เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 105 รถไฟหยุดขบวน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 105 รถไฟหยุดขบวน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 105 รถไฟหยุดขบวน (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 105 รถไฟหยุดขบวน

ซิเรียสกับเจมส์หน้ากระตุก *ตุบ* ชกหน้าอกเขาพร้อมกัน

“พูดอะไรดีๆ สักครั้งไม่ได้หรือไง?” ซิเรียสกล่าว

แม็กนัสแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ "กับนายอ่ะนะ? นายกล้าพูดแบบนี้ก็ได้หรอ? กับเจ้าคนที่วางแผนกลั่นแกล้งเด็กใหม่เมื่อเดือนกันยายนอ่ะนะ?"

ซิเรียสหลบสายตาด้วยความอาย

"ฮ่าฮ่า... เมื่อกี้ดูเหมือนซิเรียสจะโดนแกล้งแทน" เจมส์หัวเราะ

ซิเรียสมองเพื่อนสนิทของเขา "ดูสิว่าใครช่างกล้าพูด ไอ้คนที่วิ่งไปรอบโรงเรียนโดยใส่กางเกงในด๊วบดัมเบิลดอร์"

“ปุ๊ด...ด๊วบดัมเบิลดอร์หรอ?” รักนาร์พยายามกลั้นหัวเราะ

เจมส์หน้าแดงด้วยความอาย “ไม่เอาน่า หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว นั่นเป็นแค่การพนัน และฉันสัญญาว่าฉันจะเอาคืนแม็กนัสแน่”

"อยากเดิมพันอีกรอบไหมสำหรับการแข่งขันควิดดิชฤดูกาลหน้า หรือไม่ก็อาจจะเป็นถ้วยประจำบ้าน" แม็กนัสถาม

เจมส์โกรธ“คิดว่าฉันโง่หรือไง!? เด็กทุกคนในโรงเรียนรู้ว่าสลิธีรินจะชนะการแข่งขันประจำบ้านเพราะนาย และควิดดิช ถ้ากริฟฟินดอร์สามารถหาซีกเกอร์ที่ดีได้ เราอาจจะชนะก็ได้”

“หึหึ ฝันไปเถอะ” แม็กนัสเย้ยหยันความคิดที่จะแพ้ในควิดดิชอีกครั้ง

*ปู๊น-ปู๊น*

เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น "รีบขึ้นรถไฟกันเถอะ" ซิเรียสรีบเดินไปขึ้นรถไฟ พวกเขามาถึงกันสายอยู่แล้ว และการสนทนากับแม็กนัสก็ทำให้พวกเขาสายมากขึ้น

ทั้งสี่คนกระโดดขึ้นรถไฟและพยายามมองหาห้องโดยสารที่ว่าง แต่พวกมันล้วนถูกจับจองไปหมดแล้ว

“รีมัสกับปีเตอร์น่าจะจองห้องให้เราแล้ว ไปหาพวกเขากันเถอะ” เจมส์พูด

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงตู้ซึ่งได้ยินเสียงดังของหญิงสาว ดูเหมือนว่าจะตำหนิใครบางคน

พวกเขาเปิดประตูก็พบปีเตอร์นั่งอยู่บนพื้นในท่าทางขอโทษ ในขณะเดียวกัน เอ็มม่าก็นั่งบนที่นั่งพร้อมกับไขว่ห้างพลางกอดอกตอนที่เธอพูดเสียงดัง

“เธอคิดจะทำอะไรแบบนั้นได้ยังไง? และฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นคนที่ดีพอที่แม็กนัสพูดกับเธอ” เอ็มม่าโกรธ

แม็กนัสพยายามทำให้เธอสงบลงอย่างรวดเร็ว "ใจเย็นๆ คุณหญิงผู้เกรี้ยวกราด"

ใบหน้าของเธอยิ้มขึ้นทันทีที่เห็นเขา "โอ้! แม็กนัส มานี่ ฉันเก็บที่นั่งให้นายไว้แล้ว"

แต่ซิเรียสผลักแม็กนัสไปด้านข้างและเผชิญหน้ากับเธอ

“เธอกล้าดียังไงมารังแกปีเตอร์หะ? มีแค่ฉันกับเจมส์เท่านั้นที่มีสิทธิ์” เขาคำรามด้วยความสำนึกผิดในศักดิ์ศรี

"นายได้ยินสิ่งที่พ่นออกมาจากปากนายหรือเปล่าน่ะ? เขาแอบกินแซนด์วิชที่ฉันกินไปครึ่งหนึ่งในขณะที่ฉันกำลังไล่เรเวนคลอจากห้องโดยสารนี่ เขาทำได้ไง? ตอนฉันกำลังพยายามจัดห้องโดยสารให้เพื่อนฉันอยู่น่ะ" เธออธิบายด้วยความโกรธ

“แล้วทำไมเธอถึงปล่อยให้เขาเข้ามาล่ะ?” แม็กนัสถาม

“ฉันเปล่า มีหนูแอบเข้ามาตอนที่ฉันไม่อยู่” เธอพูดในขณะที่เธอกำลังจะเตะปีเตอร์อีกรอบ

"พอแล้ว..." แม็กนัสหยุดเท้าไม่ให้สัมผัสปีเตอร์แล้วดันเธอไปที่ที่นั่ง เขารู้ว่าเธอพยายามจะเป็นเพื่อนที่ดี แต่ความคิดแบบสลิธีรินของเธอมีปัญหา

แม็กนัสมองไปที่ปีเตอร์และยื่นมือมา เขาเห็นได้จากท่าทางของปีเตอร์ว่าเขามีปัญหาเรื่องความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรง

“ฉันขอโทษในสิ่งที่เธอทำลงไป ลุกขึ้นเถอะ” แม็กนัสพูดช่วยเขา

ปีเตอร์ลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเริ่มยิ้ม “เฮ้ ไม่เป็นไร ฉันผิดเองที่ไปกินอาหารของเธอ”

แม็กนัสพยักหน้าและมองกลับมาที่เอ็มม่าด้วยความโกรธ "อย่าทำแบบนี้กับคนอื่น เว้นแต่พวกมันจะเป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืดหรือผู้ติดตามของเขา"

เอ็มม่าพยักหน้าอย่างแรง "ฉันเข้าใจแล้ว!"

“ดี” แม็กนัสพูดแล้วหันไปหาปีเตอร์

“รีมัสอยู่ที่ไหน?” เขาถาม.

ปีเตอร์ตอบว่า "ฉะ-ฉันไม่รู้..."

~วันนี้พระจันทร์เต็มดวงหรือเปล่านะ~ เขาสงสัย

“หืม นายคะแนนเต็มมาช้าได้ยังไงเนี่ย ฉันหวังว่าเขาจะไปถึงโรงเรียนทันเวลานะ” เจมส์พึมพำ

*ประตูเปิด*

เซเวอรัสเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทาง เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นพวกกักขระกริฟฟินดอร์อยู่ที่นั่นด้วย

"อา เราเจอใครกันล่ะเนี่ย สนิฟเวลลัส..." ซิเรียสพูดอย่างสนุกสนาน

“ใช่ ยินดีที่ได้รู้จัก” เซเวอรัสตอบอย่างกวนๆ แล้วเดินไปจับมือแม็กนัสกับรักนาร์

"ฉันได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านนาย ดีใจที่นายสามารถสอนบทเรียนดีๆ ให้พวกมันได้" เขาพูดว่า.

แม็กนัสพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ "ฉันก็หวังว่ามันจะทำให้ฉันมีช่วงเวลาที่สงบสุขบ้าง มาเถอะ มานั่งก่อน"

ในที่สุด รักนาร์ก็เริ่มโอ้อวดว่าแม็กนัสสามารถเรียกเสาหินบนท้องฟ้าและปาใส่ผู้โจมตีได้อย่างไร เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาใกล้จะเผยความลับ เขาจะถูกแม็กนัสเหน็บแนม

~ไอ้บื้อนี่ ฉันต้องสอนเขาหัดให้หุบปากซะมั่ง~

ไม่นานรถไฟก็เริ่มออกตัว หลังจากชมทัศนียภาพของเมืองที่น่าเบื่อได้สักพัก มันก็เริ่มข้ามผ่านถิ่นทุรกันดารของสกอตแลนด์ มองเห็นที่ราบ ภูเขาในระยะไกล และทะเลสาบ รถจักรไอน้ำคำรามตรงไปข้างหน้า

~ อืม ใครเป็นคนขับหัวรถจักรกันน้า? ฉันหวังว่ามันจะไม่เหมือนกับการใช้แรงงานทาสของเอลฟ์นะ~ แม็กนัส สงสัยขณะกินข้าวกล่องที่แม่ของเขาเตรียมให้เขากับรักนาร์

มันเป็นข้าวและน้ำแกงกระหรี่ไก่ที่แสนอร่อย เห็นได้ชัดว่าเมนูกระหรี่ไก่นี้มาจากช่วงปลายปีก่อน มันเป็นอาหารจากฝั่งทะเลทราย แถมมีแพนเค้กที่เขาอุ่นให้ร้อนและน้ำเชื่อมเมเปิ้ลถุงเล็กๆ

“อ่า… ฉันคงจะคิดถึงรสชาตินี้ที่ฮอกวอตส์” แม็กนัสพึมพำด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

*โคร้มมม เคร้ง*

"แพนเค้กของฉานนน!..." แม็กนัสกรีดร้องด้วยความเศร้าเมื่อรถไฟเบรคกะทันหันทำให้กล่องข้าวของเขาหล่นลงมา ตอนนี้แพนเค้กแตกกระจายเกลื่อนพื้น และเขาไม่เชื่อกฎ 5 วินาที นี่มันเป็นหายนะในระดับสูงสุด

"ทำไมรถไฟถึงหยุดแบบนี้แหละ" ซิเรียสสงสัยขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง มันเป็นเวลากลางคืนและพวกเขาอยู่ในที่ห่างไกล

แม็กนัสเองก็รู้สึกเป็นลางไม่ดีเช่นกัน เขารีบถือไม้กายสิทธิ์ไว้ในมือ เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันให้ตาย

เอาไม้กายสิทธิ์ออกมา ฉันรู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ” เขาเตือนทุกคน พวกเขาทั้งหมดได้สติแล้วหยิบไม้ออกมา

“มันเคยไม่มีวันง่ายๆ สำหรับนายเล้ยแม็กนัส... และฉันก็รักมัน!...” จู่ๆ เอ็มม่าก็พูดขึ้นมา

แม็กนัสมองเธอด้วยความตกตะลึง ~เธอเป็นพวกพี้สารอะดรีนาลีนหรือเปล่าเนี่ย?~

"โอ้ววววว...เอ็มม่ารักแม็กนัส..." รักนาร์เริ่มนึกสนุก

*โป๊ก*

เอ็มม่ากระแทกไม้กายสิทธิ์ลงบนศีรษะของรักนาร์ “หยุดสร้างข่าวลือมั่วๆ ได้แล้ว”

“แต่หน้าเธอดูกระอักกระอ่วนนะ...” เจมส์ชี้แจง

“หึ ฉันเกิดมาเป็นแบบนี้” เธอเย้ยหยันอย่างเขินอาย

"ชู่วววว... มีคนกำลังมา ข้างนอกเงียบชะมัด มีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ" แม็กนัสผลักพวกเขา

พวกเขาทั้งหมดสงบลงและรออยู่เงียบๆ

ในไม่ช้าลูกบิดประตูก็หมุน แม็กนัสเตรียมไม้กายสิทธิ์ของเขาพร้อมที่จะยิงคาถา

พวกเขาได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน อย่างที่พวกเขาทราบกันดีว่า ตามบันทึกแล้ว ความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้บุกรุกนั้นสูงมาก มีผู้คนจำนวนมากเฝ้าล้างคอของแม็กนัส ส่วนใหญ่ต้องการที่จะจัดการกับเขาก่อนที่เขาจะสวมมงกุฎเพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้ว การโจมตีเขาจะเป็นการก่อกบฏอย่างสูงสุดและบทลงโทษสำหรับมันคือการตาย มีตัวอย่างในประวัติศาสตร์ล่าสุดของมันด้วย

เขาชื่อ วิลเลียม จอยซ์ ชาวอังกฤษที่เกิดในสหรัฐฯ ผู้เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของนาซีเยอรมันมายังสหราชอาณาจักร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาถูกแขวนคอจนตายเพราะทรยศต่อกษัตริย์

ตอนนี้ โลกเวทมนตร์อาจทำราวกับว่าไม่มีอำนาจเหนือพวกเขา แต่กระทรวงยังคงต้องบังคับใช้กฎหมายจากดินแดนที่พวกเขาอาศัยอยู่ และการลงโทษการกบฏอย่างร้ายแรงถือเป็นกฎหมายที่เก่าแก่พอๆ กับโลกพ่อมด

ประตูเปิดดังเอี๊ยด

"ผมไม่ใช่ศัตรู!" เสียงมาจากอีกด้านหนึ่ง

ในไม่ช้า ประตูก็เปิดออกจนสุด และชายในชุดโค้ทยาวก็ปรากฏตัวขึ้น

แม็กนัสไม่ลดไม้กายสิทธิ์ลงแม้หลังจากสิ้นเสียง แต่เหล่าเพื่อนๆ ของเขายังไร้เดียงสาเพราะพวกเขาลดไม้กายสิทธิ์ลง รักนาร์ไม่ได้หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาตั้งแต่แรก เขามีขวดโพชั่นอยู่ในมือพร้อมที่จะเขี้ยงมัน

"คุณเป็นใคร?" แม็กนัสถาม

"ผมมาจากกระทรวง ผ-ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ได้โปรด..." ชายคนนั้นขอร้อง

“ผมจะเชื่อคุณได้อย่างไร คุณอาจเป็นแค่สายลับที่ศัตรูของผมแฝงตัวอยู่ แล้วเข้ามาประชิดตัวผมแบบนั้นก็ได้” แม็กนัสตอบโต้

ชายคนนั้นปิดประตูตามหลังเขาและวางไม้กายสิทธิ์ลงบนพื้น รถไฟก็เริ่มออกตัวต่อหลังจากนั้นไม่นาน

“ที่ผมรู้คือนี่อาจเป็นแค่ไม้กายสิทธิ์ปลอม และคุณอาจยังมีของจริงอยู่ในครอบครอง” แม็กนัสพูดด้วยความสงสัยของเขา

-_-

ชายคนนั้นคุกเข่า "ได้โปรดพะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระทรวงถูกบุกรุก กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ทรงจัดการกับพวกผู้เสพความตายได้สำเร็จจนถึงตอนนี้ กระหม่อมคิดออกได้แต่พระองค์เท่านั้น”

"มันง่ายจังนะใช้คำว่า ‘ฝ่าบาท’ เพื่อความสะดวก ถ้าอยากจะพิสูจน์ตัวเองจริงๆ ก็ให้มองตาเรา" แม็กนัสสั่งเขา

ชายคนนั้นกัดฟันและเงยหน้าขึ้นสบตา เขารู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เขาคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดีในฐานะมือปราบมาร แม็กนัสจะใช้การพินิจใจเพื่อสำรวจจิตใจของเขา เด็กชายไม่ได้จดจ่ออยู่กับความทรงจำเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังมองไปยังทั้งชีวิตของเขา

แม็กนัสรู้สึกว่าจิตใจของเขาแล่นผ่านความทรงจำมากมายของชายผู้นั้น เศร้าบ้าง สุขบ้าง เจ็บปวดบ้าง

เขาเกลียดการใช้การพินิจใจด้วยเหตุผลเดียว ยิ่งคุณทำมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งไม่เห็นอกเห็นใจต่อความรู้สึกและเสรีภาพในตัวของผู้อื่น แถมความทรงจำอาจทำร้ายคุณเช่นกัน

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 105 รถไฟหยุดขบวน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว