เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!!

บทที่ 100 ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!!

บทที่ 100 ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!!


บทที่ 100 ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!!

ในที่สุดซูเฉาก็มาถึงที่สถานีตำรวจซีกวน เมื่อเขาเห็นทหารจำนวนมากที่ยืนอย่างเป็นระเบียบพร้อมอาวุธปืนที่ถืออยู่ในมือ เขาอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจและพูดว่า “พวกคุณมาจากหน่วยไหน” เขาเงียบอยู่ชั่ววินาทีและพูดต่อ “ฉันซูเฉาเป็นรองผู้บริหารเขต พวกคุณเป็นใครมาจากหน่วยไหน ทำไมถึงได้ทำการบุกรุกสถานีตำรวจซีกวนอันเป็นสถานที่ราชการโดยพลการ พวกคุณต้องการที่จะก่อกบฏใช่หรือไม่?!”

ใครจะรู้ว่าทหารเหล่านั้นไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลย พวกเขาเพียงแค่ยืนเงียบๆและมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

ใบหน้าของซูเฉาแดงก่ำ เขาเดินเข้าไปในสถานีตำรวจและทันใดนั้นก็เห็นถงไค่เต๋อและคนอื่นๆ รวมถึงฉินซัวเหรินที่กำลังนอนกองกับพื้นอยู่ใต้เท้าของพวกเขา

แน่นอนว่าซูเฉายังเห็นลูกชายของเขาซูหม่า ที่ถูกทหารสองคนจับตัวไว้ดวงตาเขาถึงกับกระตุก

“เลขาถงนี่มันอะไรกัน ดูเหมือนว่าพวกคุณกำลังทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย?” ซูเฉามองไปที่ถงไค่เต๋ออย่างเย็นชาและพูดด้วยอย่างโกรธๆ

“กฎหมายเหรอ?” ถงไค่เต๋ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “คำพูดของรองผู้บริหารซูไม่มากเกินไปหน่อยเหรอครับ สิ่งที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ตอนนี้คือการปราบปรามอาชญากรรมโดยการร่วมมือกันกับทหารเหล่านี้ แล้วจะมาบอกว่าพวกเรากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้อย่างไร?”

“สิ่งที่พวกคุณทำคือการปราบปรามอาชญากรรมหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ที่นี่คือสถานีตำรวจ การปราบปรามอาชญากรรมมันเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่พวกคุณและทหารเหล่านี้กำลังทำมันคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก?” ซูเฉาชี้ไปทางลูกชายเขาที่กำลังถูกทหารจับตัวไว้จากระยะไกลแล้วพูดด้วยความโกรธ “แต่ถ้าเลขาถงต้องการที่จะปราบปรามอาชญากรรมจริงๆ ผมก็ไม่อาจขัดข้องแต่เรื่องนี้มันไปเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของผม! ทำไมคุณถึงต้องจับเขา?!!”

“รองผู้บริหารซูอย่าพูดอะไรไร้สาระแบบนั้น คุณมองยังไงถึงได้บอกว่าผมเป็นคนจับเขา? ดูดีๆสิคนที่จับกุมตัวลูกของคุณอยู่คือทหารไม่ใช่หรือ?” ถงไค่เต๋อเยาะเย้ย “อย่างที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้ คนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่มีเพียงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมมือกับสหายในกองทัพเพื่อต่อสู้กับอาชญากรที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากคุณจะพูดอะไรช่วยคิดให้ดีๆ รองผู้บริหารซู”

“คุณ!” ซูเฉาโกรธมากแต่เขาไม่สามารถโต้เถียงอะไรออกไปได้ เพราะคำพูดของถงไค่เต๋อนั้นถูกต้องแล้ว และไม่มีใครสามารถเอาผิดเขาได้หากมันเป็นการที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมมือกันกับทหารในการต่อสู้ปรามปราบอาชญากรรม

เมื่อเห็นว่าซูเฉาไม่มีอะไรจะพูด ถงไค่เต๋อจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “รองผู้บริหารซูสำหรับสาเหตุที่ลูกชายของคุณถูกจับกุมตัว เพราะว่าลูกชายของคุณได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม รวมถึงวางแผนฆ่าสมาชิกในครอบครัวของผู้นำระดับประเทศถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ และมีความผิดอย่างร้ายแรงจนเกือบจะเทียบเท่ากับการขายชาติ เรื่องนี้จะต้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง! รองผู้บริหารซู!”

“ขายชาติ?!” ซูเฉาถึงกับลืมหายใจ จนเวลาผ่านไปเขาอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ถงไค่เต๋อผู้นี้โหดร้ายกว่าที่คิด การกล่าวหาด้วยคดีใหญ่ระดับประเทศเช่นนี้ เขาไม่เพียงแต่ต้องการจะเอาผิดลูกชายของฉัน แต่เขาต้องการที่จะลากฉันให้มีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วย!

“เลขาถงลูกชายของฉันเป็นแค่นักเรียนที่เพิ่งจบมัธยมปลาย เขาจะทำความผิดร้ายแรงระดับประเทศขนาดนั้นได้อย่างไร?” ซูเฉาหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนว่าเลขาถงจะใช้อำนาจส่วนตนในทางที่ผิดเสียแล้วล่ะ ผมคงต้องรายงานเรื่องนี้กับเบื้องบน!”

ในขณะที่พูดเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก “อาเขย...”

หลังจากที่ซูเฉาพูดกับคนในโทรศัพท์ไปสองสามประโยคเขาก็วางสายไป ซูเฉาหันไปมองที่ถงไค่เต๋อด้วยแววตาแห่งชัยชนะและยิ้มเยาะ “ฉันได้รายงานไปยังจังหวัดกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่รอการลงโทษจากจังหวัดเท่านั้น!”

ถงไค่เต๋อเหลือบมองไปที่จี้เจิ้นหัวที่ยืนอยู่เงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยเสียงเรียบๆ “เอาล่ะงั้นผมจะรอจังหวัดจัดการกับเรื่องนี้!”

ในขณะที่เขากำลังพูดคุยกัน มีรถสองสามคันมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูของสถานีตำรวจซีกวน หลังจากนั้นสมาชิกเกือบทั้งหมดของทีมผู้นำของเขตหมางซือก็เดินเข้ามา

เมื่อพวกเขาเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจ ทำไมถึงมีกองทัพทหารอยู่เต็มไปหมดมันเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ถงไค่เต๋อก็กระแอมในลำคอเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เมื่อทุกคนอยู่ที่นี่แล้วเราจะมีการประชุมกัน ที่ขอให้พวกคุณมาที่นี่ในวันนี้มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือเรื่องการลงโทษของผู้กองฉินซัวเหริน เขาได้วางแผนและสั่งให้ลูกน้องซึ่งเป็นตำรวจในทีมของเขาทำการฆาตกรรมและอำพรางคดีโดยการโยนความผิดให้กับผู้อื่น!”

“วางแผนฆาตกรรมอำพรางคดี?!!” ทุกคนรู้สึกตกใจเมื่อได้ยิน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย นับประสาอะไรกับการที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับหัวหน้าทีมปราบปรามอาชญากรรมกลายมาเป็นอาชญากรเสียเอง!

“เลขาถง! ถ้าคุณไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ คุณก็ไม่ควรนำเรื่องแบบนี้มาพูดพล่อยๆ!” ซูเฉาพูดด้วยเสียงทุ้มเขารู้สึกว่าวันนี้มีบางอย่างผิดปกติ

“แน่นอนผมมีหลักฐาน!” ถงไค่เต๋อยิ้มจากนั้นเขาหันหน้าไปพูดกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างๆเขา “สหายโปรดนำหลักฐานมาด้วย!”

เมื่อเจ้าหน้าที่โบกมือทหารหลายคนก็ยกเปลหามสามตัวออกมาจากรถทหารทันที พร้อมกับมีตำรวจหลายคนเดินลงมาจากรถ  ตำรวจพวกนี้คือคนที่ไล่ตามถงเล่ยมาก่อนหน้านี้

“พูด! ว่าพวกแกไปทำอะไรมาบ้าง!” ถงไค่เต๋อตะคอกใส่ตำรวจพวกนั้น

“ครับๆๆ!” ตำรวจหลายคนตัวสั่นทันทีและหนึ่งในนั้นก็เริ่มพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ผู้กองฉินสั่งให้เราวางกำลังซุ่มโจมตีใกล้กับโรงแรมแยงซี แล้วรอให้มีการต่อสู้เกิดขึ้นในสถานบันเทิงที่ใกล้กันกับโรงแรม หลังจากนั้นพวกเราก็รีบเข้าไปจับกุมคนที่อยู่ในนั้น”

“จับใคร?” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามขึ้น ชายคนนี้เป็นเลขาธิการของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยของเขต บุคลิกของเขาเป็นคนที่สง่าผ่าเผยมาก

“จับกุมจี้เฟิงกับจางเล่ยครับ!” ตำรวจตอบด้วยความหวาดกลัว

“เสี่ยวหวังทำไมคุณถึงกล้าพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้... อ๊าากก!!” ฉินซัวเหรินที่ตอนนี้ถูกเหยียบอยู่ที่พื้นก็ตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด เขาถูกทหารเหยียบซ้ำอีกครั้ง และทำให้คำพูดที่เหลือของเขากลายเป็นเสียงกรีดร้อง

“พูดต่อ!” เลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยกล่าวกับตำรวจ

“ครับ..” ตำรวจตอบด้วยเสียงเบา “ต่อมาผู้กองฉินพาพวกเราสองสามคนไปยังตรอกเล็กๆ ไม่ไกลนักจากสถานบันเทิงและให้พวกเราจัดการฆ่าพวกนักเลง ที่ต่อสู้กับจี้เฟิงและจางเล่ยและใช้เรื่องนี้ในการกล่าวโทษ จี้เฟิงและจางเล่ยที่ตอนนั้นกำลังถูกจับกุมตัวมาที่สถานีตำรวจ แต่หลังจากที่พวกเราเพิ่งฆ่านักเลงพวกนั้น ผู้กองฉินได้เห็นเด็กผู้หญิงกำลังยืนถ่ายรูปอยู่ไม่ไกล เธอเป็นลูกสาวของเลขาถงผู้กองฉินได้สั่งให้พวกเราวิ่งตามไปจับตัวเธอมา แต่พวกเราทำไม่สำเร็จและผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็น... ครับ..!”

“อะไรนะ?!!!”

คราวนี้ไม่ใช่แค่เลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยเท่านั้นที่ตกใจ แต่สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมผู้นำก็ตกใจเช่นกัน มันเป็นการวางแผนฆาตกรรมจริงๆ แถมยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียด้วย!

“พวกคุณกำลังเข้าใจผิด ผมไม่เคยบอกให้พวกเขาทำแบบนั้น!” ฉินซัวเหรินที่นอนอยู่บนพื้นตะโกน

“ขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ งั้นก็ดูหลักฐานอีกอย่างก็แล้วกัน!” ถงไค่เต๋อหยิบโทรศัพท์มือถือของลูกสาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และแสดงภาพถ่ายให้ฉินซัวเหรินและสมาชิกทีมผู้นำทุกคนดู

ภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือเป็นภาพของฉินซัวเหริน ที่กำลังยืนอยู่กับตำรวจในตรอกแคบๆ ตำรวจพวกนั้นถือมีดอยู่ในมือและมีนักเลงหลายคนนอนกองอยู่ที่พื้น โดยที่ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตาย

ภาพถ่ายอาจจะไม่ชัดมากนักแต่หลังจากได้ผ่านการพิสูจน์มาเรียบร้อยแล้ว ก็ระบุได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลที่อยู่ในภาพถ่ายเป็นฉินซัวเหริน และตำรวจเหล่านี้อย่างแน่นอน!

เฮ้อ!!

เมื่อซูเฉาเห็นรูปถ่ายในโทรศัพท์หน้าของเขาถึงกับเปลี่ยนสี เขาไม่คาดคิดว่าฉินซัวเหรินจะโง่เง่าจนถึงขนาดถูกถ่ายรูปไว้ได้แบบนี้!

อย่างไรก็ตามซูเฉาก็ยังคงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เพราะหลักฐานที่ถงไค่เต๋อมีนั้น มันบ่งชี้ไปที่ฉินซัวเหรินทั้งหมด และไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้ว่าหลายๆคนจะรู้ว่าฉินซัวเหรินเป็นคนของเขา แต่สิ่งที่ฉินซัวเหรินทำก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องขึ้นอยู่กับเขา อย่างมากเขาก็อาจจะได้รับผลกระทบเรื่องชื่อเสียงเท่านั้น

เมื่อนึกได้แบบนี้ซูเฉาก็ทำเป็นตะโกนด้วยความโกรธ “โอ้! ฉินซัวเหรินผมไม่นึกเลยว่าคุณจะเลวได้แบบนี้ คุณทำเรื่องพวกนี้ลงไปได้ยังไง?!”

หลังจากนั้นเขาหันหน้าไปทางถงไค่เต๋อและพูดว่า “เลขาถงในเมื่อมีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ผมคิดว่าเราไม่ควรเสียเวลาพูดคุยกันอีกต่อไป เราควรดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อลงโทษฉินซัวเหรินตำรวจชั่วคนนี้ให้สาสมกับความผิดที่เขาก่อ!”

“ท่านรองซู...!!” ฉินซัวเหรินตกใจและโกรธซูเฉาอย่างมากที่พูดตัดหางปล่อยวัดเขาแบบนี้ ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดนี้ซูเฉาเป็นคนสั่งให้เขาทำ!

“ฉันทำไม? คุณทำเรื่องเลวขนาดนี้ยังหวังว่าจะมีใครมาช่วยคุณอีกเหรอ?” ซูเฉาขัดจังหวะ “เรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผยพร้อมหลักฐานชัดเจนขนาดนี้คุณยังไม่คิดจะยอมสารภาพมาตามตรงอีกงั้นเหรอ?”

ถงไค่เต๋อพูดแทรกขึ้น “รองผู้บริหารซูไม่ต้องรีบร้อนไป ฉินซัวเหรินไม่ใช่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้”

ใบหน้าของซูเฉาดำมืดลงเขาถามด้วยเสียงทุ้ม “เลขาถงแล้วคุณคิดว่าใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังคดีนี้?”

“ให้ผมตอบคำถามนี้ให้ก็แล้วกันนะครับ!” ในขณะนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงดังมาจากทางห้องสอบสวน ทุกคนหันไปมองตามเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน และเห็นว่าเป็นเสียงของจี้เฟิงที่ตอนนี้กำลังพยุงจางเล่ยอยู่ ทั้งสองคนเพิ่งเดินออกมาจากห้องสอบปากคำอย่างช้าๆ

จี้เฟิงหัวเราะเล็กน้อยและพูดว่า “ผมว่าผมตอบคำถามนี้ของคุณได้นะครับท่านรองซู!”

เนื่องจากจี้เจิ้นผิงได้บอกถงไค่เต๋อและจี้เจิ้นหัวเกี่ยวกับจี้เฟิงและจางเล่ยไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว พวกเขาจึงไม่แปลกใจเมื่อเห็นจี้เฟิงพยุงจางเล่ยออกมาในสภาพสะบักสะบอม แต่สมาชิกทีมผู้นำคนอื่นๆ ต่างประหลาดใจแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักจี้เฟิงและจางเล่ย แต่ทุกคนก็เกิดความสงสัยว่าเหตุใดเด็กหนุ่มคนนี้ถึงถูกทำร้ายร่างกายหนักขนาดนี้ในห้องสอบสวน?

“คนที่บงการและอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ คือสองพ่อลูกซูเฉาและซูหม่า!!”

คำพูดประโยคนี้ของจี้เฟิง มันเหมือนกับระเบิดที่จู่ๆก็ถูกทิ้งลงในทะเลสาบที่เงียบสงบ สมาชิกผู้นำรวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถึงกับตกใจทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่จี้เฟิงพูดออกมา

“หนุ่มน้อยเธอไม่ควรที่จะพูดจากล่าวหาคนอื่นแบบนี้ โดยเฉพาะคนระดับฉันที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง มันเป็นความผิดทางอาญา!” ซูเฉาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวและจ้องไปที่จี้เฟิงด้วยแววตาดุร้าย

“คุณซูคุณไม่ต้องกังวลเพราะถ้าผมพูดเท็จ ผมจะยอมให้คุณตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างแน่นอน!”

…จบบทที่ 100~❤️

--------------------------------

คุยกันท้ายบท

เนื้อหาในช่วงนี้ จะเกี่ยวกับตำแหน่งทางการเมืองค่อนข้างเยอะไปสักหน่อยนะคะ

อาจจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกขัดๆกันอยู่บ้าง ผู้แปลต้องขออภัยด้วยมากๆเลยค่ะ

o(_ _)o

และผู้แปลจะพยายามทำการบ้านให้มากขึ้นกว่านี้อีกค่ะ

o(`^´*)

อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน๊าา

ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยค่ะ

(=`〜´=)ช่วงนี้โควิด-19 ก็เริ่มกลับมาอีกแล้วค่ะ

อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ

ด้วยรัก

เนตรนารีสีชมพู

จบบทที่ บทที่ 100 ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!!

คัดลอกลิงก์แล้ว