของคุณอาจจะต้องชะลอตัวลง เพราะคงจะยากหน่อยที่คุณจะหาวัตถุดิบมาผลิตสินค้าได้ หรือถ้าได้ก็คงเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูงลิ่ว และเมื่อถึงตอนนั้น ก็ช่วยขอร้องอ้อนวอนให้ไพเราะหน่อยก็แล้วกัน อย่าได้มาพ่นลมเหม็นๆแบบนี้อีก!”

“ไอ้หนุ่มน้อยหน้าขาวของคุณ จะต้องล้มเหลวอย่างน่าสมเพช!” หวงกุ้ยหยางพูดด้วยความคะนองปาก เขารู้สึกดีใจมากหลังจากที่เห็นอาจารย์พยักหน้าเมื่อครู่ ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจารย์ได้เห็นแล้วว่าไม่มีความเป็นไปได้เลยที่มันจะมีสีเขียวในม้านั่งหิน และถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแต่เขากับอาจารย์จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีกสามเท่า แต่ยังได้เซ็นสัญญายาวถึงห้าปีและได้เงินเดิมพันอีกสี่แสน นี่มันของขวัญที่ตกลงมาจากฟ้าชัดๆ!

ที่สำคัญกว่านั้น เมื่อฉินซูเจี๋ยรู้ว่าสายตาและประสบการณ์นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพนันหินหยาบเธอจะไม่กล้าหมิ่นประมาทและมีทัศนคติแบบนี้กับเขาอีกต่อไป เมื่อถึงเวลานั้น การดำเนินธุรกิจของบริษัทจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอจะปรึกษาใครได้นอกจากอาจารย์และตัวเขาเอง?!

“จี้เฟิง นาย...” ฉินซูเจี๋ยเองก็เริ่มใจคอไม่ดีแล้วเช่นกัน ทำไมเขาถึงใช้หินเสียมาเล่นพนันแบบนี้ล่ะ? นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ? ที่ฉินซูเจี๋ยกังวลไม่ได้เป็นเพราะเงินเดือนสามเท่าและเงินเดิมพันอีกหลายแสน แต่เป็นเพราะเธอกลัวว่าถ้าจี้เฟิงเกิดเสียหน้าขึ้นมา เขาจะไม่โกรธไม่เกลียดเธอแย่เลยเหรอ? เพราะเงื่อนไขการวางเดิมพันทั้งหมดนี้เธอเป็นคนเริ่ม!

จี้เฟิงยิ้มและโบกมือ “ฉันไม่ได้บอกเหรอว่าฉันพึ่งพาแต่โชคเท่านั้นในการพนันหิน แล้วมันจะสำคัญตรงไหนหากฉันจะใช้หินเสียหรือหินหยาบคุณภาพดี!”

“จี้เฟิง อย่าเข้ามายุ่งเลย เซียนเหมาและลูกศิษย์ของเขาหวงกุ้ยหยางไม่ได้เป็นคนที่จิตใจโอบอ้อมอารีนักหรอกนะ เชื่อฉันเถอะว่าคำพูดของพวกเขาไม่รื่นหูอย่างแน่นอน” ฉินซูเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและพูดว่า “ฉันสามารถไล่พวกเขาออกได้ แต่ฉันไม่สามารถหยุดปากพวกเขาได้!”

จี้เฟิงยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า “ไม่ต้องห่วง!”

เมื่อเห็นจี้เฟิงยังคงยืนกราน ริมฝีปากสีแดงของฉินซูเจี๋ยก็เผยอออกเล็กน้อย แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอทำได้แค่พยักหน้าเล็กน้อย ในใจแอบเสียใจ เธอไม่น่าใจร้อนและวู่วามวางเดิมพันอะไรแบบนั้นเลย ทั้งๆที่เธอสามารถไล่เซียนเหมาและลูกศิษย์ของเขาออกได้โดยตรง ทำไมเธอถึงได้ท้าพนันพวกเขาไป... ถ้าการพนันนี้ทำให้จี้เฟิงโกรธและเสียหน้า คราวนี้เธอคง...

ในความคิดของฉินซูเจี๋ย การที่จี้เฟิงถึงกับใช้ม้านั่งหินเพื่อเล่นพนัน เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธมาก แต่เธอไม่รู้ว่าถ้าจี้เฟิงใช้หินหยาบอีกก้อนที่เธอซื้อ นั่นแหละถึงจะเป็นหายนะที่แท้จริง

“เถ้าแก่ บอกให้พนักงานของคุณไปเอารถเข็นมา แล้วนำหินสองก้อนนี้ไปที่จุดตัดหิน ระหว่างนั้นฉันจะได้ชำระค่าสินค้าให้เถ้าแก่เลย” จี้เฟิงพูดพร้อมกับยื่นบัตร

เถ้าแก่เจ้าของร้านยิ้มทันที “ได้เลยๆ! ไม่มีปัญหาๆ!”

แม้เถ้าแก่เจ้าของร้านจะอยู่ในวงการค้าขายพนันหินหยกมาหลายปี การต่อสู้ด้วยการวางเดิมพันหรือแข่งประมูลก็เห็นมาไม่น้อย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนเอาเงินหลายแสนหยวนมาวางเดิมพันกับเศษหินเพียงชิ้นเดียว!

เถ้าแก่ก็เลยมอบหมายให้คนอื่นมาช่วยดูแลร้านให้ ส่วนตัวเขาและพนักงานอีกหลายคนก็ช่วยกันผลักหินหยาบสองก้อนขึ้นรถเข็นและเข็นมันไปที่จุดตัดแก้หิน

“ทุกท่านโปรดหลีกทาง เราจะไปจุดแก้หิน!” เจ้าของร้านยิ้มและตะโกนว่า “เรามีเกมการเดิมพันที่นี่...”

ก่อนจะเริ่มการขนย้ายเถ้าแก่เจ้าของร้านก็ป่าวประกาศถึงเกมการพนันระหว่างจี้เฟิงและเซียนเหมาอย่างคร่าวๆให้ผู้คนโดยรอบได้รับรู้  “เอาล่ะๆ ได้โปรดหลีกทางด้วย แล้วไปเจอกันที่จุดแก้หินนะทุกคน! ไปชื่นชมความสนุกกัน~!”

เมื่อคนโดยรอบได้ยินว่าจะมีการเล่นพนัน จู่ๆก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขารู้ว่าจี้เฟิงกำลังจะเล่นพนันกับชิ้นส่วนของหินเสียที่ถูกตัดโดยใครบางคนมาก่อนแล้ว พวกเขารู้สึกประหลาดใจ แม้ว่าพวกเขาจะเคยเห็นคนโง่ในตลาดพนันหิน แต่ก็ไม่เคยเห็นใครโง่ขนาดนี้มาก่อน เห็นได้ชัดว่าคนที่เล่นพนันหินด้วยหินเสียในครั้งนี้พร้อมที่จะยอมรับความพ่ายแพ้!

เมื่อคนงานสองสามคนเข็นรถเข็นไปถึงจุดตัดหินใกล้ๆ จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันยกม้านั่งหินขึ้นไว้บนเครื่องตัด และผู้ชมโดยรอบก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้

ท่ามกลางฝูงชนเหล่านี้ มีเพียงไม่กี่คนที่ยืนอยู่บริเวณขอบรอบนอก แต่พวกเขานั้นโดดเด่นมาก และถ้าหากจี้เฟิงได้เห็นคนเหล่านี้ จี้เฟิงจะจำได้ในทันที เพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคุณชายทั้งห้าแห่งมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ยกเว้นแค่โจวซื่อหลินเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

พวกเขาสี่คนมองไปยังจี้เฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆเครื่องตัดหิน ดวงตาของซ่งหมิงหยวนก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความไม่พอใจ เขาแค่นเสียงด่าอย่างเย็นชา “พนันด้วยเศษหินงั้นเหรอ... ช่างเป็นคนที่โง่อะไรอย่างนี้! การเอาหินขยะไปเล่นการพนัน นอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังทำให้ตัวเองดูโง่สุดๆอีกต่างหาก ต้องโง่ขนาดไหนกันนะถึงมาทำเรื่องแบบนี้?!”

ส่วนฮูยูจินชายผู้สวมแว่นตาขอบทองกำลังจ้องมองฉินซูเจี๋ยอย่างตะกละตะกลาม ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้นทันที ‘ผู้หญิงคนนี้รูปร่างโคดอวบเลย นมก็ใหญ่ ตูดก็ใหญ่!’ ความปรารถนาในหัวใจของฮูยูจินเพิ่มขึ้นทันที ผู้หญิงคนนี้เซ็กซี่ไม่น้อยไปกว่าโจวเฟยเฟยเลย!

“ผู้หญิงคนนั้น... ถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของไอ้สารเลวจี้ ฉันจะต้องเอาเธอมาให้ได้!” ดวงตาของฮูยูจินฉายแววความโลภและความหื่นกระหาย “หรือต่อให้เธอเป็นผู้หญิงมัน ฉันก็ต้องได้!”

ในเวลาเดียวกัน โจวเฟยเฟยที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของฝูงชนก็มีแสงปรากฏขึ้นในดวงตาคู่งามของเธอและอดไม่ได้ที่จะพูดเบาๆกับตัวเองว่า “ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมวันนั้นเขาถึงได้ใจแข็งนัก นอกจากถงเล่ยแล้วเขายังมีผู้หญิงอีกมากมาย และผู้หญิงคนนี้... ก็ถือว่าสวยใช้ได้! ช่างเป็นผู้ชายเจ้าชู้ที่เก็บทรงเก่งจริงๆ นับว่าเป็นเรื่องดี!”

…จบบทที่ 601~❤️

จบบทที่ บทที่ 601 การพนัน(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว