เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 หมออัจฉริยะจอมปลอม

บทที่ 149 หมออัจฉริยะจอมปลอม

บทที่ 149 หมออัจฉริยะจอมปลอม


บทที่ 149 หมออัจฉริยะจอมปลอม

จี้ช่าวตงที่ยืนอยู่ข้างๆก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “หมอหลู่ตราบใดที่คุณสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของพ่อผมให้หายได้ คุณสามารถบอกวิธีการหรือเงื่อนไขที่คุณต้องการโดยตรงได้เลย!”

หมออัจฉริยะหลู่ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันเดินทางไปทั่วโลก ไม่ว่าที่ไหนหากมีคนเจ็บป่วยฉันก็พร้อมจะช่วยเหลือ มันเป็นความต้องการของหมอธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะฉันเรียนแพทย์จากท่านอาจารย์ที่อยู่ในภูเขามาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ฉันไม่มีใบรับรองคุณสมบัติทางการแพทย์ ในหลายๆครั้งมันทำให้ฉันไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นหมอได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ดังนั้นถ้าลำบากจนเกินไป คุณจี้ช่วยออกใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์...”

“เรื่องนี้..” จี้ช่าวตงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก การออกใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา เพียงแค่เขาหยิบโทรศัพท์และโทรออกเพียงครั้งเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาถามว่าเป็นเรื่องยากหรือไม่ที่จะทำ แต่มันเป็นเรื่องของการผิดหลักการอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่จี้ช่าวตงอยู่ในตำแหน่งเขาไม่เคยใช้อำนาจใจทางที่ผิดและถ้าหากคนที่เป็นผู้นำยังละเมิดหลักการแบบนี้ เกรงว่าเขาจะกลายเป็นผู้นำที่ไร้จิตสำนึก

อย่างไรก็ตาม หากเขาปฏิเสธเรื่องนี้และทำให้การรักษาพ่อของเขาต้องล่าช้า เขาก็รู้สึกผิดและละอายใจไม่แพ้กัน

จี้ช่าวตงรู้สึกน้ำท่วมปากและมีความอับอายอยู่ภายในใจ แต่ในตอนนั้นเองจี้เจิ้นกั๋วที่นอนอยู่บนเตียงพยายามสูดลมหายใจอย่างยากลำบากและพูดด้วยเสียงเบา “หมอหลู่อย่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หากคุณต้องการใบรับรองคุณสมบัติทางการแพทย์ฉันสามารถเขียนคำแนะนำให้คุณได้ แต่เชื่อเถอะว่าตราบใดที่คุณมีความสามารถจริงๆ คุณต้องสอบผ่านได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ฉันคิดว่าคงไม่สามารถทำการรักษาให้กับคุณจี้ต่อได้ ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ...” หมออัจฉริยะหลู่ส่ายหัวและพูดว่า “แต่กระดูกตรงสันหลังตรงส่วนเอวของคุณจี้ มันเป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงกว่าที่คิดไว้มาก หากปล่อยไว้...”

“ผมว่าเรื่องนั้นไม่น่าใช่ปัญหาสำหรับหมอหลู่ในตอนนี้!” จู่ๆจี้เฟิงที่ยืนอยู่เงียบๆมาตั้งแต่ต้นก็พูดขึ้น “หมอหลู่ผมคิดว่าคุณน่าจะกังวลเรื่องที่ว่าคุณจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตในอนาคตของคุณในคุก!”

ทุกคนถึงกับตกใจเมื่อได้ยินจี้เฟิงพูดแบบนี้

หมอหลู่หน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมาก “เด็กน้อย ที่เธอพูดนั่นหมายความว่าอย่างไร?”

จี้ช่าวตงรีบดึงแขนของจี้เฟิงมาและกระซิบ “เสี่ยวเฟิงอย่าพูดไร้สาระ”

จี้ช่าวเหลยมองไปที่จี้เฟิงและนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยปากถามจี้เฟิงว่า “เสี่ยวเฟิงนายรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับหมอหลู่ที่พวกเราไม่รู้หรือเปล่า”

จี้เฟิงมองไปที่หมออัจฉริยะหลู่และหัวเราะเยาะเบาๆ “หึหึ! หมอหลู่พูดไม่ผิด เพราะผมเชื่อว่าคุณไม่ได้โกหกเรื่องที่คุณบอกว่าคุณไม่มีใบรับรองทางการแพทย์ ผมจึงกลัวว่าถ้าคนอย่างคุณมีใบรับรองทางการแพทย์เข้าจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนป่วยเพิ่มขึ้นจากฝีมือของคุณอีกกี่คน!”

เขาหันหน้าไปทางจี้ช่าวตงและถามว่า “พี่ใหญ่ ที่เรียกว่าหมออัจฉริยะหลู่นี่ต้องเป็นเพราะว่าเขาเป็นหมอที่เก่งกาจและโด่งดังมากเลยใช่มั้ย?”

จี้ช่าวตงหยุดคิดครู่หนึ่งจากนั้นเขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะก่อนหน้านี้เลขาของฉันบอกว่าที่บ้านเกิดของเขามีหมอที่ฝีมือดีและมีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์สูงมากจนถึงขนาดถูกเรียกว่าหมออัจฉริยะ ข่าวทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่ได้รับการยืนยันมาจากเลขาของฉันเอง... เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“ปัญหาเหรอ? แน่นอนว่ามีแน่และมันก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆด้วย!” สีหน้าของจี้เฟิงกลายเป็นเย็นชาเขาจ้องมองไปที่หมออัจฉริยะหลู่และพูดว่า  “ที่ฉันตามมาที่นี่เพียงเพราะอยากจะถามว่าคุณจะมีแผนการอย่างไรในการรักษาอาสองของฉัน?”

“ฉันจำเป็นต้องบอกเธอด้วยหรือ? แต่ถึงฉันจะบอก เด็กอย่างเธอจะรู้และเข้าใจทักษะทางการแพทย์ได้อย่างไร!” หมอหลู่พูดด้วยความโกรธ “ในเมื่อพวกคุณไม่เชื่อมือฉัน ก็รักษากันเองก็แล้วกัน ฉันต้องขอลา!”

หลังจากพูดจบหมออัจฉริยะกำลังจะก้าวออกไปจากห้อง แต่จี้เฟิงก้าวไปที่ประตูและใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขากีดขวางประตูไว้ทันที “แหม คุณหมออัจฉริยะ พอเรื่องถูกเปิดเผยก็จะขอตัวกลับเลยงั้นหรือ คุณเล่นตลกอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?”

ทันใดนั้นจี้ช่าวตงก็ตอบสนอง “เสี่ยวเฟิง สิ่งที่เธอพูดมา เธอต้องการจะบอกว่าหมอหลู่คนนี้ไม่ได้มาที่นี่เพื่อต้องการจะรักษาพ่อจริงๆ แต่มาเพราะมีจุดประสงค์อื่นใช่มั้ย?!”

จี้ช่าวตงเป็นคนหัวไวและฉลาดมากอยู่แล้ว เขาทำงานในสายงานราชการ เขาจะไม่ระมัดระวังได้อย่างไร? อย่างไรก็ตามเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของพ่อและการจัดการเรื่องต่างๆเป็นเรื่องที่วุ่นวาย จนทำให้เขาละเลยสิ่งสำคัญไปหลายอย่างซึ่งทำให้หมอหลู่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้น แต่ทันใดนั้นเองเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างไม่ชอบมาพากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าหมอหลู่มีอาการลุกลี้ลุกลนหลังจากที่จี้เฟิงพูดขึ้น จี้ช่าวตงก็เข้าใจได้ในทันทีว่าหมอหลู่ผู้นี้ไม่เพียงแต่เป็นหมอปลอมเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะแฝงตัวเข้ามาถึงภายในบ้านเพื่อจุดประสงค์ไม่ดีอย่างอื่น

“หมอหลู่อะไรกัน ต้องเรียกว่าคนโกหกหลู่ไม่สิเขาน่าจะเป็นอาชญากรหลู่!” จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้มเยาะ จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับอาคนที่สองที่ยังคงนอนนิ่งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและมีเหงื่อเย็นๆผุดขึ้นที่หน้าผากของเขา “อาสอง จากที่ผมดูการกดของหมอหลู่จอมปลอมที่เขาเรียกว่าเป็นการรักษาอาสองนั้น ผมบอกได้เลยว่าด้วยการทำแบบนั้นเขาไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของอาสองได้เลยหรือแม้ว่าเขาอาจจะพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง แต่เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของอาสองนั้นเขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าคนที่รู้จักวิธีการรักษาอย่างแท้จริงเขาจะไม่ทำให้อาสองต้องรู้สึกเจ็บมากขนาดนั้น”

จี้เฟิงเดินไปข้างหน้าสองก้าวและยื่นมือออกไปกดตรงเอวของจี้เจิ้นกั๋วสองสามครั้งจากนั้นจี้เฟิงก็นวดวนบริเวณที่จี้เจิ้นกั๋วรู้สึกเจ็บซ้ำไปซ้ำมาอยู่พักหนึ่ง

จี้เจิ้นกั๋วกัดฟันแน่น มันทำให้จี้ช่าวตงถึงกับขมวดคิ้วทันที เห็นได้ชัดว่าจี้เฟิงกำลังรักษาพ่อของเขาแต่จี้เฟิงจะมีความรู้เกี่ยวกับการรักษาหรือไม่?

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานเหงื่อเย็นๆบนหน้าผากของจี้เจิ้นกั๋วก็ค่อยๆหายไปและใบหน้าของเขาก็ค่อยๆผ่อนคลายลงไม่ดูทรมานเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าความเจ็บปวดของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ใบหน้าของหมออัจฉริยะหลู่ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

หลังจากนวดให้จี้เจิ้นกั๋วอีกสองสามครั้ง จี้เฟิงก็พยุงร่างของเขาขึ้นและมองไปที่หมอหลู่อย่างเย็นชา “นี่หรือคือวิธีที่คุณรักษาอาสองของฉัน หรือคุณแค่มั่วเอาเฉยๆ?”

เวลานี้แม้แต่จี้ช่าวตงก็เข้าใจ หมออัจฉริยะหลู่ผู้นี้ไม่เพียงแต่แสร้งทำตัวเป็นหมออัจฉริยะเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นดูเหมือนว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่สมควรทำกับพ่อของเขา!

ใบหน้าของจี้ช่าวตงซีดลง จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาทันทีและกดหมายเลข “อาสาม ฉันช่าวตง...”

ใบหน้าของจี้เจิ้นกั๋วแสดงรอยยิ้มที่พอใจ เขาเฝ้าดูลูกชายของเขาจัดการกับสิ่งเหล่านี้ด้วยวิธีที่ถูกต้องและเขาก็รู้สึกโล่งใจที่เห็นลูกชายของเขาเติบโตขึ้น มันทำให้เขามีความสุขมากกว่าสิ่งอื่นใด

“พ่อผม..” จี้ช่าวตงมองไปยังผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนจากการช่วยพยุงของจี้เฟิงด้วยแววตารู้สึกผิด  เพราะความประมาทของเขาไม่เพียงแต่ทำให้การรักษาของพ่อเขาไม่สำเร็จแต่ยังทำให้พ่อของเขาต้องรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ซึ่งทำให้เขารู้สึกผิดและเสียใจมาก

จี้เจิ้นกั๋วตบไหล่ลูกชายแล้วยิ้ม “อย่าคิดมาก มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่จงจำเอาไว้ว่าอย่าไว้ใจหมออัจฉริยะคนไหนอีกต่อไป ทำงานของลูกต่อไปอย่างสบายใจก็เพียงพอแล้ว”

จี้ช่าวตงพยักหน้าจากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองนายหลู่ที่เรียกตัวเองว่าหมออัจฉริยะ มีแสงเย็นเยียบฉายชัดออกจากดวงตาของเขา

หมออัจฉริยะหลู่ตัวสั่นด้วยความตกใจเขาก้มหน้างุดอย่างหวาดกลัว เพราะเกรงว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาอาจจะถูกจี้ช่าวตงพุ่งเข้ามาทำร้ายและฉีกทึ้งร่างของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดที่คิดว่ากำลังจะได้รับกลับมาไม่ถึงเสียที ปรากฏว่าจี้ช่าวตงไม่ได้ทำอะไรเลยเขาเพียงแค่จ้องมองหมอหลู่ด้วยสีหน้าโกรธเคืองเหมือนกับมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจ

หลังจากนั้นไม่นาน จี้ช่าวเหลยก็เดินขึ้นมาและพูดว่า “พ่อ! แม่ทำอาหารเสร็จแล้วเลยให้ผมขึ้นมาดูว่าพ่อรักษาเสร็จหรือ...”

ทันทีที่เข้ามาและพูดจนเกือบจะจบเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เกิดอะไรขึ้น?”

จี้ช่าวตงชี้ไปที่หมออัจฉริยะหลู่ด้วยสีหน้าดุดันและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้ชายคนนี้แสร้งเป็นหมออัจฉริยะเพื่อมาทำการรักษาพ่อของเรา แต่ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการไหนในการทำให้พ่อของเราเหงื่อออกด้วยความเจ็บปวด หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวเฟิงอยู่ที่นี่ด้วยก็ไม่รู้ว่าพ่อของเราต้องทนทุกข์ทรมานกับไอ้ชาติชั่วนี่อีกเท่าไหร่!”

“ไอ้สารเลว!”

เมื่อได้ยินที่จี้ช่าวตงบอก จี้ช่าวเหลยก็โกรธจนขาดสติเขาพุ่งตรงเข้าไปต่อยหมออัจฉริยะหลู่ทันทีตามด้วยหมัดหนักๆอีกสองสามหมัดจนหมออัจฉริยะหลู่ล้มลงไปกองกับพื้น “มึงเล่นผิดคนแล้ว วันนี้เป็นวันตายของมึง!”

“เสี่ยวเหลยพอๆ พ่อไม่ได้เป็นอะไร!” จี้เจิ้นกั๋ว โบกมือห้ามจี้ช่าวเหลยที่กำลังโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ “มันไม่มีอะไรที่สำคัญ พ่อไม่อยากใส่ใจกับเรื่องนี้ แล้วอีกอย่างเสี่ยวตงก็โทรบอกอาสามเรียบร้อยแล้ว อีกเดี๋ยวน่าจะมีคนมาทำให้ผู้ชายคนนี้ยอมสารภาพความจริงทั้งหมดออกมา!”

“สารภาพ?”

จี้ช่าวเหลยสะดุ้งทันที “พ่อหมายความว่าผู้ชายคนนี้ได้รับคำสั่งมาอีกทีงั้นหรือ?”

จี้เจิ้นกั๋วไม่ตอบ เขาเพียงแค่หันมาและจับไหล่ของจี้เฟิงแล้วเดินออกจากห้องไป

จี้ช่าวเหลยชี้ไปที่หมออัจฉริยะหลู่จอมปลอม ดวงตาที่เย็นชาและความโกรธที่ทำให้เขาถึงกับมือสั่น

“มึงตายแน่!” จี้ช่าวเหลยกล่าวอย่างเย็นชา

จี้เฟิงนั่งลงไม่ไกลจากหมออัจฉริยะหลู่จอมปลอมโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่าอาสองของเขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้อง แต่สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือเฝ้าระวังหมออัจฉริยะจอมปลอมคนนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เขาฉวยโอกาสหลบหนีหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือแม้แต่ต้องป้องกันไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย!

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็ขมวดคิ้ว เขาเห็นปากของหมอจอมปลอมคนนี้ขยับและเปิดออกเล็กน้อย

“ฟึ่บ!” “พล่อก!”

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างรวดเร็วก่อนที่จี้ช่าวตง จี้ช่าวเหลยและหมออัจฉริยะจอมปลอมจะทันได้ตอบสนอง เขาคว้าคางของหมอหลู่และใช้แรงส่งจากข้อมือของเขาเล็กน้อยเพื่อดึงกรามของหมออัจฉริยะจอมปลอมจนกระดูกข้อต่อของกรามหลุดออกจากกัน

“น้องชายนายทำอะไรน่ะ!” จี้ช่าวเหลยตะโกนถามด้วยความตกใจ

“ผมคิดว่าที่เขาโดนมันยังไม่สาแก่ใจ ผมเลยอยากจะจัดการเขาอีกนิดหน่อย!” จี้เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ต้องการบอกรายละเอียดให้จี้ช่าวเหลยรู้ เพราะไม่เช่นนั้นเขาต้องมาอธิบายถึงทักษะของเขาและเรื่องที่หมอหลู่อาจซ่อนยาพิษไว้ในช่องระหว่างฟันของเขา ความเป็นไปได้เช่นนี้เป็นเรื่องที่คนทั่วไปส่วนใหญ่จะนึกไม่ถึง เว้นแต่จะเป็นคนที่มีประสบการณ์การฝึกอบรมมาเป็นพิเศษ

“ฮ่าฮ่าฮ่า~!”

เมื่อจี้ช่าวเหลยได้ยินแบบนั้นเขาก็รู้สึกสนใจในตัวน้องชายคนนี้และหัวเราะเสียงดัง “น้องพี่พูดถูกใจจริงๆ อันที่จริงฉันก็ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ อยากจะจัดการไอ้ชั่วนี่อีกซักหมัดสองหมัดอยู่เหมือนกัน!” ทันทีที่พูดจบ จี้ช่าวเหลยก็ชกเข้าไปที่ท้องของหมอหลู่จอมปลอมทันที

“ผัวะ!”

หมอปลอมหลู่ล้มลงอีกครั้งด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว จี้ช่าวเหลยชกที่ท้องอย่างรุนแรงจนทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด

“ปึ้ก!”

แต่จี้ช่าวเหลยยังไม่พอใจ เขาเตะไปที่ขาของหมอปลอมหลู่อย่างแรงอีกครั้ง

“อ๊ากกกก!!”

หมอปลอมหลู่จับขาของเขากลิ้งไปกับพื้นและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่หยุดหย่อน

จี้ช่าวตงขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเหลยพอได้แล้ว รออาสามมาถึงเมื่อไหร่ก็ส่งตัวมันให้กับอาสามเขาไป!”

“โอเคๆ!” จี้ช่าวเหลยตอบอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจและอดไม่ได้ที่เตะซ้ำอีกรอบ

“อ๊ากกกก!!” หมอปลอมหลู่กรีดร้องและกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นอีกครั้ง

บางทีอาจจะเป็นเพราะจี้เจิ้นกั๋วได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ให้คนที่อยู่ชั้นล่างได้ฟังแล้ว ดังนั้นแม้ว่าเสียงกรีดร้องของหมอปลอมจะดังมาก แต่ก็ไม่มีใครขึ้นมาอีกเลย

จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและในเวลาเดียวกันเขาก็ปิดหน้าต่างและม่านทั้งหมดภายในห้องอย่างรวดเร็ว เดิมทีหมอปลอมหลู่ทำการรักษาจี้เจิ้นกั๋ว หน้าต่างส่วนใหญ่จึงถูกปิดอยู่บ้างแล้ว สิ่งที่จี้เฟิงต้องทำคือปิดที่เหลือทั้งหมดแม้กระทั่งผ้าม่าน

แม้ว่าการป้องกันเสียงของบ้านหลังนี้จะดีอยู่ในระดับหนึ่ง และผู้ที่อยู่อาศัยโดยรอบส่วนใหญ่จะอยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกล แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของหมอปลอมหลู่

ดังนั้นจี้เฟิงจึงปิดหน้าต่างทุกบานโดยเร็วที่สุดและในขณะเดียวกันก็มองออกไปผ่านช่องว่างในผ้าม่านและเมื่อไม่พบเห็นใครอยู่ด้านนอกเขาจึงถอยกลับไป

เมื่อเห็นสิ่งที่จี้เฟิงทำ แววตาประหลาดใจของจี้ช่าวตงก็แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง และดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันทีและหันไปมองจี้เฟิงด้วยความสงสัย

“พี่ใหญ่ทำไมพี่ถึงมองผมแบบนั้นล่ะ?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม

“เสี่ยวเฟิง เธอคิดอะไรบางอย่างอยู่ใช่มั้ย?” จี้ช่าวตงถามด้วยเสียงทุ้ม “เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนอยู่ด้านนอกคอยเฝ้ามองเหตุการณ์ภายในบ้านของเราอยู่?”

“พี่ใหญ่ พี่คิดมากเกินไปแล้ว!” จี้เฟิงยิ้มและส่ายหัว “ผมไม่รู้ว่ามีใครแอบดูพวกเราอยู่หรือเปล่า ผมแค่กลัวว่าจะมีคนอื่นได้ยิน เพราะไอ้หมอชั่วนี่มันเล่นแหกปากร้องดังลั่นซะขนาดนี้..”

เมื่อได้ยินสิ่งที่จี้เฟิงพูด จี้ช่าวตงก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ที่เธอพูดก็ถูก ผู้ชายคนนี้กรีดร้องแบบนี้มันอาจจะส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนของคนอื่นอย่างแน่นอน”

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เจิ้นกั๋วก็พาชายสองคนในชุดสูทสีดำขึ้นมา และพวกเขาก็ทำการใส่กุญแจมือหมอจอมปลอมหลู่และจับตัวเขาออกไป

…จบบทที่ 149~❤️

จบบทที่ บทที่ 149 หมออัจฉริยะจอมปลอม

คัดลอกลิงก์แล้ว