เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 333 ออกจากโรงพยาบาล(ตอนฟรี)

บทที่ 333 ออกจากโรงพยาบาล(ตอนฟรี)

บทที่ 333 ออกจากโรงพยาบาล(ตอนฟรี)


บทที่ 333 ออกจากโรงพยาบาล

“เฮ้อ~ ในที่สุดก็ต้องกลับมา ที่หยานจิงนี่ลมแรงจัง!”

ที่สนามบินนานาชาติหยานจิงจี้เสี่ยวหยูเหยียดตัวอย่างเกียจคร้าน เธอสัมผัสได้ถึงทรายและฝุ่นที่ปลิวไปตามลม เธอพยายามอดทนแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะบ่นและทำหน้ามุ่ย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่มันกลับทำให้เธอดูน่ารักไปอีกแบบ คนรอบข้างที่พบเห็นยังอดไม่ได้ที่จะหันมามอง แม้แต่ชายหนุ่มที่รู้สึกมั่นใจในตัวเองก็คิดที่จะเดินเข้ามาหา

แต่พอเห็นผู้ชายรูปร่างกำยำไม่ต่างจากกำแพงเหล็กที่อยู่ข้างๆจี้เสี่ยวหยู พวกเขาก็ปัดเป่าความคิดนี้ออกจากหัวในทันที

การจีบสาวเป็นสิ่งสำคัญแต่ชีวิตน้อยๆของพวกเขาก็สำคัญมากเช่นกัน

ถ้าได้จีบสาวแล้วต้องเอาชีวิตน้อยๆของตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นคงจะเรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย

“ไม่รู้ว่าพี่สามจะเป็นยังไงบ้างในหยานจิง ฮึ่ม! ลูกพี่ลูกน้องพวกนั้นต้องมารังแกพี่สามแน่ๆเลย ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะช่วยพี่สามบ้างรึเปล่า....” จี้เสี่ยวหยูกัดนิ้วที่เรียวยาวราวกับต้นหอมและอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง

เพราะถูกลูกพี่ลูกน้องรังแกเธอถึงต้องหนีจากหยานจิงไปหาพี่ชายคนที่สามของเธอที่เจียงโจว แต่พี่สามของเธอกลับมาที่หยานจิงเพียงลำพังเขาต้องมาอาศัยอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ถ้าคนพวกนั้นไม่รังแกเขาสิถึงจะแปลก!

คิดมาถึงตรงนี้จี้เสี่ยวหยูก็พูดขึ้นมาทันที “เรารีบไปกันเถอะ!” พร้อมกันนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกำลังจะโทรหาพี่ชายคนที่สามของเธอ

“เสี่ยวหยู!” จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของเธอ

เมื่อจี้เสี่ยวหยูเงยหน้าขึ้นสีหน้าก็แสดงความดีใจออกมาทันที คนที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอเป็นเพื่อนสาวของเธอเอง แถมเธอยังเป็นนักร้องยอดนิยมของประเทศจีนอยู่ในขณะนี้ ‘เหวินเว่ยซิน’

“ซินซิน เธอมาทำอะไรที่นี่?!”  เมื่อจี้เสี่ยวหยูเห็นว่ามีคนมารับเธอที่สนามบิน เธอก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เดิมทีเธอไม่ใช่คนที่มีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับเว่ยซินที่เติบโตมาด้วยกันกับเธอ แถมเรื่องนั้นก็ผ่านไปเกือบเดือน เธอลืมมันไปหมดแล้ว

เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่ดีใจของจี้เสี่ยวหยู เหวินเว่ยซินก็โล่งใจขึ้นมาทันที ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เธอมีปัญหากับจี้เสี่ยวหยู เธอก็ไม่กล้าที่จะทำตัวหยิ่งผยองเหมือนแต่ก่อนอีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเธอใช้การส่งข้อความเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับจี้เสี่ยวหยูทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ส่งข้อความอะไรที่ดูมากเกินไป เธอไม่ต้องการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของจี้เสี่ยวหยูเพื่อป้องกันความผิดใจที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

และเมื่อเธอรู้ว่าจี้เสี่ยวหยูจะบินกลับมาที่หยานจิงวันนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะมารับจี้เสี่ยวหยูถึงสนามบินโดยไม่บอกเพราะต้องการจะเซอร์ไพรส์จี้เสี่ยวหยู และถ้าเธอทำตัวให้ดีขึ้น บางทีความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจี้เสี่ยวหยูอาจจะกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อนก็ได้ นี่คือสิ่งที่เว่ยซินคิด

แล้วพอตอนนี้เธอเห็นสีหน้าแบบนี้ของจี้เสี่ยวหยู แล้วจะไม่ให้เว่ยซินรู้สึกโล่งใจได้อย่างไร

เธอรีบเดินเข้าไปหาจี้เสี่ยวหยูพร้อมกับรอยยิ้มราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูดูน่ารักสดใสมาก หากไม่มีใครรู้นิสัยที่มักจะอารมณ์ร้ายของเธอ คงจะคิดว่าเธอเป็นองค์หญิงที่ใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ

ตลอดทางที่เดินมาเว่ยซินนั้นดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากเธอสวมแว่นตากันแดดจึงมีคนจำเธอได้ไม่มากนัก แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาอันโดดเด่นของเธอก็มากพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยที่ไม่ต้องรู้ว่าเธอเป็นนักร้องดัง

“เสี่ยวหยูฉันรู้ว่าเธอจะบินมาวันนี้ ฉันเลยมารอเธอที่นี่ตั้งแต่เช้า” เว่ยซินดูมีความสุขมากเธอก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วและจับมือของเสี่ยวหยูด้วยรอยยิ้มหวานๆ “ในที่สุดเธอก็กลับมา เราไม่ได้เจอกันเกือบเดือนได้แล้วมั้ง!”

“อื้ม!” จี้เสี่ยวหยูยิ้มอย่างร่าเริง “ใช่เกือบเดือนแล้ว! ต้องโทษพี่สะใภ้ทั้งสองของฉันที่ทำให้เป็นแบบนี้ พวกเธอใจดีกับฉันมากฉันเลยยิ่งไม่อยากกลับหยานจิงเข้าไปใหญ่เลย!”

จี้เสี่ยวหยูเป็นเด็กสาวที่รักความสงบเธอมีมารยาทและน่ารักมาก เธอจึงเป็นที่รักของเซียวหยูซวนและถงเล่ย ทั้งสองปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ สิ่งนี้ทำให้จี้เสี่ยวหยูที่เป็นลูกสาวคนเดียวรู้สึกสนุกและสนิทสนมกับสองสาวเป็นอย่างมาก ทำให้เธอแทบไม่อยากกลับมาที่หยานจิงอีกเลย

“พี่สะใภ้สองคน?!” เว่ยซินถึงกับอึ้ง

จี้เสี่ยวหยูแลบลิ้นน่ารักๆของเธอออกมาทันที ท่าทางของเธอดูเขินอายเล็กน้อย “ใช่แล้วพี่สะใภ้สองคน พี่สามของฉันมีแฟนสองคนน่ะ...”

“แล้วพวกเธอทั้งคู่ก็รู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน?” เว่ยซินโพล่งออกมา แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าพี่ชายคนที่สามของจี้เสี่ยวหยูเป็นใคร เกรงว่าคงไม่มีลูกหลานตระกูลจี้คนไหนที่เธอจะจำฝังใจได้มากเท่าเขาคนนี้อีกแล้ว และความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจนี้เองที่ทำให้เธอไม่สามารถเล่นคอนเสิร์ตที่สหพันธ์มหาวิทยาลัยเจียงโจวได้ตามปกติ

“ใช่ พวกเธออยู่บ้านเดียวกัน และตลอดเวลาที่ฉันอยู่เจียงโจวฉันก็อยู่กับพวกพี่ๆเขานั่นแหละ!” จี้เสี่ยวหยูพยักหน้าเล็กน้อย

เว่ยซินรู้สึกประหลาดใจมาก แม้ว่าการมีแฟนหรือคนรักที่มากกว่าหนึ่งคนอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับกันได้โดยทั่วไป แต่ในหมู่คนเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก  แต่อย่างน้อยพวกเขาก็พยายามที่จะปกปิดมันไว้ ยกตัวอย่างเช่น ไม่ให้แฟนคนหนึ่งรู้ว่ามีคนรักคนอื่นอยู่อีก หรือต่อให้รู้พวกเขาก็จะพยายามไม่พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย

แต่จี้เฟิงกลับให้พวกเธอทั้งสองคนอยู่บ้านเดียวกัน... เรื่องแบบนี้ มีแต่พวกที่ใช้ชีวิตเสเพลได้อย่างเต็มที่เท่านั้นถึงจะทำกัน!

แต่จี้เฟิงคนนั้น ไม่ว่าจะมองยังไง เขาก็ดูไม่เหมือนคนที่ได้แต่ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ

“แต่...” เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ หัวใจของเว่ยซินกลับเต้นรัว ถ้าจี้เฟิงเป็นคนแบบนั้นจริงๆ เธอก็มีโอกาส...

เว่ยซินรู้ดีว่าไม่มีอะไรมารับประกันความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจี้เสี่ยวหยูได้เลย และเธอก็ไม่มั่นใจนักว่าเธอจะยังคงความสัมพันธ์แบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าวันหนึ่งจี้เสี่ยวหยูแต่งงานไป ก็ยากที่จะบอกได้ว่าจี้เสี่ยวหยูจะยังคงมีอิทธิพลมากขนาดนี้อยู่หรือเปล่า

อีกอย่างเมื่อถึงเวลานั้นคนของตระกูลเหวินจะยังเห็นแก่หน้าจี้เสี่ยวหยูอยู่อีกหรือไม่? แล้วสถานะของเว่ยซินในสายตาคนในตระกูลจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า? เพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่!’ เว่ยซินจะไม่ได้รับการเคารพนับถือหรือการสนับสนุนจากในตระกูลอีก อย่างมากเธอก็คงจะได้แต่งงานกับลูกคุณหนูจอมเสเพลสักคนหนึ่งโดยไม่มีสิทธิเลือก

เมื่อถึงตอนนั้นชีวิตของเธอคงได้จบเห่แน่!

สุดท้ายแล้วคนแบบเธอที่เลือกเส้นทางชีวิตในวงการบันเทิงเป็นนักร้องนักแสดง ก็คงหนีไม่พ้นการควบคุมของตระกูลได้ ความจริงแล้วขอแค่คนสำคัญในตระกูลพูดเพียงประโยคเดียว ก็ไม่มีบริษัทไหนกล้าเซ็นสัญญากับเธอ สถานีโทรทัศน์ทุกแห่งก็คงจะปิดโอกาสเธอทั้งหมด

อย่างไรก็ตามถ้าเธอสามารถไต่เต้าขึ้นไปหาจี้เฟิงได้...

เรื่องรูปร่างหน้าตาเว่ยซินก็มั่นใจว่าตัวเองก็สวยไม่น้อยกว่าใครหลายๆคนอย่างแน่นอน แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะสร้างความประทับใจต่อจี้เฟิงได้ไม่ดีนัก.... แต่สำหรับผู้ชายที่มีแฟนสองคนนอกจากความประทับใจแล้วรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน!

เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเว่ยซินดูแปลกไป จี้เสี่ยวหยูก็คิดว่าเว่ยซินกำลังเข้าใจผิดว่าพี่ชายของเธอเป็นคนเจ้าชู้เสเพลเธอจึงรีบอธิบายทันที “ซินซินเธออย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ พี่สามของฉันรักแฟนสาวสองคนของเขามาก ส่วนแฟนทั้งสองของเขาก็รักพี่สามมากเช่นกัน!”

“คิกคิก~ ฉันรู้หรอกหน่าไม่อย่างนั้นพวกเธอคงไม่ยอมอยู่กับพี่สามของเธอแบบนี้หรอก ใช่มั้ย?!” เหวินเว่ยซินพูดพลางหัวเราะเบาๆ

จี้เสี่ยวหยูพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่แล้ว! เธอพูดถูก!”

“เสี่ยวหยูเธอมีธุระอะไรต้องไปทำก่อนหรือเปล่า ถ้าไม่มีเราไปช็อปปิ้งกันดีมั้ย?” เว่ยซินถามด้วยรอยยิ้มเธอรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวว่าจี้เสี่ยวหยูจะรู้ความคิดที่แท้จริงที่อยู่ในหัวของเธอ

จี้เสี่ยวหยูส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันจะไปหาพี่สาม ไม่รู้ว่าเขาจะถูกรังแกรึเปล่า!”

เว่ยซินแทบจะสำลักเธอทำหน้าแปลกๆเหมือนเห็นผี อย่างจี้เฟิงเนี่ยนะจะถูกรังแก? เธอยังไม่ลืมหรอกนะว่าในตอนที่เจอเขาครั้งแรกเขาโหดเหี้ยมแค่ไหน? ต้องกลัวว่าเขาจะรังแกคนอื่นรึเปล่ามากกว่า!

แน่นอนว่าประโยคพวกนี้เว่ยซินไม่ได้พูดออกมา เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า “งั้นก็ดีเลยฉันจะไปกับเธอด้วย คราวที่แล้วฉันกับพี่สามของเธออาจมีเรื่องที่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย ก็ถือโอกาสนี้ไปแก้ไขมันเลยแล้วกัน ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์ของฉันในสายตาพี่สามของเธอคงแย่น่าดูเลย!”

จี้เสี่ยวหยูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นฉันจะโทรถามพี่สามก่อน ดูว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน!”

ทันทีที่จี้เสี่ยวหยูต่อสายหาจี้เฟิง ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุข “พี่สามหนูเสี่ยวหยูนะ หนูเพิ่งมาถึงหยานจิง... ตอนนี้พี่สามอยู่ที่ไหนเหรอ? หนูจะไปหา คิกคิก~! กำลังจะไปบ้านของคุณปู่เหรอคะ โอเค หนูจะไปด้วย!” จี้เสี่ยวหยูยิ้มอย่างมีความสุข แต่เว่ยซินที่อยู่ข้างๆกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป

ปู่ของจี้เสี่ยวหยูคือใคร? บ้านของเขาหรือที่เรียกว่า ‘ซื่อเหอหยวน’ คือบ้านที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาไม่ใช่ว่าใครๆก็ไปได้ ถึงแม้เธอจะเป็นเพื่อนของจี้เสี่ยวหยูก็ตามแต่เธอก็ไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง อันที่จริงแม้แต่พ่อของเธอก็อาจมีคุณสมบัติไม่พอที่จะได้ไปที่นั่นด้วยซ้ำ!

หลังจากวางสายแล้วจี้เสี่ยวหยูก็อดไม่ได้ที่จะเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย “แปลกจังคุณปู่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ทำไมพี่สามถึงไปที่บ้านของคุณปู่ เอ... อ๊ะ! ใช่แล้ว! เขาคงอยากไปดูว่าคุณปู่อาศัยอยู่ที่ไหนและในขณะเดียวกันก็คงอยากจะจัดการลูกพี่ลูกน้องนิสัยไม่ดีพวกนั้นแน่ๆ!”

เธอจับมือเล็กๆของเว่ยซินแล้วยิ้ม “ซินซินไปกันเถอะ! ไปที่บ้านของคุณปู่ฉัน บางทีเราอาจจะไปถึงก่อนพี่สามก็ได้!”

เว่ยซินไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงดีเธอได้ถามอย่างลังเล “เสี่ยวหยูให้ฉันไปที่นั่น... มันจะดีเหรอ?”

แต่จี้เสี่ยวหยูกลับหัวเราะคิกคัก “ไม่เป็นไรหรอกซินซิน! คุณปู่ของฉันยังอยู่ในโรงพยาบาล เธอแค่มากับฉันเพื่อไปหาพี่สามไม่มีใครว่าอะไรเธอหรอก!”

“งั้นก็ได้!” เว่ยซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

……………..

บนท้องถนนแห่งหนึ่ง มีขบวนรถกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

มีรถเก๋งสีดำยี่ห้อ ‘หงฉี’ อยู่ตรงกลางของขบวนรถ ด้านหน้าของรถมีธงสีแดงปักอยู่ ผู้ที่ขับคือองครักษ์คนหนึ่งที่มีสีหน้าจริงจังอยู่ตลอดเวลา แต่การขับของเขานั้นนุ่มนวลมาก

“ตื๊ด!” จี้เฟิงวางสาย เขาส่ายหัวและยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็หันศีรษะมาด้านข้างแล้วพูดว่า “คุณปู่ครับ เสี่ยวหยูกลับมาแล้ว”

ข้างๆจี้เฟิงคือคุณปู่ของจี้เฟิง เขาคือผู้อาวุโสเฒ่าแห่งตระกูลจี้ !

เดิมทีตามกฎระเบียบแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้อาวุโสจี้จะเดินทางกลับจากโรงพยาบาลด้วยกำลังคนคุ้มกันเพียงเท่านี้ อีกทั้งข้างกายของผู้อาวุโสจี้จะต้องมีองครักษ์ประจำตัวนั่งอยู่ด้วย และแน่นอนว่าจะต้องเป็นองครักษ์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด ต้องแข็งแกร่งและรวดเร็วพอที่จะป้องกันกระสุนให้ผู้อาวุโสจี้ได้ทุกเมื่อ

แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง แต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน!

อย่างไรก็ตามผู้อาวุโสจี้ยังคงยืนกรานที่จะให้จี้เฟิงนั่งข้างๆเขา เพียงเท่านี้ก็มากพอที่จะเห็นความรักของผู้อาวุโสจี้ที่มีต่อหลานชายคนนี้

แต่เถี่ยจุนไม่เห็นด้วย เขาสามารถเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของผู้อาวุโสจี้ได้ทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้อาวุโสจี้มาเป็นอันดับหนึ่ง

แต่พอจี้เฟิงชกไปที่เถี่ยจุน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

แม้ว่าจี้เฟิงจะใช้พลังเพียง 20% แต่เถี่ยจุนก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก!

จี้เฟิงนั่งลงข้างๆปู่ของเขาโดยไม่มีใครขัดข้องอีก ส่วนผู้อาวุโสจี้ที่เห็นฉากนี้ก็มีสีหน้าพึงพอใจ!

“สาวน้อยคนนั้น...” เมื่อได้ยินว่าเป็นหลานสาว ใบหน้าของผู้อาวุโสจี้ก็เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดู “ข้าคิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ได้เจอเด็กเหล่านี้อีก!”

จี้เฟิงยิ้มน้อยๆและกล่าวทันที “ผมเกรงว่าหลังจากที่คุณปู่กลับมาแล้ว คงจะมีคนมาให้คุณปู่เจออีกเพียบเลยล่ะครับ!”

…จบบทที่ 333~❤️

จบบทที่ บทที่ 333 ออกจากโรงพยาบาล(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว