เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 119 ผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าทีม~!!

บทที่ 119 ผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าทีม~!!

บทที่ 119 ผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าทีม~!!


บทที่ 119 ผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าทีม~!!

พวกเขารับประทานอาหารกลางวันในโรงอาหารของค่ายทหารก่อนเริ่มต้นการฝึก โดยราคาค่าอาหารต่อหนึ่งคนคือ 300 หยวน ซึ่งในความเป็นจริงการเรียกเก็บเงินจำนวนนี้เหมือนเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพอเป็นพิธีเท่านั้น เพราะถ้าหากลองคำนวณราคาอาหารตามจริงแล้ว แต่ละคนจะต้องจ่ายอย่างน้อยก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 หยวนสำหรับค่าอาหารตลอด 1เดือน

จี้เฟิงค่อนข้างพอใจกับเรื่องนี้ อย่างน้อยมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ส่วนเงินค่าอาหารส่วนที่เหลือทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายให้ทั้งหมด

หลังจากหมดเวลาพักกลางวัน 1 ชั่วโมง นักศึกษาทุกคนก็ทยอยมารวมตัวกัน และเป็นครั้งแรกที่จี้เฟิงได้พบกับครูฝึกสอนทางการทหารของเขา ครูฝึกคนนี้มีอายุประมาณ 30 ปี อินทรธนูบนบ่าของเขาประดับไปด้วย 1 แถบและ 1 ดาว ยศของเขาคือยศร้อยตรี

ทีมของจี้เฟิงประกอบไปด้วยนักศึกษา 3 ชั้นเรียนมีจำนวนคนรวมทั้งหมดมากกว่า 120 คน ซึ่งร้อยตรีผู้นี้เป็นผู้ที่รับผิดชอบการฝึกทีมของจี้เฟิง

“ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมสกุลหู และชื่อเต็มๆของผมคือหูเถี่ยจวิน หรือพวกคุณจะเรียกผมว่าครูฝึกหูก็ได้” ผู้ฝึกสอนร้อยตรีกล่าวเสียงดังหลังจากที่เหล่านักศึกษามารวมตัวกัน

“สวัสดีครับ ครูฝึกหู!”  เหล่านักศึกษาด้านล่างกล่าวทักทาย

“ก่อนที่พวกคุณจะเริ่มการฝึก ผมหวังว่าพวกคุณจะจำสิ่งที่ผมกำลังจะกล่าวต่อไปให้ดี!”

หูเถี่ยจวินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยและพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดัง “ตั้งแต่วินาทีที่พวกคุณได้ก้าวเข้ามาในค่ายทหารพวกคุณจะไม่ใช่นักเรียนนักศึกษาอีกต่อไป แต่พวกคุณคือทหาร และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะฝึกพวกคุณอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดของทหาร หากใครไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผม ผมจะเขียนรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานและความประพฤติของพวกคุณแล้วยื่นให้กับทางมหาวิทยาลัยของพวกคุณเพื่อพิจารณาต่อไป แล้วถ้าหากเป็นการละเมิดกฎหมายและวินัยโดยเจตนาจนก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ร้ายแรงผมจะไล่คุณออกจากค่ายทหารและผลการฝึกทหารของพวกคุณจะถูกยกเลิกทันที เข้าใจมั้ย?!!”

“เข้าใจครับ” นักเรียนที่ยืนอยู่ด้านล่างตอบเบาๆ

“ดังกว่านี้! ผมไม่ได้ยิน!!” หูเถี่ยจวิน คำราม

“เข้าใจครับ!!” นักศึกษาทุกคนตะโกนออกมาพร้อมกัน

“ดีมาก! งั้นเรามาเริ่มกันเลย...” จี้เฟิงพยักหน้ากับตัวเอง ทหารนี่สมเป็นทหารจริงๆ นักเรียนที่ตอนแรกยืนกันอย่างสะเปะสะปะถูกจัดให้ยืนเป็นเส้นตรงอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็วโดยฝีมือของครูฝึกหูเถี่ยจวิน ซึ่งเขาใช้พลังงานไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“เพื่อความสะดวกในการจัดการ ผมจะเลือกพวกคุณคนหนึ่งมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมของพวกคุณ และในขณะเดียวกันหัวหน้าทีมจะมีหน้าที่ช่วยผมในการฝึกพวกคุณ และแน่นอนว่าหัวหน้าทีมคนนี้ก็จะต้องได้รับการฝึกฝนเช่นเดียวกันและจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย!”

หูเถี่ยจวินคำรามเสียงดัง “ใครอยากจะรับหน้าที่สำคัญนี้!?”

ทันทีที่สิ้นเสียง หวังเสี่ยวหู่ที่ยืนอยู่แถวหน้าก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว “รายงานครูฝึก ผมยินดีรับหน้าที่นี้ครับ!”

หูเถี่ยจวินหันไปมองหวังเสี่ยวหูทันที แต่เขารู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ เขาจึงหันหน้ากลับไปและมองไปยังนักศึกษาคนอื่นๆ และถามซ้ำอีกครั้ง “มีใครอยากจะรับหน้าที่หัวหน้าทีมอีกมั้ย!”

บางทีอาจเป็นเพราะพวกนักศึกษาใหม่เหล่านี้ยังคงสงวนท่าทีและยังไม่อยากเปิดเผยตัวตนจนทำให้ตัวเองดูเด่นจนเกินไป แต่จี้เฟิงและเพื่อนร่วมห้องของเขาก็ไม่ได้สนใจในตำแหน่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากหวังเสี่ยวหู่แล้วก็ไม่มีใครยกมือขึ้นอีก

ฮั่นจงแอบหัวเราะเบาๆ “ดูเหมือนว่างานนี้ความต้องการของหวังเสี่ยวหู่จะประสบความสำเร็จได้โดยง่ายแฮะ!”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับหวังเสี่ยวหู่ขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าแม้แต่คนที่ดูเหมือนจะสนใจก็ยังถูกติดสินบนโดยหวังเสี่ยวหู่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในการแย่งชิงตำแหน่งนี้กับเขา

หูเถี่ยจวินพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครยกมือเสนอตัวอีกต่อไปและพูดขึ้นว่า “ในเมื่อไม่มีใครเสนอตัวอีก ตำแหน่งหัวหน้าทีมก็จะเป็นของเพื่อนร่วมชั้นของพวกคุณคนนี้ แต่.. ยังเป็นเพียงแค่ตัวแทนหัวหน้าทีมเท่านั้น และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมจะเริ่มการฝึกอย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงตอนเย็นของวันพรุ่งนี้ ผมจะเลือกคนที่จริงจังและตั้งใจที่สุดในการฝึกแล้วให้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมของพวกคุณอย่างเป็นทางการ!”

ใบหน้าของหวังเสี่ยวหู่บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด เห็นได้ชัดว่าครูฝึกหูไม่ค่อยพอใจเขาเท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นเขาคงถูกกำหนดให้เป็นหัวหน้าทีมทันที

พ่อไม่ได้บอกพวกทหารไว้เหรอ? หวังเสี่ยวหู่มองไปที่หูเถี่ยจวินด้วยความรู้สึกไม่พอใจ คืนนี้สงสัยฉันจะต้องโทรหาพ่อให้เขาช่วยจัดการเรื่องนี้

หลังจากกำหนดผู้รับหน้าที่หัวหน้าทีมชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว การฝึกอย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นขึ้น จี้เฟิงมองไปรอบๆเพื่อมองหาถงเล่ยและจางเล่ย แต่เขาก็พบว่าผู้คนทั่วสนามฝึกต่างสวมใส่ชุดลายพรางเหมือนกันหมด มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะมองหาใครสักคน

การฝึกท่าต่างๆของทหารตลอด 1 ชั่วโมงเต็มในช่วงบ่าย ทำให้นักศึกษาที่มักจะมีความภาคภูมิใจในตัวเองได้รู้จักว่าทหารคืออะไร การฝึกอย่างหนักโดยไม่พักตลอดหนึ่งชั่วโมงสำหรับทหารธรรมดามันอาจจะเป็นเพียงแค่การวอร์มอัพ แต่สำหรับนักศึกษาส่วนใหญ่ที่ถูกตามใจและไม่เคยพบกับความยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก สิ่งเหล่านี้ก็แทบไม่ต่างจากการถูกทรมานอย่างโหดร้ายทารุณจนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะร้องคร่ำครวญ

ในที่สุดนักศึกษาบางคนก็ไม่สามารถที่จะทนต่อไปได้ แต่เมื่อพวกเขาถูกกดดันด้วยคำพูดง่ายๆของหูเถี่ยจวิน ก็ทำให้ความคิดที่ต้องการจะล้มเลิกการฝึกถูกขับไล่ออกไปจากหัวในทันที  “ถ้าคุณไม่ต้องการฝึก ก็สามารถเลิกได้เลย แต่คุณก็จะถูกยกเลิกการฝึกทหารโดยทันทีเช่นกัน!”

นี่คือประโยคที่ทำให้ไม่มีใครกล้าขัดขืนอีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียงกัดฟันทนและปล่อยให้เหงื่อไหลต่อไป

จากนักศึกษาทั้งหมดในสนามฝึกซ้อม จี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงอาจเรียกได้ว่าแตกต่างจากคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด การฝึกท่าต่างๆของทหารอย่างเข้มงวด ไม่ส่งผลอะไรต่อจี้เฟิงเลยแม้แต่น้อย รวมถึงตู้เส้าเฟิงที่ไม่ต้องใช้ความอดทนอะไรและฝึกฝนสำเร็จได้อย่างง่ายดาย เพราะเขาได้ฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเมื่อถึงตอนที่คนอื่นเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำต่อไปไหว พวกเขาทั้งสองคนกลับไม่มีเหงื่อออกเหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆเลยแม้แต่หยดเดียว

เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางนักศึกษาที่เหงื่อท่วมตัวและมีสภาพที่แทบจะยืนไม่ไหว ตู้เส้าเฟิงและจี้เฟิงที่ตอนนี้ดูหล่อเหลาก็กลายเป็นดาวเด่นขึ้นมาทันที

หูเถี่ยจวินสังเกตเห็นพวกเขาทั้งสองคนมาสักพักหนึ่งแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพอใจ เขาจำได้ว่าเมื่อตอนที่เขาเข้าร่วมกองทัพเป็นครั้งแรกและได้รับการฝึกฝน เขาถึงกับบ่นอุบถึงความเหนื่อยยาก แต่นักศึกษาสองคนนี้กลับดูไม่เหนื่อยเลย แสดงว่านักศึกษาสองคนนี้ต้องมีทักษะพื้นฐานที่ดีเยี่ยม

หูเถี่ยจวินเดินเข้ามาหาจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงอย่างช้าๆแล้วถามว่า “พวกคุณสองคนชื่ออะไร?”

“รายงานครูฝึก ผมชื่อตู้เส้าเฟิงครับ!” เสียงของตู้เส้าเฟิงชายผิวดำร่างใหญ่ยังคงสดใสเสมอ

“รายงานครูฝึก ผมชื่อจี้เฟิงครับ!” เสียงของจี้เฟิงมั่นคงมาก

ทันใดนั้นดวงตาของหูเถี่ยจวินก็สว่างขึ้น “คุณชื่อจี้เฟิงงั้นเหรอ ดีๆ!”

สำหรับตู้เส้าเฟิงแม้การฝึกทหารอย่างเข้มข้นในชั่วโมงแรกจะทำได้อย่างง่ายดาย แต่เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของเขายังไม่ดีพอ อาจจะดูแข็งเกินไปสักเล็กน้อย แน่นอนว่าครูฝึกอย่างหูเถี่ยจวินสามารถสังเกตเห็นได้ในทันที

แต่จี้เฟิงนั้นแตกต่างออกไปหลังจากที่เขาเคยได้รับการฝึกทหารมาจากระบบฝึกอบรมสุดยอดสายลับมาก่อนแล้ว เมื่อจี้เฟิงเข้ารับการฝึกฝนของทหารอีกครั้ง สัญชาตญาณของเขาก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ ทำให้ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาตรงตามมาตรฐานทุกอย่าง รวมถึงสีหน้าแววตาที่จริงจังเด็ดเดี่ยว นั่นจึงทำให้หูเถี่ยจวินที่เฝ้าสังเกตอยู่อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ คนคนนี้ต้องเคยได้รับการฝึกฝนทางทหารมาอย่างแน่นอน!

“จี้เฟิง คุณยินดีที่จะรับหน้าที่หัวหน้าทีมหรือไม่?” หูเถี่ยจวินถามขึ้นทันที

เมื่อได้ยินคำพูดของหูเถี่ยจวิน จี้เฟิงก็ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง หัวหน้าทีม?

จี้เฟิงไม่เข้าใจทำไมครูฝึกถึงอยากให้เขาเป็นหัวหน้าทีม?

เมื่อหวังเสี่ยวหู่ที่ยืนอยู่แถวหน้าได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของเขาก็แข็งทื่อขึ้นมาทันทีและการแสดงออกที่อาฆาตแค้นฉายชัดออกมาจากดวงตาของเขา

หูเถี่ยจวินคนนี้ มันจะมากเกินไปแล้ว! ฉันเสนอที่จะรับหน้าที่หัวหน้าทีมไปแล้วแท้ๆ ไม่เพียงให้ฉันเป็นแค่หัวหน้าทีมชั่วคราว แต่ตอนนี้เขากลับไปถามไอ้เด็กแปลกๆนั่นแถมยังเสนอให้มันเป็นหัวหน้าทีมอีก!

“ครูฝึกเลวๆกับไอ้เด็กเวรนั่นพวกมันสมควรตาย!” หวังเสี่ยวหู่ก่นด่าอยู่ในใจ แต่ใจลึกๆเขาก็กำลังภาวนาไม่ให้จี้เฟิงตอบรับและเห็นด้วยกับสิ่งที่ครูฝึกเสนอ

“รายงานครูฝึก ผมแค่อยากจะฝึกทหารให้สำเร็จอย่างจริงจัง ผมไม่สามารถทำหน้าที่สำคัญอย่างหัวหน้าทีมได้!” หลังจากที่จี้เฟิงผงะไปครู่หนึ่ง เขาก็ตอบอย่างรวดเร็วด้วยเสียงที่ดังฟังชัด

ทันทีที่จี้เฟิงพูดในสิ่งที่หวังเสี่ยวหู่อยากให้เขาพูด เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที และพูดในใจ “ไอ้หมอนี่มันอยู่เป็น รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แกคงไม่กล้าที่จะมีปัญหากับคนอย่างฉันสินะ!” เมื่อนึกได้แบบนี้หวังเสี่ยวหู่ก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้

อย่างไรก็ตามหูเถี่ยจวินไม่คิดเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “คุณมีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่หัวหน้าทีม แต่คุณเลือกที่จะหลีกหนีจากสิ่งที่คุณไม่ต้องการ คุณควรรู้เอาไว้ว่าในฐานะผู้ชายชาติทหารคุณควรก้าวไปข้างหน้าอย่ากล้าหาญและไม่ลังเล คนที่ได้ชื่อว่าทหาร จะไม่ปฏิเสธโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นให้เพราะความกลัวโดยเด็ดขาด! ตอบผมมา! คุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า?!!”

ทหารนี่มันทหารจริงๆ!

จี้เฟิงรู้สึกนับถือหูเถี่ยจวินขึ้นมาทันที เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและพูดว่า “รายงานครูฝึก ผมเป็นลูกผู้ชายครับ!”

“ในเมื่อคุณเป็นลูกผู้ชายคุณก็ควรมีเลือดนักสู้ ผมจะถามอีกครั้ง คุณอยากเป็นหัวหน้าทีมหรือไม่!” หูเถี่ยจวินถามด้วยเสียงและสีหน้าที่ดุดัน

ในตอนนี้ความรู้สึกไม่พอใจกลับมาสู่หวังเสี่ยวหู่อีกครั้งหนึ่งและเขาก็แอบพูดว่า “ตราบใดที่ไอ้เด็กเวรนี่กล้าตอบรับฉันจะไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอน!”

อย่างไรก็ตามคำตอบของจี้เฟิงก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น

“รายงานครูฝึก ผมไม่ต้องการ!” จี้เฟิงตะโกน “ผมเป็นลูกผู้ชายและมีเลือดนักสู้ แต่ผมคิดว่าตำแหน่งหัวหน้าทีมไม่เหมาะสำหรับผม แต่ผมเต็มใจที่จะได้รับการฝึกอย่างเข้มงวดร่วมกันคนอื่นๆครับ!”

หูเถี่ยจวินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง เห็นได้ชัดว่าจี้เฟิงเคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ดังนั้นเขาจึงหวังว่าจะให้โอกาสจี้เฟิงได้เพิ่มหน่วยกิตของเขาจากการรับหน้าที่นี้และในขณะเดียวกัน เขาก็จะได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาช่วยเขาในการฝึกอบรมนักศึกษาทหารใหม่เหล่านี้ได้อย่างดีเยี่ยม มันจะเป็นการยิงปืนนัดเดียวแต่ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ

แต่เนื่องจากจี้เฟิงปฏิเสธอย่างแน่วแน่ เขาจึงได้แต่พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณจะได้ฝึกกับคนอื่นอย่างที่ต้องการต่อไป!”

“ขอบคุณครับครูฝึกหู!” จี้เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง

ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุที่จี้เฟิงไม่อยากจะเป็นหัวหน้าทีมก็เพราะเขารู้ว่าเส้นทางในอนาคตที่เขาต้องการไม่ใช่ทางนี้ เขาต้องการที่จะก่อตั้งบริษัทเป็นของตัวเองและเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการ และเขาก็ต้องมีทักษะความเป็นผู้นำที่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจี้เฟิงจะได้รับการฝึกอบรมแบบครบวงจรในระบบฝึกสุดยอดสายลับ แต่สิ่งเหล่านี้มีไว้สำหรับทางการทหารหรือเป็นสายลับเท่านั้นแต่ไม่มีการฝึกอบรมความเป็นผู้นำ

ดังนั้นจี้เฟิงจึงรู้สึกว่าสิ่งที่เขาจะต้องทำและให้ความสำคัญในตอนนี้คือการสังเกตอย่างรอบคอบว่าคนอื่นทำงานบริหารจัดการกันอย่างไรและเรียนรู้จากพวกเขาแทนที่จะเข้ารับตำแหน่งใดๆอย่างผลีผลาม มันเป็นเรื่องยากที่จะเป็นผู้นำที่ดีหากไม่มีประสบการณ์ใดๆ

อย่างไรก็ตามคำตอบของจี้เฟิงก็ทำให้หวังเสี่ยวหู่ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะเดียวกันหวังเสี่ยวหู่ก็คิดเอาเองว่า สาเหตุที่จี้เฟิงไม่กล้าที่จะตกลงรับตำแหน่งหัวหน้าทีมนั้นเป็นเพราะจี้เฟิงกลัวที่จะทำให้ตัวเขานั้นขุ่นเคืองใจและจะส่งผลให้จี้เฟิงประสบกับปัญหาการศึกษาในมหาวิทยาลัยในอนาคต

“สายตาไอ้หมอนี่ยังถือว่าพอจะมีแววอยู่บ้าง ที่พอจะมองออกและรู้ว่าไม่ควรทำให้คนอย่างฉันต้องขุ่นเคืองใจ!” หวังเสี่ยวหูคิดอย่างมีชัย

แต่ในไม่ช้าความภาคภูมิใจของหวังเสี่ยวหู่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อได้ยินหูเถี่ยจวินพูดสั่งด้วยเสียงที่ดัง “เนื่องจากจี้เฟิงไม่เต็มใจที่จะรับหน้าที่หัวหน้าทีม นักศึกษาตู้เส้าเฟิง! ตอนนี้คุณได้รับตำแหน่งหัวทีมอย่างเป็นทางการ!!”

ดูเหมือนว่าเพราะจี้เฟิงปฎิเสธในครั้งแรก ดังนั้นในครั้งนี้ หูเถี่ยจวินจึงไม่คิดที่จะถามความสมัครใจอีก เขาจึงแต่งตั้งให้ตู้เส้าเฟิงรับตำแหน่งหัวทีมโดยทันที!

เมื่อตู้เส้าเฟิงได้ยินคำสั่งอย่างจริงจังของครูฝึกหู เขาจึงตอบรับด้วยเสียงที่ดังฟังชัด “ครับผมครูฝึกหู!”

…จบบทที่ 119~❤️

จบบทที่ บทที่ 119 ผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าทีม~!!

คัดลอกลิงก์แล้ว