เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 344 ขอโทษ(ตอนฟรี)

บทที่ 344 ขอโทษ(ตอนฟรี)

บทที่ 344 ขอโทษ(ตอนฟรี)


บทที่ 344 ขอโทษ

“เฮ้! น้องสาม ฉันว่านายกำลังจะเจอปัญหาแล้วล่ะ!” จี้ช่าวเหลยพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวอิง “อ๊ะ! ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะ!”

“พี่...” จี้เฟิงยื่นมือออกไปเพื่อจะคว้าตัวจี้ช่าวเหลยไว้ให้อยู่เป็นเพื่อน แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อจี้เฟิงหันกลับมาจี้ช่าวเหลยก็วิ่งไปไกลแล้ว

จี้เฟิงทำได้แค่เพียงส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น การรู้จักรักษาตัวรอดเป็นยอดดีของจี้ช่าวเหลยก็ดีอยู่หรอก แต่มันทำให้จี้เฟิงรู้สึกจนใจจริงๆ

เมื่อเห็นว่าจี้ช่าวเหลยจากไปแล้ว เสี่ยวอิงก็เดินเข้ามาหาจี้เฟิงทันที

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะเกาหัว ผู้หญิงคนนี้จะมาหาฉันทำไม?

ต้องยอมรับตามตรงว่าตั้งแต่ที่แม่เรียกเขาไปคุยในห้องนอนเรื่องของเสี่ยวอิง จี้เฟิงก็รู้สึกผิดต่อเธออยู่บ้างเขาอยากจะขอโทษเธออย่างจริงจัง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากก็ถูกสายตาเกลียดชังของเธอ จ้องเขม็งใส่จนทำให้เขาพูดไม่ออก

พอเห็นเสี่ยวอิงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว จี้เฟิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจก็แอบเตือนตัวเองว่า เป็นลูกผู้ชายถ้าผิดก็ควรขอโทษไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าหากทำผิดแล้วไม่กล้ายอมรับผิดแบบนั้นต่างหากถึงจะน่าขายหน้า!

พอคิดได้แบบนี้จี้เฟิงก็นั่งตัวตรงทันที สายตาจับจ้องไปที่เสี่ยวอิงอีกครั้ง

ความจริงแล้วจี้เฟิงก็ต้องขอยอมรับว่าเสี่ยวอิงเป็นผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

เสี่ยวอิงมีรูปร่างสูงโปร่งจากการกะด้วยสายตาของจี้เฟิง อย่างน้อยเสี่ยวอิงก็น่าจะสูงประมาณ 173 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับส่วนสูงของผู้หญิงคนอื่นทั่วๆไป อย่างเสี่ยวอิงก็เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ตัวสูง

เธอสวมชุดลำลองธรรมดาๆดูสบายตัวไม่รัดรูปจนเกินไป คาดว่าการแต่งตัวแบบนี้น่าจะสะดวกกว่าเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะถ้าเลือกใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปแต่ไม่ยืดหยุ่นอย่างเช่นกางเกงยีน จะทำให้ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลงอย่างมาก

แต่แปลกที่ชุดลำลองหลวมๆบนตัวเธอ กลับไม่ทำให้เธอดูท้วมเลยสักนิด กลับกันกลับให้ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ในหัวของจี้เฟิงปรากฏภาพอันดุดันของทหารหญิงในประเทศสหรัฐอเมริกาในภาพยนตร์ เงาร่างเล็กๆที่อยู่ตรงหน้าทำให้จี้เฟิงรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความน่าเกรงขาม

โดยเฉพาะเสี่ยวอิงเธอตัดผมสั้นคล้ายผู้ชาย ผมทั้งสองข้างของเธอสั้นจนไม่สามารถปิดหูของเธอได้ด้วยซ้ำ ถ้าเอาเชือกสีแดงมาคาดหน้าผากของเธอไว้ หรือไม่ก็สวมหมวกทหาร คงยิ่งทำให้เธอดูเหมือนทหารอเมริกันที่แข็งแกร่งดุดันเข้าไปใหญ่

อันที่จริงจี้เฟิงรู้ดีว่าการใช้คำว่า “แข็งแกร่งดุดัน” เพื่ออธิบายถึงเสี่ยวอิงนั้นค่อนข้างไม่เหมาะสมเท่าไหร่ พูดให้ถูกคือควรจะเรียกว่ากล้าหาญและองอาจ

แต่พอเห็นสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรของเสี่ยวอิง จี้เฟิงก็รีบโยนคำว่ากล้าหาญและองอาจออกไปจากหัวทันทีเหลือไว้เพียงคำว่าดุดัน!

เสี่ยวอิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจี้เฟิง เธอจ้องเขาเขม็งแต่ไม่พูดอะไร

“เอ่อ คุณ... เสี่ยวอิงใช่มั้ย? คุณตามหาผมอยู่เหรอ?” เมื่อเห็นว่าเสี่ยวอิงไม่พูดอะไรจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอและเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เขาถามเธอด้วยรอยยิ้ม

“อย่ามายิ้มต่อหน้าฉัน!”

เสี่ยวอิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “จี้เฟิง! ฉันรู้ว่าคุณเป็นใครคุณคือนายน้อยจี้! และฉันจะดำเนินการตามคำสั่งของคุณ หลังจากที่ฉันคุ้มกันนายหญิงเสร็จในวันนี้ ฉันจะไปรายงานกับเจ้านายเพื่อขอรับโทษด้วยตัวเอง แต่ก่อนหน้านั้นฉันอยากให้คุณรู้ว่า ฉันมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นบอดี้การ์ดของนายหญิง!”

ฮะฮะ...

จี้เฟิงได้แต่หัวเราะแห้งๆอยู่ในใจ เขายิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “เสี่ยวอิงแม่ผมได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ผมฟังแล้ว ผมต้องขอโทษคุณด้วยจริงๆและหวังว่าคุณจะยกโทษให้”

ความตรงไปตรงมาของจี้เฟิงทำให้เสี่ยวอิงอึ้งไปทันที

ตั้งแต่เด็กจนโตเท่าที่เธอจำได้ ไม่เคยมีคุณชายคนไหนที่กล่าวขอโทษเธออย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีเจตนาแอบแฝง

อย่างไรก็ตามเสี่ยวอิงเห็นความจริงใจในสายตาของจี้เฟิง เขาขอโทษด้วยใจจริงไม่ใช่แค่การเสแสร้ง

เสี่ยวอิงได้แต่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่และไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

“อะแฮ่ม...” จี้เฟิงใช้กำปั้นปิดปากเขากระแอมไอเบาๆแล้วพูดว่า “เสี่ยวอิงวันนี้ผมพูดกับคุณแรงเกินไปหน่อย หวังว่าคุณจะไม่เก็บเอาไปคิดมากถ้าเป็นไปได้ก็ลืมมันไปซะเถอะนะ ผมต้องขอโทษจริงๆ”

พอเห็นว่าเสี่ยวอิงไม่พูดอะไร จี้เฟิงก็นึกว่าในใจของเธอยังคงไม่หายโกรธ และยังมีความคับข้องใจอยู่ เขาจึงกล่าวขอโทษอีกครั้ง

สีหน้าของเสี่ยวอิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ฉันยอมรับคำขอโทษจากคุณ!”

“งั้นก็ดีเลย!” จี้เฟิงยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินว่าเสี่ยวอิงยอมรับคำขอโทษ ไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วเสี่ยวอิงก็เป็นคนที่จะคอยอยู่เคียงข้างแม่ของเขา ต่อจากนี้ไปถ้าเขามาหาแม่บ่อยๆ ก็เท่ากับว่าเขาต้องเจอเธอบ่อยๆด้วยเช่นกัน แล้วถ้าเขากับเสี่ยวอิงมีความอึดอัดใจต่อกันก็คงจะทำให้แม่ไม่สบายใจไปด้วย!

ในขณะที่จี้เฟิงกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาก็ได้ยินเสี่ยวอิงพูดขึ้นมาว่า “ถึงแม้ว่าฉันจะยอมรับคำขอโทษของคุณ แต่เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถพอที่จะปกป้องนายหญิงของฉัน ฉันเลยอยากจะขอประลองฝีมือกับคุณ!”

“หะ! ห๊า?” จี้เฟิงเกือบจะกัดลิ้นตัวเอง เขามองเสี่ยวอิงด้วยความประหลาดใจ “แล้วอะไรดลใจให้เธออยากมาประลองฝีมือกับฉันล่ะ? ฉันเป็นแค่คนธรรมดา!”

อะไรของผู้หญิงคนนี้กันล่ะนิ? จู่ๆก็เกิดบ้าอะไรขึ้นมา?!

จี้เฟิงมองเธอด้วยความประหลาดใจ ทำไมจู่ๆถึงคิดที่อยากจะมาสู้กับตัวเขาได้? หรือเธอไปได้ยินใครบอกว่าฉันมีทักษะการต่อสู้? หรือ... ต้องการที่จะใช้โอกาสนี้สั่งสอนฉันให้หลาบจำ? แก้แค้นสินะ!

ไม่ผิดจากที่คาดเสี่ยวอิงพูดขึ้นว่า “จี้ช่าวเหลยได้บอกกับฉันว่าฝีมือของคุณไม่เลว และนายหญิงก็กลัวว่าคุณจะกินมื้อเที่ยงเยอะเกินไป เลยให้ฉันมาช่วยคุณย่อยมื้อเที่ยงสักหน่อย!”

“ไม่จริงใช่มั้ย?!” จี้เฟิงเกือบจะกระโดดขึ้นมา เขามองเสี่ยวอิงอย่างกับเห็นผี “พี่รองกับแม่ฉันพูดแบบนี้จริงๆน่ะเหรอ?!”

จี้เฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกแม่กับพี่รองขาย เหมือนสองคนนั้นต้องการให้เสี่ยวอิงมาสั่งสอนเขาชัดๆ!

“โปรดเตรียมตัว!”

เสี่ยวอิงเลิกพูดไร้สาระกับเขา เธอเดินไปยังลานกว้างที่อยู่ใกล้ๆทันที “ถ้าคุณไม่ต่อสู้กับฉัน ฉันจะเป็นฝ่ายลาออกเอง!”

จี้เฟิงตกใจเขาได้แต่ยืนอึ้ง “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!”

………………

“คุณป้าใหญ่มันจะไม่เป็นไรเหรอครับ? ถ้าเกิดจี้เฟิงได้รับบาดเจ็บขึ้นมา...”

ที่ชั้นบนจี้ช่าวเหลยอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

ตอนนี้เซียวซูเหม่ยและอีกสองคนกำลังยืนอยู่บนระเบียง พวกเขากำลังแอบมองลงไปอย่างเงียบๆ จุดที่พวกเขาอยู่สามารถมองเห็นสวนสาธารณะที่อยู่ใจกลางชุมชนได้อย่างชัดเจน เสี่ยวอิงที่ยืนอยู่กลางลานกว้าง และจี้เฟิงที่กำลังเดินเข้าไปหาเธออย่างจนใจ พวกเขาทุกคนต่างสีหน้าท่าทางและพฤติกรรมของทั้งสองคนนั้นได้อย่างชัดเจน

เซียวซูเหม่ยแค่นเสียง “ฉันมองเสี่ยวอิงไม่ต่างจากลูกสาวแท้ๆ แต่เจ้าเด็กบ๊องนั่นกลับต่อว่าเสี่ยวอิง ทำให้เสี่ยวอิงรู้สึกผิดจนอยากจะลาออกไป!”

“งั้นนี่ก็คือสาเหตุที่คุณป้าใหญ่อยากให้น้องสามโดนสั่งสอนงั้นสินะครับ?” จี้ช่าวเหลยหัวเราะทันที “ป้าใหญ่ไม่กลัวน้องสามจะได้รับบาดเจ็บเหรอครับ?”

“ฮึ่ม!”

เซียวซูเหม่ยถลึงตาใส่จี้ช่าวเหลยแล้วพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เจ้าเด็กนั่นหนังหนามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถูกทุบตีนิดๆหน่อยๆไม่กระเทือนผิวหนังของเขาหรอก นอกจากนี้ก็ถือว่าให้เสี่ยวอิงเธอได้ระบายความโกรธสักหน่อย เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้... เสี่ยวอิงคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเวลาเจอกับจี้เฟิง แล้วก็คงจะรู้สึกโกรธทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้เซียวซูเหม่ยนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เสี่ยวอิงลงไม้ลงมือกับคนที่มาก่อกวนเธอเพื่อปกป้องเธอ แต่เซียวซูเหม่ยกลัวว่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับสามี เธอจึงสั่งห้ามไม่ให้เสี่ยวอิงลงมืออีกจนกว่าจะมีคำสั่งจากเธอ แต่กลับมาถูกเจ้าเด็กตัวเหม็นคนนั้นดุด่าว่ากล่าวจนเสี่ยวอิงต้องมีน้ำตา

และอีกอย่างเซียวซูเหม่ยก็รู้ดีว่าเสี่ยวอิงจะไม่ลงมือหนักเกินไปอย่างแน่นอน ตราบใดที่ไม่ถึงกับหน้าตาบวมปูดจนจำหน้าตาไม่ได้ก็พอแล้ว นี่คือสิ่งที่เซียวซูเหม่ยและจี้ช่าวเหลยร่วมมือกัน

“พี่สะใภ้ใหญ่ถ้าเสี่ยวเฟิงมารู้ทีหลัง เขาจะไม่โกรธแย่เลยหรอ” เหลียงหงตันถาม

เซียวซูเหม่ยส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่หรอกฉันรู้จักนิสัยของเสี่ยวเฟิงดี”

………………

“อ่า... เอาเป็นว่าเอาแค่เบาะๆพอดีมั้ย อย่าถึงกับคิดว่าผมเป็นศัตรูเลย!” จี้เฟิงมองเสียวอิงอย่างจนปัญญา แล้วเดินไปหยุดตรงจุดที่ห่างจากเสี่ยวอิงประมาณสามสี่ก้าวแล้วยิ้มอย่างขมขื่น

“เมื่อต้องลงมือต่อสู้จะมีเพียงต่อสู้กับศัตรู และมีคนที่ต้องปกป้องเท่านั้น!” เสี่ยวอิงตอบอย่างเย็นชา

จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่นและพยักหน้าเล็กน้อย ตอนนี้เขาพอจะคาดเดาจุดประสงค์ของแม่เขาได้บ้างแล้ว ดูเหมือนว่าการที่จะต้องเจ็บตัวนิดๆหน่อยๆ คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ว่าการเลือกที่จะถูกทุบตีอย่างไร ก็ยังต้องใช้ฝีมืออย่างมาก

การที่ต้องเลือกว่าจะถูกทุบตีตรงไหนยังไงก็ถือว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง

“ระวัง!” เสียงหวานๆของเสี่ยวอิงตะโกนดังลั่นก่อนจะโค้งคำนับ แล้วพุ่งเข้าไปหาจี้เฟิงอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู

พริบตาเดียวเสี่ยวอิงก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าจี้เฟิง เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าและใช้หมัดขวาชกออกไปเป็นหมัดตรง

เปรี้ยง—!    ตูม—!

จี้เฟิงกระเด็นออกไปทันทีและล้มลงกับพื้นอย่างแรง

เสี่ยงอิงยืนอึ้งอยู่กับที่แล้วพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว “เป็นไปได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเขามีวิชากังฟูหรอกเหรอ?!”

“ทำไมเป็นแบบนี้ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?!” ที่บนระเบียงเซียวซูเหม่ยก็ตกใจเช่นกัน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “ช่าวเหลย ไหนเธอบอกว่าจี้เฟิงนั้นเก่งกังฟูมาก แล้วทำไม...”

แม้ว่าเธอต้องการให้เสี่ยวอิงระบายความโกรธ แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการให้ลูกชายของเธอได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้....

จี้ช่าวเหลยยิ้มและพูดว่า “คุณป้าใหญ่ไม่ต้องกังวล ดูไปก่อนเถอะครับ อย่าไปหลงกลน้องสาม”

เซียวซูเหม่ยพยักหน้าเธอครุ่นคิดเล็กน้อยและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอแค่จ้องไปที่จี้เฟิงที่ล้มลงกับพื้น ความวิตกกังวลในแววตาไม่อาจปกปิดความรู้สึกเป็นห่วงได้เลย

“คุณ! คุณเป็นยังไงบ้าง! โอเครึเปล่า?!” เสี่ยวอิงรีบเข้าไปหาจี้เฟิง และอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง

จี้เฟิงนอนอยู่บนพื้นและยิ้มอย่างขมขื่น “ผมถูกคุณต่อยจนกระเด็นมาขนาดนี้ คุณคิดว่าผมยังจะโอเคอีกเหรอ”

เสียวอิงรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเธอรีบพูดว่า “จี้เฟิง นายน้อยจี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณ... ขนาดนี้ คุณได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง?!”

จี้เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “ถ้าคุณยอมรับคำขอโทษของผมและไม่คิดที่จะลาออกอีกผมก็ไม่เป็นไร”

“โอเคฉันยอมรับคำขอโทษ ฉัน... คุณไม่ได้รับบาดเจ็บเหรอ?” เสี่ยวอิงรีบพยักหน้าด้วยความกังวล แต่ในเสี้ยววินาทีเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอชี้ไปที่จี้เฟิงอย่างโกรธเคือง “คุณ.. คุณโกหกฉันเหรอ? คุณ.. คุณ!”

จี้เฟิงหัวเราะอย่างโง่เขลาและลุกขึ้นจากพื้นด้วยการกระโดดเบาๆ “ในเมื่อคุณตกลงรับปากแล้ว ผมก็ไม่เป็นไร! แล้วแบบนี้จะหาว่าผมโกหกคุณได้ยังไง?”

“นาย... นาย!” เสี่ยวอิงจ้องเขาเขม็งเธอรู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวอิงเป็นผู้หญิงที่พูดไม่เก่ง ดังนั้นแม้ว่าเธอจะรู้สึกโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

ไม่แปลกใจเลยที่แม่จะชอบเธอ ผู้หญิงแบบนี้แม่คงจะรักและเอ็นดูเธอมากอย่างแน่นอน

“คุณ... คุณบล็อกหมัดของฉันได้ยังไง?” เสี่ยวอิงอดไม่ได้ที่จะถามในสิ่งที่เธอสงสัย แม้ว่าเธอจะใช้พลังไปเพียง 30% แต่สำหรับคนธรรมดาแล้วก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายได้มาก แต่ที่เธอกล้าใช้พลังมากขนาดนี้เป็นเพราะได้ยินมาว่ากังฟูของจี้เฟิงไม่เลวเลย

แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าจี้เฟิงจะลุกขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมาก

“อ้อ.. ผมไม่ได้มีข้อดีอะไรนอกจากเรื่องหนังหนาและทนทาน!” จี้เฟิงยิ้มน้อยๆแล้วพูดว่า “เอาล่ะอย่าเพิ่งคุยเรื่องอื่นในเมื่อตอนนี้คุณยอมรับคำขอโทษของผมแล้ว ก็ไม่ต้องลาออกหรือย้ายไปไหนแล้วนะ ต่อจากนี้ไปความปลอดภัยของแม่ผมยังคงต้องรบกวนคุณอีกมาก ฝากด้วยนะครับ!”

จี้เฟิงโค้งคำนับให้เธอ

“ไม่! อย่าทำแบบนี้! คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้! ความปลอดภัยของนายหญิงเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว!” เสี่ยวอิงรีบหลบทันที

จี้เฟิงยิ้มน้อยๆ “คืนนี้พวกเราจะไปทานมื้อค่ำที่บ้านผู้อาวุโสเฒ่า ถ้ามีคนพูดจาหยาบคายกับแม่ของผมอีก ให้คุณมองมาที่ผมและขยิบตาทันทีโอเคมั้ย?”

“โอเค โอเค!” เสี่ยวอิงรีบพยักหน้าทันที

“เจ้าเด็กตัวแสบ!”

หลังจากที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เซียวซูเหม่ยที่ยืนอยู่บนระเบียงก็ไม่ได้ที่จะบ่นพลางหัวเราะ  แต่คำบ่นของเธอกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ!

…จบบทที่ 344~❤️

เปิดตอนฟรี เป็นของขวัญวันแม่สำหรับผู้อ่านทุกๆท่าน และเป็นการขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนกันด้วยดีเสมอมา ขอบพระคุณมากๆค่ะ (◡‿◡ ♡)

สวัสดีวันแม่นะคะ ขอให้พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครอบครัวหรือคนที่รักของผู้อ่านทุกๆท่าน สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่ำรวยเงินทองกันทุกๆคนเลยนะคะ ♡ (¯▽¯) / ♡

และย่าลืมมาอ่านนิยายของเนตรนารีสีชมพู ด้วยนะคะ

ด้วยรักและห่วงใย

เนตรนารีสีชมพู

จบบทที่ บทที่ 344 ขอโทษ(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว