เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 594 เจรจา(ตอนฟรี)

บทที่ 594 เจรจา(ตอนฟรี)

บทที่ 594 เจรจา(ตอนฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 594 เจรจา

งานแสดงสินค้าหินหยกหยาบหางโจวเต็มไปด้วยความคึกคัก สถานที่ของงานถูกจัดตั้งอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบตะวันตก บริเวณโดยรอบถูกล้อมรอบด้วยกำแพง มียามคอยเดินลาดตระเวนอยู่ด้านนอกตลอดเวลา การรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดี

ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ปลูกสิ่งก่อสร้างชั่วคราวโดยเฉพาะ ยกเว้นกำแพงที่ตั้งอยู่รอบๆ ก็ไม่มีอาคารอย่างอื่นเลย แม้แต่การปูพื้นก็ยังไม่มี ทุกอย่างต้องสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยการกางเต็นท์อย่างง่ายๆ ดูเหมือนตลาดที่คึกคัก!

อย่างไรก็ตาม รายการซื้อขายในตลาดแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นชิ้นส่วนของหินหยกหยาบ หินหยาบเหล่านี้มีขนาดและราคาที่แตกต่างกันไป แต่ไม่มีข้อกำหนดราคาที่ตายตัว ขอแค่มีคุณสมบัติที่ดึงดูดสายตาผู้คนและทำให้ผู้คนอยากมีส่วนร่วมในการเล่นพนันหินด้วยความตื่นเต้นก็เพียงพอแล้ว ทุกๆคนต่างคาดหวังว่าพวกเขาจะตัดหินหยาบออกมาได้เห็นเนื้อหยกก้อนใหญ่ที่ดีที่สุดและยอดเยี่ยมที่สุด เพราะนั่นหมายถึงเขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยได้ในชั่วข้ามคืน!

นอกจากนี้ ในด้านหนึ่งของพื้นที่ก่อสร้างมีอาคารก่อสร้างชั่วคราวตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นอาคาร 2 ชั้น และที่ด้านบนของประตู ถูกติดไว้ด้วยป้ายของแต่ละสำนักงาน และแผ่นป้ายที่ถูกติดไว้ด้านนอกสุดถูกเขียนไว้ว่า ‘สมาคมคุ้มครองหลักทรัพย์ดั้งเดิม’

เมื่อเห็นป้ายสำนักงานนี้กัวเถาซึ่งยืนอยู่ถัดจากจี้เฟิงไปข้างหลังเล็กน้อยก็หัวเราะออกมาทันที “สมาคมคุ้มครองหลักทรัพย์ดั้งเดิม?! คนพวกนี้เข้าใจตั้งชื่อดีจริงๆ แต่น่าจะเปลี่ยนเป็น ‘ศูนย์ช่วยยึดทรัพย์’ น่าจะเหมาะกว่า!”

จี้เฟิงยิ้มและส่ายหัวเล็กน้อย ‘สมาคมคุ้มครองหลักทรัพย์ดั้งเดิม’ น่าจะหมายถึง ‘คณะกรรมการกำกับการดูแลหลักทรัพย์ของจีน’ แต่เมื่อศูนย์นี้ผ่านปากของกัวเถามันกลับกลายเป็น ‘ศูนย์ช่วยยึดทรัพย์!’

มันทำให้จี้เฟิงอดนึกถึงจางเล่ยขึ้นมาไม่ได้ เพราะถ้าจางเล่ยรับรู้สถานการณ์นี้และมาเห็นชื่อของศูนย์นี้ ไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนชื่อศูนย์นี้ให้ฟังดูน่าอนาถได้ขนาดไหน!

จี้เฟิงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับปากที่ดีสุดๆและหัวสมองที่ปราดเปรื่องของจางเล่ย เมื่อคิดถึงจางเล่ยที่รักสนุกและหัวเราะคิกคักได้ตลอดทั้งวันจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม

“บอสครับ ขนาดของงานหินหยกหยาบนี่ไม่ใช่เล็กๆเลย มันใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะมาก!” กัวเถาหันมองไปรอบๆ และอดไม่ได้ที่จะกระซิบว่า “ในตอนที่พวกเรายังเป็นทหารรับจ้าง พวกเราเคยรับหน้าที่พาบุคคลชั้นสูงบางคนไปงานหินหยกหยาบที่เมียนมาร์กับแอฟริกาใต้ และเมื่อเทียบกันแล้ว ที่นี่ใหญ่กว่ามาก ผมคิดไม่ถึงเลยจริงๆ!”

จี้เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “ที่นี่คือมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ถือเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีการพัฒนามากที่สุดในประเทศจีน แล้วงานนี้ก็จัดขึ้นในเมืองหางโจวซึ่งเป็นเมืองหลวงด้วย จะให้จัดเล็กๆก็คงไม่เหมาะ!”

อันที่จริง จี้เฟิงได้ทำความเข้าใจมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วในระดับหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วสมาคมคุ้มครองหลักทรัพย์ดั้งเดิมที่จัดขึ้นในงานนิทรรศการหินหยกหยาบของจีนไม่ค่อยถูกจัดตั้งขึ้นในเมืองทางเหนือ ส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในเมืองทางใต้ เหตุผลหนึ่งเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วในภาคใต้สะดวกต่อการติดต่อสื่อสารกัน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะว่าหินหยาบของจีน โดยพื้นฐานมาจากประเทศเมียนมาร์ ถ้าอยู่ในเมืองทางใต้จะสะดวกกว่ามากในการขนหินหยาบเหล่านี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นเมืองทางเหนือการขนส่งจะไม่สะดวก รวมถึงด้านความปลอดภัยด้วย และไม่มีการรับประกันหากทำการขนส่งไปเมืองทางเหนือ!

เมืองหางโจวนี้เป็นเมืองทางทิศใต้และเป็นเมืองหลวงของมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ถ้าหากอุปกรณ์เครื่องชั่งมีขนาดเล็กหรือคลังไม่สามารถกักเก็บหินหยาบได้มากพอ เกรงว่างานนี้คงจะจบลงภายในสามวัน

ตัวอย่างเช่น งานจัดแสดงเครื่องประดับหยกที่จัดขึ้นในเจียงโจวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหินหยาบที่นำมาขายได้รวมแล้วเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ และเวลาที่เหลือคือการแลกเปลี่ยนเครื่องประดับและหินหยก ซึ่งที่จริงแล้วมันเป็นเพราะหินหยาบมีไม่เพียงพอ

แม้ว่าจี้เฟิงจะเคยเข้าร่วมนิทรรศการหินหยกหยาบมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จี้เฟิงได้เข้าร่วมงานนิทรรศการแสดงสินค้าที่ใหญ่มากขนาดนี้!!

“ไปดูกันเถอะ!” จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “ใช้ประโยชน์ในตอนที่คนยังมาไม่เยอะ มาดูกันว่าเราจะได้เจอหินหยาบดีๆบ้างมั้ย!”

ตอนนี้ยังไม่ถึงแปดโมงเช้าดี และงานแสดงสินค้าก็เพิ่งเปิด ดังนั้นจึงยังมีคนไม่มากนัก แต่ถึงแม้จะมีคนมากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ในตลาดแสดงสินค้าที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ มีพื้นที่อีกมากให้ค่อยๆเดินดูอย่างสะดวกสบาย

“บอสครับ เราไม่ต้องไปหาคุณเซียวก่อนเหรอครับ?” กัวเถาถามขึ้น

หลังจากเสร็จธุระเมื่อวานนี้ เซียวฉางเหอและหลินเซิงผิงก็เตรียมตัวที่จะกลับเจียงโจวในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดงานอีกครั้งตั้งแต่เช้าตรู่ ผู้จัดงานขอให้พวกเขามาพบเพราะมีบางอย่างที่ต้องหารือ

ทั้งสองคนมาถึงที่งานก่อนที่จี้เฟิงและกัวเถาจะมา

จี้เฟิงยิ้มและส่ายหัว “ยังไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพวกเขาคุยธุระเสร็จก็คงจะโทรหาเราเองนั่นแหละ!”

จี้เฟิงมองไปที่ป้ายรูปลูกศรซึ่งอยู่ไม่ไกล และเดินไปยังพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งในโซนนี้ไม่จำเป็นต้องติดราคาการประมูล แต่หลังจากทำธุรกรรมการซื้อขายเสร็จแล้ว ทางร้านที่ตั้งบูธจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบางส่วนให้กับผู้จัดงานโดยอ้างอิงตามมูลค่าการซื้อขายเป็นหลัก และดูเหมือนว่าจะมีภาษีด้วย แต่ยังไม่มีข้อกำหนดในลักษณะนี้สำหรับลูกค้าที่ซื้อหินหยาบ

ด้วยความประหลาดใจของจี้เฟิงและกัวเถา ผู้จัดงานนิทรรศการหินหยกหยาบที่นี่มีความพิถีพิถันมากทีเดียว นับตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในงาน ลูกค้าทุกคนจะได้รับโบรชัวร์เล่มเล็ก ซึ่งก็คือแผนที่ขนาดย่อของงานนิทรรศการ ในนั้นจะมีการระบุตำแหน่งของร้านค้าประเภทต่างๆ รวมถึงจุดผ่าหินหยกและจุดบริการอื่นๆด้วย

“กัวเถา นายอยากจะลองเดินๆดูและหาพนันหินหยกซักสองสามก้อนมั้ย?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม

“บอสครับ ถ้าบอสให้ผมเล่นพนันหินหยก ก็เหมือนเอาเงินไปแจกดีๆนี่เอง ผมอยากเห็นบอสเล่นมากกว่า!” กัวเถาหัวเราะ ในฐานะทหารรับจ้าง คนส่วนใหญ่มักจะไปปลดปล่อยความเครียดความเหนื่อยล้ากับสิ่งบันเทิงต่างๆ หลังต่อสู้เสร็จ ไม่ว่าจะดื่มกิน เล่นพนัน หรือแม้กระทั่งเที่ยวผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตาม กัวเถาและคนอื่นๆ ไม่เคยถูกล่อลวงด้วยสิ่งเหล่านี้

จี้เฟิงยิ้มและพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็เดินดูเฉยๆก็แล้วกัน!”

เหลือแค่เพียงรอผลการเจรจาระหว่างโจวเฟยเฟยกับครอบครัวของนักเรียนหญิง จี้เฟิงก็ไม่มีธุระอื่นใดให้ทำอีก ดังนั้นจี้เฟิงและกัวเถาจึงเดินเล่นรอบๆตลาดเพื่อฆ่าเวลา

เนื่องจากจี้เฟิงเองไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์ใดๆในการเฟ้นหาหินหยกในก้อนหินหยาบ ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่มองดูมันอย่างสบายๆเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของเขา ก่อนหน้านี้เพราะเรื่องของนักเรียนหญิงทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย แต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาก

“เถ้าแก่ หินหยาบพวกนี้ขายยังไง?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้มหน้าบูธหินหยาบบูธหนึ่ง

หินหยาบที่เขาถามถึง มีความสูงเพียงแค่หนึ่งเมตรกว่าๆ ถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ในด้านหนึ่งของมันมีสีเขียวให้เห็นอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญาณที่ดี

จี้เฟิงไม่ได้กระตุ้นให้เกิดกระแสไฟฟ้าในร่างกาย แต่สุ่มถามราคาด้วยการมองด้วยตาเปล่าอย่างสบายๆ

“น้องชายสุดหล่อ เช้าๆแบบนี้ ฉันจะให้ราคาถูกกว่าที่ตั้งไว้ก็แล้วกัน 1.2 ล้าน!” เจ้าของร้านคนนี้เป็นผู้ชายร่างอ้วนในวัยสี่สิบ แต่เขาก็ดูภูมิฐานมาก การแต่งกายสะอาดสะอ้าน

“หนึ่งล้านสองแสน?!”

ด้วยนิสัยประหยัดและจะไม่ยอมเสียเงินหากไม่มีความจำเป็นทำให้จี้เฟิงรู้สึกตกใจเล็กน้อยในตอนแรกเมื่อได้ยินราคา แต่พอมาคิดดูดีๆ นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย เพราะจี้เฟิงคือคนที่เคยผ่าหินหยกแล้วได้เงินมากกว่าหลายสิบล้านหยวนมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อจี้เฟิงต้องการจะซื้อมันจริงๆ เขาก็กระตุ้นกระแสไฟฟ้าชีวภาพบนดวงตาของเขาทันที เขานั่งยองๆและเพ่งมองลึกลงไปบนหินหยกหยาบที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง!

เมื่อเห็นภายในของหินหยาบที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ตกตะลึงจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง

หินหยาบก้อนนี้ถือว่าไม่เล็ก แต่หยกที่อยู่ภายในมีขนาดเล็กกว่ากำปั้นและยังอยู่ในมุมแหลมของหินหยาบ ถ้ามีการทุบหรือผ่าหิน เก้าในสิบ พวกเขาจะโยนตรงส่วนนี้ทิ้งเป็นขยะ!

ภาพรวมของหินก้อนนี้ในตอนที่ยังไม่รู้ราคาก็ถือว่าพอโอเค แต่ถ้าคุณจะใช้เงิน 1.2 ล้านเพื่อซื้อและเสี่ยงดวงผ่าพิสูจน์ มันก็คงจะได้ไม่คุ้มเสีย

จี้เฟิงยืนขึ้น เขายิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ขอโทษด้วยเถ้าแก่ ไว้ผมจะมาดูอีกที!”

เมื่อทั้งสองคนเดินห่างออกมา กัวเถาก็ถามด้วยเสียงกระซิบว่า “บอสครับ หินนั้นไม่โอเคเหรอ?!”

จี้เฟิงหัวเราะและพูดว่า “ก็ไม่ถึงกับแย่ แต่ถ้าจะใช้เงิน 1.2 ล้านเพื่อซื้อ ฉันคิดว่ามันจะได้ไม่คุ้มเสีย... หินก้อนนั้นต่อให้มีหยกก็คงจะเป็นหยกที่คุณภาพไม่ดีเท่าไหร่นัก”

กัวเถาหน้าบึ้งตึงทันทีและพูดว่า “คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เถ้าแก่ร้านนั้นหน้าตาดูใจดีมาก แต่ใจดำชะมัด!”

“ฮ่าๆๆๆ~!”

จี้เฟิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที “การทำธุรกิจก็เป็นแบบนี้แหละ และสินค้าพวกนี้ก็ใช่ว่าเจ้าของร้านจะรู้ว่าข้างในมันเป็นยังไงในตอนที่เขารับมันมา...”

Rrrrr~!

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของจี้เฟิงก็ดังขึ้น เขายิ้มเป็นเชิงขอโทษให้กัวเถาและหยิบโทรศัพท์ออกมา เขากดรับและพูดขึ้นทันที “เจ๋อจุน! สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

“บอส ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันแล้ว ครอบครัวของนักเรียนหญิงตกลงทำสัญญายอมรับค่าชดเชย นอกจากนี้พวกเขายังเขียนคำร้องสำหรับการพิพากษาในโทษสถานเบาด้วย...” หลิวเจ๋อจนรายงานสถานการณ์และผลลัพธ์ของการเจรจาอย่างละเอียดและรวดเร็ว “บอสครับ ตั้งแต่ต้นจนจบ ผมฟังอยู่ข้างๆ นอกจากนั้นผมได้เข้าไปแอบติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังและกล้องขนาดเล็กไว้ในห้องก่อนหน้านี้แล้ว ผมรับประกันได้ว่าครอบครัวของนักเรียนหญิงไม่ได้ถูกบังคับข่มขู่อย่างแน่นอน!”

จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามว่า “ใครเป็นคนพูดข้อเสนอเหล่านี้!”

“โจวเฟยเฟยครับ!” หลิวเจ๋อจุนกล่าวทันทีว่า “แต่หลังจากการเจรจาเสร็จสิ้น โจวเฟยเฟยและคนอื่นๆก็มาขอโทษครอบครัวของนักเรียนหญิงอีกครั้งนึงครับ และก็มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ถูกกดดันจนเขาต้องก้มหัวขอขมาครับ”

“เหอะ! จอมปลอม!” จี้เฟิงแค่นเสียงอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น นายลองไปคุยกับครอบครัวของนักเรียนหญิงและสอบถามพวกเขาว่ายินดีที่จะไปอยู่ที่เจียงโจวหรือเปล่า ถ้าพวกเขาไม่อยากไป นายก็อย่าไปบังคับพวกเขานะ แต่ให้ใช้วิธีเกลี้ยกล่อมเอา บอกพวกเขาว่าเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน!”

“ครับบอส!” หลิวเจ๋อจุนตอบทันที

“อ้อ แล้วสรุปว่า พวกเขาจ่ายให้ครอบครัวนักเรียนหญิงไปเท่าไหร่? จะมีการนัดจ่ายกันตอนไหนยังไง?” จี้เฟิงถามอีกครั้ง

“ผมไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ โจวเฟยเฟยกล่าวว่าเธอจะอธิบายเรื่องนี้ให้บอสฟังเป็นการส่วนตัว!” หลิวเจ๋อจุนกล่าว

หลังจากวางสาย ใบหน้าของจี้เฟิงก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ยังดีที่โจวเฟยเฟยเป็นคนที่มีความคิด ทำอะไรด้วยสติ แม้ว่าการกระทำส่วนใหญ่ของเธอจะเกิดขึ้นเพราะต้องการช่วยชีวิตน้องชายของตัวเองก็ตาม แต่อย่างน้อยเธอก็เลือกใช้วิธีที่ถูกต้อง ทำให้ครอบครัวของนักเรียนหญิงได้รับการชดใช้ที่เหมาะสมและสบายใจขึ้น ตัวจี้เฟิงเองก็สบายใจขึ้นด้วยเช่นกัน

“บางที... นี่อาจจะเป็นความสิ้นหวังของชีวิต!” จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อย หลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของมนุษย์ ทุกคนไม่สามารถทำสิ่งต่างๆตามความชอบของตนเองได้ แม้ว่าจี้เฟิงจะเป็นหลานชายคนโตผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทายาทหลักสายตรงของตระกูลจี้ก็ไม่มีความสามารถในการทำตามใจตัวเองแบบนี้เช่นกัน!

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ...

…จบบทที่ 594~❤️

จบบทที่ บทที่ 594 เจรจา(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว