เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 การโจรกรรมบนท้องถนน 1

บทที่ 30 การโจรกรรมบนท้องถนน 1

บทที่ 30 การโจรกรรมบนท้องถนน 1


บทที่ 30 การโจรกรรมบนท้องถนน 1

“เอาล่ะ! วันนี้พอแค่นี้ก่อน!” ถงเล่ยวางปากกาในมือลงบนโต๊ะ และเสียงที่ทำให้จี้เฟิงเคลิบเคลิ้มก็หยุดลง

จี้เฟิงที่กำลังเหม่อลอยด้วยน้ำเสียงอันไพเราะของถงเล่ยก็ได้สติขึ้นมาทันทีและรีบพูด “โอเค ขอบคุณมาก ลำบากเธอแล้ว!”

ถงเล่ยเหลือบมองเขาและยิ้ม “ฉันไม่ได้ทำอะไรมากเลย นายสิลำบาก ฉันอธิบายเร็วไปหรือเปล่า นายตามทันไหม?”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เอาจริงๆ ไม่ว่าเธอจะอธิบายเร็วแค่ไหนฉันก็สามารถตามทัน เพราะฉันจำเนื้อหาพวกนี้ได้ทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ว่าฉันไม่รู้จะใช้มันยังไง พอฟังที่เธออธิบายมันทำให้ฉันเข้าใจขึ้นมาก!”

ถงเล่ยมองไปที่จี้เฟิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เธอรู้สึกประหลาดใจ มือเล็กๆของถงเล่ยค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่หน้าผากของจี้เฟิง “นายแน่ใจนะว่านายปกติดี ไม่ได้เป็นไข้ หรือนายพูดเพื่อเอาใจฉัน?”

เมื่อมือเล็กๆ สีขาวอ่อนโยนมาสัมผัสที่หน้าผาก หัวใจของจี้เฟิงก็เต้นรัวอย่างรุนแรง เขาจับมือเธอออกไปด้านข้างอย่างไม่เต็มใจและยิ้มบางๆ “ฉันเหมือนคนไม่สนใจเรียนและต้องโกหกเธอเพื่อเอาหน้าเหรอ? ฉันท่องจำมาทั้งหมดแล้วจริงๆ เพียงแต่ฉันไม่รู้วิธีใช้สูตรพวกนี้เท่านั้น!”

“จริงเหรอ?” ถงเล่ยยังคงถามด้วยความไม่เชื่อ

“แน่นอน!” จี้เฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ถ้าเธอไม่เชื่อ งั้นลองเอาหนังสือมาทดสอบฉันดู!”

ถงเล่ยมองเขาด้วยความลังเลสักครู่และทันใดนั้นเธอก็หยิบหนังสือพีชคณิตขึ้นมาแล้วหันไปด้านหลัง เธอเลือกเนื้อหาที่ยังไม่ได้เรียนรู้ แล้วถามไปสองสามข้อ

ใครจะรู้ว่าจี้เฟิงตอบได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดเลย

“นายเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมดแล้วจริงๆเหรอเนี่ย?!” ถงเล่ยรู้สึกตกใจยิ่งกว่าเดิม ดวงตาที่สวยงามของเธอเบิกกว้างแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและกล่าวว่า “ฉันไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าฉันเรียนรู้ทั้งหมดแล้ว ฉันทำได้แค่จำเนื้อหาเหล่านี้ แต่ยังไม่รู้วิธีนำไปใช้อย่างถูกต้อง ฉันถึงได้ขอร้องให้เธอช่วยสอนถึงวิธีใช้สูตรพวกนี้ และเธอก็ทำได้ดี เธออธิบายเก่งมากเลย มันทำให้ฉันเข้าใจได้ง่าย!”

ถงเล่ยยิ้มแปลกๆ เธอส่ายหัวและพูดว่า “ในที่สุดฉันก็รู้ความจริงว่านาย..เป็นสัตว์ประหลาด!!”

จี้เฟิง “....”

เขาไม่รู้ว่า ภายในใจของถงเล่ยนั้นตกตะลึงเพียงใด

ถงเล่ยเกิดในครอบครัวที่ดี การศึกษาในวัยเด็กของถงเล่ยก็เหนือกว่าคนทั่วไป เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม พ่อของเธอจะจ้างครูส่วนตัวมาสอนพิเศษให้กับเธอล่วงหน้าก่อนที่โรงเรียนจะเปิดสอน ดังนั้นเธอจึงสามารถเรียนรู้ในโรงเรียนได้อย่างรวดเร็วและตามการสอนของคุณครูทันเสมอ และตัวถงเล่ยเองก็เป็นเด็กที่ฉลาดมาก ผลการเรียนของเธอจึงอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ

แต่ถึงอย่างนั้นถงเล่ยก็ไม่สามารถจำสูตรทั้งหมดที่เธอเรียนมาได้ เธอจำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ตราบใดที่รู้บทเรียนล่วงหน้าไม่กี่บทก็เพียงพอแล้ว

จากสิ่งที่ถงเล่ยเข้าใจของสิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะ เกิดจากความพยายามอย่างขยันขันแข็งเพียง 1% และสภาพแวดล้อมรอบตัวอีก 99% เมื่อถึงตรงนี้ความเข้าใจของถงเล่ยก็เปลี่ยนไป

จี้เฟิงเปรียบเหมือนสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์เขาได้เรียนรู้ทุกสิ่งด้วยตัวเขาเองและสามารถจำมันได้อย่างแม่นยำ!

“แล้วนายจำวิชาอื่นๆได้ด้วยหรือเปล่า?” ถงเล่ยถามอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมาและพูดว่า “พอจำได้ แต่ก็เหมือนกับวิชาพีชคณิตนี่แหละ ฉันจำได้แค่เนื้อหาของมัน แต่ไม่เข้าใจวิธีการใช้ต่างๆ เลยทำให้มีข้อบกพร่องอย่างมาก!”

“แค่กแค่ก!”

ถงเล่ยแทบสำลักน้ำลายตัวเอง สีหน้าของเธอในเวลานี้เต็มไปด้วยการแสดงออกถึงสิ่งที่เหลือเชื่อ เธออดไม่ได้ที่จะถาม “เป็นไปได้ไหมว่าที่ผ่านมาที่ผลการเรียนของนายไม่ดี เพราะนายทำแค่ท่องจำเนื้อหา แต่ไม่ได้ลองทำความเข้าใจในเนื้อหาจริงๆ?”

จี้เฟิงพูดอย่างตะขิดตะขวงใจ “ไม่ใช่แบบนั้น ฉันเคยตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง ทั้งท่องจำและพยายามทำความเข้าใจแต่มันก็ไม่ได้ผล แต่หลังจากขึ้นมัธยมปลายปีสามฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าความจำของฉันมันดีขึ้นมาก ฉันสามารถจำเนื้อหาได้มากขึ้นหลังจากที่ฉันพยายามอ่านมันอยู่หลายรอบ พอฉันทำแบบนั้นซ้ำๆ ฉันเลยจำมันได้แม่น!”

ถงเล่ยขมวดคิ้วจ้องหน้าจี้เฟิงอย่างดุร้าย และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ว่า จี้เฟิงคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาจริงๆ เธออดไม่ได้ที่จะพูดออกไปว่า “สรุป นายเป็นสัตว์ประหลาดที่อยู่ในร่างมนุษย์สินะ!”

จี้เฟิงเหงื่อตก…

“โอเค!” ถงเล่ยแตะหน้าผากของเธออย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยรอยยิ้ม “วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เย็นมากแล้วด้วย ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ฉันต้องกลับบ้านแล้วล่ะ!”

เธอได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเรื่องที่คาดไม่ถึง เธอไม่คิดว่าจี้เฟิงจะเรียนรู้บทเรียนด้วยตัวเองมาบ้างแล้ว  แต่เธอก็ต้องตกใจมากกว่านั้น เมื่อเธอพบว่าจี้เฟิงฉลาดมากเขาสามารถเข้าใจในสิ่งที่เธออธิบายอย่างรวดเร็วได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่จะทำความเข้าใจให้ได้ในครั้งเดียวก็ต้องใช้ความพยายามมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกเจ็บปวดเล็กๆ เธอเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดอย่างจี้เฟิง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนโดนทำร้ายจิตใจ และตัวจี้เฟิงเองก็คิดว่าตัวเขาไม่ใช่อัจฉริยะ แต่อย่างน้อยไอคิวของเขาคงไม่ใช่ธรรมดาๆ

ถงเล่ยมองว่าหากจี้เฟิงไม่ได้คิดว่าตัวเขาเป็นอัจฉริยะ แต่ด้วย IQ ระดับนี้ เธอก็สามารถพูดได้ว่าเขาคงไม่ใช่คนธรรมดา จี้เฟิงต้องเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแน่นอน!

“โอเค ฉันจะไปส่งเธอ!” จี้เฟิงลุกขึ้นยืนและทันใดนั้นก็รู้สึกว่าอาจมีความคลุมเครือในสิ่งที่เขาพูด เขารีบพูดใหม่อีกครั้ง “ฉันหมายความว่า มันเย็นมากแล้วฉันอยู่กับเธอสองคนดีกว่า จะได้ไม่ต้องห่วง!”

“เอ้ยย!..”

จี้เฟิงลุกลี้ลุกลนและรีบอธิบายว่า “ไม่ใช่ว่าฉันอยากอยู่กับเธอสองต่อสอง ฉันหมายถึงฉันไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว... แล้วที่บอกว่าเป็นห่วงไม่ใช่ว่าฉันเป็นห่วงเธอ... ฉันหมายถึงเป็นความห่วงใยของเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้มีความหมายอย่างอื่น!!”

“อุ๊บส์..คิกๆ~”

เมื่อเห็นคำอธิบายที่ดูลนลานน่าเขินอายของจี้เฟิง ถงเล่ยก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและเธอก็พบว่า จี้เฟิงไม่ใช่สัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ที่มีไอคิวพิเศษแต่อย่างใด ความเป็นจริงเขาก็ยังคงเป็นเจ้าเด็กโง่ใสซื่อที่น่ารัก...และน่าสนใจ!

“โอเคๆ ฉันไม่ได้เข้าใจผิดอะไร ฉันรู้ที่เธอเป็นห่วงเพราะอะไร!”   ถงเล่ยพูดด้วยรอยยิ้ม จู่ๆ ลักยิ้มที่สวยงามน่ารักสองข้างก็ปรากฏขึ้นบนแก้มอันอ่อนโยนของเธอ

“เฮ้อออ~~”

จี้เฟิงไม่มีโอกาสได้ชื่นชมเสน่ห์ของเธอ เขามัวแต่ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ดีแล้วๆคุณหัวหน้าชั้น กระผมจะไปส่งคุณกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ!”

ถงเล่ยยิ้มอย่างสดใส “โอเค~!”

......จบบทที่ 30~❤️

จบบทที่ บทที่ 30 การโจรกรรมบนท้องถนน 1

คัดลอกลิงก์แล้ว