เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 120 แผนวันหยุด​หน้าร้อน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 120 แผนวันหยุด​หน้าร้อน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 120 แผนวันหยุด​หน้าร้อน (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 120 แผนวันหยุดหน้าร้อน

การสอบปลายภาคมาถึงแล้ว และแม็กนัสก็กังวลเกี่ยวกับบทเรียนวิชาปรุงยาของเขาเท่านั้น เขาต้องการคะแนนเต็มในวิชานั้นเพื่อที่จะสอบให้ได้คะแนนสูงสุด

"โอเค เซเวอรัส นายต้องเก็บเกราะป้องกันทางจิตใจไว้ ตอนที่นายกำลังปรุงยา ฉันจะพินิจใจนายแล้วลอกมัน เพื่อที่อย่างน้อยฉันจะได้ปรุงยาที่ดีในครั้งแรก” แม็กนัสร้องขอ เขาไม่ได้ขอรักนาร์เพราะเขารู้ว่ารักนาร์คงจะทำอะไรเพี้ยนๆ ตามประสาหมอนั่น

เซเวอรัสพยักหน้า “ก็ได้”

เซเวอรัสเห็นด้วยเพียงเพราะแมกนัสไม่ได้ขาดความรู้ทางทฤษฎี เป็นเพียงการที่เขาหมกมุ่นอยู่กับการต้มเบียร์จนถึงจุดที่มันเหมือนกับความผิดทางพันธุกรรม

พวกเขามุ่งหน้าไปยังห้องแล็บและยึดครองสถานีของตนและเริ่มปรุงยา แม็กนัสพยายามปรุงน้ำยาด้วยความกระวนกระวายใจ น่าแปลกใจที่เขาพบว่ามันง่ายมากเพราะเขาฝึกฝนมาหลายครั้งแล้วในตอนนี้ แต่เขายังคงมองเข้าไปในหัวของเซเวอรัสเพียงเพื่อสร้างความมั่นใจ เขาต้องการที่จะสอบให้ได้คะแนนสูงสุด

หลังจากการสอบการปรุงจะเป็นการสอบคาถาซึ่งมันง่ายมากสำหรับแม็กนัสแต่ กับรักนาร์เขาทุ่มเทให้กับมันหนักมาก ดังนั้นครั้งนี้แม็กนัสจึงให้คำแนะนำแก่เขาอย่างต่อเนื่องพยายามช่วยให้เขาได้เกรดที่ดี สุดท้ายรักนาร์ก็สามารถใช้คาถาพื้นฐานปีหนึ่งได้ทั้งหมดแม้ว่าจะไม่ทรงพลังเท่าพวกเขาก็ตาม

การสอบปี 1 ใช้เวลาไม่มากนัก และหลังจากนั้น พวกนักเรียนก็มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำจนกว่าจะจบภาคเรียนที่นักเรียนแยกย้ายกันกลับบ้านได้

เซเวอรัสเข้าไปนอนในห้องของเขา ด้วยเหตุผลบางอย่างที่อยู่ในห้องต้องประสงค์ทั้งคืนเพื่อทบทวนทุกอย่าง มันเป็นเรื่องไร้สาระนิดหน่อยเพราะเขาเรียนจบหลักสูตรปี 3 แล้ว

ดังนั้น แม็กนัสและรักนาร์จึงปล่อยเขาและไปที่ห้องต้องประสงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติมหรือใช้เวลาสักครู่

"นายเปิดประตูไว้นะ รักนาร์ เดี๋ยวฉันกลับมาแป๊บ ต้องหาแชดให้เจอ ไม่รู้ว่าหนีไปไหนแล้ว” แม็กนัสพูดและจากไป

รักนาร์คนเดียวยืนอยู่หน้ากำแพงที่ประตูควรปรากฏ เขากำลังคิดว่าจะทำอะไรในห้องดี หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้และเดินไปด้านหน้ากำแพงสามครั้งแล้วเข้าไป

ทันทีที่เขาเข้าไป เขาก็พบกับห้องทดลองปรุงยาตามปกติของเขา แล้วก็มีห้องสมุดด้วย แต่มีการเพิ่มเข้าไปในห้อง

รักนาร์เดินไปที่ส่วนหนึ่งของห้องที่ดูมืดมน ที่นั่นเขาพบสิ่งของโครงสร้างสูงคลุมด้วยผ้าผืนใหญ่

เขารีบลากผ้าลงมาดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร กลับกลายเป็นกระจกบานใหญ่ เขามองดูมันอย่างฉงนสงสัย โดยไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร

เขามองไปที่กรอบกระจก มันดูเก่า และมีบางอย่างเขียนอยู่ "

เอริเซด สตรา เอห์รู ออยต์ อูเบ คาฟรู ออยต์ ออน วอซี? หืม... หมายความว่าไงหว่า?"

รักนาร์สงสัย และด้วยความเชี่ยวชาญด้านอักษรรูนเป็นอย่างดีในตอนนี้ และมีความคิดเชิงวิเคราะห์ที่ดี เขาจึงได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว ว่าคำนั้นกลับหลังโดยเว้นวรรคให้เสียใหม่

"'คุณจะมิได้เห็นใบหน้า หากแต่เห็นความปราถนาในหัวใจ' ใจฉันปรารถนาสิ่งใดล่ะ?" รักนาร์ถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร

เขาถอยหลังไปสองสามก้าวและยืนอยู่หน้ากระจก ทันใดนั้น แทนที่จะเป็นเขา เขากลับเห็นคนอีกสองสามคนในกระจกยืนอยู่ข้างหลังเขา

เขาขยี้ตาให้ชัดอีกครั้งแต่กลับเต็มไปด้วยน้ำเค็มที่เรียกว่าน้ำตา

“แม่ฮะ...พ่อ...” เขาพ่นลมหายใจพยายามสัมผัสร่างทั้งสอง แต่เขารู้สึกเพียงผิวกระจกแข็งเย็นเท่านั้น

รักนาร์มองดูใบหน้ายิ้มแย้มของแม่และพ่ออย่างเงียบๆ "เธอควรจะเห็นฉันเติบโตและกลายเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนที่คุณยายเคยพูดไว้ ว่าฉันจะทำให้ครอบครัวของเราภูมิใจ แล้วตอนนี้ฉันต้องทำให้ใครภูมิใจล่ะ"

รักนาร์สูดลมหายใจยาวเพื่อควบคุมไม่ให้ท่อน้ำตารั่วไหล เขาใช้นิ้วเสยผมพร้อมกับถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด ตาของเขาแดงและจมูกของเขากำลังจะแดงฟุดฟิด

อีกครั้งที่มองหน้าพ่อแม่ของเขา เขาเย้ยหยัน "ช่างเป็นกระจกที่ไร้ประโยชน์ซะจริง ถ้าฉันแค่อยากเห็นรอยยิ้มของพวกเขา ฉันแค่มองเข้าไปในใจแล้ว แม่จ๋า... ผมหวังว่าสักวันแม่จะได้คุยกับผมอีก เวทมนตร์ต้องมีวิธี ถ้าอย่างที่แม็กนัสพูดหากสวรรค์มีจริง แม่ก็ต้องอยู่ที่นั่น รออีกนิดนึงนะฮะ"

*พรึบ*

จู่ๆ แม็กนัสก็โผล่มาข้างหลังเขาและวางแชดบนไหล่ของรักนาร์ เพื่อเป็นกำลังใจ แชดคลอเคลียรอบคอของรักนาร์พลางร้องเหมียวๆ อย่างกระตือรือร้น

แม็กนัสยืนอยู่ข้าง รักนาร์ และมองไปที่นายและนางโอโรบอส

"พ่อแม่ของนายดูดีนะ ทีนี้จะได้ฟ้องเรื่องคาถาของนาย" เขาล้อเล่น

รักนาร์ยิ้ม "ช่าย แหงล่ะ นายรู้เปล่าว่าสิ่งนี้คืออะไร?"

แม็กนัสพยักหน้า "รู้ กระจกเงาแห่งแอริเซด มันก็ไม่เก่าแก่นักหรอก ถูกผลิตในราวปี 1800 ไม่รู้เหตุผล คนที่มีความสุขและพอใจมากที่สุดในโลกจะส่องกระจกและเห็นภาพสะท้อนของพวกเขาเหมือนที่เป็นอยู่ เพราะเมื่อนั้นพวกเขาจะไม่มีใครและไม่มีอะไรให้โหยหาหรือปรารถนาอีกต่อไปกระจกจึงไม่อาจสะท้อนสิ่งใดได้ แต่ธรรมชาติของมนุษย์มักปรารถนาสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเองเสมอแหล่ะ

กระจกบานนี้เคยทำให้หลายคนบ้าคลั่งในการตามหามัน อย่างน้อยหนังสือก็กล่าวไว้เช่นนั้น บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุที่มันเน่าเปื่อยอยู่ที่นี่”

“ทำไมไม่มายืนตรงนี้ล่ะ” รักนาร์แนะนำ

แม็กนัสไม่ปฏิเสธ "ได้สิ มาดูกันว่าในใจฉันต้องการอะไรกันแน่"

ทันทีที่แม็กนัสยืนอยู่ตรงนั้น เขาเห็นพ่อแม่ยิ้มอยู่ในกระจก จากนั้นปู่ย่าตายายและบ็อบบี้ก็ปรากฏตัว จากนั้นดั๊ก คุณยายมาร์ธา เท็ด เซเวอรัส สายสืบทอม เอ็มม่า โทมัส เชลบี ฝูงชนค่อยๆ เพิ่มขึ้น ในไม่ช้าแม้แต่รักนาร์ก็ปรากฏตัวขึ้น

"เดี๋ยวนะ... ทำไมมีฉันอยู่ด้วยล่ะ ความปรารถนาของนายคืออะไรกันแน่" รักนาร์ถามอย่างสับสน

แม็กนัสตอบขณะมองดูจำนวนคนในกระจกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ "ความฝันของฉันเป็นสิ่งที่กระจกบานเล็กๆ ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ทั้งหมด และฉันก็รู้มันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุ"

"มันคืออะไรหรอ?" รักนาร์ถามอีกครั้ง

"งั้นตอนนี้กระจกมันโชว์อะไรออกมามากสุดล่ะ?" แม็กนัสถาม

รักนาร์ มองดูใบหน้าต่างๆ "อืม... ทุกคนกำลังยิ้ม เอ่อ... เซฟดูพิลึกกับรอยยิ้มกว้างๆ แบบนั่นนะ"

แม็กนัสหัวเราะเบา ๆ “ฮิฮิ ช่าย นั่นแหละคือความปรารถนาของฉัน ความสุขของโลกใบนี้ไงล่ะ รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคน มีความสุขอยู่ทุกที่ ตอนนี้ฉันมีทุกอย่างแล้ว มรดก เงิน อำนาจ แต่ฉันอยากอยู่ในโลกที่ฉันยังไม่มี การได้เห็นคนที่กำลังจะตายด้วยความอดอยาก มีคนพยายามจะแยกเราออกจากกัน บางคนพยายามจะฆ่าคนอื่น

"แต่นี่เป็นสิ่งที่ดีที่ฉันอยากย้อนเวลากลับไปพบพระเยซูหรืออะไรซักอย่าง นายสามารถจินตนาการถึงมันได้ แต่มันจะเป็นแค่จินตนาการในใจของนายเสมอ”

"บ้าเอ๊ย...ใครจะรู้ว่ามังกรน้อยของเรามีความฝันอันสูงส่งแบบนี้ ส่วนใหญ่ต้องการเงินทอง ความรัก หรืออำนาจ และนี่คือนาย..." รักนาร์พึมพำอย่างติดตลก

"เพราะฉันมีครบทุกอย่างแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องการมากกว่านี้ แม้ว่าฉันจะทำเงินโดยอัตโนมัติผ่านการลงทุนของฉันก็ตาม แต่ฉันจะไม่จัดลำดับความสำคัญของเงินเหนือชีวิตมนุษย์" แม็กนัสให้คำมั่นสัญญา

"ศีลธรรมอันดีที่จะดำรงซึ่งชีวิตที่มีความสุขเพื่อนเอ๋ย *หาว* โอเค วันนี้ฉันจะไปฝึกปรุงยาระดับ ส.พ.บ.ส ดีกว่า แชดจ๋าไปกันดีกว่า มิฉะนั้นฉันไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเขาได้" รักนาร์พูดและเดินไปที่ห้องทดลองของเขาอย่างเกียจคร้าน

แม็กนัสจับต้นคอแชดแล้วพาเขาไปที่ห้องสมุด ที่แม็กนัสไปนอน เขาไม่สามารถเรียนต่อได้อีกแล้ววันนี้

เขาคิดเกี่ยวกับแผนการของเขาสำหรับช่วงวันหยุดหน้าร้อน ~อืม... ถ้าฉันอยากจะเติมเต็มความฝันของฉัน ฉันจะต้องขึ้นครองบัลลังก์ทันทีที่ฉันอายุ 18 ปี แต่ฉันก็ต้องการคนที่จะสนับสนุนฉันด้วยเช่นกัน พวกเขารักราชินี เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ ฉันต้องเอาชนะความกลัว ความเคารพ และความรักจากพวกเขาด้วย

"ตอนนี้ฉันอายุ 12 ปี ปีนี้ปี 1972 ดังนั้นปี 1978 คือวันที่ฉันจะขึ้นครองราชย์ ฉันต้องเริ่มจากตอนนี้ แต่ฉันจะแสดงตนเป็นกษัตริย์โดยชอบธรรมได้อย่างไรกันนะ? ฉันจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับราชินี อาจจะในฐานะหลานชายของเธอ แต่สำหรับเรื่องนั้น พ่อจะต้องเป็นลูกชายของเธอ

แต่ฉันต้องการคงชื่อของฉันไว้ ดังนั้นฉันอาจต้องเปลี่ยนภูมิหลังของครอบครัวแม่ด้วย บางทีอาจทำให้เธอเกี่ยวข้องกับอาเธอร์ เพื่อที่โลกจะได้เห็นฉันเป็นราชาที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อาเธอร์ เพนดราก้อนผู้ยิ่งใหญ่

"*เฮ้อ* ดูเหมือนว่าฉันจะต้องไปพบราชินีเร็วๆ นี้จริงๆ ซะแล้ว พ่อกำลังจะขึ้นเป็นเจ้าชายในปีนี้ ส่วนแม่ก็คงจะเป็นเจ้าหญิง ฉันเดานะ~ เขาตัดสินใจและผล็อยหลับไป

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

กระจกเงาแห่งแอริเซด

จบบทที่ ตอนที่ 120 แผนวันหยุด​หน้าร้อน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว