เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 153 บทเรียน

บทที่ 153 บทเรียน

บทที่ 153 บทเรียน


บทที่ 153 บทเรียน

ในที่สุดครั้งนี้จี้เฟิงก็ได้เห็นความแข็งแกร่งของตระกูลจี้ในเจียงโจว

ตั้งแต่เวลาที่จี้ช่าวตงกดโทรออกจนถึงปัจจุบันใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึง 20 นาที รถตำรวจหลายสิบคันก็พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วมาถึงทางเข้าบลูสกายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จากนั้นบริเวณโดยรอบก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยตำรวจจำนวนมาก

เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่การปิดสถานบันเทิงธรรมดาๆเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้คนที่อยู่ที่นี่ไม่มีทางหลบหนีได้อีกด้วย สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่าการกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะได้รับการอธิบายรายละเอียดโดยจี้ช่าวตงไว้ล่วงหน้าแล้ว มิฉะนั้นหากเป็นตามสถานการณ์ปกติตำรวจจะทำการตรวจสอบสถานบันเทิงก่อน จะไม่ทำการปิดล้อมอย่างแน่นหนาเช่นนี้ เว้นแต่จะมีรายงานว่าบางสถานที่จะมีสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรง

ไม่มีใครรู้ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในสถานบันเทิงแห่งนี้ แต่มันก็ไม่แปลกถ้าจะมีลูกหลานของคนใหญ่คนโตอยู่ที่นี่ ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีคนอื่นโทรแจ้งตำรวจให้ปิดสถานบันเทิงแห่งนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจี้ช่าวหยินจะต้องติดอยู่ข้างในและไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน

แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้

อันที่จริงตามกฎของคนในแวดวงเหล่านั้น สิ่งที่จี้ช่าวตงทำในวันนี้ถือว่าค่อนข้างผิดกฎ แม้ว่าทุกคนมีสิทธิที่จะมาเล่นที่นี่ และมีโอกาสที่จะติดอยู่ข้างใน แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถขอให้ตำรวจมาปิดสถานบันเทิงได้ มันเป็นเรื่องที่มากเกินไป

อย่างไรก็ตามจี้ช่าวตงก็เลือกที่จะใช้วิธีการนี้ เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าทุกคนในตระกูลจี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นการพนัน แต่ถ้าคนอื่นๆต้องการเล่นพวกเขาก็สามารถทำได้ทุกเมื่อ และไม่ว่าจะเป็นกฎภายในกลุ่มคนใดๆก็ไม่มีประโยชน์สำหรับคนในตระกูลจี้ ดังนั้นประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ อย่าลากคนในตระกูลจี้ให้ตกต่ำ!

จี้ช่าวหยินที่เติบโตมาในตระกูลยิ่งใหญ่ กลายเป็นเด็กที่ใช้เป็นแต่อำนาจของตระกูลหลงใหลในเรื่องไม่ดีและไม่สนใจการเรียนรู้ เขาสมควรที่จะถูกสั่งสอนและลงโทษอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามหากไม่มีคนคอยชักจูงในการทำเรื่องไม่ดีเขาก็คงไม่ดิ่งลงเหวรวดเร็วเช่นนี้

ถ้าจะบอกว่าจี้ช่าวหยินมีความผิด คนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพาเขาทำเรื่องไม่ดีเหล่านี้ก็มีความผิดด้วยเช่นกัน

ไม่ต้องพูดถึงว่าจี้ช่าวตงที่รักน้องเล็กของเขามาก และเมื่อเห็นเขากลายมาเป็นคนเช่นนี้ ถ้าจี้ช่าวตงไม่โกรธก็คงจะเป็นเรื่องที่แปลก  ในเจียงโจวไม่ว่าใครหากต้องเผชิญหน้ากับจี้ช่าวตงที่กำลังโกรธอย่างรุนแรงก็คงต้องคิดให้หนัก

“เสี่ยวเฟิง นี่คือวิถีของตระกูลเรา เธอต้องจำไว้ด้วยว่า เราไม่หาเรื่องผู้อื่นก่อน ในฐานะที่ตระกูลจี้เป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางตั้งแต่รุ่นคุณปู่พวกเราต้องทำทุกอย่างภายใต้กฎหมายเพื่อความผาสุกของประชาชน ทำธุรกิจด้วยความสุจริตและพยายามอย่าทำให้เกิดปัญหามากจนเกินไป อย่างไรก็ตามหากมีคนอื่นมาท้าทายหรือยั่วยุเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องมีความเมตตา สั่งสอนให้รู้ว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอีกเลยถ้ากล้ามาทำให้ตระกูลจี้ของพวกเราต้องขุ่นเคือง!”

จี้ช่าวตงมองดูสถานการณ์ที่ทางเข้าของ บลูสกายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ในอีกแง่หนึ่งเขาก็บอกกับจี้เฟิงว่า “บางทีเธออาจจะยังไม่ชิน เพราะเพิ่งจะมาถึงเจียงโจวได้ไม่นาน แต่ก็ไม่เป็นไร สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลจี้ของเธอนั้นหายไป เธอยังคงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในตระกูลจี้ ในเรื่องนี้พวกเราทุกคนต่างมีมุมมองเดียวกัน”

จี้เฟิงรู้สึกตกใจมาก เขาไม่เคยคิดถึงปัญหาที่เขาต้องเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล เขายิ้มอย่างขมขื่น “พูดกันตามจริง ผมไม่เคยคิดที่จะพึ่งพาความแข็งแกร่งของตระกูลในการหาเงินเลย และถ้ามีใครกล้ามาหาเรื่อง ผมคิดว่าผมสามารถจัดการทำให้คนคนนั้นต้องจดจำจนวันตาย!”

รอยยิ้มของจี้เฟิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ ส่วนจี้ช่าวตงและจี้ช่าวเหลยอดไม่ได้ที่จะแสดงรอยยิ้มที่พอใจ คนที่มีฐานะไม่ต่างจากเจ้าชายที่เติบโตมาในชนบท เขาไม่ได้เติบโตมาเป็นคนขี้ขลาด และเมื่อเขาได้รับรู้ถึงอำนาจในมือเขาก็ไม่ได้กลายเป็นคนที่หลงมัวเมาในอำนาจ อย่างที่พวกเขาเคยกังวล

ในความเป็นจริงหลังจากที่พบเจอพูดคุยกันมาเป็นเวลาสั้นๆเพียงครึ่งวัน พวกเขาสองพี่น้องก็พบว่าจี้เฟิงไม่เพียงแต่เป็นคนที่สงบและมั่นคง แต่ยังคงเป็นคนที่ฉลาดมากและมีวิสัยทัศน์เดียวกัน แล้วเมื่อใดที่บุคคลเช่นนี้ สามารถเข้าใจถึงพลังอำนาจและความแข็งแกร่งของตระกูลจี้ เขาจะกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

จี้เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “พี่ใหญ่ พี่รองอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้กันตอนนี้เลย เรากลับกันก่อนดีกว่าและรีบจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย!”

จี้ช่าวตงพยักหน้า “อืม ไปกันเถอะ!”

จี้ช่าวเหลยเพิ่งจะสตาร์ทรถ เสียงโทรศัพท์ของจี้ช่าวตงก็ดังขึ้น เขารับโทรศัพท์และพูดเพียงสองสามคำเขาก็หัวเราะทันที

หลังจากวางสาย จี้ช่าวเหลยก็ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

จี้ช่าวตงยิ้ม “ก็แค่ตลกอะไรนิดหน่อย พ่อเริ่มถามเรื่องนี้ และอาจมีบางคนกำลังโชคร้าย”

“ฮ่าฮ่า!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะและเหยียบคันเร่งเต็มฝีเท้า เครื่องยนต์ทำงานทันทีและรถก็ออกตัวไปอย่างรวดเร็ว

“พี่ใหญ่ ผมมีบางอย่างอยากให้ช่วย” จู่ๆจี้เฟิงก็นึกอะไรบางอย่างได้และพูดขึ้นว่า “ผมว่าจะซื้อรถ แต่ยังไม่มีใบขับขี่”

จี้ช่าวตงชี้ไปที่จี้ช่าวเหลยที่กำลังขับรถอยู่และพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเรื่องแบบนี้อย่าถามฉันเลย ต้องไปถามเขา”

จี้ช่าวเหลยโวยวายอย่างไม่ยุติธรรม “โหพี่ใหญ่ ทำไมโยนมาให้ผมตลอดเลย? เรื่องแค่นี้พี่โทรกริ๊งเดียวก็จบแล้ว ทำไมชอบผลักไสสิ่งต่างๆให้ผมจัดการอยู่คนเดียว!”

“เอาหน่า ฉันเป็นข้าราชการ จะทำอะไรแบบนี้ก็ไม่ค่อยสะดวก แถมฉันยังมีงานให้ต้องจัดการอีกเป็นกอง” จี้ช่าวเหลยพูดอย่างโกรธๆ “แต่นั่นไม่ใช่นาย มีอะไรที่นายทำไม่ได้บ้าง!”

จี้ช่าวเหลยพูดไม่ออกเขาทำได้แค่เพียงยิ้มรับอย่างขมขื่น “โอเคโอเค ฉันรับหน้าที่นี้เอง! เสี่ยวเฟิงนายบอกว่านายต้องการจะซื้อรถใช่มั้ย?”

“ใช่ ไม่งั้นผมจะอยากมีใบขับขี่ไปทำไมถ้าไม่ได้จะซื้อรถ?” จี้เฟิงยิ้ม

จี้ช่าวเหลยพยักหน้า เขาล่ะอยากรู้จริงๆว่าจี้เฟิงได้เงินมาจากไหนเพื่อซื้อรถ?

ราวกับว่าจี้เฟิงสามารถรู้ได้ว่าจี้ช่าวเหลยกำลังคิดอะไรอยู่  จี้เฟิงยิ้มและพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ พี่กับเสี่ยวหยินกลับบ้านไปกันก่อน ส่วนผมกับพี่รองจะไปซื้อรถกันวันนี้เลย ใกล้จะเปิดเรียนแล้วผมไม่ค่อยมีเวลามากเท่าไหร่”

จี้ช่าวเหลยส่ายหัวและยิ้ม “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกหน่า ตอนนี้พี่ใหญ่คนเดียวอาจจะคุมเสี่ยวหยินไม่อยู่ เจ้าเด็กคนนี้จะหนีไปตอนไหนก็ไม่รู้”

จี้เฟิงตกใจและมองไปที่จี้ช่าวหยินที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย “เขายังอยู่ที่นี่ใช่มั้ยเนี่ย ผมเกือบลืมไปแล้ว”

ใบหน้าของจี้ช่าวหยินเปลี่ยนไปทันทีและพูดอย่างอวดดี “แล้วคุณเป็นใคร?!  ถึงกล้ามาพูดกับฉัน!”

“เพี๊ยะ!” จี้เฟิงตบหัวของจี้ช่าวหยินอย่างแรง

“ฉันก็เป็นพี่ชายของนายไง คิดว่าฉันเป็นใครล่ะ?”

“นาย!” จี้ช่าวหยินเบิกตาโพลงด้วยความโมโห เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่สิ่งที่รู้คือนอกจากคนคนนี้จะไม่เกรงกลัวเขาแล้ว ยังกล้าทำร้ายเขาต่อหน้าพี่ชายทั้งสองคนของเขาอีก มันทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ!

“เพี๊ยะ!” จี้เฟิงตบอีกครั้ง

“แกกล้าดีได้ยังไง!” จี้ช่าวหยินโกรธขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าแกกล้าทำร้ายฉันอีกครั้ง ฉันจะโยนแกลง...เฮ้ยย!”

เขายังพูดไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกว่าตัวเขาลอยออกจากที่นั่งกะทันหัน

จี้เฟิงคว้าเข็มขัดของจี้ช่าวหยินด้วยมือข้างเดียวและส่งเขาออกไปทางหน้าต่างรถค้างอยู่กลางอากาศ

“เสี่ยวเฟิง!” จี้ช่าวตงและจี้ช่าวเหลยถึงกับอุทานเสียงดังออกมาพร้อมกัน แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าจี้เฟิงแค่จับจี้ช่าวหยินยื่นออกไปทางหน้าต่างโดยที่ไม่ได้โยนออกไปจริงๆ พวกเขาก็เงียบลงและไม่ได้พูดอะไรต่อ อย่างไรก็ตามพวกเขาต่างรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นความแข็งแรงของจี้เฟิง เขาสามารถจับจี้ช่าวหยินที่สูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรด้วยมือข้างเดียวซึ่งแน่นอนว่าน้ำหนักของผู้ชายที่สูงขนาดนี้นั้นไม่เบาเลย ความแข็งแรงของเขามันน่าทึ่งจริงๆ

“เด็กน้อย นายรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร” จี้เฟิงถามจี้ช่าวหยินเบาๆ

“ไอ้เลวเอ้ย แกกล้าทำแบบนี้...” ก่อนที่จี้ช่าวหยินจะด่าจบ จี้เฟิงก็ปล่อยมือออกทันที จี้ช่าวหยินหล่นลงทันทีและกรีดร้อง “อย่า!!”

จี้เฟิงสะบัดข้อมือและคว้าเข็มขัดของเขาอีกครั้งและถามอย่างเย็นชา “ตอนนี้นายรู้หรือยังว่าฉันเป็นใคร”

“...” จี้ช่าวหยินกัดฟันและไม่ตอบคำถามของจี้เฟิง แต่หันหน้าไปทางจี้ช่าวตงและตะโกน “พี่ใหญ่ ไอ้คนนี้มันจะฆ่าผม!”

“เขาเป็นพี่ชายของนาย!” จี้ช่าวตงตะคอกอย่างเย็นชาและไม่ได้พูดอะไรอีก

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ตอนนี้นายรู้หรือยังว่าฉันเป็นใคร หืม เด็กน้อย!”

จี้เฟิงดึงจี้ช่าวหยินเข้ามาเล็กน้อยให้อยู่ในระยะที่เขาจะสามารถยืนได้ ถึงแม้ว่าขาของเขาจะยืนถึงแต่หัวของเขาก็ยังคงอยู่นอกรถอยู่ดีและแม้ว่าเขาจะก้มหัวเข้ามาได้แต่หน้าของเขาก็จะต้องถูกกับหลังคาด้านในรถอยู่ดี ด้วยท่าทางแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดและหวาดกลัว ถึงแม้จี้ช่าวหยินจะตัวสูงแต่จริงๆแล้วเขาก็ยังเป็นแค่เด็ก เมื่อถูกข่มขู่เช่นนี้เขาก็สั่นไปทั้งตัว แม้ใจอยากจะดิ้นรนขัดขืนแต่เขาก็กลัวเกินกว่าที่จะกล้าขยับ

“เมื่อไหร่ที่รู้ว่าฉันเป็นใครฉันจะดึงนายกลับมา เพราะฉะนั้นก็อยู่ไปแบบนี้จนกว่าจะคิดออกก็แล้วกัน!” จี้เฟิงกล่าวเบาๆ

จี้ช่าวหยินยังคงกัดฟันและไม่พูดอะไร จี้เฟิงก็ไม่ถามเขาอีกและยังคงจับเขาไว้แบบนี้พร้อมกับรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว

รถที่ผ่านไปมาทำให้จี้ช่าวหยินตกใจกลัวมาก เพราะความเร็วของรถตอนนี้นั้นเร็วมาก และถ้าเขาไปสัมผัสกับรถที่สวนไปมาแม้เพียงนิดเดียวชีวิตเขาจะต้องจบไม่สวยอย่างแน่นอน

ในที่สุดจี้ช่าวหยินที่กลัวสุดขีดก็กัดฟันและพูดว่า “ฉันรู้แล้วว่านายเป็นใคร ปล่อยฉันได้แล้ว”

“ฉันเป็นใคร!” จี้เฟิงถามเบาๆ

“นาย...” ตั้งแต่ต้นจนจบ จี้เฟิงและจี้ช่าวตงบอกแค่ว่าจี้เฟิงเป็นพี่ชายของจี้ช่าวหยินเท่านั้น และไม่ได้พูดชื่อของเขาออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นหากจี้ช่าวหยินต้องการตอบคำถามของจี้เฟิง เขาสามารถตอบได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือต้องตอบว่า พี่ชาย มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียฟอร์มและอับอายมากยิ่งขึ้นไปอีก

“จากระยะทางจากที่นี่ไปจนถึงบ้านของนาย น่าจะใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้านายยังตอบไม่ตรงคำถาม ก็อยู่ไปแบบนี้นั่นแหละ!” จี้เฟิงหัวเราะเยาะ

จี้ช่าวหยินกัดฟันและในที่สุดก็ตะโกน “พี่ชาย!” คำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากไรฟันอย่างยากลำบากในครั้งนี้มันจะทำให้เขาไม่มีวันลืม!

จี้เฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและยิ้ม “ถูกต้อง และจำไว้ด้วยว่าชื่อของฉันคือ จี้เฟิง และฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องของนาย”

หลังจากพูดจบ จี้เฟิงก็ดึงจี้ช่าวหยินกลับเข้ามาและวางไว้บนเบาะราวกับเขากำลังวางของเล่นหรือหุ่นตัวเล็กๆ

จี้ช่าวหยินหน้าซีดด้วยความตกใจ หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงจากการหอบหายใจ พร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็จ้องมองไปที่จี้เฟิงด้วยความสับสน เขาไม่รู้มาก่อนว่าเขามีลูกพี่ลูกน้องอีกคน เขาเป็นลูกของใคร? อาหรือป้าคนไหน? และไปอยู่ที่ไหนมา?

“เด็กน้อย จำไว้ว่าถ้าในอนาคตฉันเห็นนายทำตัวไม่ดี มันจะไม่ง่ายเหมือนกับครั้งนี้ที่แค่ถูกโยนออกไปนอกรถ แต่ฉันจะโยนนายลงไปใต้รถ!” จี้เฟิงพูดอย่างเย็นชา

…จบบทที่ 153~❤️

จบบทที่ บทที่ 153 บทเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว